วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า - บทที่ 104 เฉินย่าและเหยียนผิงจะจากไป
- Home
- All Mangas
- วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า
- บทที่ 104 เฉินย่าและเหยียนผิงจะจากไป
บทที่ 104 เฉินย่าและเหยียนผิงจะจากไป
ถ้าพวกเขาสองคนอยากไปกับชวีหงเชี่ยว และรับงานจากภายนอก พวกเขาต้องได้รับการอนุญาตจากจิ่งเหมียนก่อน
“แต่ขออย่างเดียวอย่าให้เขาทำให้พี่เหมียนผิดหวังก็พอ”
หวังอี้เหลือบมองใบหน้าเย็นชาของหานซวง เด็กสาวในลวี่อินต่างชื่นชอบจิ่งเหมียน
เอาเข้าจริงใช้คำว่าชื่นชอบก็คงไม่ถูกนัก น่าจะเป็นคำว่าทะนุถนอมมากกว่า
ฮวาเล่อเหยาเองก็เป็นแบบนี้ ใครที่บังอาจพูดลับหลังจิ่งเหมียนในทางเสียหาย เธอคงพุ่งเข้าไปทะเลาะกับคนคนนั้นแน่
ตัวเธอเองถ้าถูกคนอื่นพูดใส่หน้ากลับไม่ค่อยใส่ใจ ตอนนี้เซี่ยงชุนหยวนไม่กล้ามาที่โรงอาหารในช่วงเวลาอาหาร เพราะกลัวว่าจะบังเอิญเจอเธอ
ทั้งหานซวงและหวังอี้ต่างก็เดินเข้าไปในอาคารสอง หลังจากนั้นหานซวงก็มองลงมาจากชั้นสาม เห็นชวีหงเชี่ยวนั่งอยู่ข้างนอก ดูเหมือนแขนของเธอจะหลุด และเหยียนผิงกำลังช่วยดึงให้เข้าที่ เฉินย่าก็ยืนอยู่ข้าง ๆ
ไม่นานนัก ชวีหงเชี่ยวก็ดูเหมือนจะหายดี ทั้งสามคนหัวเราะและเดินกลับมาที่ประตูลวี่อินอีกครั้ง
ปัง!
ด้านหน้าจุดที่ชวีหงเชี่ยวยืนอยู่พลันเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่!
เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นหานซวงกำลังยืนเล็งปืนไรเฟิลอยู่
หานซวง “เธอกำลังทำอะไรอยู่”
เหยียนผิงปกป้องชวีหงเชี่ยวไว้ข้างหลัง
“เมื่อพี่เมี่ยนโยนเธอออกไปแล้ว ก็แสดงว่าไม่อนุญาตให้เธอเข้ามาอีก” หานซวงตะโกนลงมาจากด้านบน
ชวีหงเชี่ยวยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ฉันไม่สนใจการกระทำของเธอ ดูเหมือนเธอจะแค้นฉันมากเลย พวกเธอเข้าไปเถอะ อย่าสนใจฉันเลย เราจะติดต่อกันทางการสื่อสาร”
“ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอ” เหยียนผิงจับมือชวีหงเชี่ยวไว้
“ถ้านายเดินตามฉันไป เจ้านายของพวกนายคงโกรธจนตายแน่ ฉันไม่เป็นไร กลับไปเถอะ พวกนายยังต้องขออนุญาตเธอเพื่อออกไปสักพัก ฉันจะไปหาที่พักที่ฐานอู่อันก็พอแล้ว”
ด้วยเหตุนี้ เหยียนผิงและเฉินย่าจึงเข้าไปในลวี่อิน
“ฉันรู้สึกว่าลวี่อินดีมาตลอด จิ่งเหมียนก็ดีเหมือนกัน จนกระทั่งเธอทำแบบนี้กับหงเชี่ยว ฉันรู้สึกรังเกียจจริง ๆ เธอไม่รู้หรอกว่าพวกเราให้ความเคารพเธอมากแค่ไหน แต่ก่อนตอนอยู่ข้างนอก แม้แต่นายจ้างก็ยังไม่เคยทำกับพวกเรา…”
“พอเถอะเหยียนผิง” เฉินย่าขัดจังหวะเขา “จิ่งเหมียนไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”
“นายชอบเธอ นายก็เลยไม่คิดว่าเธอทำผิดน่ะสิ!” เหยียนผิงสะบัดแขนเดินจากไป
เฉินย่ามองไปทางสำนักงานเงียบ ๆ แต่ไม่ได้เดินเข้าไป
หลังจากทำสงครามเย็นใส่กันมาสองวัน เฉินย่าและเหยียนผิง ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ห้องทำงานของจิ่งเหมียน
“เหมียนเหมียน พวกเรากำลังจะออกไปข้างนอกสักพัก ไม่นานหรอก ประมาณหนึ่งเดือน”
จิ่งเหมียนวางแผนงานในมือลง แล้วเงยหน้ามองคนทั้งสองที่อยู่หน้าโต๊ะทำงาน “นี่พวกนายไม่ได้มาขอ แต่มาแจ้งฉันสินะ”
“มันเป็นเรื่องสำคัญ พวกเราจำเป็นต้องไป” เหยียนผิงพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เรื่องสำคัญอะไร?”
