หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 50 รักแรกพบ
ณ จวนเสนาบดีจิ้น
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ได้ตำแหน่งในเมืองหลวงจริงหรือ
ขอรับ??”
พี่ใหญ่งั้นหรือ? เขามีบุตรชายเพียงคนเดียว เหตุใด
จู่ๆ บุตรชายของเขามีพี่ใหญ่ได้อย่างไร
“หากพี่ใหญ่ของเจ้าหมายถึงใต้เท้าฝูเฟิ่ง เขากำลังได้
เข้ามาแทนตำแหน่งขุนนางกรมคลังที่เพิ่งถูกเนรเทศไป”
“ไม่ใช่ใต้เท้าฝู แต่เป็นใต้เท้าหลี่ต้าต่างหากขอรับ”
“หลี่ต้า? อ่อ เด็กหนุ่มผู้นั้นน่ะรึ เขาได้ตำแหน่งผู้
ตรวจสอบทุจริตขึ้นตรงต่อฮ่องเต้โดยตรงเชียว ว่าแต่เหตุใด
เจ้าถึงเรียกเขาว่าพี่…”
ยังไม่ทันที่เสนาบดีจิ้นจะพูดจบ บุตรชายสุดที่รักก็
บอกขอบคุณเขา ก่อนจะวิ่งออกไปพร้อมบ่นพึมพำถึง
ของขวัญอะไรสักอย่าง ทำให้เขาถึงกับยืนงงอยู่กับที่โดยไม่
ทันได้รู้ว่าเหตุใดบุตรชายถึงเรียกอีกฝ่ายเช่นนั้น เอาเถอะ
ไว้บุตรชายกลับมาค่อยถามก็แล้วกัน
“นายท่าน คุณชายเฟยขอพบขอรับ”
“ให้เขาเข้ามาได้”
เฟยหลงที่ได้รับอนุญาตก็เดินเข้ามาด้านในและบอก
จุดประสงค์ของตัวเองโดยไม่อ้อมค้อมตามนิสัยของเขา
“ท่านเสนาบดี ข้าอยากเปลี่ยนไปทำงานทางฝ่ายบู๊
ลงพื้นที่ขอรับ”
“เหตุใดเจ้าถึงอยากเป็นขุนนางฝ่ายบู๊?”
“ข้ารู้สึกว่าตัวเองเหมาะกับงานลงพื้นที่มากกว่า
ขอรับ”
การผลักดันเฟยหลงให้ไปเป็นขุนนางฝ่ายบู๊อย่างที่
เจ้าตัวต้องการ ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก ในเมื่องาน
ประจำเป็นงานคัดฎีกาในท้องพระโรง จะหาผลงานด้าน
การลงพื้นที่จากไหนไปแสดงให้ผู้อื่นเห็นกัน
เสนาบดีจิ้นยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับปากเฟย
หลงว่าจะหาทางช่วย แต่ไม่ได้บอกว่าจะได้หรือไม่ได้ เฟ
ยหลงกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินออกไป ทำให้ตอนนี้
เสนาบดีจิ้นนั่งอยู่เพียงลำพังในห้องหนังสือ
การเป็นขุนนางฝ่ายบู๊มีโอกาสสร้างผลงานได้
มากกว่างานจำเจที่ทำแต่ในห้องแบบขุนนางฝ่ายบุ๋น แต่ก็
ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงเช่นกัน
หลังจากคิดอยู่นานแต่ก็ยังคิดอะไรไม่ออก เขาจึงนำ
เรื่องนี้ไปปรึกษากับจิ้นฝูผู้เป็นบิดา และอาจารย์ฮุ่ยซิ่วอีก
ครั้งหนึ่ง
——–
ด้านตระกูลหลี่
ระหว่างที่ทั้งสี่คนกับอีกหนึ่งตัว พร้อมบ่าวรับใช้
จำนวนหนึ่งเริ่มออกเดินทางไปเมืองหลวง เป่าเปาได้แอบ
แวะไปตามจุดในเมืองต่างๆ ที่ตนเคยแอบซ่อนสิ่งของมีค่า
เอาไว้ บ้างก็ยังคงอยู่ บ้างก็ถูกคนค้นพบไปแล้ว แต่นาง
ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เพราะตอนนี้ตัวเองไม่ได้ขาด
แคลนเงินทองอีกต่อไปเพียงแต่นางอยากจะเก็บของสะสม
ของตัวเองในชาติก่อนเอาไว้ก็เท่านั้น
สิ่งที่แอบซ่อนเอาไว้ในแต่ละจุดล้วนมีราคาไม่เท่ากัน
แล้วแต่ว่าตอนนั้นนางหาอะไรมาได้บ้าง ส่วนใหญ่ของที่
ซ่อนเอาไว้จะเป็นเครื่องประดับ ดังนั้นนางจึงเก็บของ
เหล่านั้นเอาไว้ใช้หรือไว้ขายในยามจำเป็น
ระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทาง ก็พบเข้ากับกลุ่มคน
ในเมืองกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
“แม่นางคงไม่รู้สินะว่าข้าลูกใคร!!”
