หย่ารักประธานฉี - บทที่ 172 คุณนายฉีเมาแล้ว
บทที่ 172 คุณนายฉีเมาแล้ว
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ฉันจะบอกเธอเลยนะ จริง ๆ แล้วเรื่องราวรัก ๆ ใคร่ ๆ ของส่าวฉิงในอดีตทั้งหมดนั้น เขาแสดงให้เธอดูต่างหาก ใครจะคิดล่ะว่าฉีส่าวฉิงผู้หยิ่งทะนงจะเลือกวิธีเด็ก ๆ แบบนี้ ก็แค่อยากยั่วโมโหและพิชิตคุณนกยูงที่เย่อหยิ่งเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องของเซี่ยงหว่าน ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจบลงนานแล้วก่อนที่เขาจะตกลงแต่งงานกับเธอเสียอีก มีแค่ฉีจวินถิงคนเดียวที่เป็นข้อผิดพลาด”
ผู้ชายน่ะ บางครั้งก็ไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ และก็เพราะลูกชายที่โผล่มาอย่างกะทันหันคนนี้นี่แหละ ถึงทำให้ฉีส่าวฉิงที่ปกติใจเย็นและตัดสินใจเด็ดขาดต้องตัดสินใจผิดพลาด จนเกิดเรื่องวุ่นวายมากมายตามมา
“เอาล่ะ สิ่งที่ควรพูดฉันก็พูดหมดแล้ว เห็นแก่ที่ฉันซื่อสัตย์ขนาดนี้ อย่าบอกส่าวฉิงนะว่าฉันเป็นคนพูด”
เฉิงสือพูดอย่างสบาย ๆ แต่ทุกคำพูดของเขาเหมือนระเบิดพลังสูงที่ถูกโยนเข้าไปในใจของเธอที่ไม่สงบอีกต่อไป ระเบิดทุกสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ข้างในออกมาจนหมด ทำให้สมองของเธอยุ่งเหยิงไปหมด ยิ่งพยายามทำความเข้าใจก็ยิ่งสับสน
“ฉันอยากดื่มเหล้าสักหน่อย”
“ไม่มีปัญหา ฉันจะให้บาร์เทนเดอร์ผสมเครื่องดื่มเด็ดประจำผับหงเหยียนของเราให้เธอสักแก้ว”
พอได้ยินว่าเธออยากดื่ม มุมปากของเฉิงสือก็ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ทันที ยอดขายเดือนนี้มีหวังแล้ว!
แสงไฟหลากสีสวยงาม ลีลาการผสมเครื่องดื่มของบาร์เทนเดอร์ยิ่งทำให้ตาลายไปหมด ชายหญิงที่แสวงหาความตื่นเต้นในฟลอร์เต้น ต่างยั่วยวนและโยกย้ายกายไปมา แต่ลู่จั่นเหยียนกลับใจลอยคิดถึงแต่คำพูดของเฉิงสือเมื่อครู่
เธอเป็นนกยูงที่เย่อหยิ่ง ส่วนเขาเป็นเสือที่ต้องการให้ผู้อื่นยอมจำนน
“คุณนายฉี นี่เครื่องดื่มของคุณครับ”
บาร์เทนเดอร์ยื่นเครื่องดื่มที่ผสมเสร็จแล้วมาให้ เธอไม่แม้แต่จะมอง รีบดื่มรวดเดียวหมดแก้วทันที
เหล้า ถ้าเมาได้ก็ดี
แต่กลับเมาไม่ลง
กลิ่นหอมหวานของเชอร์รี่ รสเผ็ดร้อนเข้มข้นของวิสกี้ จากหวานไปจนถึงแรง สุดท้ายก็กลายเป็นความขมขื่น เหมือนความรู้สึกที่เธอเคยมี
“ช่วยผสมให้ฉันอีกแก้วหนึ่ง”
มุมปากยกยิ้มเยาะตัวเอง เธอยื่นแก้วเปล่าไปให้ บาร์เทนเดอร์เหลือบมองเฉิงสือทันที เห็นเจ้านายพยักหน้าก็เลยผสมต่อ
แม้รสชาติของเครื่องดื่มนี้จะเหมือนค็อกเทลผลไม้ แต่ฤทธิ์ที่ตามมานั้นแรงมาก คนที่ดื่มไม่เก่งแค่แก้วเดียวก็แย่แล้ว คุณนายฉีดื่มเร็วขนาดนี้ เดี๋ยวพอขึ้นหัวคงจะทรมานไม่น้อย