“พวกเรามีสิทธิ์ที่จะไม่ตอบ”
“ไม่ พวกนายไม่มีสิทธิ์”
บรรยากาศในห้องตึงเครียด “ถ้าพวกนายไม่บอกเหตุผล ฉันจะไม่ปล่อยพวกนายไปเด็ดขาด การลาหยุดต้องมีเหตุผลไม่ใช่หรือไง”
จิ่งเหมียนไม่หวั่นไหวกับท่าทางของเหยียนผิงแม้แต่น้อย ที่นี่ไม่มีใครทำร้ายเธอได้ ช่วงนี้เธอจะไม่ไปไหนทั้งนั้นเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน
“ไปล้างแค้น” เฉินย่าพูด “พ่อของหงเชี่ยวตายอย่างน่าอนาจ ก่อนตายถูกทรมานอย่างหนัก ปีนั้นพวกเราตามหาคนกลุ่มนั้นอยู่นานแต่ก็ไม่พบร่องรอย สุดท้ายรองหัวหน้ากลุ่มก็ไม่สามารถควบคุมคนอื่น ๆ ได้ ทุกคนก็เลยแยกย้ายกันไป ตอนนี้หงเชี่ยวตามหาคนพวกนั้นมานานหลายปี ในที่สุดก็พบเบาะแส เธอเลยมาหาพวกเราเพื่อไปแก้แค้น”
เหยียนผิงถอนหายใจอย่างไม่พอใจ ราวกับเฉินย่าพูดเหตุผลทั้งหมดออกมาแล้ว
จิ่งเหมียนใช้นิ้วเคาะโต๊ะครุ่นคิด ฐานกำลังจะเข้าร่วมการประเมิน เป็นช่วงเวลาที่วุ่นวาย มีผู้มีพลังพิเศษอยู่ที่ฐานมากหน่อย พวกเราก็จะรู้สึกสบายใจมากขึ้น
ลวี่อินไม่เพียงแต่จะสมัครแข่งขันดัชนีความสุขเท่านั้น แต่กองกำลังติดอาวุธก็จะสมัครเช่นกัน พลังป้องกันของลวี่อินนั้นแข็งแกร่งมาก กำแพงอาคารที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษและปืนใหญ่พลังงานผลึกสามกระบอกไม่ใช่สิ่งที่ฐานทั่วไปจะมี ลวี่อินยังสามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์เองได้ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือมีผู้มีพลังพิเศษด้านการรักษาความปลอดภัยน้อยเกินไป
จิ่งเหมียนไม่ได้คาดหวังว่าลวี่อินจะสามารถโดดเด่นในสนามแข่งขันนี้ได้ แต่ก็น่าจะได้อันดับหนึ่งร้อยหรือสองร้อย อันดับนี้ถือเป็นการประชาสัมพันธ์และการยอมรับที่ดีสำหรับลวี่อิน ดีกว่าไม่มีอะไรเลย
ตอนนี้ลวี่อินมีผู้มีพลังพิเศษทั้งหมดสิบสองคน กลุ่มทหารรับจ้างมีแค่สามคน ตอนนี้ไปแล้วสองคน ยังเป็นสองคนที่เก่งที่สุดในบรรดาสิบสองคนอีก
แต่เหตุผลของพวกเขาดูเหมือนเธอจะขัดไม่ได้จริง ๆ พ่อบุญธรรมของเฉินย่าถูกทรมานจนตาย หัวหน้ากลุ่มคนก่อนของเขาก็ถูกฆ่าอย่างทารุณ เขาซาบซึ้งที่หัวหน้ากลุ่มคนก่อนให้สติเขาและรับเลี้ยงเขา มันคงยากที่จะห้ามไม่ให้เขาไปแก้แค้น
“ตกลง” จิ่งเหมียนตอบตกลง “ออกเดินทางเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้เย็น” เหยียนผิงถอนหายใจอย่างโล่งอก หยิบแก่นผลึกออกมาหนึ่งก้อนยื่นให้จิ่งเหมียน “ผมอยากขอให้คุณสร้างอาวุธพลังงานผลึก เป็นทักษะเอาชีวิตรอดได้ยิ่งดี”
จิ่งเหมียนหัวเราะเยาะ เมื่อขอความช่วยเหลือก็รู้จักเรียกเธอว่า “ท่านจิ่ง” แล้ว “ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เรียกฉันว่าจิ่งเหมียนเหรอ ทำไมถึงเปลี่ยนสรรพนาม”
เหยียนผิงรู้สึกอับอายขายหน้าแต่ก็ไม่กล้าโต้แย้ง
จิ่งเหมียนเล่นกับแกนผลึกในมือ “ได้ ห้าร้อยล้าน”
เหยียนผิงชะงักค้าง
“ห้าร้อยล้าน มันแพงไปหน่อยมั้ง! ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้ทำให้พวกเราฟรี ๆ ตลอดเหรอ” ที่จริงแล้วเหยียนผิงตั้งใจจะเอาอาวุธพลังผลึกนี้ไปให้ชวีหงเชี่ยว “ฉันไม่ได้จะเอาของฟรี ไม่จ่ายเงินนะ แต่แบบนี้มันก็โหดไปหน่อยมั้ย กับพวกเดียวกันเอง”
จิ่งเหมียน ส่ายนิ้วชี้ไปมา “คนละเรื่องกัน ห้ามเอามาปนกันเด็ดขาด อาวุธพลังผลึกที่มีทักษะป้องกันชีวิต ราคาห้าร้อยล้านไม่แพงหรอก”
จิ่งเหมียนยังจำได้ว่า ตอนประมูลสร้อยข้อมือป้องกันตัวราคาปิดประมูลอยู่ที่เจ็ดร้อยแปดสิบล้าน ตอนนั้นเองที่เธอเพิ่งรู้ว่า อาวุธพลังผลึกที่ระบบผลิตออกมามีมูลค่ามากแค่ไหน
“เถ้าแก่จิ่ง แกไม่ได้ขาดแคลนเงินขนาดนั้นสักหน่อย”
“แล้วไง ฉันก็แค่ขอเก็บเงินสักหน่อย แล้วจะได้ยกให้แกฟรี ๆ งั้นเหรอ”
รอยยิ้มของจิ่งเหมียนทำให้เหยียนผิงรู้สึกเจ็บแปลบ เขาตะโกนออกมาเสียงดัง “เหอะ ฉันเดินทางไปทั่ว รับภารกิจมานักต่อนัก สิ่งที่ฉันไม่เคยขาดเลยก็คือเครดิตนี่แหละ!”
“งั้นนายก็สั่งทำเพิ่มอีกสักอันสองอันสิ เงินง่าย ๆ แบบนี้ ฉันยินดีรับ” จิ่งเหมียนยื่นมือถือออกมา “เอาละ สแกนจ่ายเงินมาเลย”
เหยียนผิงสแกนจ่ายเงินไปสองร้อยห้าสิบล้าน “ส่วนที่เหลืออีกครึ่ง ผมจะจ่ายตอนของเสร็จแล้ว”
แกนผลึกในมือของจิ่งเหมียนหายไป “ฉันจะแจ้งให้ทราบเมื่อเสร็จสิ้น”
“ผมรู้ถึงประสิทธิภาพในการผลิตของคุณดี หวังว่าคุณจะไม่ผัดผ่อนเวลา”
จิ่งเหมียนเห็นแววตาของเหยียนผิงเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ จึงเอ่ยว่า “ไม่จำเป็นต้องให้นายมาสั่งสอน ฉันไม่ได้ขอร้องให้นายมาจ้างฉันผลิตสักหน่อย รู้จักฐานะของตัวเองก่อนค่อยพูด!”
เฉินย่าลากเหยียนผิงออกมาจากห้องทำงาน เหยียนผิงโมโหจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง
“เหยียนผิง นายเป็นอะไรไป ฉันบอกแล้วว่าเรื่องจิ่งเหมียน นายต้องให้เกียรติเธอ นายลืมไปแล้วเหรอว่าที่นายไปหาเธอเองเพราะเรื่องอะไร ก็แค่ชวีหงเชี่ยวทำให้นายต้องมาคุยกับเธอแบบนี้”
“ใครใช้ให้เธอมาหาเรื่องหงเชี่ยวแบบไม่มีเหตุผลกันล่ะ!” เหยียนผิงไม่พอใจ ตะโกนเสียงดังอยู่หน้าประตูห้องทำงาน “พวกเรากับหงเชี่ยวคบกันมากี่ปี สนิทกันแค่ไหน แล้วกับเธอ เพิ่งจะเดือนสองเดือน เทียบกันได้หรือไง นายนี่ก็แปลกจริง ๆ แยกแยะไม่ออกหรือไงว่าใครสำคัญกว่ากัน!”