หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 43 ครรภ์มังกร
การเดินทางจากเมืองทังโจวมาที่เมืองหลวงหากใช้
รถม้าวิ่งโดยไม่หยุดพักจะใช้เวลาถึงสองวัน จะเป็นไปได้
อย่างไรที่จะส่งม้าเร็วกลับไปรับหลี่ต้าเข้าเมืองหลวง
ดังนั้นฝูเฟิ่งจึงเลือกส่งจดหมายไปที่เมืองทังโจวเพื่อ
เรียกตัวหลี่ต้ามาที่นี่โดยด่วน แต่ใครจะไปรู้ว่าคนที่เขาเรียก
ตัวกลับนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายใจอยู่บนเรือสำเภาลำใหญ่ใช้
สำหรับท่องเที่ยว ที่ถูกจองไว้โดยตระกูลหลี่
เวลานี้เป็นเวลาเลิกงานของหลี่ต้าและหลี่เอ้อทำให้
เขาและครอบครัวพากันมาหาความสำราญท่ามกลาง
สายน้ำชุ่มฉ่ำ
“น้องเล็ก เจ้าแน่ใจว่าพี่ใหญ่จะไม่เก็บของเก้อ”
“ไม่หรอกเจ้าค่ะ ข้าสืบเรื่องนิสัยของเสนาบดีกรม
คลังมาดีแล้ว”
เป่าเปาเอ่ยขึ้นขณะจิบชา เสนาบดีกรมคลังผู้นี้เป็น
คนมีความสามารถมากมายโดยเฉพาะเรื่องการคิดคำนวณ
เขามีความละเอียดรอบคอบเรื่องที่นางคิดได้ มีหรือคน
อย่างเสนาบดีกรมคลังผู้นั้นจะคิดไม่ได้
การที่พี่ชายคนโตของนางเป็นคนคิดเรื่องการแลก
เงิน ในขณะพี่ชายสามเป็นคนรับแลกเงินเหล่านั้น ดู
เหมือนจะเป็นการสมรู้ร่วมคิดเพื่อหวังผลบางสิ่งบางอย่าง
มากกว่าต้องการช่วยชาวบ้าน
ดังนั้นหากมีเวลาศึกษาเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินทังโจ
วดีๆแล้ว จะต้องพบปัญหาใหญ่เรื่องคนที่เป็นผู้รับแลกเงิน
อย่างแน่นอน การแลกเปลี่ยนเงินเช่นนี้ไม่ใช่สามารถทำกัน
ได้ง่ายๆ มันต้องมีความเชื่อใจกันอยู่มากพอสมควร หากวัน
หนึ่งเกิดคนรับแลกเงินหนีหายไป แล้วพวกเขาจะเอาเงิน
ทังโจวไปแลกเปลี่ยนกลับที่ไหนได้เล่า
หรือหากไม่ได้หายตัวไปแต่เกิดเสียชีวิตหรือล้มป่วย
จนไม่สามารถทำสิ่งใดได้ในระหว่างที่เงินทังโจวยังทำงาน
อยู่และยังไม่ครบกำหนดเวลาแลกเปลี่ยนกลับ จะไม่เป็น
การสร้างภาระให้ชาวบ้านมากกว่าเดิมหรอกหรือ
ดังนั้นนางจึงมั่นใจมากว่า คนที่ทำงานด้านการคลัง
มาแล้วหลายปีอย่างเสนาบดีกรมคลังจะต้องสงสัยและมี
คำถามออกมาอย่างแน่นอน
ฮ่องเต้เองก็เป็นคนเปิดกว้างและชอบรับฟังความคิด
ของหลายฝ่าย มีหรือจะไม่ให้เสนาบดีกรมคลังซักถาม
ขณะที่ยังมีโอกาส
หลี่ซานพี่ชายคนที่สามที่ได้ยินคำพูดของน้องสาวก็
ไม่สงสัยสิ่งใดอีก ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นกับ
ครอบครัวเมื่อสิบปีก่อน น้องสาวก็ดูโตขึ้นราวกับเป็นคนละ
นางคอยดูแลคนในบ้านราวกับเป็นท่านแม่คนที่สองเลยก็
ว่าได้
แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขารับไม่ได้เลยก็คือฝีมือการ
ทำอาหารของนาง ที่เอ่อ … รสชาติออกจะแปลก
ประหลาดไปสักหน่อย อย่างไรก็ตามเป็นเพราะอาหารที่
แปลกประหลาดเหล่านี้ที่ทำให้ทุกคนเติบโตและผ่านความ
ลำบากมาได้
หลี่ต้าพี่ชายคนโตถูกสั่งให้ไปนอนพักผ่อนเอาแรง
เพื่อออกเดินทาง ส่วนหลี่ซานพี่ชายสามกำลังนั่งคุยกับเป่า
เปาอยู่ที่หัวเรือ หลี่ชุนผู้เป็นพ่อและหลี่ซื่อพี่ชายคนที่สี่คอย
ดูแลมารดาที่พามาท่องเที่ยวด้วยกันอยู่ในเรือ ส่วนหลี่เอ้อ
กำลังพาภรรยาสูดอากาศอยู่แถวๆ ท้ายเรือ หลี่กังผู้เป็นอา
ที่กำลังมีอารมณ์สุนทรีย์ พยายามฝึกวาดภาพด้วยมือซ้าย
