แม่ปากร้ายยุค 80 [八零辣妈飒爆了] - ตอนที่ 1187 วิธีการส่งเสริมการขาย
ตอนที่ 1187 วิธีการส่งเสริมการขาย
โรงงานน้ำแร่เจียงเล่อไป่หยวนกำลังเปิดรับสมัครพนักงาน ไม่เพียงคนหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่มีการศึกษาจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก
แต่ถึงกระนั้น 70% ของแรงงานที่ถูกคัดเลือกก็ไม่มีการศึกษา และหลายคนไม่สามารถเขียนชื่อตัวเองได้ด้วยซ้ำ
โชคดีที่ทีมผู้นำได้มีมาตรการตอบโต้ พวกเขาประกาศในระหว่างการฝึกอบรมว่า ใครก็ตามที่มีการศึกษาสูงจะได้รับมอบหมายงานประเภทที่ดีกว่าและจะมีรายได้สูงกว่า
ตรงกันข้าม ยิ่งมีการศึกษาน้อยก็จะทำได้แค่งานไร้ฝีมือ และต้องทำงานหนัก อีกทั้งเงินเดือนยังต่ำอีกด้วย
เมื่อพนักงานที่ถูกคัดเลือกได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็เรียนหนักในช่วงฝึกอบรม นอกจากกินและนอนแล้ว ทุกคนต่างก็มีหนังสือเรียนชั้นประถมศึกษาและตั้งใจเรียนอย่างหนักอีกด้วย
หากทุ่มเทความพยายามก็จะได้รับผลตอบแทน ท้ายที่สุดแล้วคนหนุ่มสาวในวัย 20 ปีล้วนมีความสามารถในการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง
เมื่อสิ้นสุดการฝึกอบรม ทุกคนจะใช้เครื่องจักรได้อย่างถูกต้อง และระดับความรู้ของพวกเขาจะเทียบเท่ากับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หรือ 2
แต่หลินม่ายรู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอ เธอจึงเปิดให้มีโรงเรียนภาคค่ำฟรี พนักงานในโรงงานทุกคนสามารถไปโรงเรียนภาคค่ำได้ตราบใดที่พวกเขาว่าง
หากได้รับการศึกษาที่สูงขึ้นก็สามารถคาดหวังการเลื่อนตำแหน่งเป็นฝ่ายบริหาร พนักงานหลายคนจึงไปศึกษาเพิ่มเติมในโรงเรียนภาคค่ำ และทำให้โรงงานสร้างขอบเขตทางวัฒนธรรมที่ดี
เมื่อถึงเดือนมิถุนายน น้ำแร่เล่อไป่หยวนก็เริ่มออกวางจำหน่าย
เพื่อที่จะเพิ่มความนิยมของน้ำแร่เล่อไป่หยวนในทันที หลินม่ายไม่เพียงโฆษณาทางทีวีเท่านั้น แต่ยังเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการขายซื้อหนึ่งแถมหนึ่งอีกด้วย
หลินม่ายเรียนรู้โปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่งมาจากสองแบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ “ห่าวชือฟู่” และ “ถ่งถ่ง”
ในชีวิตชาติก่อน เพื่อแย่งชิงยอดขาย สองแบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ออกโปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่งในเวลาเดียวกัน
ยอดขายค่อนข้างดีในปีแรก แต่เวลาผ่านไปมันเป็นเพียงการขายแบบขาดทุนเท่านั้น
ไม่ใช่ว่าสองแบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ไม่รู้ว่าจะควบคุมโปรโมชั่น “ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” ได้อย่างไร ทว่าตั้งแต่ปีที่สองเป็นต้นไป มีผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบ “ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” ออกมาอีกมากมาย
ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจว่า “ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” ที่พวกเขาได้รับนั้นเป็นของแท้หรือของปลอม
เมื่อถูกรางวัล พวกเขาแค่ต้องแลกมัน
แทบไม่มีความแตกต่างใน “ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” ระหว่างผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบเหล่านั้นกับผลิตภัณฑ์ของแท้ แม้กระทั่งผู้ผลิตเองยังประสบปัญหาในการแยกแยะของแท้ออกจากของปลอม
ต่อให้พวกเขาจะแยกแยะได้ แต่สุดท้ายก็ยังต้องแจกรางวัล อยู่ดี
