รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1346 ทดสอบความแข็งแกร่ง
บทที่ 1346 ทดสอบความแข็งแกร่ง
………………..
บทที่ 1346 ทดสอบความแข็งแกร่ง
ยอดฝีมือขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางนับสิบถูกกินตามใจชอบ ไม่เพียงสุยซินเท่านั้นที่หวาดผวา กระทั่งพวกสุยถานที่เตรียมใจเอาไว้แต่แรกยังอดรู้สึกเช่นเดียวกันไม่ได้
“ถึงมาตรฐานแล้ว คิดทิ้งตราประทับนับว่ายากยิ่งกว่า!”
สุยถานอดเอ่ยไม่ได้
ให้ถึงมาตรฐานจำต้องมีสิ่งมีชีวิตสามตนถึงขอบเขตบ่อเกิดหยินหยาง แต่คิดทิ้งตราประทับเอาไว้บนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนยังต้องดูโชคด้วย หากโชคไม่ดีนับเป็นเรื่องยากยิ่ง!
“ที่นี่ไม่ได้มีอสูรร้ายเช่นนี้อยู่เพียงหนึ่งตัว!”
สุยถานกล่าวต่อ “ยอดฝีมือที่เคยเห็นอสูรร้ายบอกว่ามันเป็นอสูรร้ายสีเขียวตนหนึ่ง ทว่าตอนนี้กลับปรากฏเป็นอสูรร้ายสีดำ เห็นได้ชัดว่าที่นี่มีอสูรร้ายอยู่ไม่น้อยกว่าสองตัว!”
ดวงตาหลี่จิ่วเต้าสว่างวาบ เขาได้เห็นฉากเมื่อครู่ทั้งหมด
ชายหนุ่มไม่รู้สึกถึงแรงคุกคามหรืออันตรายอันใดจากอสูรร้ายสีดำเลย
แน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายความว่าอสูรร้ายสีดำไม่อาจต่อกรกับเขา อย่างไรเสียตัวเขาเองก็ยังไม่เคยต่อกรกับอสูรร้ายสีดำจริง การไม่เกิดแรงคุกคามหรือความรู้สึกอันตรายนับเป็นเรื่องปกติ
ตอนนี้เขายังรู้สึกไม่มั่นใจอยู่บ้าง จึงไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยง่าย
“กลับก่อนค่อยว่ากัน”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยปาก ออกจากที่นี่ไปพร้อมพวกสุยซิน กลับไปยังอาณาเขตมิตินับล้านของพวกเขา
หลังพวกเขากลับมาเพียงไม่นาน ทางด้านเส้นทางปลอดภัยที่เชื่อมไปยังมิตินับล้านก็มีการเคลื่อนไหว
กู่เจียกลับมาแล้ว!
“กลับมาแล้ว?”
หลังหลี่จิ่วเต้าสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวก็พลันรีบตรงไป เขาค้นวิญญาณพวกเฟิงข่ง รู้ว่ากู่เจียถูกส่งไปในมิตินับล้าน
เขาไม่กังวลว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับพวกซี เพราะศาสตราหกชิ้นที่ทิ้งเอาไว้สามารถจัดการกู่เจียได้อย่างง่ายดาย ย่อมไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
เมื่อกู่เจียเห็นหลี่จิ่วเต้าก็พลันตื่นตะลึงยิ่ง ไม่คิดว่าจะได้พบเขา
หลี่จิ่วเต้ามาปรากฏตัวที่นี่ เห็นได้ชัดยิ่งว่าพวกเฟิงข่งต้องถูกจัดการแล้ว ไม่เช่นนั้นหลี่จิ่วเต้าคงไม่มีทางโผล่มาได้
แล้วเขาก็ยิ่งตื่นตระหนกเมื่อได้เห็นพวกสุยถาน!
พวกสุยถานถูกลอบโจมตีโดยพวกอวี้กู่และเหล่ายอดฝีมือจากมิติสังหารฟ้าลอบฆ่า เช่นนี้ยังกลับมาได้อย่างปลอดภัยหรือ?
“คุณชายแข็งแกร่งจริง ๆ!”