ดื่มติดต่อกันสามแก้ว แก้มของลู่จั่นเหยียนก็แดงระเรื่อชัดเจน สมองที่ยุ่งเหยิงเมื่อครู่กลับสงบลงทันที มองแก้วที่ว่างเปล่าอีกครั้ง เธอยิ้มออกมาด้วยท่าทางเมามาย
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉีส่าวฉิง เธอคิดว่าเข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้ว แต่สุดท้ายกลับต้องรู้ความจริงมากมายจากปากคนอื่น
“เจ้านายครับ คุณนายฉีเมาแล้ว”
บาร์เทนเดอร์เห็นลูกค้าเมาเป็นประจำทุกวัน เขามองไปทางเฉิงสือด้วยความกังวล คุณนายฉีมาคนเดียว สถานบันเทิงนี้เต็มไปด้วยคนที่มาเที่ยว หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาในฐานะบาร์เทนเดอร์คงจะต้องรับผิดชอบแน่
“เมาก็ดี คนเราเมื่อเมาแล้ว เรื่องที่สับสนก็จะกลับมาชัดเจน บางทีปัญหาใหญ่โตก็อาจจะแก้ไขได้ในคืนเดียว”
เฉิงสือพูดจบก็หัวเราะเบา ๆ แล้วหันไปหยิบโทรศัพท์มือถือเดินไปยังมุมที่เงียบสงบ
ลู่จั่นเหยียนเอาข้อศอกพาดบนเคาน์เตอร์บาร์ มือเรียวบางเท้าคาง ดวงตาพร่าเลือนจ้องมองไปยังจุดหนึ่งเป็นเวลานาน มือที่เท้าคางพลาดทำให้ใบหน้าเกือบจะกระแทกกับเคาน์เตอร์
เมื่อรู้คำตอบที่อยากรู้แล้ว เธอลืมตาขึ้นและลงจากเก้าอี้สูง พอดีกับที่แสงไฟสว่างจ้าส่องมา ทำให้เธอมึนงง ต้องใช้มือยันเคาน์เตอร์ไว้จึงจะยืนได้มั่นคง
เพิ่งดื่มไปแค่สามแก้วเท่านั้น แต่กลับเมาหนักขนาดนี้
“คุณนายฉี คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” บาร์เทนเดอร์ถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร ฉันจะไปห้องน้ำหน่อย”
ลู่จั่นเหยียนมองป้ายบอกทางที่อยู่ไม่ไกล แล้วเดินโซเซไปทางห้องน้ำ
“คุณนายฉี ทางนั้นเป็นห้องน้ำชายครับ”
บาร์เทนเดอร์ตะโกนบอก แต่เสียงของเขาเบามากเมื่อเทียบกับเสียงดนตรีที่ดังสนั่น เขากำลังจะวิ่งไปห้ามลู่จั่นเหยียนที่เมามาย แต่กลับเห็นร่างคุ้นตาอีกคนเดินเข้าไปหาเธอแล้ว
บาร์เทนเดอร์จึงรีบกลับมาที่เคาน์เตอร์ ยิ้มให้ลูกค้าพร้อมผสมเครื่องดื่ม
ลู่จั่นเหยียนเดินโซเซมาถึงหน้าประตูห้องน้ำ หรี่ตามองป้ายบนประตูอยู่พักใหญ่ ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
“เฮ้ย! คุณเข้ามาได้ยังไง”
ลูกค้าที่กำลังปัสสาวะอยู่ในห้องน้ำชาย เห็นผู้หญิงบุกเข้ามาก็รีบใช้มือและกางเกงปิดจุดสำคัญไว้
ลู่จั่นเหยียนได้ยินเสียง ดวงตาที่พร่าเลือนเพราะความเมาก็หรี่ลงอีกครั้ง พยายามมองให้ชัดว่าคนพูดหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ยังไม่ทันได้เห็นชัด มือใหญ่ก็โอบรอบเอวเธอทันที ตามด้วยศีรษะที่ถูกกดลงบนอกกว้าง
กลิ่นอายที่คุ้นเคย เสียงหัวใจเต้นชัดเจน ทำให้เธอใจเต้นระรัว อยากเงยหน้าขึ้นแต่ถูกมือใหญ่กดศีรษะไว้จนเงยไม่ขึ้น
“ออกไป”
เสียงเย็นชาดังมาจากด้านบน ลู่จั่นเหยียนใจเต้นแรง แม้ร่างกายจะเมา แต่สมองกลับแจ่มชัด นั่นคือเขา!
