วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า - บทที่ 105 กลับมาคืนดีกัน
บทที่ 105 กลับมาคืนดีกัน
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็เปิดออกอย่างแรง!
แกนผลึกพลังงานถูกโยนลงพื้นอย่างไม่ไยดี “ฉันจ้างพนักงานแบบนายไม่ไหวหรอก”
เงินถูกโอนกลับเข้าบัญชีของเหยียนผิง
จิ่งเหมียนใบหน้าเย็นชา ปิดประตูพรวดออกไป
เหยียนผิงยืนอึ้ง “เธอหมายความว่าไง”
จากนั้นเขาก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนบนสมาร์ตวอทช์
ประกาศกลุ่ม ‘เหยียนผิง คุณถูกไล่ออกจากกลุ่มทหารรับจ้างแล้ว คุณสามารถเลือกที่จะอยู่ในลวี่อินต่อจนกว่าจะหมดสัญญาเช่าหรือย้ายออก’
เหยียนผิงไม่คาดคิดเลยว่า จิ่งเหมียนจะเด็ดขาดขนาดนี้ เธอใจแข็งเกินไปแล้ว กล้าทำกับผู้มีพลังพิเศษระดับสี่แบบนี้ได้ยังไง
สมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่มต่างไม่กล้าส่งเสียง ไม่มีใครอยากเข้าข้างหรือพูดปลอบเหยียนผิงสักคน
จะไปหาเรื่องหัวหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำไม?
หัวหน้าจิ่งดูแลพวกเขาไม่ดีตรงไหน?
ให้เงินเดือนสูงลิบลิ่ว แถมไม่ค่อยมีภารกิจอะไรให้ทำ แค่ลาดตระเวนก็สบายแล้ว
คงจะสบายจนเคยตัวล่ะสิ ถึงไม่รู้จักคุณค่า
เหยียนผิงเก็บผลึกพลังงานแล้วเดินออกไป
เฉินย่ามองเขาเดินจากไปโดยไม่คิดจะตามไปด้วย
ที่สำนักงาน
จิ่งเหมียนไม่สามารถสงบใจได้ตลอดเวลา จึงผลักงานไปด้านข้าง ความหงุดหงิดของเธอดูเหมือนจะเกิดขึ้นเพราะการปรากฏตัวของชวีหงเชี่ยว แต่ที่จริงแล้วเป็นเพราะการตอบสนองที่ไม่ชัดเจนของเฉินย่า
ถ้าเขาสามารถบอกเธออย่างชัดเจนว่าเขาไม่มีความรู้สึกชอบชวีหงเชี่ยวในฐานะชายหญิงเลย
ถ้าเขาสามารถทำให้ชวีหงเชี่ยวไม่ได้ติดต่อกับเขา และให้ความรู้สึกปลอดภัยเพียงพอแก่เธอ ไม่ว่าชวีหงเชี่ยวจะมีกลเม็ดมากมายแค่ไหน เธอก็ไม่กลัว
เธอตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาเขา “เฉินย่า พวกเราจำเป็นต้องคุยกัน”
ตอนกลางคืน ทั้งสองคนนั่งอยู่ริมแปลงดอกไม้เล็ก ๆ มองหน้ากันและกัน
หลังจากความพยายามทุกคืนของจิ่งเหมียน ร่มเงาสีเขียวก็ไม่โล่งเตียนอีกต่อไป ต้นไม้เล็ก ๆ แตกกิ่งก้านใบ ทอดเงาบาง ๆ ลงบนพื้น
“เฉินย่า คุณชอบชวีหงเชี่ยวไหม? แม้แต่นิดเดียว?”