ผู้บริโภคจะไม่ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ การปฏิเสธที่จะให้รางวัลอาจนำไปสู่การสูญเสียชื่อเสียงได้ เนื่องจากการพูดปากต่อปากนั้นมีอิทธิพลอย่างมาก
ผู้ผลิตเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ทั้งสองต้องอดกลั้นกับการสูญเสียอันโง่เขลานี้ และทำให้บริษัทขาดทุนจำนวนมาก
ในชีวิตชาติก่อน สองแบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่เปิดตัวแผนส่งเสริมการขาย “ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” ในปี 2009
เวลานี้ในปี 1996 หลินม่ายได้เปิดตัวแผนส่งเสริมการขายดังกล่าว
อย่างไรก็ตามเธอวางแผนที่จะจัดโปรโมชั่น “ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” เพียงแค่สักระยะหนึ่ง เพื่อส่งเสริมน้ำแร่เล่อไป่หยวนให้โด่งดัง เธอกลัวที่จะทำผิดพลาดซ้ำกับแบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ทั้งสองที่เคยเห็นในชีวิตก่อน
“ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคจำนวนมากทันทีที่เปิดตัว
ซื้อน้ำแร่เล่อไป่หยวนหนึ่งขวด มีสิทธิ์ลุ้นรับน้ำแร่เล่อไป่หยวนฟรีอีกหนึ่งขวด
หากคุณถูกรางวัล มันถือเป็นความโชคดี แต่หากไม่ถูก คุณก็จะไม่สูญเสียอะไร
นอกจากนี้น้ำแร่เล่อไป่หยวนมีราคาแพงกว่าน้ำแร่ที่คล้ายกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นโดยแทบไม่มีนัยสำคัญ คนหนุ่มสาวจำนวนมากกำลังมองหาสิ่งแปลกใหม่ จึงเลือกซื้อน้ำแร่เล่อไป่หยวน
ความตั้งใจเดิมของคนหนุ่มสาวที่จะซื้อน้ำแร่เล่อไป่หยวน เพราะพวกเขาถูกโจมตีและล้างสมองซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยสโลแกนโฆษณา “ภูเขาลึกและทิวทัศน์สีเขียวคือแหล่งผลิตน้ำแร่คุณภาพดี หากกระหายน้ำ เลือกดื่มน้ำแร่เล่อไป่หยวน”
พวกเขาแค่อยากได้ลิ้มรสว่าน้ำแร่เล่อไป่หยวนมีรสชาติดีแค่ไหน ส่วนรางวัลแถมอีกหนึ่งขวด หากได้ก็ดี แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเช่นกัน
สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือ สโลแกนโฆษณาของน้ำแร่เล่อไป่หยวนนั้นเป็นจริงทุกประการ รสชาติของมันทั้งอร่อยและสดชื่นมาก ซึ่งคุ้มกับราคาที่จ่ายเมื่อเทียบกับน้ำแร่ที่คล้ายคลึงกัน
และสิ่งที่ไม่คาดคิดอีกอย่างคือ อัตราการถูกรางวัลแถมอีกหนึ่งขวดนั้นสูงมาก ซึ่งคิดเป็นสองในสิบคน
ทันใดนั้นน้ำแร่เล่อไป่หยวนก็โด่งดังไปทั่วประเทศ เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยและอัตราการถูกรางวัลที่สูง
ภายในเวลาไม่ถึงเดือน พวกเขาครอบครองตลาดน้ำแร่ครึ่งหนึ่งของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่
ถ่งถ่งและห่าวชือฟู่น่ะหรือ… แบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ต่างก็ต้องตกตะลึงกันหมด
พวกเขาคิดว่าการโปรโมต “ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” ของหลินม่ายคงอยู่ได้ไม่นาน
อัตราการถูกรางวัลที่สูงเช่นนี้ เป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นอัตรากำไรขั้นต้นที่น้อยและปริมาณการขายที่สูง
ประเด็นคือใครจะซื้อน้ำแร่ยี่ห้อใหม่เพียงเพื่อจะได้ลุ้นสิทธิ์ “แถมอีกขวด” บ้าง? แล้วน้ำแร่ยี่ห้อใหม่นี้ยังมีราคาที่แพงกว่ายี่ห้อเก่าด้วย!
อย่างไรก็ตามพวกเขาประเมินความสนุกของผู้บริโภคในการได้รับรางวัลต่ำไป
แม้ว่าจะเป็นรางวัลเล็ก ๆ แต่ผู้บริโภคก็จะมีความสุขมากตราบเท่าที่พวกเขาชนะ
บริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่เหล่านั้นยังประเมินความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคต่ำเกินไป
น้ำแร่เล่อไป่หยวนมีราคาแพงกว่าผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วอย่างไรล่ะ?
