ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา - บทที่ 234 คิดหรือว่าหญิงสองคนนั้นจะคลอดลูกชายให้ข้าไม่ได้?
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
- บทที่ 234 คิดหรือว่าหญิงสองคนนั้นจะคลอดลูกชายให้ข้าไม่ได้?
บทที่ 234
คิดหรือว่าหญิงสองคนนั้นจะคลอดลูกชายให้ข้าไม่ได้?
หวังจื่อปังเป็นคนหน้าหนา ไม่เกรงใจผู้ใด แม้มักจะทำตัวเป็นหมาหงอยต่อหน้าเซียวหลี ทว่าเมื่อเป็นเรื่องหญิงงามแล้ว เขาพร้อมสู้หัวชนฝา
ด้านหลังของเซียวต้าโหย่วคือหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ท่าทางไร้เดียงสายิ่งนัก ทั้งยังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสวยงาม ดูเหมือนว่านางจะรุ่นราวคราวเดียวกับเซียวอิงอิงลูกสาวคนเล็กของเซียวต้าโหย่ว
หญิงสาวผู้นี้หน้าตางดงาม ทว่าดูเขินอายเล็กน้อย นางปล่อยให้เซียวต้าโหย่วกุมมืออย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนว่านางจะถูกเขาล่อลวงด้วยความมีเมตตา
เมื่อชาวบ้านคนหนึ่งที่กำลังดื่มสุราได้ยินคำถามของหวังจื่อปัง เขาจึงกล่าวเยาะเย้ย “พี่ใหญ่ต้าโหย่วของข้ากำลังใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข อนุคนงามยืนอยู่ทางซ้าย เด็กรับใช้หน้าจิ้มลิ้มยืนอยู่ทางขวา… จริงสิ นางอายุเท่าอิงอิงใช่หรือไม่?”
ขณะเดียวกันเซียวต้าฟู่ก็โพล่งขึ้น
ไม่ต้องพูดถึงชายไร้ประโยชน์อย่างเซียวต้าโหย่ว เรื่องมีประโยชน์เรื่องเดียวที่เขาทำได้
“อารอง ในเมื่อท่านไม่ได้คนอื่นก็ต้องไม่ได้รึ?”
เซียวอิ้งเสวี่ยและเซียวอิงอิงเดินออกมาจากห้องทีละคน พวกคนชั่วที่ทำลายงานแต่งของนางกล้าดีอย่างไรถึงมาเหยียบที่นี่ เมื่อเห็นอย่างนั้นเพลิงโทสะของนางพลันลุกโชนทันที
“ใครก็ได้ เอาตัวมันออกไปที”
เซียวอิงอิงตะโกนเสียงดังด้วยน้ำเสียงดุดัน ซึ่งตรงกันข้ามกับรูปร่างบอบบางอย่างลิบลับ
ทันใดนั้นผู้คุ้มกันที่เซียวอิงอิงจ้างมาก็โผเข้าไปกดตัวหวังจื่อปังลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกฝ่ายดิ้นรนไม่ยอมให้จับง่าย ๆ
เมื่อเห็นเช่นนั้น เซียวต้าฟู่จึงเกลี้ยกล่อมว่า “อิงอิงหลานสาวของข้ามีวาสนาดียิ่งนัก มีคู่ครองที่ดี ทั้งยังร่ำรวยและมีอำนาจ ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดพี่ชายของข้าถึงมีความสุขเช่นนี้”
เซียวอิงอิงแค่นเสียงอย่างเย็นชา ชาวบ้านเหล่านี้ต่างริษยาที่นางมีคู่ครองที่ดีสินะ ยิ่งคนเหล่านี้อิจฉาริษยามากเท่าใด นางก็ยิ่งมีความสุขเท่านั้น
โดยเฉพาะครอบครัวของเซียวต้าฟู่
อย่างไรเสียชาตินี้เซียวอวี้เวยและเซียวอวี้เมี่ยวไม่มีทางมีวาสนาดีเทียบเท่านางได้แน่
“ท่านอารอง ท่านและท่านพ่อของข้าเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน พวกเราควรจะสนิทกันไว้มิใช่หรือ? ท่านอย่าใส่ใจเสียงนกเสียงกาที่ยั่วยุให้พี่น้องบาดหมางกันเลย”
เซียวจิ้งถิงดันพี่สาวและน้องสาวให้พ้นทาง “มิใช่ว่าท่านต้องการพึ่งข้าและพี่น้องทั้งสองของข้าให้เลี้ยงดูท่านในยามแก่เฒ่าหรอกหรือ? ท่านเกรงว่าเหล่าลูกเขยจะละทิ้งท่านใช่หรือไม่? ท่านลองมองดูสิ
เซียวจิ้งถิงไม่ได้พูดอะไรมากนัก ทว่าคำพูดเหล่านั้นกลับแทงใจดำเซียวต้าฟู่อย่างยิ่ง
เซียวต้าฟู่ไม่มีลูกชายไว้สืบสกุลและดูแลตอนแก่ชรา ดังนั้นเขาจึงต้องการให้เซียวจิ้งถิงและหลานสาวทั้งสองคนเป็นหลักยึดเหนี่ยวในภายภาคหน้า
เซียวต้าฟู่แค่นเสียงด้วยความขุ่นเคือง ก่อนสะบัดแขนเสื้อและเตรียมจากไป
“นี่ ไอ้น้องชายเหตุใดเจ้าถึงรีบกลับนัก? เรามีญาติ คนอื่น ๆ อยู่ในหมู่บ้านนี้หรือ? เราสองคนพี่น้องเปรียบเสมือนกระดูกและเส้นเอ็น… ลืมแล้วหรือ? ตั้งแต่ปีที่น้องเล็กหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเราก็เหลือกันแค่สองคนพี่น้องเท่านั้น”
เซียวต้าโหย่วยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เซียวต้าฟู่พร้อมกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ตอนนี้เขาร่ำรวยแล้ว ทว่ายังคงต้องการรักษาสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องไว้
หลังจากเซียวหังหายสาบสูญในปีนั้น สองคนพี่น้องก็ร่วมใจสาบานว่าพวกตนไม่มีน้องชายที่ชื่อเซียวหังอีกต่อไป และนับแต่นั้นมาเซียวต้าโหย่วก็กลายเป็นพี่ชายคนโตแห่งตระกูลเซียวไปโดยปริยาย…
“จิ้งถิง อย่าหยาบคายกับอารอง”
เซียวต้าโหย่วตำหนิบุตรชาย ทว่ามีหรือที่เซียวจิ้งถิงจะเชื่อฟัง?
ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิต เขาก็ไม่ได้แต่งงานใหม่อีกเลย แต่ผู้ใดจะเชื่อว่าบิดาผู้ไม่ยอมแก่ชราจะมีอนุภรรยารุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาว ทั้งยังมีสาวรับใช้วัยแรกแย้มอายุสิบสี่สิบห้า ชายชราผู้นี้ทำได้อย่างไรกัน!
เขาลืมไปแล้วหรือว่าบุตรชายยังไม่ได้แต่งงาน?
เซียวต้าโหย่วมองรูปลักษณ์ของเซียวจิ้งถิงด้วยความอับอาย จากนั้นหันไปกล่าวกับเซียวต้าฟู่ “เด็กคนนี้โง่เขลานัก เจ้าเป็นอาก็อย่าถือสาเขาเลย”
เซียวต้าฟู่เก็บตัว ไม่คบค้ากับผู้อื่น เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินออกไปด้วยท่าทีฟึดฟัด จากนั้นเซียวอวี้เวยและเซียวอวี้เมี่ยวก็เดินตามบิดาไปเช่นกัน
ใบหน้าเซียวต้าโหย่วแดงก่ำด้วยความโกรธเคือง เขาหันไปกล่าวกับเซียวจิ้งถิงด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ไอ้ลูกเนรคุณ หากเจ้ากล้าขัดคำสั่งข้าอีกครั้ง ข้าจะไม่ยกมรดกทั้งหมดให้เจ้า… เข้าใจหรือไม่?”
เซียวจิ้งถิงไม่มีท่าทีสลดแม้แต่น้อย “ท่านพ่อ? ข้าเป็นลูกชายท่าน แต่ท่านจะไม่ยกมรดกให้ข้ารึ?”
เซียวต้าโหย่วแค่นเสียงเย็นชา “พ่อของเจ้าไม่ได้หมดน้ำยา เจ้าคิดหรือว่าหญิงสองคนนั้นจะไม่คลอดลูกชายให้ข้า?”
ครืน…
เซียวจิ้งถิงรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ สิ่งที่เซียวต้าโหย่วพูดเมื่อครู่ไม่มีวันเป็นไปได้!
เขาเหลือบมองเซียวอิ้งเสวี่ยและเซียวอิงอิงเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าพี่น้องทั้งสองต่างส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
เซียวจิ้งถิงทำได้เพียงก้มหน้าสำนึกผิด “ท่านพ่อ เช่นนั้นท่านได้โปรดดูแลท่านแม่ของข้าอย่างดีด้วยเถิด เวลาผ่านไปเพียงครึ่งเดือน ท่านก็มีเมียน้อยถึงสองคนแล้ว แต่ข้าที่เป็นลูกชายของท่านกลับไม่ได้แต่งงาน”
“เหตุใดถึงรีบร้อนนัก?”
เซียวต้าโหย่วพึมพำ
เซียวจิ้งถิงหัวเราะคิกคักพลางกระซิบ “เหตุใดท่านถึงไม่ให้ข้าแต่งงานกับชุ่ยเอ๋อเล่า…”
เพี๊ยะ…
เซียวต้าโหย่วตบหน้าบุตรชายอย่างแรง ขณะที่ เซียวจิ้งถิงเบิกตาโพลงด้วยความไม่เชื่อ
จากนั้นเซียวต้าโหย่วมองเซียวจิ้งถิงที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตกใจ
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เซียวต้าโหย่วก็จำได้ว่าเซียวจิ้งถิงพิการทั้งมือและเท้า อย่าว่าแต่ตอบโต้เมื่อถูกทำร้ายเลย แม้แต่จะหยิบชามและตะเกียบยังทำได้อย่างยากลำบาก แล้วเมื่อครู่เขาทำอะไรลงไป?
