บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 24 ท่านก็เพลาๆ ลงหน่อยเถอะ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
  4. บทที่ 24 ท่านก็เพลาๆ ลงหน่อยเถอะ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 24 ท่านก็เพลาๆ ลงหน่อยเถอะ!

เหตุการณ์ที่บ้านใหญ่นับว่าสงบลงได้อย่างทุลักทุเล

ตัดกลับมาที่ฝั่งบ้านรอง ซุนซื้อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งถือตัว มาตลอดก็ปั้นหน้าไม่ถูกอีกต่อไป นางเอ่ยถามซ้ําด้วยความตื่นตะลึง

“เจ้าว่ากระไรนะ?”

สาวใช้ ‘ชื่อฮวาจึงรายงานซ้ําอีกรอบ

ชุน อไม่เข้าใจเลยสักนิด “ลู่ชื่อเป็นเพียงบุตรีตระกูลต่ําต้อย มีดีอัน ใดให้ท่านโหวผู้เฒ่าเอ่ยปากชมถึงเพียงนี้?”

ชื่อฮวาสาวใช้เริ่มร้อนใจ เหตุใดเจ้านายถึงจับประเด็นไม่ถูกนะ?

ประเด็นสําคัญไม่ได้อยู่ที่ค้าชม หากอยู่ที่ท่านโหวผู้เฒ่ามอบที่ดินให้

ต่างหาก กระทั่งฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังมอบของขวัญกองโตให้อีก

นี่หมายความว่าอย่างไร? นี่หมายความว่าสะใภ้สี่คนใหม่เป็นที่โปรด ปรานของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองแห่งจวนโหวเข้าแล้วน่ะสิ

ไม่แน่ว่าบ้านสามอาจจะอาศัยจังหวะนี้ผงาดขึ้นมาก็ได้ตอนนี้ใครๆ ก็ดู

ออกว่า ในจวนโหว บ้านใหญ่คือผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์และทรัพย์สมบัติทั้ง หมดของท่านโหวผู้เฒ่า

ส่วนบ้านรองและบ้านสาม แม้จะเป็นบุตรชายแท้ๆ ของท่านโหวผู้

เฒ่า แต่ในภายภาคหน้าย่อมต้องแยกเรือนออกไป

ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ย่อมต้องตกเป็นของบ้านใหญ่ ที่เหลือถึงจะ

แบ่งให้บ้านรองกับบ้านสาม

เจ้านายของนางเป็นถึงคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ นอกจากจะถูก

เปรียบเทียบจนด้อยกว่าแล้ว หากแบ่งให้บ้านสามมากไป ส่วนแบ่งของบ้าน

รองมิยิ่งน้อยลงหรือ?

ทว่าซุนซื้อกลับไม่ได้คิดไปในทางนี้เลยสักนิด พอสาวใช้พูดมากเข้า นางกลับดุสาวใช้ที่พูดมากความว่าอย่าเอาแต่เรื่องลาภยศเงินทองมารบกวน

จิตใจผู้อื่น

วันหน้าจะเป็นอย่างไรย่อมมีผู้ใหญ่จัดการ ผู้น้อยอย่างนางจะไป

บังอาจวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างไร

นายบ่าวเห็นต่างกันอย่างสิ้นเชิง ต่างคนต่างกลุ้มใจกันไปคนละทาง

ทางฝั่งท่านสามแห่งบ้านใหญ่ จ้าวชื่อโกรธจนตาแดงก่ํา อยากจะ ขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์ แต่ข้าวของในจวนนี้ล้วนมีบัญชีคุมไว้หมด โดยเฉพาะในเรือนยองนาง แต่ก่อนเวลานางโมโหชอบทําลายข้าวของ พอหู ชื่อเข้ามาดูแลบ้าน ก็จัดการกําหนดจํานวนความเสียหายเอาไว้เลย

ถ้าเดือนไหนยองในเรือนแตกเสียหายเกินจํานวนที่กําหนด นางต้อง

ควักกระเป๋าจ่ายค่าเสียหายเอง

หลังจากต้องจ่ายค่าเสียหายไปหลายเดือน ต่อให้กระเป๋าหนักแค่ไหน จ้าวชื่อก็ทนไม่ไหว ตอนนี้จึงระมัดระวังตัวขึ้นมาก

เมื่อไม่มีของให้ปา จ้าวชื่อเลยหันมาหยิกสาวใช้เป็นการระบาย

อารมณ์

นางหยิกต้นแขนและเอวสาวใช้ตัวน้อยจนสุดแรง พลางด่าทออย่าง

เกรี้ยวกราด

“ฮูหยินผู้เฒ่าเลอะเลือนไปแล้วก็ช่างเถอะ ท่านโหวผู้เฒ่าก็เลอะเลือน ไปด้วยหรือ? ลูกอนุขุนนางกั้นห้า มีอะไรน่าชื่นชมกัน? คนบ้านนี้สมองเพี้ยน กันไปหมดแล้วหรือ?”