ลูกค้าคนนั้นตั้งใจจะระเบิดอารมณ์ แต่พอเห็นว่าคนที่พูดคือฉีส่าวฉิง สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ได้แต่ปิดกางเกงที่เปียกชุ่มออกจากห้องน้ำชาย
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนอื่นแล้ว ฉีส่าวฉิงจึงปล่อยมือใหญ่ที่กดศีรษะเธอไว้ มองลู่จั่นเหยียนที่ยืนไม่มั่นคงในอ้อมกอดด้วยรอยยิ้มมุมปาก
ผู้หญิงคนนี้ เมาแล้วถึงกับวิ่งเข้ามาในห้องน้ำชาย
ในที่สุดก็เงยหน้าขึ้นได้ แต่ลู่จั่นเหยียนยังคงก้มหน้าอยู่ สายตาพร่ามัวมองเห็นขาเรียวยาว และรองเท้าหนังสั่งทำพิเศษที่ดูหรูหราแต่เรียบง่าย
“ทำไมถึงดื่ม?”
เสียงทุ้มเซ็กซี่ดังมาจากเหนือศีรษะ ลู่จั่นเหยียนรู้สึกจมูกแสบร้อนขึ้นมาทันที
เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ดูเลือนรางแต่ก็เหมือนตื่นตัวจ้องมองใบหน้าคุ้นเคยของฉีส่าวฉิง
“ฉีส่าวฉิง นายรู้ไหมว่าการเกลียดใครสักคนมันยากแค่ไหน นายรู้ไหมว่าฉันต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน ทำไม ทำไมนายถึงทำลายทุกอย่างที่ฉันพยายามสร้างมาด้วยความยากลำบาก!”
เธอใช้เวลาห้าปีกว่าจะกลายเป็นลู่จั่นเหยียนคนปัจจุบัน แต่เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ทำให้เธอกลับไปเป็นลู่จั่นเหยียนคนเดิมที่ตายไปในทะเลแล้ว!
เมื่อสบตากับดวงตาที่เอ่อด้วยน้ำตาของเธอ ฉีส่าวฉิงขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ มือประคองใบหน้าเธออย่างอ่อนโยน “เพราะผมไม่อยากให้คุณเกลียดผม ผมอยากให้คุณรักผม”
“รัก? ฉันรักนายยังไม่พออีกเหรอ! ฉันรักนายมายี่สิบปีแล้ว!”
รักจนมีเหตุผลนับไม่ถ้วนที่จะเกลียดเขา ไม่รักเขาอีกต่อไป แต่กลับเหมือนถูกเหล็กร้อนแผดเผาลงบนกระดูก แม้เนื้อจะถูกขูดออกจนหมด แต่ก็ไม่มีวันลบรอยที่สลักไว้ได้
“ไม่พอ!”
มือขวาโอบหลังคอเธอ ดึงลู่จั่นเหยียนเข้ามาในอ้อมกอดอย่างแรง ริมฝีปากบางเผยขึ้น “ผมไม่ได้ต้องการแค่ยี่สิบปีของคุณ ผมต้องการคุณทั้งชีวิต!”