หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 7 คนป่วย
เช้านี้เป่าเปาได้มีโอกาสออกไปเยี่ยมป้าหูที่อยู่
หมู่บ้านเดียวกันพร้อมกับมารดา ได้ข่าวว่าหูซื่อเป็นไข้หนัก
เพราะต้องฝน ด้วยความที่หูซื่อกับหลี่หลิงมารดาของเป่า
เปาเป็นสหายที่ดีต่อกัน ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายล้มป่วยจึงสมควร
ไปเยี่ยมเยียนเพื่อช่วยเหลือและถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ
ก่อนหน้านี้ เพราะเป่าเปาแอบหนีออกไปข้างนอก
คนเดียว ทำให้หลี่หลิงตัดสินใจทำข้อตกลงกับบุตรสาวไว้
ว่า ห้ามออกไปนอกบริเวณบ้านคนเดียวอีก หากอยากจะ
ออกไปไหนขอให้มีคนในบ้านติดตามไปด้วย และสัญญาว่า
จะพานางออกไปข้างนอกด้วยบ่อยๆ ทำให้เป่าเปาได้
ติดตามนางมาด้วยในวันนี้
เมื่อมาถึงบ้านของหูซื่อเป่าเปาก็มองไปรอบๆอย่าง
อยากรู้อยากเห็น ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาก็เกือบจะหนึ่งเดือน นี่
เป็นครั้งแรกที่นางได้ออกมานอกบ้านของตัวเองจริงๆ สักที
“เป่าเปา ลูกไปเล่นกับเสี่ยวหูรอแม่ก่อนนะ”
เป่าเปามองซ้ายมองขวาจนพบเข้ากับเด็กผู้ชายคน
หนึ่ง ทำให้นางตอบรับคำของมารดาก่อนจะเดินไปทาง
เด็กผู้ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้
หลี่หลิงที่เห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าทีหนึ่งก่อนจะเดินเข้า
ไปในบ้านของหูซื่อพร้อมกับต้าหูบุตรชายคนโตของบ้าน
หลังนี้ที่นางไม่ให้เป่าเปาเข้าไปด้วย เพราะลูกสาวคนเล็ก
ร่างกายอ่อนแอ อาจติดโรคจากผู้อื่นได้ง่าย ดังนั้นนางจึง
เลือกให้เป่าเปารออยู่ที่ด้านนอกแทน
เมื่อเดินเข้ามาด้านในตัวบ้าน หลี่หลิงก็พบกับป้าหูที่
นอนอยู่บนเตียงด้วยร่างกายที่ดูอ่อนแรง
“พี่สะใภ้หู ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ได้ข่าวว่าท่านไม่
สบายมาก ข้ารู้สึกไม่สบายใจจึงแวะมาหา”
“แค่กๆ น้องสะใภ้หลี่ นั่งก่อนๆ แค่กๆ”
“ท่านนอนลงเถอะ ข้าดูแลตัวเองได้”
หลี่หลิงที่เห็นหูซื่อยันตัวขึ้นเพื่อต้อนรับ นางก็รีบเข้า
ไปห้ามทันที ที่นางมาก็เพื่อเยี่ยมเยียนอาการป่วย ไม่ได้
อยากให้อีกฝ่ายมานั่งต้อนรับ
“เช่นนั้นขอเสียมารยาแล้ว”
หูซื่อล้มตัวลงนอนบนที่นอนต่อ โดยที่หลี่หลิงและต้า
หูขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ๆ ทั้งสามคนพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง ทำ
ให้รู้ว่าหูซื่อถูกฝนตกหนักเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากนั้นนาง
ก็ล้มป่วยลง
ด้วยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงไข้หวัด ทำให้ต้าหูลูกชาย
คนโตไปเลือกเก็บสมุนไพรรักษาอาการไข้ทั่วไปมาให้
มารดากิน ผ่านไปสามวันอาการของหูซื่อกลับทรุดหนัก ต้า
หูจึงตัดสินใจแบกมารดาขึ้นหลังวิ่งไปขอยืมเกวียนจาก
ผู้ใหญ่บ้านและพามารดาของเขาเข้าไปหาหมอในเมือง
หมอในเมืองเองก็คิดว่าอาการที่หูซื่อเป็น เป็นเพียง