เขามองหลี่จิ่วเต้าแล้วอดพูดไม่ได้
อาศัยเพียงพวกสุยถาน ย่อมไม่มีทางตีฝ่าการซุ่มโจมตีกลับมาได้อย่างปลอดภัย เห็นได้ชัดว่าพวกสุยถานได้รับการช่วยเหลือจากหลี่จิ่วเต้า
เขาอดประหลาดใจไม่ได้ หลี่จิ่วเต้าทรงพลังมากอย่างแท้จริง
ทว่าหลังจากนั้นเขาก็โล่งใจ รู้แล้วว่าผู้ใดเป็นเจ้าของศาสตราทั้งหก นั่นคือหลี่จิ่วเตา!
ศาสตราทั้งหกน่าพรั่นพรึงถึงเพียงนั้น หลี่จิ่วเต้าในฐานะเจ้าของศาสตราทั้งหกย่อมต้องน่ากลัวยิ่งกว่า การสยบพวกเฟิงข่งและช่วยเหลือสุยถานย่อมไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง
“คุณชาย? ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้พบกับพวกซีแล้ว”
หลี่จิ่วเต้าหัวเราะ เมื่อได้ยินคำเรียกของกู่เจีย เขาก็รู้ทันทีว่ากู่เจียได้พบและถูกพวกซีปราบลงแล้ว ไม่เช่นนั้นกู่เจียคงไม่เรียกและปฏิบัติกับเขาเช่นนี้
“พบแล้ว!”
กู่เจียพยักหน้า “ข้าปฏิบัติตามคำสั่งของพวกเขา กลับมายังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนเพื่อสืบสถานการณ์ของคุณชาย และอยู่ที่นี่ในฐานะไส้ศึก”
ตอนนั้นดาบหินไม่ได้สังหารกู่เจีย เพราะต้องการให้กู่เจียเป็นไส้ศึกหาข่าวคราวของหลี่จิ่วเต้า
ดาบหินสลักข้อห้ามลงบนร่างกู่เจีย ทำให้กู่เจียได้แต่เชื่อฟัง และกลับมาเพื่อเป็นไส้ศึก
“ยามนี้ดูเหมือนจะไม่ต้องให้ข้าเป็นไส้ศึกแล้ว!”
เขาทอดถอนใจเอ่ยออกมา
ยังต้องการสารลับอันใดอีก พวกเฟิงข่งถูกหลี่จิ่วเต้าปราบปรามไปแล้ว จุดนี้ไม่จำเป็นต้องสงสัยเลย
“จริง ไม่ต้องมีสายลับแล้ว!”
หลี่จิ่วเต้ากล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้ากลับไปอีกหน บอกพวกซีว่าข้าสบายดี ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด!”
“ทราบแล้วคุณชาย!”
กู่เจียตอบกลับด้วยความเคารพ ไม่กล้าเสียมารยาทสักนิด
“เจ้าบอกพวกเขาด้วย หลังจากนี้ข้าค่อยไปพาพวกเขามาแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ยามนี้พวกเขาไม่อาจเข้าร่วมการต่อสู้ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน” หลี่จิ่วเต้ากล่าวกับกู่เจีย
แดนต้นกำเนิดการฝึกตนน่ากลัวและอันตรายมากเกินไป เขาอยากรออีกสักพักก่อนพาพวกซีมาอยู่ที่นี่
“รับทราบ!”
กู่เจียรับคำสั่ง กลับไปยังเส้นทางปลอดภัยอีกครั้ง มุ่งตรงไปยังมิตินับล้าน
“ท่านลุง สุยซิน อยู่ที่นี่เถิด ข้าวางแผนจะไปที่อาณาเขตของมิตินับล้านอื่นสักหน”
หลังจากกู่เจียไปแล้ว หลี่จิ่วเต้าก็กล่าวกับพวกสุยถาน
ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าพลังสมบัติแข็งแกร่งเพียงใด ทำให้เขาครอบครองพลังเหนือขอบเขตบ่อเกิดชีวิตได้หรือไม่ หากอยากแน่ใจ เขาก็ได้แต่ต้องลองทดสอบดู
เขาวางแผนไปยังมิตินับล้านอีกสักหน ใช้ยอดฝีมือมิตินับล้านอื่นมาทดสอบพลังสมบัติ
เขาค้นวิญญาณพวกเฟิงข่งไปแล้ว ทำให้รู้ถึงสถานที่ตั้งของมิตินับล้านอื่นว่าอยู่ที่ใด และยอดฝีมืออยู่ขอบเขตไหน
“หือ ไปอาณาเขตมิตินับล้านอื่นสักหน? เจ้าคิดจะทำสิ่งใด!”