บุรุษผู้หนึ่งถามขึ้นด้วยท่าทีโอหัง สตรีผู้ถูกถามมอง
หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่หวั่นเกรงแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าเป็นลูกใคร”
“ปากดีนักนะ พวกเจ้าจัดการหญิงปากดีผู้นั้น แล้ว
ลากนางกลับจวน”
“ขอรับ”
บ่าวรับใช้สองคนที่ได้ยินต่างรับคำ พร้อมเข้าจู่โจม
หญิงสาวตามที่ได้รับคำสั่งทันที ผู้คนในเมืองต่างไม่มีใคร
กล้ายื่นมือเข้าช่วย มีเพียงคนตระกูลหลี่ที่ผ่านมาเห็น
เหตุการณ์เข้าและคิดจะเข้าช่วยเหลือ
แต่เรื่องราวไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เพราะไม่เพียง
หญิงสาวผู้นั้นจะไม่เป็นอะไร นางยังซัดบ่าวรับใช้สองคน
พร้อมผู้เป็นนายจนวิ่งหางจุกตูดอย่างไม่น่าเชื่อ
หลี่ซานพี่ชายคนที่สามเห็นเช่นนั้นก็ตาลุกวาว เขารีบ
สาวเท้าเข้าไปหาสตรีผู้นั้นทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“แม่นางเจ้าเยี่ยมมากเลย สนใจมาเป็นภรรยาของข้า
หรือไม่”
“นี่เจ้าคิดจะหาเรื่องข้าอีกคนหรือ?”
“ไม่ๆ ข้ากำลังมองหาภรรยาที่ทั้งสวยและเก่งเท่า
นั้นเอง”
หลี่ซานฉีกยิ้มกว้าง ด้วยใบหน้าที่ละมุนละไม
เหมือนกับหลี่หลิงผู้เป็นมารดา ทำให้เขามีหน้าตาหล่อ
เหลาที่สุดในบรรดาพี่น้อง แม้แต่หญิงสาวเองก็ยังรู้สึกเขิน
อายเล็กน้อยเมื่อมีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลามาพูดเช่นนี้
ด้วย
“ข้าทั้งสวยและเก่ง แล้วเจ้าล่ะมีอะไรดี?”
“ข้ามีดีหลายอย่างเลยล่ะ หากได้มาอยู่กับข้า เจ้าจะ
ได้รู้เอง”
รอยยิ้มยังคงไม่จางไปจากใบหน้าของหลี่ซาน ทำให้
อีกฝ่ายเขินอายมากขึ้นแต่ก็แสดงออกว่าไม่ได้รู้สึกอะไร
มากมาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ไว้ข้าเห็นว่าเจ้าคู่ควรก่อนข้าจะรับเจ้าไว้พิจารณาก็
แล้วกัน”
กล่าวจบนางก็หมุนตัวจากไป ปล่อยให้หลี่ซานมอง
ตามด้วยความเสียดายเล็กน้อย ตั้งแต่เล็กจนโตเขาแทบไม่
เคยสนใจสตรีใดเลยนอกจากคนในบ้าน จู่ๆ วันนี้เมื่อเขาได้
เห็นสตรีตรงหน้ากลับรู้สึกถูกชะตาขึ้นอย่างน่าประหลาด
หรือนี่จะเรียกว่ารักแรกพบ
“พี่สาม พี่ไปขอใครแต่งงานหรือเจ้าคะ”
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เจ้าสืบมาให้หน่อยได้หรือไม่
ว่านางเป็นใคร”
“อ้าว!?!”
ทุกคนในที่นั้นต่างก็งุนงงไม่แพ้กัน เป่าเปามองหน้า
พี่ชายคนที่สามอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็เลือกจะออกไปหาข้อมูล
สตรีที่อาจเป็นว่าที่พี่สะใภ้คนที่สาม ส่วนคนอื่นๆ ก็พากัน
เข้าพักในโรงเตี๊ยมที่จองเอาไว้
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น เป่าเปากลับมาพร้อมกับ
ข้อมูลที่พี่ชายสามของนางต้องการ
“เป็นยังไงบ้างน้องเล็ก!!”