อยู่ส่วนกลางของตัวเรือ ส่วนหมิงจูกำลังนั่งดูเด็กสองคนวิ่ง
เล่นกันไปมาอย่างสนุกสนานอยู่ด้านใน
เมื่อเวลาย่างเข้าสู่ยามสวี ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท มีเพียง
แสงโคมไฟที่ส่องนำทาง ทำให้ทุกคนตัดสินใจสิ้นสุดการ
ท่องเที่ยวและเดินทางกลับบ้าน
หลี่เอ้อพี่ชายรองผู้มีพละกำลังมากที่สุดในตอนนี้เป็น
คนรับหน้าที่พามารดามาและพากลับบ้าน โดยมีหลี่ชุนผู้
เป็นพ่อคอยช่วยอยู่ด้วย
ขณะที่ทุกคนยังไม่ทันได้เข้าบ้าน เสียงทหารประจำ
ศาลรีบวิ่งเข้ามาหากลุ่มของพวกเขาทันที ทหารผู้นั้นเอ่ย
ด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหอบ
“ใต้เท้าหลี่ ท่านหายไปไหนมาขอรับ ท่านเจ้าเมืองส่ง
สารมาว่าต้องการให้ท่านเดินทางไปเมืองหลวงโดยด่วน
ท่านรีบเก็บของเถิดขอรับ”
“เช่นนั้นหรือ เดี๋ยวข้าไปเอาของก่อน”
ผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งเค่อ หลี่ต้าพี่ชายคนโตก็กลับ
ออกมาพร้อมสัมภาระหอบใหญ่ สร้างความประหลาดใจ
ให้กับทหารผู้นั้นเป็นอย่างมากการจัดเตรียมของเพื่อไป
ต่างเมือง โดยเฉพาะเมืองหลวงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้
เวลาออกเดินทางหลายวัน ควรจะจัดเก็บสิ่งของอย่าง
รอบคอบ
หรืออาจเพราะท่านเจ้าเมืองกำลังรีบ ใต้เท้าหลี่ถึงได้
จัดสัมภาระแบบเร่งรีบ เอาเถอะหากขาดเหลือสิ่งใดค่อย
หามาให้ก็แล้วกัน เขาได้แต่คิดในใจ
แต่กลับไม่เป็นไปอย่างที่ทหารผู้นั้นคิด สิ่งที่หลี่ต้า
เตรียมมามีพร้อมมากกว่าคนที่มีเวลาเตรียมตัวอย่างเขา
เสียอีก ทั้งยังมีอาหารและน้ำดื่มเพียงพอไปตลอดทาง จะ
ไม่ให้พร้อมขนาดนี้ได้อย่างไร ในเมื่อหมิงจูผู้เป็นภรรยาใช้
เวลาเป็นวันเพื่อคิดแล้วคิดอีกว่ามีสิ่งใดที่ตกหล่นอีกหรือไม่
พวกเขาเดินทางด้วยม้าคนละตัว แวะทานอาหาร
เท่าที่จำเป็นและเดินทางต่อโดยไม่ได้แวะพักนอนหลับ
ผ่านไปเกือบสองวันสภาพทหารประจำศาลถึงกับอิดโรย
ขอบตาดำคล้ำ ส่วนหลี่ต้านั้นถึงแม้มีสีหน้าอิดโรยอยู่บ้าง
แต่ก็ดีกว่าทหารผู้นั้นอยู่มาก ทำให้ทหารประจำศาลรู้สึก
เลื่อมใส และตั้งใจว่าจะเป็นผู้ติดตามที่ดีของใต้เท้าหลี่ใน
ภายภาคหน้า
——–
ณ ตำหนักสนมไป๋
ต้าหนี่ผู้เป็นเจ้าของตำหนักเรียกหมอหลวงมาเข้าพบ
ในวันนี้
“ท่านหมอหลวง ช่วงนี้ข้ารู้สึกเวียนหัว กินอะไรไม่
ค่อยลง ช่วยตรวจดูหน่อยได้หรือไม่”
หมอหลวงที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับ เขาหยิบผ้า
บางๆ ออกมาผืนหนึ่ง นำไปวางทาบบนข้อมือของต้าหนี่
เพื่อฟังชีพจร
แม้ต้าหนี่จะถูกฝึกให้เก่งในหลายๆ ด้าน แต่สิ่งที่นาง
ถนัดและสนใจน้อยที่สุดคือด้านการแพทย์ ในเมื่อโลกใบนี้
มีหมออยู่มากมาย เหตุใดนางต้องเสียเวลาไปเรียนเรื่อง
เหล่านี้ ทำให้นางไม่ค่อยรู้เรื่องสมุนไพรและยามากนัก
แม้นางจะไม่รู้เรื่องการแพทย์ แต่สำหรับอาการที่
นางเป็นอยู่ตอนนี้ออกจะคล้ายคนตั้งครรภ์อยู่บ้าง ทำให้
นางเรียกหมอหลวงมาตรวจดูเพื่อความมั่นใจ
“สนมไป๋ท่านน่าจะทานอาหารผิดสำแดงจนทำให้
เกิดอาการเช่นนี้ เดี๋ยวกระหม่อมสั่งยาให้นางกำนัลนำไป
ต้มถวาย เสวยสักสองสามมื้อน่าจะหายขนาดพ่ะย่ะค่ะ”
“นี่ท่านตรวจดีแล้วหรือ?”
