หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 58 วันที่สิบห้า
หลังจากซูซินพาบุตรชายไปทำความสะอาดร่างกาย
ก็พาเขาไปกินนมนอน นางจึงผล็อยหลับไปพร้อมบุตรชาย
ด้วยความเหนื่อยอ่อน โดยไม่ได้กลับเข้าไปในห้องของหลี่ห
ลิงอีก
วันนี้หลี่เฉินที่สบายตัวนอนหลับยาวเป็นพิเศษ ซูซิน
ก็เช่นกัน เมื่อนางตื่นมาก็พบว่าเป็นยามเซิน จึงรีบลุกไปดู
ในห้องครัวเพื่อตรวจความเรียบร้อยของโต๊ะอาหารที่จะ
นำมาวางเป็นมื้อเย็น
ผู้คนในตระกูลหลี่ค่อยๆ ทยอยกันกลับมาบ้าน โดย
มีหลี่ชุนผู้เป็นพ่อกลับมาถึงเป็นคนสุดท้าย ทั้งสี่ต่างนั่งกิน
ข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา พูดคุยกันพักหนึ่งก่อนจะแยกย้าย
ไปห้องของตัวเอง
หลี่ชุนก้าวเข้ามาในห้องเหมือนเคย สายตาของเขา
มองไปทางภรรยาที่นอนอยู่บนเตียงก่อนจะถอนหายใจ
ออกมาแล้วพูดว่า
“เฮ้อออ ยายแก่ หากเจ้ายังไม่ตื่นขึ้นมาอีก ข้าจะหา
ภรรยาใหม่ละนะ”
เขาพูดหยอกล้อภรรยาเช่นทุกวันก่อนจะเดินไป
อาบน้ำ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนบนเตียงได้ลืมตาขึ้นมาแล้ว
อาบน้ำเสร็จหลี่ชุนก็เดินเข้ามาในห้อง
“ไปไหนมา”
“ข้าก็ไปทำงานน่ะสิ”
เขาตอบกลับโดยไม่ได้สนใจเสียงที่ถาม จนผ่านไปครู่
หนึ่งก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองอยู่ในห้องนี้กับภรรยาสองคน
แล้วใครเป็นคนถามเขาขึ้นมาล่ะ ถ้าไม่ใช่…
คิดได้เช่นนั้นสายตาก็จับจ้องไปทางเตียงนอนทันที
ก่อนหน้านี้ไฟค่อนข้างสลัวทำให้เขาไม่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลัง
ลืมตา เมื่อเพ่งมองด้วยใจที่สั่นระรัวก็พบว่าหลี่หลิงผู้เป็น
ภรรยามองมาที่เขาจริงๆ
หลี่ชุนทำอะไรไม่ถูก วิ่งออกไปนอกห้อง ก่อนจะลาก
บุตรชายคนที่สี่เข้ามา
“ท่านพ่อ เกิดอะไรหรือขอรับ”
“คือ..แม่…แม่..เจ้า”
เพราะวิ่งมาเร็วเกินไปบวกกับอายุที่มากแล้ว ทำให้ห
ลี่ชุนเหนื่อยหอบ พูดจาจับใจความไม่ได้ หลี่ซื่อลูกชายคน
ที่สี่ที่ได้ยินคำพูดบิดาก็เข้าใจว่ามารดาของเขาเกิดเรื่องไม่ดี
จึงวิ่งไปที่ห้องของนางทันที
หลี่เอ้อที่ห้องอยู่ติดกับหลี่ซื่อได้ยินเสียงเอะอะ
โวยวาย จึงรีบวิ่งตามไปดู โดยให้ซูซินและบุตรชายรออยู่ใน
ห้อง เขาเห็นสองคนวิ่งไปที่ห้องของหลี่ชุนผู้เป็นพ่อ เขาจึง
รีบวิ่งตามไปจนทันแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า
“น้องสี่เกิดอะไรขึ้น!!”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ”
หลี่ซื่อน้องชายสี่ส่ายหน้าเป็นคำตอบ เขาเองก็ฟัง
บิดาบอกพูดไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ดังนั้นสองพี่น้องจึงเปิด
ประตูเข้าไปด้านใน พบหลี่หลิงผู้เป็นมารดานั่งอยู่บนเตียง
“โถ่ข้าก็นึกว่าท่านแม่เป็นอะไรไป ที่แท้ท่านแม่ก็นั่ง
อยู่นี่เอง….”