“ท่านพ่อ… จิ้งถิง พวกท่านยังก่อปัญหาไม่พออีกหรือ? วันนี้เป็นวันมงคลของครอบครัวเรา ท่านต้องการตกเป็นขี้ปากชาวบ้านอีกรึ?”
เซียวอิ้งเสวี่ยไม่สามารถอดทนได้ต่อไป แม้จะมีเครือญาติและเพื่อนบ้านมาร่วมงานเพียงหยิบมือ ทว่ามันก็ยังน่าอายอยู่ดี
เคราะห์ดีที่เสียงแตรดังมากอีกทั้งผู้คนที่อยู่ข้างนอกไม่สามารถมองเห็นสีหน้าและไม่ได้ยินเสียงโต้เถียงเมื่อครู่ได้อย่างชัดเจน
“เลิกทะเลาะกันแล้วหาทางแก้ปัญหาก่อนเถิด”
เซียวอิ้งเสวี่ยมองหวังจื่อปังที่นอนอยู่บนพื้น จากนั้นกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อเห็นว่าเซียวอิ้งเสวี่ยมองไปรอบ ๆ หวังจื่อปังจึงตะโกนถาม “เจ้ามองอะไร? เจ้าไม่รู้หรือว่าลูกพี่ลูกน้องของข้าเป็นคนมีชื่อเสียงในหมู่บ้านนี้”
เมื่ออีกฝ่ายพูดจบ เซียวอิงอิงจึงลุกยืนขึ้น “เซียวหลีน่ะหรือ?”
หวังจื่อปังถูกทุบตีจนเลือดไหลอาบ จากนั้นจ้องมอง เซียวอิงอิงด้วยสายตาเคียดแค้น “เจ้าจะทำอะไรกันแน่?”
เซียวอิงอิงหัวเราะพลางมองไปรอบ ๆ “ที่นี่คือบ้านข้า เจ้าคิดถี่ถ้วนแล้วหรือที่มาก่อปัญหาที่นี่?”
หวังจื่อปังปฏิเสธ “ข้าก่อปัญหาที่ใดกัน? ข้ามาที่นี่เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบสหายข้าผิดด้วยหรือ?”
“เคราะห์ดีที่เจ้ายังพอมีสำนึกอยู่บ้าง เจ้ายอมรับความจริงไม่ได้หรือถูกคนรักหักหลัง? ทั้งยังลืมแล้วหรือเพื่อนของเจ้าเป็นอนุพ่อข้า? อยากให้ข้าทบทวนความจำให้หรือไม่?”
ขณะนี้เสียงแตรเงียบลงแล้ว เซียวอิงอิงมองไปยังชาวบ้านที่อยู่ข้างนอกพร้อมตะโกนถาม “พวกเราควรจัดการเศษสวะผู้นี้อย่างไรดี?”
“ทุบตีเขาให้ตายไปเลยดีหรือไม่?”
พันธมิตรของเซียวต้าโหย่วตอบ
หวังจื่อปังรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน “วันนี้ครอบครัวเจ้าจัดงานมงคลครั้งใหญ่ ข้ามาที่นี่เพื่อร่วมยินดี ไม่ได้บุกเข้ามาก่อปัญหาเสียหน่อย หากเจ้ารังแกผู้บริสุทธิ์เช่นข้า เจ้าต้องถูกสวรรค์ลงโทษเป็นแน่!”
“ตีมันให้หลาบจำ!”
เซียวอิงอิงตวาดเสียงดัง ผู้ใดก็ตามที่เป็นเครือญาติของเซียวหลี มันผู้นั้นสมควรถูกทุบตีจนตาย!
“อ๊าก! ช่วยด้วย! ข้ากำลังจะถูกฆ่า!”
หวังจื่อปังพลันรู้สึกเสียใจ ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นสีหน้ากังวลใจของหยานหง
“หงหง…”
หวังจื่อปังคิดว่าสีหน้าขมวดคิ้วรังเกียจของหยานหงคือสีหน้าห่วงใยตน เมื่อเป็นอย่างนั้น เขาจึงตกหลุมรักนางยิ่งกว่าเดิม
น่าเสียดายที่หยานหงไม่สามารถทนเห็นหวังจื่อปังถูกทำร้ายอย่างทารุณได้!
“เอาล่ะ ๆ อย่าฆ่าคนเลย มิฉะนั้นสามีของข้าต้องเดินทางไปที่ศาลให้เสียเวลาอีก ดังนั้นข้าขอรับผิดทุกอย่างเพียงผู้เดียว”
แม้จะเป็นประโยคง่าย ๆ ทว่ามันกลับสื่อความหมายมากมายจนครอบครัวของเซียวอิงอิงมองข้ามไม่ได้!
เมื่อได้ยินอย่างนั้น เหล่าผู้คุ้มกันจึงยอมหยุดมือ ซึ่งสรุปได้ว่างานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ของเซียวต้าโหย่วจัดขึ้นเพื่อโอ้อวดเท่านั้น