“กระหม่อมตรวจละเอียดดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ หรือพระ
สนมทรงมีอาการอื่นร่วมด้วย”
“อ๋อเปล่าๆ ขอบคุณท่านมาก”
“เช่นนั้นกระหม่อมขอลา”
กล่าวจบหมอหลวงก็เก็บของใส่ล่วมยาแล้วเดินจาก
ไป ต้าหนี่ที่เห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมา
“พระสนมทรงเป็นอันใดหรือเพคะ”
นางกำนัลคนสนิทเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าผู้เป็นนายดู
ผิดหวัง
“ข้าเข้ามาอยู่ที่นี่ก็หลายปีแล้ว เหตุใดถึงยังไม่
ตั้งครรภ์มังกรเสียที”
ทั้งสนมและนางกำนัลมีมากมายเต็มวัง แต่มีแค่ไม่กี่
คนที่มีครรภ์มังกร หากนางสามารถมีได้ ไม่แน่องค์รัช
ทายาทอาจตกมาอยู่ที่ลูกของนางก็เป็นได้
แม้ฮ่องเต้จะโปรดปรานนางมาก แต่เขาก็โปรดปราน
สนมคนอื่นๆ อีกหลายคนมากเช่นกัน นางรู้ดีว่าเพราะ
ตัวเองยังสาวยังสวยถึงยังแวะเวียนมาหา แต่หากผ่านไปอีก
ห้าปีสิบปี ก็จะมีสตรีใหม่ๆ เข้ามา
เมื่อถึงตอนนั้น หากยังไม่มีครรภ์มังกร อย่าว่าแต่
ฮ่องเต้จะทรงมาที่ตำหนักของนางเป็นครั้งคราวเลย ต้อง
ถามว่ายังจำนางได้หรือไม่ก่อนดีกว่า
ยังไม่ทันคิดอะไรต่อ ฮ่องเต้ก็เสด็จมาเยือนที่ตำหนัก
ของนางอีกครั้ง วันนี้ดูเหมือนเขาจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“ถวายบังคม…”
“ไม่ต้องมากพิธี มานั่งกับข้ามา”
ฮ่องเต้เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ด้านขวา และเรียกสนม
ของตัวเองไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างกัน
“เหตุใดถึงดูมีความสุขเช่นนี้หรือเพคะ”
“มีข่าวดีน่ะสิมีสนมตั้งครรภ์มังกรฮ่าๆๆ ”
ต้าหนี่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะยิ้ม
ออกมาแล้วเอ่ยคำอวยพรต่างๆ นานา ทั้งที่ในใจรู้สึกริษยา
เป็นอย่างมาก เหตุใดนางถึงไม่ตั้งครรภ์? ต้าหนี่พยายาม
คิดถึงความเป็นไปได้ สุดท้ายนางตัดสินใจออกไปหาหมอที่
นอกวังเพื่อตรวจร่างกาย
ผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้นางถึงกับตกตะลึง เพราะ
ท่านหมอบอกว่าร่างกายของนางไม่สามารถตั้งครรภ์ได้
ต้าหนี่เหม่อลอยจนถึงวังหลวง เมื่อเห็นสนมหวังที่เข้าวังมา
พร้อมกับตัวเองดูมีน้ำมีนวล ก็คิดว่าคนตรงหน้าคือผู้โชคดี
ที่กำลังตั้งครรภ์มังกร นางรู้สึกอิจฉาเป็นอย่างมาก แต่ก็ปั้น
หน้ายิ้มเดินเข้าไปแสดงความยินดีอย่างเป็นมิตรว่า
“สนมหวัง ยินดีด้วยที่เจ้าตั้งครรภ์มังกร”
“ข้าไม่ได้ท้อง ข้าแค่อ้วน!!”
แล้วทั้งสองก็เริ่มโต้เถียงกันจนต้องมีคนมาห้ามทัพ
จริงๆ แล้วคนที่ตั้งครรภ์คือหวงกุ้ยเฟยต่างหาก