“!!”
“ท่านแม่นั่ง!!!”
สองเสียงดังประสานกันอย่างตกใจผสมกับความดีใจ
“นี่แหละที่ข้าจะบอกพวกเจ้า”
หลี่ชุนเอ่ยขึ้น แต่สองพี่น้องไม่ได้สนใจฟังคำพูดของ
เขา ทั้งคู่วิ่งเข้าไปในห้องเพื่อดูอาการของมารดาทันที
หลี่หลิงที่เห็นบุตรชายสองคนวิ่งเข้ามาก็ยิ้มอ่อนๆ ให้
ทั้งที่สีหน้าของนางยังซีดเซียว ต้องขอบคุณหลี่ชุนผู้เป็น
สามีที่คอยดูแลนางไม่ห่าง คอยทำกายภาพบำบัดให้ตาม
คำแนะนำของหมอเทวดาที่เคยบอกเอาไว้ในตอนที่เขายังมี
ชีวิตอยู่ไม่เคยขาด ทำให้เมื่อภรรยาของเขาฟื้นขึ้นมาก็
สามารถขยับตัวได้บ้าง
“ท่านแม่ท่านฟื้นแล้ว ข้าดีใจจริงๆ”
หลี่ซื่อลูกชายคนที่สี่วิ่งเข้าไปกอดแม่ของเขาอย่างไม่
อายใคร หลี่หลิงขมวดคิ้วน้อยๆ นางไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้า
ใช่หลี่ซื่อบุตรชายคนที่สี่ของนางหรือไม่ แม่จะรู้สึกคุ้นตา
แต่เขากลับตัวสูงใหญ่กว่าที่นางเคยเห็นมาก จนนางไม่
มั่นใจ
หลี่เอ้อที่สังเกตเห็นปฏิกิริยาของมารดาก็เล่าเรื่องทุก
อย่างที่เกิดขึ้นให้ฟัง ตั้งแต่นางถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส
แต่ยังโชคดีที่ได้พบหมอเทวดาช่วยเหลือ จากนั้นด้วยความ
พยายามของเหล่าพี่น้อง ทุกคนจึงมีทางเดินชีวิตเป็นของ
ตัวเอง หลี่ต้าได้เป็นขุนนาง หลี่เอ้อได้เป็นทหาร หลี่ซาน
เป็นคหบดี หลี่ซื่อเป็นหมอ และเป่าเปาเองก็เป็นเจ้าของ
ร้านน้ำชาที่มีเครือข่ายด้านข่าวสารเป็นวงกว้าง
หลี่หลิงนั่งฟังบุตรชายคนรองเล่าเรื่องราวอย่าง
เงียบๆ ก่อนจะพยักหน้ารับว่านางเข้าใจสิ่งที่เขาพูด แต่สิ่ง
ที่นางไม่เข้าใจเลยคือ…เหตุใดสามีถึงเลือกเปิดหอดนตรี!!