แม้จะมีราคาแพง แต่คุณภาพก็ดีกว่าน้ำแร่ยี่ห้ออื่น ๆ
เมื่อมีหลายปัจจัยรวมกัน น้ำแร่เล่อไป่หยวนจึงโด่งดังไปทั่วประเทศทันทีที่เปิดตัวเข้าสู่ตลาด
บริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่เหล่านั้นต่างชดเชยความผิดพลาดและเปิดตัวแคมเปญ “ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง”
อย่างไรก็ตามหลินม่ายยืนกรานที่จะจัดโปรโมชั่น “ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” เป็นเวลาแค่หนึ่งเดือน จากนั้นเธอเปิดตัวโปรโมชั่นใหม่
นั่นก็เหมือนกับการเลียนแบบ Alipay สะสมความสุขห้าประการเพื่อรับรางวัลใหญ่*
*เป็นแคมเปญกิจกรรมของอาลีเพย์ โดยผู้ใช้บัญชีที่ใช้จ่ายเงินในกิจกรรมทางสังคมครบ 5 ประการ ได้แก่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ‘ความมั่งคั่ง’ ‘ความสามัคคี’ ‘มิตรภาพ’ ‘ความรักชาติ’ ‘การอุทิศตน’ จะได้รับรางวัลใหญ่เป็นอั่งเปาเสมือนผ่านบัญชีอาลีเพย์ในวันสิ้นปี
ปัจจุบันท้องถนนเต็มไปด้วยการซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ซึ่งไม่น่าดึงดูดใจสำหรับผู้บริโภคมากนัก
จะต้องมีผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนรสนิยมและหวังรางวัลใหญ่อย่างแน่นอน
โปรโมชั่นสะสมความสุขห้าประการเพื่อรับรางวัลใหญ่ของน้ำแร่เล่อไป่หยวนตอบสนองความต้องการส่วนนี้ของผู้บริโภค
ตั้งแต่วันเด็กผ่านไป โทรศัพท์จากฟางเสียนจิ้งก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยถามหลินม่ายว่า เมื่อไหร่เธอจะมาตรวจองุ่นตุนหวงในท้องถิ่น
หลินม่ายบอกอีกฝ่ายว่าจะไปกลางเดือนมิถุนายนนี้แน่นอน ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้น้ำแร่เล่อไป่หยวนครอบครองตลาด และเธอยังปลีกตัวไปไม่ได้
สะสมความสุขห้าประการเพื่อรับรางวัลใหญ่
ความสุขห้าประการดูเหมือนจะง่ายที่จะรวบรวม สี่ในห้านั้นถูกรวบรวมอย่างรวดเร็ว แต่ค่อนข้างยากที่จะรวบรวมจนครบห้า
เพื่อสะสมความสุขห้าประการและแลกรางวัลใหญ่ ผู้บริโภคจำนวนมากกระหายน้ำจึงเลือกซื้อ “น้ำแร่เล่อไป่หยวน” เท่านั้น
ยอดขายยังดีกว่า “ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” อีกด้วย
หลินม่ายเห็นว่าน้ำแร่เล่อไป่หยวนได้ครองตลาดแล้ว เธอและเสิ่นเสี่ยวผิงจึงไปตรวจสอบโรงกลั่นไวน์ร่วมกับผู้ผลิตไวน์ชาโตว์เมิ่งเหอ
ครั้งสุดท้ายที่เธอไปที่นั่นคือเทศกาลฤดูใบไม้ผลิซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์หลายสิบองศา ขณะที่ออกไปข้างนอก ทุกคนต้องสวมใส่เสื้อผ้าปกปิดอย่างแน่นหนาและเหลือให้เห็นเพียงดวงตา
ช่วงนี้เป็นฤดูร้อน และทุกคนก็เปิดเผยรูปร่างหน้าตาของตัวเอง ทั่วท้องถนนเต็มไปด้วยความงามของชนกลุ่มน้อยที่มีคิ้วหนาตาโต และใบหน้าคม
เหมือนกับเจอตี๋ลี่เร่อปา*ทุกสามก้าว และกู่ลี่น่าจา**ทุกห้าก้าว
*迪丽热巴 (Dilraba Dilmurat) ดาราสาวจีนเชื้อสายอุยกูร์ โด่งดังมาจากเรื่องสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่
**古力娜扎 (Gülnezer Bextiyar) ดาราสาวจีนเชื้อสายอุยกูร์ โด่งดังจากเรื่องอินทรีหิมะเจ้าดินแดน
ผู้ผลิตไวน์เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจและอุทานออก “Oh, my god.”
จากนั้นพูดภาษาจีนที่ไม่ค่อยแข็งแรงว่า “ที่นี่มีสาวงามอยู่เต็มไปหมด!”
ดวงตาทั้งสองข้างกวาดมองหญิงสาวหน้าตาดีไม่หยุดหย่อน
วันรุ่งขึ้น หลินม่ายได้พาผู้ผลิตไวน์ไปที่ห้องทำงานของฟางเสียนจิ้ง
ฟางเสียนจิ้งดีใจมากที่พบกับหลินม่าย “ฉันกำลังรอให้เธอมาพอดีเลย ถ้าเธอไม่มา ฉันคิดว่าจะไปหาเธอที่เมืองเจียงเฉิงด้วยตัวเองแล้ว!”
