หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 35 วินาทีสุดท้าย
“ทุกคนหาที่หลบก่อนเร็วเข้า!!”
หลี่กังเป็นคนแรกที่ได้สติ จากการคาดเดา คน
เหล่านี้ต้องมีจุดมุ่งหมายในการมาปลิดชีพเขาเป็นแน่
ดังนั้นเพื่อไม่ให้คนในครอบครัวเดือดร้อนไปด้วย เขาจึงคิด
จะล่อหลอกให้กลุ่มคนชุดดำตามไปทางหลังบ้าน
แม้จะคิดได้อย่างนั้นแต่กลุ่มคนชุดดำกลับมีมาถึงสี่
คน และทั้งสี่ได้กระจายตัวไปปิดทางออกของพวกเขาจน
หมด ทำให้ไม่สามารถหลบหนีจากบริเวณลานบ้านได้ง่าย
“พวกเจ้าต้องการอะไร บ้านเรามีเงินอยู่ไม่มาก ข้าจะ
ไปเอาทั้งหมดมาให้พวกเจ้าเอง”
หลี่หลิงผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ นางเป็น
เพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่
หวาดกลัวเมื่อเห็นคนร้ายบุกมาถึงบ้าน
“หากเงินเหล่านั้นไม่พอข้ายังมีอยู่อีกนิดหน่อย ข้าจะ
ไปเอาให้พวกเจ้า”
หลี่ชุนผู้เป็นพ่อเองก็กลัวจนทำอะไรไม่ถูก เขากลัวว่า
เงินเก็บของบ้านจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนร้าย
จึงเสนอเงินในส่วนที่เขาแอบเก็บไว้สมทบเข้าไปด้วย
หลี่หลิงมองหน้าผู้เป็นสามีอย่างคาดโทษทีหนึ่ง แต่นี่
ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันนางพยายามต่อรองกับอีกฝ่าย
เพื่อให้ทุกคนปลอดภัย แม้ต้องแลกกับเงินทั้งหมดหรือ
ทรัพย์สมบัติใดๆที่มีก็ตาม
แต่คนชุดดำผู้หนึ่งกลับแค่นเสียงออกมาอย่างดูถูก
แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ข้าสนใจเพียงชีวิตของพวกเจ้าเท่านั้น!!”
กล่าวจบเขาก็พุ่งตัวเข้าจู่โจมหลี่กังทันที โดยที่ไม่รอ
ให้อีกฝ่ายตั้งตัว แต่หลี่กังได้เตรียมพร้อมรับมือเอาไว้บ้าง
แล้ว ทำให้สามารถหลบปลายดาบที่มุ่งตรงมาเพื่อปลิดชีพ
เขาได้อย่างฉิวเฉียด และยังจับมือของคนชุดดำเอาไว้แน่น
แม้บุรุษบ้านสกุลหลี่จะไม่เก่งด้านการต่อสู้ แต่ก็เคย
ผ่านการฝึกฝนทักษะหลบหลีกและพละกำลังจากลูกสาว
คนเล็กของบ้านอย่างเป่าเปาโดยไม่รู้ตัวอยู่บ่อยครั้งทำให้
เมื่อหลี่กังลงมือ หลี่ชุนและหลี่ต้าก็คว้าอาวุธที่อยู่ใกล้ๆเข้า
โจมตีชายชุดดำทันที
หลี่ซานพี่ชายคนที่สามก็ไม่น้อยหน้า แม้เขาจะไม่ได้
มีร่างกายแข็งแรงเหมือนทั้งสามคน แต่ก็มีสมองที่ชาญ
ฉลาด เขาก้มตัวลงคว้าหยิบทรายเอาไว้ในมือก่อนจะปาใส่
ดวงตาของคนชุดดำที่อยู่เบื้องหน้า
“นี่แก!!”
เสียงสบถของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น ทำให้เป่าเปารู้สึกคุ้น
หูเป็นอย่างมาก แต่จำไม่ได้ว่าเคยได้ยินที่ไหน นางเองก็
อยากไปช่วยพี่ๆ ของตัวเองต่อสู้เช่นกัน แต่ติดตรงที่มารดา
จับข้อมือของนางเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป
หากคลายมือออก ทำให้เป่าเปาไม่สามารถเข้าไปร่วมต่อสู้
ด้วยได้
ทั้งสี่พยายามอย่างหนักที่จะสู้กับกลุ่มคนชุดดำ ฝ่าย
ตรงข้ามเองก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ที่ชาวบ้าน
ธรรมดาๆ กลับสามารถรับมือพวกเขาได้ ตอนรับงานพวก
เขาทราบเพียงว่าให้ลงมือสังหารอดีตบัณฑิตผู้หนึ่ง ใครจะ
ไปคิดว่าเป้าหมายจะแข็งแกร่งมากเพียงนี้ทั้งยังมีคนใน
ครอบครัวที่แกร่งไม่แพ้กัน ถึงจะไม่ได้มีฝีมือมากมายนัก
แต่ก็มีความแข็งแรงและคล่องแคล่วว่องไวราวกับคนที่เคย
ผ่านการฝึกฝนมาก่อนแล้วอย่างไรอย่างนั้น
“หลิงเอ๋อร์พาเจ้าสี่กับเป่าเปาหนีไปก่อน!!”
หลี่ชุนตะโกนขึ้นสุดเสียง เขารู้ตัวเองดีว่าไม่สามารถ
สกัดคนชุดดำเหล่านี้ได้นานนัก ดังนั้นจึงสั่งให้ภรรยาพา
บุตรชายกับบุตรสาวคนเล็กหนีไปก่อน
หลี่หลิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็สองจิตสองใจ นางเป็นห่วง
สามีแต่รู้ว่าถึงอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์
จังหวะที่กำลังชุลมุนอยู่นั้น คนชุดดำที่กำลังถูกหลี่
ซานปั่นหัว หันไปเห็นเป้าหมายกำลังเปิดช่องว่าง เขา
ผลักหลี่ซานล้มลงกับพื้นแล้วจึงเปลี่ยนทิศทางของดาบไป
อีกทางอย่างกะทันหัน
ฉึก~
หลี่กังไม่ทันตั้งตัว เขาพยายามเบี่ยงหลบคมดาบของ
อีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถแต่ก็ยังถูกแทงเข้าที่ไหล่ขวา
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย อาวุธในมือของเขา
หล่นลงพื้น เลือดสีแดงฉานค่อยๆ ไหลออกมาจากบาดแผล
เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังเสียเปรียบ คนชุดดำจึงรีบจบ
ภารกิจของตนทันที ปลายดาบอันแหลมคมแทงซ้ำลงไป
ที่หลี่กังอีกครั้ง คราวนี้ดาบปักทะลุบริเวณหน้าอกของ
เป้าหมายทุกอย่างเกิดขึ้นไวมากจนเป่าเปาตกตะลึง ก่อน
จะตั้งสติได้และตะโกนออกมาเสียงดังลั่นว่า
“ท่านพ่อ!!!”
“น้องรอง!!”
“ท่านอา!!!”
“หลี่กัง”
ไม่มีใครสนใจคำเรียกขานของเป่าเปา เพราะพวกเขา
กำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ภาพที่นางเห็นซ้อนทับกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ
ครั้งก่อน ทุกอย่างฉายขึ้นตรงหน้าเป่าเปาอีกครั้ง นาง
สะบัดมือมารดาออกอย่างแรง ก่อนจะวิ่งพุ่งตัวเข้าไปนั่งลง
กับพื้น ยกศีรษะของหลี่กังผู้เป็นอดีตบิดาในชาติที่แล้ววาง
ลงบนตัก
“ท่านพ่อ ท่านอย่าเป็นอะไรนะเจ้าคะ ข้าเอง ข้าคือลู่
จิวท่านอย่าเป็นอะไรนะเจ้าคะ ท่านพ่อ ฮือๆๆๆ”
หลี่กังลืมตาขึ้นพบกับใบหน้าบุตรสาวตัวเองซ้อนทับ
กับใบหน้าของเป่าเปา ดีจริงๆ ที่ลูกยังมีชีวิตอยู่ ‘ลูกพ่อ’เขา
ยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ลู่…จิว ..พ่อรัก…ลูก”
เสียงพูดขาดห้วงของหลี่กังดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย มือ