จิ่งเหมียนถามเสียงเบาด้วยท่าทีที่ดี “อย่าคิดว่าฉันไม่เชื่อใจคุณอีกเลย ถ้าคุณไม่พูดออกมาอย่างชัดเจน แม้ฉันจะเชื่อใจคุณแค่ไหน ก็จะรู้สึกเหมือนกำลังหลอกตัวเอง ฉันต้องการคำตอบที่ชัดเจนจากคุณ”
เธอไม่ชอบความรู้สึกที่มีความเข้าใจผิดแล้วไม่ถามไม่พูดให้ชัดเจน การเสียเวลาเดาไปเดามาไม่มีความหมายอะไรเลย
“ผมไม่ได้ชอบเธอ คนที่ชอบเธอคือเหยียนผิงต่างหาก” คราวนี้เฉินย่าไม่หลบเลี่ยงและพูดตรง ๆ ว่า “ดังนั้นคุณวางใจได้เลย”
“ไม่เลย” จิ่งเหมียนส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันดูแล้วว่าเธอไม่ได้มีใจให้เหยียนผิงหรอก แต่กับนายนี่สิ ไม่ธรรมดา”
เฉินย่าขมวดคิ้วครุ่นคิด “เหมียนเหมียน เธออาจจะคิดมากไปเองหรือเปล่า”
“ฉันไม่ได้คิดมาก นายก็อย่าเพิ่งรีบเถียง ผู้หญิงดูผู้หญิงจะรู้ทันกันมากกว่าผู้ชายดูผู้หญิง เธอไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่พวกนายเห็นหรอก สัญญากับฉันนะ เวลาพวกนายออกไปล้างแค้นกัน คราวนี้อย่าให้ ชวีหงเชี่ยวได้เข้าใกล้นายอีก ตกลงไหม”
“นายเป็นผู้ชายของฉัน ห้ามคนอื่นแตะต้อง รู้หรือเปล่า”
จิ่งเหมียนพูดด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจพลางดึงคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้ สายตาทั้งสองสบประสานกัน ใกล้เข้าไปทุกที
เฉินย่าโน้มใบหน้าเข้าหาจูบเธออย่างรวดเร็ว เขาบดจูบนั้นให้ลึกลงไปอีก
ความปรารถนาครอบครองอย่างเอาแต่ใจของจิ่งเหมียน ทำให้ใจของเฉินย่าร้อนรุ่มไปกับความปรารถนาที่ยากจะห้ามใจไหว
“เหมียนเหมียน สองสามวันมานี้พวกเราไม่ได้นอนด้วยกันเลย วันนี้ฉันไปนอนเป็นเพื่อนเธอที่บ้านดีไหม” ดวงตาของเขาเป็นประกาย ทั้งสองกอดกันกลม เสียงกระซิบแผ่วเบาแฝงไปด้วยความหวาน
บรรยากาศเริ่มโรแมนติก ทว่าเสียงเรียกเข้าน่ารำคาญดันดังขึ้นเสียก่อน
“โทรศัพท์นาย”
เฉินย่ามองเห็นหมายเลขชัดเจน จึงเปิดลำโพงโทรศัพท์ทันที
“เหยียนผิงมาหาฉันที่อู่อันแล้ว นายจะมาด้วยไหม พอดีเราจะได้ซื้อของใช้สำหรับการเดินทางไปด้วยกัน”
เสียงหวานแหววแต่น้ำเสียงร่าเริง ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากชวีหงเชี่ยว
“ฉันไม่ไปหรอก พอถึงเวลาคืนพรุ่งนี้ ฉันก็จะไปรวมตัวกับพวกเธอเอง ต้องการอะไรก็เตรียมกับเหยียนผิงไปเถอะ ส่วนของฉัน ฉันจะเตรียมเอง”
“อีกอย่าง หลังจากการแก้แค้นครั้งนี้ พวกเราก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เธออย่ามาที่ฐานลวี่อินอีก”
ปลายสายดูเหมือนจะตกใจ เงียบไปพักใหญ่ ตอนที่เฉินย่ากำลังจะวางสาย จึงพูดขึ้นมา
“นายโดนเจ้านายพูดอะไรหรือเปล่า? เธอสั่งให้พวกเราตัดขาดความสัมพันธ์กันเหรอ?” เสียงของชวีหงเชี่ยวสั่นเครือ
“พวกเราก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรเป็นพิเศษ ฉันแค่อยู่ในทีมสองสามปีเท่านั้น จิ่งเหมียนไม่ใช่แค่เจ้านายฉัน แต่เป็นผู้หญิงของฉันด้วย เธอควรระวังคำพูดเกี่ยวกับเธอหน่อย”
เฉินย่าพูดราวกับตอบรับคำพูดของจิ่งเหมียนก่อนหน้านี้ เขาโอบจิ่งเหมียนเดินเข้าไปในหอพัก
“แต่ทำไมล่ะ? ฉันเข้าใจว่านายมี… คนที่ชอบ แต่มันเกี่ยวอะไรกับความสัมพันธ์ของพวกเรา? พวกเราไม่ใช่เพื่อนสนิทกันหรอกเหรอ?”