“เจ้า ถูกนังลูกอนุยั่วยวนจนหลงหัวปักหัวป่า แล้วท่านโหวผู้เฒ่า กับฮูหยินผู้เฒ่าก็โดนมนต์สะกดไปด้วยรึ? นางเพิ่งแต่งเข้ามาได้ไม่กี่วัน ท่าน โหวผู้เฒ่าไปเห็นความดีงามของนางตอนไหน?”

“แล้วของดีๆ ตั้งมากมาย ให้ใครไม่ให้ หลุนเกอเอ๋อร์ของบ้านเรา ทั้ง ฉลาดทั้งรู้ความ ว่านอนสอนง่ายกตัญญูเป็นที่สุด ยังไม่เห็นท่านโหวผู้เฒ่าจะ ตกรางวัลให้ที่ดินสักผืนเลย?”

“นี่มัน ‘น้ําดีไหลเข้านาคนอื่น [1] ชัดๆ! เหลนแท้ๆ ของตัวเองยังไม่มี ที่ดินสักแปลง…

ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น มือก็ยิ่งออกแรงหยิกจนสาวใช้ตัวน้อยทนเจ็บไม่ไหว

ร้องไห้ออกมา

เลยโดนจ้าวชื่อตบเข้าให้อีกฉาด จนล้มคว่ําไปกองกับพื้น ร้องยอ ความเมตตาเสียงสั่น “สะใภ้สาม บ่าวผิดไปแล้ว ไว้ชีวิตบ่าวเถอะเจ้าค่ะ….”

สาวใช้ใหญ่ ‘จินจู’ ทนดูไม่ได้ จึงยกน้ําชาเข้ามาให้ “สะใภ้สามใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ ระวังจะเจ็บมือนะเจ้าคะ…”

ว่าแล้วก็หันไปดูสาวใช้ตัวน้อย “ยังไม่รีบไสหัวออกไปอีก?”

สาวใช้ตัวน้อยรีบลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปราวกับได้รับอภัยโทษ

จินจูถึงได้เอ่ยเตือนสติว่า “สะใภ้สาม ต่อให้อยู่ในเรือนของเรา แต่ “ กําแพงมีหู ประตูมีช่อง’ นะเจ้าคะ! ยามท่านมีโทสะ จะทุบทําลายข้าวของ หรือจะลงโทษบ่าวไพร่เพื่อระบายอารมณ์ก็ทําเถิด… แต่จะไปเอ่ยวาจา ล่วง

เกิน” ท่านโหวผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่าเช่นนั้นมิได้เด็ดขาดนะเจ้าคะ!”

“หากคนนอกรู้เข้า จะทําอย่างไร?”

จ้าวชื่อเบ้ปากอย่างนึกรังเกียจ “หรือพวกเขาไม่ได้เลอะเลือนกัน จริงๆ? เห็นลูกสาวตระกูลต่ําต้อยเป็นของล้ําค่า คอยประคบประหงมราวกับ

ไย่ในหิน… ถุย!”

จินจูตกใจหน้าซีดเผือด รีบถลันเข้าไปตะปบปากจ้าวชื่อไว้ทันควัน “ โธ่..นายหญิงของบ่าว ท่านก็เพลาๆ ลงหน่อยเถอะเจ้าค่ะ ยืนความถึงหู คน ข้างบน’ เข้าจริงๆ เกรงว่าพวกเราคงไม่มีชีวิตรอดแล้ว….”

E

ในขณะที่เรือนอื่นกําลังไฟลุกท่วมด้วยความอิจฉา ลู่เจินเจินกลับไม่ได้

รับรู้ถึงแรงอาฆาตเหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

ตอนนี้นางกําลังนั่งกอดโฉนดที่ดินพลางหัวเราะร่าอยู่ท่ามกลางหีบ

สมบัติสามใบใหญ่!