กว่าหลี่ชุนจะอธิบายความเป็นมาที่ตนเปิดหอดนตรี
ได้ก็เหงื่อตกไปหลายถังเลยทีเดียว
“แน่ใจนะว่าท่านไม่ได้ยุ่งกับสาวนักร้องนักดนตรี”
“ไม่มี๊ไม่มี”
“ไว้ข้าหายดีก่อน ข้าจะไปที่หอดนตรีดูสักที อย่าให้มี
ใครมาฟ้องข้าเชียว”
“ไม่มีแน่นอนจ้า ข้ารับประกันได้ หากข้าโกหก เอ่อ
เอ่อ…”
“เฮอะ”
หลี่หลิงสบถออกมาทีหนึ่งก่อนจะล้มตัวลงพักผ่อน
เพราะนางรู้สึกเหนื่อย อาจเป็นเพราะนางเพิ่งฟื้นขึ้นมา
เลยทำให้นางยังคงอ่อนเพลียอยู่มาก ทุกคนจึงออกไปข้าง
นอกเพื่อไม่เป็นการรบกวนนาง เมื่อทุกคนออกไปจน
หมดหลี่หลิงก็ยิ้มน้อยๆ ออกมา โชคดีจริงๆ ที่นางได้ฟื้น
ขึ้นมาจากความฝันอันแสนยาวนาน
จริงๆ แล้วนางรู้สึกได้ในทุกการกระทำของหลี่ชุนผู้
เป็นสามี แต่นางแค่อยากหยอกล้อเขาก็เท่านั้นคิดถึงทุกคน
จริงๆ นอกจากรู้สึกได้ถึงการกระทำของคนรอบข้าง นาง
ยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นแปลกๆ ที่ช่วยปลุกนางขึ้นมาอีกด้วย แต่
นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก กลิ่นอะไรกันนะที่เตะจมูกนางได้
ขนาดนั้น สงสัยพรุ่งนี้ต้องถามลูกๆ ของนางดูสักหน่อย
แล้ว
———
วันนี้คือวันที่สิบห้าของเดือน บนถนนหน้าร้านของห
ลี่ซานมีความคึกคักเป็นพิเศษ ชาวบ้านมากมายต่างราย
ล้อมกันมามุงดูเรื่องสนุกอย่างการออกรางวัลหมายเลขตั๋ว
มังกรทองเป็นครั้งแรก ทั้งคนที่ซื้อและไม่ได้ซื้อตั๋วต่างก็
รู้สึกสนใจด้วยกันทั้งนั้น
หลี่ซานได้เตรียมทุกอย่างมาเป็นอย่างดี การค้าจะ
รุ่งเรืองหรือร่วงลงเหวก็ขึ้นอยู่กับวันนี้ ดังนั้นทุกอย่างจึง
ต้องออกมาดีที่สุด เริ่มจากการเตรียมเวทีให้สูงจากพื้นหนึ่ง
หมี่ เพื่อให้ผู้คนสามารถมองเห็นการออกเลขได้ทั้ง
ระยะใกล้และระยะไกล
“ข้าคือหลี่เอ้อ เป็นเจ้าของร้านมังกรทองแห่งนี้ วันนี้
เป็นวันแรกที่เราจะออกรางวัลเพื่อให้ได้เห็นการดำเนินการ
ที่โปร่งใส ข้าจะขอสุ่มคนจากกลุ่มพวกท่านสองคนขึ้นมา
จับหมายเลขในโหลแก้วโปร่งใสใบนี้”
“ถึงโหลแก้วจะใส แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านใส่เลข
ครบทุกตัว”
“เป็นคำถามที่ดี ก่อนเราจะทำการสุ่มจับเลขขึ้นมา
ข้าจะให้เจ้าหน้าที่ของข้าแสดงม้วนกระดาษที่เขียนตัวเลข
เอาไว้ ก่อนโยนลงไปในโหลทั้งสองใบ”
ชาวบ้านที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ มี