จิ่งเหมียนอดไม่ได้ที่จะกลอกตา อ้างว่าเป็นพี่น้องกัน แต่กลับไม่รู้จักขอบเขต สนิทสนมกับผู้ชายที่มีแฟนแล้ว ยังจะบ่นว่าแฟนคนอื่นใจแคบไม่เปิดกว้าง ช่างมีเล่ห์เหลี่ยมจริง ๆ
“ฉันกับคุณไม่ใช่พี่น้องกัน และอาจจะไม่ใช่กับเหยียนผิงด้วย” เฉินย่าพูดอย่างเย็นชา เมื่อเหยียนผิงเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่โดยไม่ไล่ตามไป
อีกฝ่ายเงียบไปอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าตกใจกับคำพูดของเฉินย่า
“ถ้าการปฏิบัติดีต่อคุณจะทำร้ายคนที่สำคัญที่สุดของฉัน และก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ฉันจะไม่ติดต่อกับคุณอีก และเหยียนผิงก็ใส่ใจคุณมาก มีเขาคอยดูแลคุณ ชีวิตของคุณก็จะไม่เลวร้าย ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมากังวล”
พูดจบเฉินย่าก็วางสาย แล้วอุ้มจิ่งเหมียนเข้าบ้าน
เขาถอดรองเท้าแล้วขึ้นเตียง “เหมียนเหมียน สองวันนี้ผมคิดถึงคุณมาก”
จิ่งเหมียนพองแก้มทำท่าสงสัย “คุณกับชวีหงเชี่ยวทะเลาะกันเร็วจัง ไม่ใช่แกล้งพูดให้ฉันฟังใช่ไหม?”
เฉินย่าบีบแก้มเธอ พูดอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย “ผมแค่เชื่อคุณ! คุณบอกว่าเธอไม่ดี เธอก็ต้องไม่ดีแน่นอน”
เฉินย่าอยู่ในกลุ่มทหารรับจ้างแค่สองปีครึ่งเท่านั้น ดูเหมือนจะสนิทกับพวกเขา แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้สนิทกันมาก อาส่านมาทีหลัง แต่อยู่ในกลุ่มไม่ถึงปีด้วยซ้ำ
ถ้าเฉินย่า ‘ปฏิบัติดี’ ต่อชวีหงเชี่ยวจริง เขาคงไม่ขาดการติดต่อกับเธอไปสองปีกว่าแล้ว ตลอดมาเป็นเหยียนผิงที่ไปเยี่ยมเธอหลังจากทำภารกิจเสร็จ
“สองวันนี้ที่เราไม่ได้คุยกัน ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลย ไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับคุณยังไง ดีนะที่คุณมาหาผม”
เขาค่อย ๆ กดจิ่งเหมียนลงบนเตียง ปัดปอยผมที่ร่วงหล่นบนใบหน้าเธอออก รอยยิ้มดีใจแฝงแววเจ้าเล่ห์ “ท่านผู้บัญชาการของผมดูสง่างามขึ้นทุกวันเลยนะครับ ผมชอบจัง”
ความอัดอั้นในใจจิ่งเหมียนพลันมลายหายไป จิตใจเบิกบานขึ้นมาก เธอพูดอย่างทะนงว่า “รู้ตัวก็ดี นี่ฉันจะไม่ถือโทษคุณแล้ว จำไว้ให้ดีว่า เส้นผมทุกเส้นของคุณเป็นของฉัน!”
“อืม…” เฉินย่าตอบรับเสียงอู้อี้ เขาซุกใบหน้าลงข้างแก้มนาง
จิ่งเหมียนหน้าแดง หัวใจเต้นแรง รีบผลักเขาออก
เฉินย่ามีแววตาอันตราย ดั่งสัตว์ร้ายที่ไม่สามารถระบายความต้องการออกมาได้
“เหมียนเหมียน พวกเรา… หรือว่า…” บนตัวเฉินย่าแผ่รังรุนอำนาจบางอย่าง ดวงตาที่จ้องมองเธอเต็มไปด้วยความต้องการครอบครอง
“รอให้คุณสะสางทุกอย่างเสร็จแล้วค่อยว่ากัน” จิ่งเหมียนใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากเขา
“จริงนะ?” เฉินย่ายักคิ้ว ก่อนจะงับนิ้วเธอเบา ๆ อย่างยียวน
“จริง! อย่ามองฉันแบบนี้สิ ฉันเขินนะ!” จิ่งเหมียนทนสายตาของเขาไม่ไหวอีกต่อไป
“ลุกจากตัวผมก่อน ผมจะไปอาบน้ำ!”