ไข้หวัดธรรมดา ทำให้เขาเขียนเทียบยาให้ต้าหูต้มให้มารดา
กินหลังอาหาร แต่เมื่อผ่านไปสองวันอาการของมารดาดู
เหมือนจะไม่ดีขึ้นเลยต้าหูจึงพามารดาไปหาหมอในเมือง
อีกครั้ง
ต้าหูไม่ได้พามารดาไปที่โรงหมอเดียวกันกับครั้งก่อน
แต่เลือกพามารดาไปที่โรงหมออีกสองแห่งแต่ผลการตรวจ
กลับเหมือนกับครั้งแรก ยาที่เขียนมาให้ก็ไม่ต่างจากเดิม
ทำให้ต้าหูรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก
หลี่หลิงที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ขมวดคิ้วเป็นปม
หากนางไม่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ยังคิดว่าหูซื่อยังไม่ได้พบ
หมอ เพราะสภาพร่างกายของหูซื่อดูแย่มากจริงๆ แต่นี่
สหายของนางได้ไปพบหมอมาแล้วถึงสามคน ทำให้นางที่
เป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งทำได้เพียงให้กำลังใจ ก่อนจะ
พูดคุยกันอีกหนึ่งแล้วจึงขอตัวออกมา
ทางด้านเป่าเปาที่กำลังนั่งมองเสี่ยวหูและเด็กอีกสอง
คนเล่นกันอยู่ เมื่อเห็นมารดา นางก็วิ่งไปหาทันที
“ท่านป้าหูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“ป้าหูสบายดี”
“จริงหรือขอรับ เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าท่านย่าอาการไม่
ดีขึ้นเลย”
เป่าเปาที่ได้ยินคำพูดของเสี่ยวหูก็หันไปมองมารดา
ของตัวเอง หลี่หลิงยิ้มน้อยๆ ออกมาก่อนจะเอามือลูบ
ศีรษะเสี่ยวหูที่อายุเท่าๆ กับเป่าเปาอย่างเอ็นดูก่อนจะเอ่ย
ขึ้นว่า
“ท่านย่าของเจ้าไม่เป็นอะไรหรอกขอแค่เสี่ยวหูทำตัว
เป็นเด็กดี ท่านย่าก็จะอยู่กับเจ้าไปอีกนานๆ เลย”
“จริงหรือขอรับ”
“จริงสิ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หลิง เด็กชายก็วิ่งเข้าไปหา
ท่านย่าของเขาทันที ป้าหูมีอายุมากกว่าหลี่หลิงอยู่หลายปี
ทำให้นางมีบุตรชายไวกว่าหลี่หลิง และมีหลานชายที่โต
พอๆ กับบุตรสาวคนเล็กของนาง
“หากข้าเป็นเด็กดี ท่านพ่อกับท่านแม่จะอยู่กับข้าไป
อีกนานๆ เลยเหมือนกันใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว”
“เช่นนั้นข้าจะเป็นเด็กดี”
หลี่หลิงยิ้มออกมา ก่อนจะจูงมือบุตรสาวกลับบ้าน
เพื่อทำอาหารให้เหล่าบุรุษที่ออกไปทำงานนอกบ้าน
——–
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่คนในบ้านตระกูลหลี่กำลังกินข้าว
เช้ากันอย่างพร้อมหน้า ได้มีแขกมาเยือนที่หน้าประตู
“ขออภัยเจ้าค่ะ นี่ใช่บ้านตระกูลหลี่หรือไม่เจ้าคะ”
หญิงสาวหน้าตาหมดจดมายืนอยู่ที่ลานบ้าน ทำให้ห
ลี่หลิงที่เป็นสตรีออกไปรับแขก
“ใช่แล้ว ที่นี่คือตระกูลหลี่ แม่นางน้อยเจ้ามาหาผู้ใด
กัน”
เมื่อได้รู้ว่ามาถูกที่แล้ว หญิงสาวก็หน้าขึ้นสีเล็กน้อย
ก่อนจะเอ่ยไปว่า
“ข้าชื่อหมิงจู เมื่อราวๆสองสัปดาห์ก่อน มีคนช่วยข้า
ไว้ที่ตลาด แต่ข้าไม่ทันได้ถามชื่อเสียงเรียงนาม ทำให้มา
ขอบคุณช้าไป ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ”
“ใครช่วยเจ้าไว้งั้นหรือ?”