นี่มันงานในฝันชัดๆ! ทํางานแค่สามวัน ได้ทั้งที่ดินทั้งสมบัติมาเพียบ! สายตาที่นางใช้มองฟูจืออี้ตอนนี้ ไม่ต่างจากการมองเทพเจ้าแห่งโชคลาภ นางแทบอยากจะอัญเชิญเขาขึ้นหิ้งบูชาเสียเดี๋ยวนั้น

ฟูจิออี้ถูกลู่เจินเจินจ้องจนรู้กขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง ผู้หญิงคนนี้ช่าง

ไม่มียางอายเอาเสียเลย ทําไมถึงได้จ้องผู้ชายตาเป็นมันขนาดนี้? แบบนี้ใคร จะไปทนไหว? อย่างน้อยเขาก็ทนไม่ไหวคนหนึ่งล่ะ ไม่ทันไรเขาก็ต้องหาข้อ

อ้างว่าจะไปอ่านหนังสือที่เรือนหน้า แล้วรีบหนีเตลิดไปทันที

คืนนั้น ฟูจืออี้ไม่ได้กลับมานอนที่เรือนหลัง ซึ่งนั่นยิ่งทําให้ ลู่เจินเจินแสนจะสุขกายสบายใจ นางนอนกอดโฉนดที่ดินหลับฝันดี โดยมีหีบ

สมบัติทั้งสามใบวางเฝ้าอยู่เป็นเพื่อนข้างเตียงตลอดคืน

หลังจากผ่านพ้นพิธีกลับบ้านเดิมในวันที่สาม ชีวิตของลู่เจินเจินก็

ต้องเข้าสู่กิจวัตรประจําวันเหมือนคนอื่น นั่นคือการไปคารวะเช้าเย็น และ

ปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่ารับประทานอาหารทุกวัน

เนื่องจากจวนโหวมีกฎระเบียบเคร่งครัด หลังจากหูชื่อแต่งเข้ามา บรรดาฮูหยินรุ่นแม่ก็ไม่ต้องลงมือปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าด้วยตัวเองแล้ว หน้า

ที่หลักจึงตกเป็นของเหล่าหลานสะใภ้ ส่วนพวกแม่สามีก็แค่ยืนถือถ้วยแกง หรือส่งจานกับข้าวพอเป็นพิธีตามธรรมเนียม จากนั้นก็นั่งจิบชารออย่าง

สบายอารมณ์

สิ่งที่เรียกว่า ‘ปรนนิบัติรับประทานอาหาร สําหรับลู่เจินเจินแล้ว ก็ คือการคอยสังเกตว่าฮูหยินผู้เฒ่าชอบทานอะไรก็คอยคีบส่งให้ หากผู้น้อย

คนไหนมีของอร่อยมาแสดงความกตัญญู ก็นํามาให้ฮูหยินผู้เฒ่าไปลองชิม โดยปกติแล้วในจวนใหญ่เช่นนี้ ยามผู้ใหญ่ทานข้าววันละสามมื้อ ย่อมต้องมี

เหล่าสะใภ้ยืนเรียงรายปรนนิบัติอยู่ข้างกายไม่ห่าง

ฮูหยินผู้เฒ่าไปนับว่าเป็นผู้ใหญ่ที่ใจกว้างและเมตตามาก อาหารสาม มื้อต่อวันนางขอเพียงให้หลานสะใภ้มาปรนนิบัติแค่มื้อเช้ามื้อเดียวก็เป็นอัน

ใช้ได้

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจมื้อเช้า ฮูหยินทั้งสามท่านก็จะแยกย้ายกลับ

ไปทานข้าวที่เรือนของตัวเอง ส่วนเหล่าหลานสะใภ้จะเลือกอยู่ทานของว่าง รองท้องง่าย ๆ ที่เรือนฮูหยินผู้เฒ่า หรือจะตามแม่สามีกลับไปทานที่เรือนก็

ได้เช่นกัน

ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่า าหนดกฎเกณฑ์ไว้เช่นนี้ หลังจากหูชื่อแต่งเช้า มา ฮูหยินใหญ่จึงเอ่ยอย่างรู้ความว่า การปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าให้ดีนั้นก็นับ

ว่าเป็นการแสดงความกตัญญูที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าการมาคอยรับใช้พวกนางเสีย

อีก!