จากนั้นเธอพาหลินม่ายและผู้ผลิตไวน์ไปยังเมืองใกล้เคียงทันที
เกือบทุกครัวเรือนในเมืองนี้ปลูกองุ่น พวงองุ่นสีเขียวหรือสีม่วงห้อยระย้าใต้โครงองุ่นสีเขียวมรกตจากระยะไกลชวนให้ผู้คนน้ำลายไหลในทันที
ฟางเสียนจิ้งขอให้คนขับจอดหน้าซุ้มองุ่น แล้วลงจากรถพร้อมกับหลินม่ายและผู้ผลิตไวน์
หล่อนกล่าวทักทายคู่รักที่กำลังยุ่งอยู่ใต้ซุ้มองุ่นและพูดว่า “พี่เหยียนจี๋ พี่สะใภ้เหยียน ฉันขอพาคนรู้จักชิมองุ่นหน่อยได้ไหม?”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ!” ทั้งคู่มีอัธยาศัยดีมากและตัดองุ่นสีม่วงฉ่ำหลายพวงมาให้พวกเขาทันที
ตอนนี้เองที่หลินม่ายได้สังเกตรูปร่างหน้าตาของทั้งคู่อย่างชัดเจน พวกเขาทั้งคู่ถูกสภาพอากาศเลวร้ายทำลายผิวพรรณ และเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ย่ำแย่ยิ่งกว่าชาวบ้านในเขตปกครองตนเองเอินซือเสียอีก
หลินม่ายมาจากครอบครัวที่ยากจน ทุกครั้งที่เธอเห็นผู้คนมีชีวิตที่ยากลำบาก เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้า
แต่เหยียนจี๋และภรรยากลับมีรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า พวกเขานำองุ่นกลับไปหน้าบ้าน ล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วนำมามอบให้หลินม่ายและผู้ผลิตไวน์ชิม
หลินม่ายชิมองุ่นสามลูกและคิดว่ามันมีรสชาติดี เธอถามผู้ผลิตไวน์ว่า “คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับการผลิตไวน์จากองุ่นเหล่านี้?”
ผู้ผลิตไวน์ลิ้มรสมันอย่างระมัดระวัง “องุ่นพวกนี้มีคุณภาพดีและสามารถผลิตไวน์คุณภาพสูงได้”
ฟางเสียนจิ้งไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ จึงสะกิดถามหลินม่าย “คุณผู้ชายคนนี้พูดว่าอะไรเหรอ?”
หลินม่ายบอกไปตามความจริง
ฟางเสียนจิ้งดีใจมากและถามด้วยควมคาดหวัง “ถ้าอย่างนั้นเธอช่วยมาลงทุนการผลิตไวน์กับเราที่นี่ได้ไหม?”
หลินม่ายพยักหน้า “ได้ค่ะ แต่อาจจะต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีในการสร้างโรงงาน จะมีการบ่มไวน์อย่างเร็วที่สุดในปีหน้า และจะออกขายได้ในปีหลังจากนั้น”
ฟางเสียนจิ้งกล่าว “แค่สามปีเรารอได้ล่ะ”
หลินม่ายรู้สึกตงิดใจที่ได้ยินสิ่งนี้ “หน้าที่บรรเทาความยากจนของคุณอากำลังจะสิ้นสุดลงเร็ว ๆ นี้หรือเปล่าคะ?”
ฟางเสียนจิ้งส่ายหัว “เปล่าหรอก ฉันจะเกษียณในอีกสี่ปีข้างหน้า ฉันอยากจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จก่อนที่จะเกษียณเพื่อพิสูจน์ตัวเอง”
หลินม่ายอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
ฟางเสียนจิ้งตบแขนของเธอ “เธอไม่จำเป็นต้องมองฉันแบบนั้นหรอก ประสบการณ์ของเมิ่งเมิ่งทำให้ฉันเข้าใจชีวิตมากขึ้น การต่อสู้เพื่ออำนาจและตำแหน่งจะมีประโยชน์อะไร การที่ครอบครัวปลอดภัยและมีความสุขต่างหากที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ฉันต้องการทำประโยชน์ให้กับคนในท้องถิ่นเพียงเพื่อสะสมบุญให้ลูกสาว ฉันหวังว่าหล่อนจะใช้ชีวิตที่เหลือได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย”
จากนั้นหล่อนก็พูดเสียงเบา “ฉันมีแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัวจริง ๆ”
……………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
คุณอาคงเห็นสัจธรรมชีวิตแล้ว เลยใช้ชีวิตแบบเน้นมีความสุขช่วยเหลือสังคมให้มากที่สุดน่ะค่ะ
ไหหม่า(海馬)