ใครบ้างไม่ชอบความโปร่งใส ดังนั้นหลี่ซานจึงเตรียมพร้อม
เรื่องนี้มาเป็นอย่างดี
ก่อนอื่นหลี่ซานได้ยืมตัวสาวงามจากหอดนตรีใน
เมืองหลวงมาเป็นผู้แสดงตัวเลขบนกระดาษ มีใครบ้างที่ไม่
ชอบอะไรสวยๆ งามๆ ดังนั้นการเลือกคนขึ้นมาบนเวที
ย่อมมีความสำคัญเช่นกัน
“ข้าน้อยผิงเอ๋อ/ข้าน้อยผิงอัน จากหอดนตรีห่าวทิง
จะเป็นผู้แสดงตัวเลขในวันนี้เจ้าค่ะ”
สองเสียงประสานกันจบ พวกนางก็หันไปหยิบ
กระดาษแผ่นใหญ่ออกมา ก่อนจะหันไปทางด้านหน้าแล้ว
เอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า
“หมายเลขศูนย์”
แล้วก็พับกระดาษเป็นสี่ส่วนก่อนจะหย่อนลงในโหล
แก้วโปร่งใสใบใหญ่ โหลใสมีทั้งหมดสองใบ ใบซ้ายเป็นผิง
เอ๋อ ส่วนใบขวาคือหน้าที่ของผิงอัน จากนั้นทั้งคู่ก็หันไป
หยิบกระดาษอีกแผ่นหันมาชูขึ้นแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“หมายเลขหนึ่ง”
พวกนางทำขั้นตอนเดิมซ้ำๆ ไปจนถึงหมายเลขเก้า
และหลี่ซานก็มารับช่วงต่อ
“ทุกท่านจะเห็นได้ว่าแผ่นกระดาษทั้งสิบแผ่นของเรา
ถูกใส่ลงไปในโหลแล้ว แต่หลายๆอาจจะรู้สึกว่ามันยังไม่น่า
พึงพอใจดังนั้นข้าต้องการอาสาสมัครมาทำการคนเพื่อคละ
เคล้ากระดาษเหล่านี้ให้กระจายออกจากกัน มีท่านใดสนใจ
รับหน้าที่นี้หรือไม่?”
“ข้าเอง”
ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่คนหนึ่งอาสาขึ้นมาบนเวทีเพื่อ
ทำให้กระดาษในโหลให้กระจายออกจากกัน
“ขอบคุณมากพี่ชาย ต่อไปเราจะทำการสุ่มผู้ขึ้นมา
จับหมายเลขเป็นคนแรก”
หลี่ต้ากวาดตามองไปรอบๆ ก็พบเข้ากับคนคุ้นเคยที่
เพิ่งเจอกันเมื่อเช้านี้ อีกฝ่ายที่ถูกมองมาถึงกับชะงัก
เล็กน้อย ดูเหมือนจะมีงานเข้าเขาแล้วใช่หรือไม่ และก็เป็น
ดังคาด เมื่อหลี่เอ้อเอ่ยขึ้นว่า
“วันนี้ข้าช่างโชคดีที่ท่านอ๋องสามมาร่วมเป็นสักขี
พยานการออกหมายเลขรางวัลครั้งแรก ไม่ทราบว่าท่าน
อ๋องสามจะให้เกียรติเป็นผู้สุ่มจับเลขในครั้งนี้ของเราได้
หรือไม่ขอรับ”
อ๋องสามถึงกับตากระตุกเล็กน้อย เขาแค่เดินผ่านมา
เฉยๆ เท่านั้น ไม่ได้สนใจการออกเลขอะไรนี่สักหน่อย ก็แค่
หยุดดูนิดเดียวแต่ถูกเจ้าเด็กหนุ่มนั่นเห็นเข้าจนได้ จะ
ปฏิเสธก็รู้สึกแปลกๆ เอาเถอะขอขึ้นไปจับสลากหมายเลข
รางวัลหน่อยก็แล้วกัน เขาไม่ได้สนใจอะไรนี่จริงๆ นะ อ๋อง
สามได้แต่พูดกับตัวเอง