ที่กำลังยกขึ้นหมายจะลูบศีรษะของบุตรสาวตกลงกับพื้น
โดยไม่ทันได้สัมผัสชีพจรและเสียงลมหายใจของเขาได้ดับ
ลง เป่าเปากรีดร้องออกมาอย่างเสียสติ บิดาของนางถูก
ปลิดชีพต่อหน้าต่อตาถึงสองครั้ง สวรรค์ เหตุใดท่านถึงทำ
ร้ายข้าขนาดนี้
น้ำตาไหลอาบแก้ม ความเจ็บแค้นที่ท่วมท้นทำให้
เป่าเปาลุกขึ้นยืน ความโกรธทำให้ร่างกายของเด็กน้อยคน
หนึ่งกลับมีพลังเพิ่มขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ นางพุ่งเข้าห้ำหั่น
กับคนชุดดำพร้อมกันถึงสองคน
ทุกคนในที่นี้ทั้งหมดล้วนตกตะลึงไม่ต่างกัน สตรี
เพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มคนชุดดำมองภาพตรงหน้าด้วยความ
ตกตะลึงเช่นกันภาพซ้อนทับของสหายวัยเด็กผุดขึ้นมาใน
ความทรงจำ นางสะบัดศีรษะทีหนึ่ง ก่อนเลิกคิดเรื่องไร้
สาระ คนตายไปแล้วจะกลายมาเป็นเด็กอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
หลี่ชุนผู้เป็นพ่อพลาดท่าถูกสตรีชุดดำโจมตีเข้าที่ขา
ทำให้เขาทรุดตัวลงกับพื้น สตรีชุดดำไม่ได้สนใจหลี่ชุนอีก
ต่อไป คนที่นางสนใจมีเพียงเด็กน้อยตรงหน้าเท่านั้น
ตั้งแต่เด็ก ซานซานคือสตรีที่มีพรสวรรค์มากที่สุด
อีกทั้งหน้าตายังน่ารักน่ามองมากกว่านางหลายเท่าแม้พวก
นางจะสนิทกันมาก แต่นางก็รู้สึกอิจฉาอีกฝ่ายมากเช่นกัน
ทุกคนในค่ายไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ยังชมชอบซานซาน
มากกว่านาง ทำให้นางตัดสินใจปลิดชีพอีกฝ่ายเพื่อชิง
ความเป็นหนึ่ง ทั้งๆ ที่นางรู้อยู่แล้วว่าซานซานเป็นคนคอย
ช่วยเหลือนางอยู่อย่างลับๆมาตลอด
แม้จะตายไปแล้วแต่ก็ยังสร้างความลำบากให้นาง
เพราะการตายของสหายทำให้นางถูกปลดไปอยู่โรงครัว
โชคดีที่นางสามารถระบายความแค้นนั้นด้วยการทำลาย
ค่ายลงได้ แต่เมื่อมาเห็นเด็กผู้หญิงคนนี้ ความรู้สึกเหล่านั้น
ก็ปลุกปั่นความหงุดหงิดในใจให้ลุกโชนขึ้น
นางทิ้งคู่ต่อสู้ไว้กับพื้น มุ่งหน้าไปทางเด็กหญิงตัว
น้อยที่กำลังต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย
คู่ต่อสู้ของเป่าเปาล้มลง แต่สตรีชุดดำกลับกำลังก้าว
เข้ามาแทนหลี่หลิงผู้เป็นแม่ที่กำลังตกตะลึงจนทำอะไรไม่
ถูก เมื่อเห็นคนชุดดำอีกคนกำลังจะเข้าไปหาบุตรสาวคน
เล็ก นางก็ปล่อยมือหลี่ซื่อลูกชายคนที่สี่ วิ่งเข้าไปหาเป่า
เปาทันที
สตรีชุดดำใช้จังหวะที่เป่าเปาไม่ทันระวังด้านหลัง
ตวัดดาบออกไปหมายจะปลิดชีพอีกฝ่ายเพื่อระบายโทสะ
ให้หายหงุดหงิด เป็นหลี่หลิงที่วิ่งเข้ามาเอาตัวโอบกอดเป่า
เปาเพื่อขวางดาบเอาไว้ได้ทัน
“ระวัง!!!”
ฉึก~
เสียงดาบพุ่งทะลุผ่านอะไรบางอย่างดังขึ้น เป่าเปา
ได้ยินเสียงนั้นก็รีบหันกลับมามองนางสัมผัสได้ถึงอ้อมกอด
แสนอบอุ่นของหลี่หลิงผู้เป็นมารดา และปรากฏปลายดาบ
สีเงินเล่มที่นางรู้จักเป็นอย่างดีทะลุผ่านร่างกายที่โอบกอด
นางไว้
เป่าเปาไม่ได้รับบาดเจ็บจากการจู่โจมครั้งนี้ แต่เลือด
สีแดงฉานกระเซ็นไปทั่วบริเวณ เปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้า
ผ้าพันคอและเสื้อผ้านางเป่าเปามองไปยังสตรีชุดดำที่อยู่
เบื้องหน้าก่อนจะตะโกนขึ้นว่า
“ต้าหนี่!!”