คำพูดของหญิงสาวทำให้หลี่เอ้อลูกชายคนรองหันไป
มองหน้าสตรีผู้นั้นอย่างตั้งใจ และเอ่ยขึ้นว่า
“เป็นพี่ใหญ่ที่ช่วยนางไว้ที่ตลาดขอรับท่านแม่”
หมิงจูคือสตรีที่หลี่ต้าเคยช่วยไว้ที่ตลาดจากอันธพาล
นั่นเอง หลี่หลิงผู้เป็นมารดาที่ได้ยินก็มีประกายบางอย่าง
แวบผ่านดวงตาและก็หายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชวนหมิง
จูมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน
แต่หมิงจูปฏิเสธอย่างสุภาพก่อนจะเอาไข่ที่ถือมายื่น
ให้เพื่อขอบคุณ และขอตัวจากไป แต่ไหนเลยหลี่หลิงจะ
ยอม
“เป่าเปา ลูกอิ่มแล้วใช่หรือไม่ มาอยู่คุยเป็นเพื่อนแม่
หนูหมิงจูหน่อย”
“ท่านแม่ ข้ายัง…”
เมื่อเห็นสายตาเขียวๆ ที่มารดาส่งมา เป่าเปาก็รีบยัด
ไข่ต้มที่เหลือครึ่งฟองในมือเข้าปากก่อนจะเอ่ยอู้อี้ขึ้นว่า
“อิ่มแอ้วๆ อ้าอะอุยอับอี้อาวเอง”
กล่าวจบนางก็รีบวิ่งไปทางสตรีสองนางที่ยืนคุยกัน
อยู่ตรงลานบ้านทันที แม้ไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร แต่ดู
จากสายตาดุดันของมารดาแล้ว มีหรือจะปฏิเสธได้
หลี่หลิงผู้เป็นแม่พยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะดึงเป่า
เปามากระซิบ บอกให้ถามเรื่องคู่หมายกับบ้านช่องและ
ครอบครัวมาด้วย เป่าเปาได้แต่สงสัยในสิ่งที่ท่านแม่
ต้องการ แต่นางก็พยักหน้ารับ
เคยมีครั้งหนึ่งที่ท่านพ่อได้เงินค่าจ้างจากการไป
รับจ้างมากกว่าปกติ จึงได้รางวัลจากท่านแม่ หากนางทำ
เรื่องครั้งนี้ได้ดี นางอาจได้รางวัลจากท่านแม่เช่นกัน
ดังนั้นเด็กหญิงตัวน้อยจึงวิ่งด้วยสองขาสั้นๆ ของนาง
ไปหาหมิงจูและชวนคุยไม่หยุด เสียงหัวเราะของทั้งสองดัง
ขึ้นเป็นระยะๆ ก่อนที่หมิงจูจะขอตัวกลับไป
เป่าเปาได้นำความทั้งหมดที่สืบได้ไปเล่าสู่มารดา
และเหล่าผู้คนในครอบครัวฟัง
“พี่หมิงจูเป็นคนตระกูลหมิง บ้านอยู่ในเมืองทังโจว
เคยมีคู่หมายแต่ถูกยกเลิกเพราะกิจการที่บ้านมีปัญหา
ตอนนี้เลยยังไม่มีคู่หมาย ”
เป่าเปาเล่าออกมาเป็นชุดก่อนเอ่ยขึ้นอีก ว่า
“อ้อข้าลืมเรื่องสำคัญไปเลย มารดาของพี่หมิงจู
เสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน บิดาของนางตอนนี้โสดนะเจ้าคะ”
หลี่หลิงผู้เป็นมารดาไม่ได้สนใจประโยคหลังของลูก
สาวคนเล็ก นางมัวแต่คิดเรื่องเกี่ยวกับหมิงจูผู้นั้น แต่หลี่ชุน
ผู้เป็นสามีกลับมองภรรยาด้วยความสงสัย นี่ภรรยาของเขา
อยากรู้เรื่องของบิดาผู้อื่นทำไมกัน หรือว่า…
“หลิงเอ๋อร์ เจ้ากำลังคิดจะทิ้งข้าไปงั้นหรือ ไม่ได้นะ!!
แล้วลูกๆ พวกเราจะทำอย่างไร เจ้าไม่สงสารข้าก็สงสาร
เป่าเปาลูกสาวตาดำๆ ของเราเถอะ”
หลี่หลิงมองไปทางสามีมีหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ตาแก่ พูดจาไร้สาระเช่นนี้ วันนี้เจ้าก็ไปนอนนอก
ห้องซะเถอะ””
เป่าเปาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ดวงตาเป็นประกายวิบวับ
วันนี้นางจะได้นอนกับมารดาสองคน ไม่มีบิดามานอน
เบียดและกรนอยู่ข้างๆ ไม่เสียทีที่ไปชวนพี่หมิงจูคุย ช่าง
เป็นรางวัลที่ดีจริงๆ