สุยซินอดถามไม่ได้
“ลองดูว่าข้าแข็งแกร่งถึงขอบเขตบ่อเกิดชีวิตหรือไม่” หลี่จิ่วเต้าเอ่ย
“ไม่ใช่สิ เจ้ามีพลังถึงขอบเขตบ่อเกิดชีวิตหรือไม่ เจ้าเองสมควรรู้ดีไม่ใช่หรือ?”
สุยซินถลึงตา ไม่คาดว่าหลี่จิ่วเต้าจะเอ่ยเช่นนี้
มีใครที่ไหนบ้างไม่รู้ความแข็งแกร่งตนเอง!
“ก็ไม่รู้จริงนี่”
หลี่จิ่วเต้าหัวเราะ “สถานการณ์ของข้าค่อนข้างซับซ้อน ไม่เหมือนปกติ ความแข็งแกร่งจำต้องทดสอบดู”
จากนั้นเขากล่าวลาพวกสุยซิน ออกจากที่แห่งนี้ไปยังมิตินับล้านอื่น
เขาวางแผนจะเริ่มจากมิติหยินหยาง ที่นี่มียอดฝีมือคนหนึ่งที่ก้าวสู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางเรียบร้อยแล้ว
“เจ้าเป็นใคร?!”
เขาเพิ่งมาถึงที่นี่ก็ถูกยอดฝีมือลาดตระเวนพบเข้า
“ข้าชื่อหลี่จิ่วเต้า”
สีหน้าหลี่จิ่วเต้าสงบนิ่ง “ได้ยินว่าพวกเจ้ามียอดฝีมือขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางอยู่ผู้หนึ่ง โปรดนำคำข้าไปบอกว่าข้าต้องการพบยอดฝีมือขอบเขตบ่อเกิดหยินหยาง”
“พวกข้ามียอดฝีมือขอบเขตหยินหยางจริง แต่ไม่ใช่ผู้ที่เจ้าคิดจะพบก็พบได้!”
ยอดฝีมือลาดตระเวนกล่าว “แต่หากเจ้าคิดอยากจะพบ นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ ข้าสามารถทำให้เจ้าสมปรารถนา!”
เขาลงมือ หมายสยบหลี่จิ่วเต้าและใช้เป็นเครื่องสังเวย
อย่างไรเสียหลี่จิ่วเต้าก็ส่งตัวเองมาถึงประตูบ้าน เขาย่อมไม่มีทางปล่อยหลี่จิ่วเต้าไป
แต่พริบตาต่อมาสีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ภายในใจตื่นตระหนก วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง!
ระหว่างที่เขาพุ่งไป หลี่จิ่วเต้าเพียงยกฝ่ามือขึ้น พลังที่มองไม่เห็นพลันกักขังเขาเอาไว้กลางอากาศ ทำให้ไม่อาจเคลื่อนไหวได้เลย
เขาหนาวเหน็บสั่นสะท้าน รู้ได้ทันทีว่าหลี่จิ่วเต้าเป็นตัวตนแข็งแกร่งดุร้ายยิ่ง
พึงรู้ว่าขอบเขตของเขาหาได้ต่ำต้อย อยู่ในขอบเขตบ่อเกิดหยางวรรณะห้า
ทว่า อีกฝ่ายเพียงยกมือขึ้นก็ตรึงเขาไว้กลางอากาศได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลี่จิ่วเต้าจะต้องเหนือชั้นอย่างถึงที่สุด แข็งแกร่งจนไม่อาจหยั่งถึง
………………..