เขาเดินเข้าไปบนเวทีอย่างองอาจ สีหน้าดุดันทำให้
ชาวบ้านด้านล่างต่างเงียบกริบ
“เชิญท่านอ๋องสามได้เลยขอรับ”
หลี่ซานฉีกยิ้มกว้าง อ๋องสามที่เห็นเช่นนั้นก็ทำเป็นไม่
สนใจ ล้วงมือเข้าไปหยิบกระดาษออกมาจากในโหลใบแรก
“เพื่อความโปร่งใส ข้าขออาสาสมัครอีกหนึ่งท่านมา
ช่วยจับเลขที่โหลใบที่สองในวันนี้ด้วยขอรับ”
จบคำของหลี่ซาน ชาวบ้านต่างยกไม้ยกมือแสดงตัว
ว่าต้องการเป็นผู้จับเลข ทำให้หลี่ซานต้องตั้งเงื่อนไขขึ้นว่า
“หากใครนำตั๋วมังกรทอง มาแสดงที่หน้าข้าเป็นคน
แรก คนผู้นั้นคือคนที่มีสิทธิ์จับหมายเลขตัวที่สอง”
สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งวิ่งมาเป็นคนแรก ทั้งยังแสดง
ตั๋วมังกรทองที่อยู่ในมือให้หลี่ซานได้เห็น ดังนั้นนางจึงได้
สิทธิ์จับเลขใบที่สอง
“ตอนนี้เลขทั้งสองใบได้อยู่ในมือคนของข้าเรียบร้อย
แล้ว ขอบคุณท่านทั้งสองมากขอรับที่ให้ความร่วมมือเป็น
อย่างดี”
หลี่ซานให้ผิงเอ๋อกับผิงอันถือกระดาษไว้ในมือก่อน
จะเอ่ยขึ้นว่า
“ต่อไปจะเป็นการเปิดเลขในกระดาษของเราแล้วนะ
ขอรับ เป็นเลขอะไรดี”
“สองห้า สองห้า”
“เก้าเจ็ด เก้าเจ็ด”
“สี่สาม สี่สาม”
เสียงภาวนาของแต่ละคนดังขึ้นราวกับต้องการใช้
เสียงเปลี่ยนเลขในมือหญิงสาวทั้งสองให้เป็นเลขที่ตัวเอง
ต้องการ และแล้วเลขที่ออก …
“สี่….
……
…..
หก
โปรดฟังซ้ำสี่หก”
“ม่ายยย ข้าซื้อสี่ห้า”
“โอ๊ยเฉียดไปนิดเดียวเอง?? ครั้งหน้าข้าต้องถูก
แน่นอน!!”
อ๋องสามที่ได้ยินตัวเลขเช่นนั้น ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดู
เหมือนเลขที่เขามีจะไม่มีเลขนี้นะ แต่พ่อบ้านที่ตามมาด้วย
ได้ยินเช่นนั้นก็กระโดดโลดเต้นอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ดู
เหมือนเขาจะมีโชคด้านนี้อยู่ไม่น้อยเลย
นอกจากพ่อบ้านแล้ว ก็ยังมีบรรดาชาวบ้านอีกหลาย
คนที่เอาตั๋วไปขึ้นเงินกับร้านมังกรทอง ทำให้ผู้อื่นที่ไม่ถูกได้
แต่มองตามอย่างริษยา
อ๋องสามที่ไม่ถูกเลขรางวัลก็รู้สึกเจ็บใจ ทำให้ครั้ง
ต่อมาเขาส่งคนไปกว้านซื้อตั๋วมังกรทองมาหลายสิบใบ
เพื่อให้เขาได้ถูกรางวัลบ้าง
หลังจากนั้นตั๋วมังกรทองก็เกิดความนิยมสูงมากใน
หมู่ชาวบ้านรวมทั้งขุนนาง จนมีพ่อค้าหัวใสหลายรายกว้าน
ซื้อเลขที่เหมือนกัน จัดเป็นชุดแล้วนำไปขายต่อในราคาที่
สูงกว่าปกติ