เมื่อสะใภ้ใหญ่อย่างหูชื่อไม่ต้องปรนนิบัติแม่สามี พอซุนซื่อแต่งเข้า

บ้านรอง ฮูหยินรองก็ไม่กล้าเรียกร้องจากลูกสะใภ้ตัวเองเหมือนกัน สุดท้าย จึงกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมาของจวนโหวไปโดยปริยาย

เรื่องราวเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ฮูหยินสามหลานชื่อเล่าให้ฟังอย่าง

ละเอียดระหว่างพาลู่เจินเจินเดินไปที่เรือนรุ่ยเชวียน และแน่นอนว่านางไม่

ลืมทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค

“ยองที่เรือนแม่แม้จะสู้ของฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ แต่ครัวเล็กของแม่ก็มี ยองอร่อยขึ้นชื่อหลายอย่าง ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ ก็แวะไปกินข้าวที่เรือนแม่ทุก วันสิ แม่ลูกกินข้าวด้วยกันจะได้ครึกครื้น

ลู่เจินเจินปฏิเสธไม่ลง และความจริงนางก็ไม่อยากปฏิเสธด้วย เห็น แก่หีบสมบัติใบใหญ่ที่ได้รับเมื่อวาน แค่ไปนั่งทานข้าวเป็นเพื่อนแม่สามีจะ

เป็นไรไป? จัดไป!

หลานซื่อเห็นลู่เจินเจินตอบตกลงง่ายดายก็ยิ่งยินดีปรีดา แม้นางจะมี ฟู่จื่ออี้เป็นบุตรชาย แต่ตามกฎจวนโหว เมื่อบุตรชายอายุครบหกขวบก็ต้อง ย้ายไปอยู่ที่เรือนหน้า ทําให้มีโอกาสพบหน้ากันเพียงช่วงเช้าและเย็นเท่านั้น

โอกาสที่จะได้ร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกันในหนึ่งเดือนมีไม่เกินสองครั้ง

ฟู่เฮ่ออิ้น สามีของนางก็เลิกมาค้างที่ห้องนานแล้ว นอกจากงานเลี้ยง

เทศกาลหรือมีธุระสําคัญ สามีภรรยาคู่นี้แทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลย หลาน

ซื่อต้องอยู่อย่างเงียบเหงาตัวคนเดียวมาตลอด เมื่อก่อนนางจึงนึก อิจฉาจิน อกับฉันชื่ออยู่เสมอ มิต้องพูดถึงว่าลูกสะใภ้จะรู้ใจหรือไม่ ขอแค่ ทุกวันมีคนคอยพูดคุยเป็นเพื่อน มีคนมานั่งกินข้าวด้วยกันก็นับว่าดีถมไป

แล้ว

ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง! ความเอ็นดูที่นางมีต่อลู่เจินเจินจึงเพิ่ม

ขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

ก่อนจะก้าวเข้าเรือนรุ่ยเซวียน หลานชื่อยังไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือนลูก สะใภ้เบา ๆ “ประเดี๋ยวเจ้าไม่ต้องกลัวนะ นี่เป็นครั้งแรกที่ต้อง ปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าทานข้าว แค่คอยดูว่าพวกพี่สะใภ้เขาทํากันอย่างไร เจ้า ก็ทําตามอย่างนั้น ต่อให้ทําอะไรขาดตกบกพร่องไปบ้างก็ไม่เป็นไร ฮูหยินผู้ เฒ่าท่านเมตตา ไม่ถือสาหาความหรอก”

ลู่เจินเจินพยักหน้าตอบรับ เป็นเชิงว่าจดจําคําสอนไว้แล้ว

เมื่อถึงหน้าประตูเรือนรุ่ยเหวียน ทุกคนราวกับนัดหมายกันมา ทั้ง สามบ้านเดินมาถึงหน้าประตูใหญ่ในเวลาไล่เลี่ยกันพอดี หลังจากทักทาย

คารวะกันตามมารยาทแล้ว จึงพากันเดินเข้าไปด้านใน

เชิงอรรถ

หมายถึงเอาผลประโชน์ไปให้คนนอก

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 24 ท่านก็เพลาๆ ลงหน่อยเถอะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

5b001d114125
เย้ารักท่านอ๋องเผด็จการ
2024-02-04
647ef80
สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80
2025-03-17
63087143aT1bCoL6
ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง
2025-01-19
631969
เกิดใหม่เป็นภรรยาปากร้ายในยุค 70
2026-02-04

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน