แม่ปากร้ายยุค 80 [八零辣妈飒爆了] - ตอนที่ 1160 ช่วยชีวิต (TW: ความรุนแรง, การเสียชีวิตหมู่, ฉากนองเลือด, เหตุจลาจล)
- Home
- All Mangas
- แม่ปากร้ายยุค 80 [八零辣妈飒爆了]
- ตอนที่ 1160 ช่วยชีวิต (TW: ความรุนแรง, การเสียชีวิตหมู่, ฉากนองเลือด, เหตุจลาจล)
ตอนที่ 1160 ช่วยชีวิต (TW: ความรุนแรง, การเสียชีวิตหมู่, ฉากนองเลือด, เหตุจลาจล)
……….
ตอนที่ 1160 ช่วยชีวิต (TW: ความรุนแรง, การเสียชีวิตหมู่, ฉากนองเลือด, เหตุจลาจล)
หลินม่ายเห็นว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะฝ่าฟันออกไปพร้อมกับจางเสวี่ยฉุนแบบนี้ เธอจึงคิดจะยิงปืนเพื่อบุกฝ่าออกไป
หากพระพุทธเจ้าขวางทางก็ต้องฆ่าพระพุทธเจ้า หากมารมาขวางทางก็ต้องฆ่ามาร
สถานการณ์นี้วิกฤติมาก และเธอไม่สามารถให้ความสนใจอะไรได้มากนัก
อย่างไรเสียก็มีคดียิงกันทุกวันในอเมริกา พวกเขาจะมาสนอะไรกับคดีของเธอ
แต่เมื่อล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อควานหา เธอก็ต้องตกตะลึง
ปืนพกหายไป!
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ความคิดดี ๆ จะแล่นผ่านเข้ามาในหัว
เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและต้องการโทรหาหัวหน้าเผย หัวหน้าโหยว หรือต้าจินหยาเพื่อขอความช่วยเหลือ
ตราบใดที่แก๊งหลักทั้งสามมาช่วยเหลือด้วยกองกำลังอย่างน้อยหนึ่งพันคน พวกเขาสามารถพาเธอและจางเสวี่ยฉุนออกไปได้อย่างปลอดภัย
ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เรื่องเงินคุ้มครอง หลินม่ายก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์กับแก๊งเหล่านี้และยังก้าวออกไปช่วยพวกเขาแก้ปัญหาเป็นครั้งคราว
แต่ก่อนที่หลินม่ายจะต่อสายหาอีกฝ่าย โทรศัพท์มือถือก็ถูกกระแทกลงพื้นและถูกเหยียบย่ำจนกลายเป็นชิ้น ๆทันที
หญิงสาวทั้งสองต่างก็รู้สึกหวั่นใจ
จางเสวี่ยฉุนหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาเพื่อส่งให้หลินม่าย
ขณะที่หลินม่ายกำลังจะเอื้อมไปหยิบ ฝูงชนก็หลั่งไหลเข้ามา ทำให้โทรศัพท์หลุดมือและถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีอีกครั้ง
เธอและจางเสวี่ยฉุนถูกกระแทกหลายครั้งจนแทบไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง
อีกทั้งยังรู้สึกได้ว่ามีมือมากมายที่จงใจกดพวกเธอลงไป
ใบหน้าของหลินม่ายซีดเผือด
คนเหล่านั้นต้องการผลักเธอและจางเสวี่ยฉุนลงพื้น จากนั้นท่ามกลางความโกลาหล พวกเธอจะต้องถูกเหยียบจนตาย
คนเหล่านั้นไม่มีทางถูกจับได้ และไม่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายอีกด้วย
หลินม่ายและจางเสวี่ยฉุนเป็นเหมือนเรือลำเล็กสองลำในมหาสมุทรที่มีคลื่นซัดสาดอย่างรุนแรงท่ามกลางพายุ และมีโอกาสจมอยู่ใต้คลื่นยักษ์เมื่อไหร่ก็ได้
ในช่วงเวลาวิกฤตินี้ แจ็คพยายามอย่างเต็มที่ที่จะบีบตัวเข้าไปหาหญิงสาวทั้งสอง
เขายิ้มโชว์ฟันขาวให้หลินม่าย “คุณหญิง ผมมาแล้ว โปรดตามผมมาอย่างใกล้ชิด!”
แจ็คใช้ชายผิวดำจำนวนมากเคลียร์ทางด้านหน้า หลินม่ายขอให้จางเสวี่ยฉุนติดตามแจ็คอย่างใกล้ชิด ขณะที่เธอเดินปิดขบวน
ในบรรดาคนทั้งสาม จางเสวี่ยฉุนมีร่างกายอ่อนแอที่สุด และจำเป็นต้องได้รับการปกป้อง
ขณะที่กำลังทะลวงออกไปได้ทีละขั้น จางเสวี่ยฉุนหมดแรงและกำลังจะทรุดตัวลงพื้น
เพื่อไม่ให้หลินม่ายและแจ็คได้รับความเดือดร้อนไปด้วย เธอจึงคลายมือที่จับเสื้อของแจ็ค และคลายมือที่จับกับมือของหลินม่ายด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามหลินม่ายไม่มีความตั้งใจที่จะปล่อยมืออีกฝ่ายไป
จางเสวี่ยฉุนขอร้อง “ม่ายจื่อ ปล่อยมือเถอะ! อย่าเสียสละโดยเปล่าประโยชน์!”
หลินม่ายไม่ได้พูดอะไร แต่พุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกคนอื่นเหยียบ
เธอมีความเชื่อมั่นเพียงหนึ่งเดียวว่าจะต้องปกป้องจางเสวี่ยฉุนให้ได้ และจะไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย!
เมื่อเห็นเช่นนี้ แจ็คก็พุ่งตัวเองไปหาพวกเธอและย่อตัวลงเพื่อใช้ลำตัวของเขาในการปกป้องหญิงสาวทั้งสอง
เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาปูดโปนขณะพูดกับหลินม่ายว่า “คุณหญิง รีบพาคุณจางออกไปเร็วเข้า!”
หลินม่ายต้องการพาจางเสวี่ยฉุนออกจากใต้สะพานโค้งมนุษย์ของแจ็ค แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายดาย
ด้านนอกสะพานโค้งมนุษย์ มีเท้าของผู้ชายสวมรองเท้าหนังขนาดใหญ่รออยู่
ทันทีที่พวกเธอออกไป พวกเธอจะต้องถูกเหยียบย่ำจนแบนอย่างแน่นอน
แต่หากยังลังเลอยู่เช่นนี้ แจ็คคงไม่สามารถอดทนอยู่ได้นาน
หลินม่ายได้ยินเสียงรองเท้าหนังเหยียบบนหลังของแจ็คอย่างแรง และแม้กระทั่งได้ยินเสียงใครบางคนจงใจกระโดดลงบนหลังของเขา
หลินม่ายรู้สึกกังวล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
หลังจากนั้นอีกสิบนาที ในที่สุดแจ็คก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป มุมปากของเขาค่อย ๆ มีเลือดไหลออกมาและหยดลงบนใบหน้าของหลินม่าย
เขาพูดด้วยเสียงอ่อนล้า “คุณหญิง ผมไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นบอดี้การ์ด และไม่สามารถปกป้องคุณได้”
ก่อนที่หลินม่ายจะพูดสิ่งใด ศีรษะของเขาก็ตกลงอย่างอ่อนแรง ทว่าร่างกายของแจ็คยังคงอยู่ในท่าปกป้องคุ้มกันอยู่อย่างนั้น
หลินม่ายอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตา เธอหันไปพูดด้วยรอยยิ้มกับจางเสวี่ยฉุนว่า “ดูเหมือนว่าวันนี้เราจะต้องตายอยู่ที่นี่แล้ว”
จางเสวี่ยฉุนเผยยิ้มสดใสให้เธอ “อืม”
แต่ทันใดนั้น เสียงตะโกนดังขึ้นมาจากที่ไกล ๆ
แม้จะฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ก็ได้ยินอย่างชัดเจนว่ามันเป็นภาษาจีน
หญิงสาวทั้งสองมองหน้ากันอย่างมีความหวัง นี่… มีคนมาช่วยพวกเธอเหรอ?
คนที่กำลังมาคือใคร?
หลังจากนั้น เสียงปืนดังสนั่นพร้อมใครคนหนึ่งตะโกนด้วยความกังวล “ม่ายจื่อ! คุณอยู่ไหน?”
มันเป็นเสียงของฟางจั๋วหราน!
ตามมาด้วยเสียงของเฉินเฟิงและเคอจื่อฉิง “ม่ายจื่อ! ทำไมถึงยังไม่ตอบรับอีก!”
หลินม่ายตะโกนตอบเสียงดัง “ฉันอยู่นี่ค่ะ! เสวี่ยฉุนและฉันอยู่ตรงนี้!”
ทันทีที่เธอพูดจบ กระสุนหลายนัดบินผ่านเหนือกำแพงมนุษย์ของแจ็คดังสนั่นหวั่นไหว
รองเท้าหนังขนาดใหญ่เหล่านั้นที่พยายามเหยียบย้ำหลินม่ายและจางเสวี่ยฉุนไปสู่ความตายพลันอันตรธานหายไป
หลินม่านรีบพาจางเสวี่ยฉุนลุกออกจากใต้ร่างของแจ็ค
เธอเห็นฟางจั๋วหรานและเฉินเฟิงต่างก็ถือปืนในมือ พวกเขาสุ่มลั่นกระสุนไปทางฝูงชน แต่โชคดีที่กระสุนตกลงที่พื้นที่เปิดโล่งพอดิบพอดี
ผู้คนต่างหวาดกลัวและหลบหนีไปทุกทิศทุกทาง
ด้านหลังฟางจั๋วหราน ลุงฝูมาพร้อมกับหัวหน้าเผย หัวหน้าโหยว และต้าจินหยาพร้อมลูกน้องของพวกเขา
พวกเขาส่งเสียงคำรามสั่นสะเทือนถึงฟากฟ้า
หลินม่ายคว้าโทรโข่งที่ใช้ตะโกนคำขวัญของกลุ่มประท้วงที่อยู่ด้านข้าง
เธอซ่อนตัวอยู่หลังตำรวจผิวดำและตะโกนบอกแก๊งทั้งสามว่า “หัวหน้าใหญ่ทั้งสาม ถ้าเห็นคนเอเชียสวมชุดอื่นที่ไม่ใช่เสื้อยืดสีแดง ให้จับพวกมันทั้งหมดไว้ ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น และพวกเขาเป็นคนที่ชักจูงกลุ่มคนผิวดำให้ก่อความวุ่นวาย เราต้องจับกุมคนผิวดำที่ก่อปัญหาอีกด้วย!”
เพื่อให้ขบวนประท้วงเป็นไปอย่างประสิทธิภาพ จึงกำหนดให้ผู้เข้าร่วมการประท้วงทุกคนสวมเสื้อยืดสีแดง
หลินม่ายสังเกตเห็นว่าชาวเอเชียที่สร้างปัญหาจะหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าสีแดงและใช้ภาษาญี่ปุ่นในการติดต่อสื่อสารกัน
หลินม่ายขอให้ทั้งสามแก๊งจับกุมชาวเอเชียทุกคนที่ไม่ได้สวมเสื้อยืดสีแดงทันที
ในที่เกิดเหตุวุ่นวายเกินไป หลินม่ายจำเป็นต้องตะโกนหลายครั้งกว่าที่อีกฝ่ายจะรับรู้
แม้ว่าผู้ก่อเหตุที่พูดภาษาญี่ปุ่นต้องการหลบหนี แต่แก๊งหลักทั้งสามมีจำนวนคนเกือบพันคน พวกเขาควบคุมผู้ก่อเหตุที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงชาวผิวดำจำนวนมาก
นี่คือจุดสิ้นสุดของความขัดแย้ง
บนถนนอันวุ่นวาย ศพหลายร่างสวมเสื้อยืดสีแดงถูกเหยียบย่ำจนตายท่ามกลางความโกลาหล รวมถึงศพของแจ็ค ซึ่งทั้งหมดถูกตำรวจอุ้มออกไป
ตำรวจหญิงมอบผ้าห่มสองผืนให้กับหลินม่ายและจางเสวี่ยฉุนเพื่อให้ความอบอุ่น
หลินม่ายไม่ได้ห่มมัน เธอเดินไปทักทายฟางจั๋วหรานและคนอื่น ๆ จากนั้นเธอและจางเสวี่ยฉุนเตรียมขึ้นรถไปยังสถานีตำรวจเพื่อลงบันทึก
หลังจากดูข่าวทีวี เมสันรู้ว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างการประท้วง เขาจึงรีบไปที่เกิดเหตุเพื่อค้นหาภรรยาที่รักของเขาในฝูงชนด้วยความกระวนกระวายใจ เมื่อเห็นจางเสวี่ยฉุน เขาตะโกนชื่อหล่อนด้วยความตื่นเต้น
จางเสวี่ยฉุนหันตามเสียงนั้นและยิ้มให้เขา ก่อนจะป้องปากตะโกนไปว่า “ทำสเต๊กไว้ที่บ้านและรอฉันกลับไปกินนะ ฉันอยากกินสเต๊กที่คุณทำ”
เมสันตอบรับอย่างอ่อนโยน “ได้สิ”
จางเสวี่ยฉุนยิ้มหวาน
ทันใดนั้นเสียงกระสุนปืนผ่านหูของหลินม่ายและยิงเข้าที่หน้าอกของจางเสวี่ยฉุนที่อยู่ด้านข้างโดยตรง
เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นทั่วร่างกายหลินม่าย เวลานี้คล้ายกับจิตใจของเธอว่างเปล่าไม่เหลือสิ่งใด ขณะที่มองร่างของจางเสวี่ยฉุนล้มลงตรงหน้า
มีคนตะโกนด้วยความตื่นตระหนก “เรียกรถพยาบาล รีบเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้!”
เมื่อหลินม่ายตั้งสติได้ เธอก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง “เสวี่ยฉุน!” จากนั้นรีบทรุดตัวลงเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของจางเสวี่ยฉุน
ขณะเดียวกัน ชายชาวเอเชียที่ถูกสมาชิกแก๊งทุบตีจนปางตายและนอนอยู่บนพื้นก็ได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายแอบเล็งปืนไปที่หลินม่ายและเหนี่ยวไกปืน…
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
แง้ เสวี่ยฉุนโดนยิง รอดมาได้หวุดหวิดกลับโดนยิงเฉยเลย ขอให้รอดนะคะ
ไหหม่า(海馬)
……….
เ