สตรีชุดดำเมื่อถูกเรียกชื่อถึงกับสะดุ้งสุดตัว เกิดอะไร
ขึ้น เหตุใดเด็กคนนี้ถึงรู้จักชื่อของนาง ยังไม่ทันที่นางจะได้
ลงมือซ้ำกับเด็กหญิงตัวน้อย หลี่ต้าพี่ชายคนโตก็พุ่งเข้ามา
รับตัวน้องสาวที่หมดแรงเอาไว้ในอ้อมแขน หลังจัดการคน
ชุดดำไปได้หนึ่งคน
หลี่หลิงที่ยังมีสติอยู่เค้นเสียงตะโกนขึ้นว่า
“ต้าหลาง!! พาทุกคนหนีไป!!”
กล่าวจบ นางก็โถมตัวเข้าใส่ต้าหนี่พร้อมทั้งกอดอีก
ฝ่ายเอาไว้แน่นโดยไม่สนใจสิ่งใดอีก ในเมื่อคนชุดดำสามคน
หมดสติลงแล้ว และตอนนี้ก็เหลือเพียงสตรีชุดดำผู้นี้
เท่านั้น นางจึงพยายามทำทุกอย่างที่นางพอจะทำได้ขอแค่
ทุกคนในครอบครัวปลอดภัยก็พอใจแล้ว
เมื่อมองไปรอบๆ หลี่ต้าก็พบกับบิดาที่บาดเจ็บสาหัส
เสียเลือดไปมากจนสลบอยู่กับพื้นหลี่ซานน้องชายคนที่
สามที่นั่งหมดแรง หลี่ซื่อน้องชายคนที่สี่และหมิงจูผู้เป็น
ภรรยาที่ยืนตัวแข็งอยู่ด้านหลัง
เพราะความช่วยเหลือของมารดา ทำให้เขาตัดสินใจ
ส่งเป่าเปาให้หมิงจูพา สั่งหลี่ซานน้องชายสามและหลี่ซื่อ
น้องชายสี่ให้พยุงผู้เป็นบิดาหนีออกไป ส่วนตัวเขาคิดจะเข้า
ไปช่วยมารดา แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เมื่อหันกลับมาอีก
ครั้ง หลี่ต้าก็เห็นภาพมารดากำลังถูกทำร้ายอย่างไร้ความ
ปรานีโดยสตรีชุดดำ
“หนีไป!!”
ความพยายามครั้งสุดท้ายของหลี่หลิงคือการจับสตรี
ชุดดำเอาไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วตะโกนบอก
บุตรชายคนโตให้หนีไป ทำให้หลี่ต้าที่เห็นเช่นนั้นถึงกับหลั่ง
น้ำตาออกมา มารดาใช้ทั้งชีวิตเพื่อช่วยเขา หากเขากลับไป
แล้วจะอย่างไร เขาจะสู้คนชุดดำผู้นั้นได้หรือ? คำตอบคือ
ไม่ แต่หากไม่กลับไปเขาอาจต้องเสียใจชั่วชีวิต
หลี่หลิงผู้เป็นแม่ถูกดาบฟาดฟันและแทงไปแล้วถึง
สามครั้งแต่นางยังคงอดทน… อดทน…อดทน และอดทน
นางจะทนรอจนกว่าทุกคนปลอดภัยถึงจะยอมปล่อยมือ
เมื่อหลี่ต้าไม่อาจปล่อยวาง นางก็ไม่อาจปล่อยมือ
เช่นกัน แววตาอันเด็ดเดี่ยวที่เจือไปด้วยความรักของมารดา
ทำให้หลี่ต้ายอมแพ้ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นก่อนจะ
หันหลังวิ่งไปตามทิศทางที่คนในครอบครัวคนอื่นๆ หนีไป
หลี่หลิงที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาที่มุมปาก แต่ยังคง
ไม่ยอมปล่อยมือจากอีกฝ่ายจนถึงลมหายใจสุดท้ายของ
ชีวิตนาง
ภาพตรงหน้าที่นางเห็นตอนนี้คือเด็กสาวตัวน้อยที่
หน้าตาเหมือนกับบุตรสาวคนเล็กยื่นมือมาให้นาง
‘ข้ามารับท่านแม่เจ้าค่ะ’