“ข้ามีเวลาไม่มาก สืบมาได้แค่ว่านางไม่ใช่คนที่นี่ มี
สาวใช้และบ่าวติดตาม ทั้งยังมีองครักษ์คอยระวังอยู่ห่างๆ
อีกหนึ่งคน ฐานะน่าจะไม่ธรรมดาแน่ พี่สาม ข้าว่าท่านมอง
หาสตรีคนใหม่เถอะ ดูท่าทางแล้วแม่นางผู้นี้น่าจะเข้าหาได้
ยากเกินไปสำหรับพี่”
“หากไม่ลองดูแล้วจะรู้ได้ไงกัน อะไรได้มายากๆ ยิ่งมี
ค่ามาก เจ้าว่าจริงหรือไม่?”
“นี่พี่จะเอาจริงหรือ?”
“น้องเล็กเจ้าเคยเห็นข้าล้อเล่นหรือ?”
“บ่อยไป”
“โถ่ว นั่นเรียกว่าหยอกล้อไม่ใช่ล้อเล่นเสียหน่อย เอา
น่าครั้งนี้ข้าเอาจริงนะ”
“แล้วพี่จะทำอย่างไร?”
เมื่อได้ยินคำถามของเป่าเปาหลี่ซานก็มองไปทาง
น้องสาวของเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“ข้ารู้นะว่าที่พี่รองได้แต่งกับพี่ซูซินเพราะเจ้า”
เป่าเปาเฉไฉมองไปทางอื่น เพราะนางรู้ว่าพี่ชายคน
รองแอบชอบพี่ซูซิน นางจึงมักจะเอาดอกไม้ไปให้หรือไม่ก็
เอาขนมไปฝากพี่ซูซินแล้วบอกว่าพี่รองฝากมาให้ก่อนที่ที่
บ้านจะเกิดเรื่อง หลังจากนั้นคือวาสนาของพี่รองเอง
ทั้งหมด
“ไม่ต้องมองข้าเลย เรื่องของพี่ พี่จัดการเองก็แล้วกัน
ข้าไปอาบน้ำก่อนนะเจ้าคะ”
“เดี๋ยวก่อน”
เป่าเปาวิ่งลิ่วหนีเข้าห้องตัวเองทันที ไม่ปล่อยให้
พี่ชายคนที่สามรั้งนางไว้ หลี่ซานที่เห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจ
ออกมาทีหนึ่ง ไม่ช่วยก็แล้วไป แต่เหตุใดไม่บอกที่อยู่ของ
แม่นางผู้นั้นก่อนเล่า
ขณะที่เขากำลังกลัดกลุ้มสายตาก็เหลือบไปเห็นหญิง
สาวที่ตนหมายปองกำลังถูกล้อมด้วยชายฉกรรจ์ห้าคน เขา
จะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือแน่ เขาจึงพุ่งตัวลงไปตรง
กลางวงล้อมด้วยอีกคนหนึ่ง
“แม่นาง มีข้าอยู่เจ้าไม่ต้องกลัว”
หลี่ซานกำหมัดขึ้นมา หมายจะแสดงความองอาจให้
หญิงสาวได้เห็น แต่เหล่าอันธพาลไม่รอให้เขาตั้งตัว ซัด
หมัดใส่หน้าเต็มๆ หนึ่งที ตามมาด้วยหมัดที่ท้องอีกหนึ่งที
จนทรุดลงกับพื้น
หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็อดส่ายหน้าน้อยๆ ไม่ได้ นาง
จัดการกับเหล่าอันธพาลที่เป็นชายฉกรรจ์ทั้งห้าจนหมอบ
ภายในเวลาอันสั้น ก่อนจะหันไปหาบุรุษที่มาช่วยแล้วเอ่ย
ขึ้นว่า
“หรือนี่คือข้อดีของท่าน”
“แน่นอน เจ้าจะได้เห็นว่าข้ามีความอดทนมากแค่
ไหนไงล่ะ เจ้าต่อยตีเก่งแล้ว ข้าจะต่อยตีเก่งไปทำไม ดูสิ
เหมาะสมกันจะตาย”
หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะขบขันออกมาทีหนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ข้าชื่อเลี่ยงหรู อาศัยอยู่ที่เมืองหลวง หากท่านอยาก
ได้ข้าเป็นภรรยาจริงๆ แล้วล่ะก็ ไปขอข้ากับบิดาก็แล้วกัน”
กล่าวจบนางก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินจากไป ปล่อย
ให้หลี่ซานที่ได้ยินถึงกับตะโกนออกมาอย่างดีใจ เขากำลัง
จะมีภรรยาแล้ว
แต่ข่าวที่เป่าเปาไปสืบแล้วนำกลับมาบอกใน
วันรุ่งขึ้นทำให้เขาถึงกับเข่าทรุด สตรีที่หมายปองเป็นถึง
บุตรสาวของอ๋องสาม ผู้ขึ้นชื่อว่าหวงลูกสาวที่สุดในแผ่นดิน
“อะไรที่ได้มายากๆ ย่อมมีค่ามากเสมอ สู้ๆ นะ
พี่ชาย”
“…”