รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1282 หากไม่สู้กันสักครั้ง ย่อมไม่เต็มใจอย่างแท้จริง!
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1282 หากไม่สู้กันสักครั้ง ย่อมไม่เต็มใจอย่างแท้จริง!
บทที่ 1282 หากไม่สู้กันสักครั้ง ย่อมไม่เต็มใจอย่างแท้จริง!
………………..
บทที่ 1282 หากไม่สู้กันสักครั้ง ย่อมไม่เต็มใจอย่างแท้จริง!
“ไปพาเขามาที่ลานเล็ก”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยออกมาหลังได้ยินคำรายงานของนักพรตอู๋เหลียง
“รับทราบคุณชาย”
นักพรตอู๋เหลียงกลับมายังร้าน พาบุรุษสุภาพอ่อนน้อมไปยังลานเล็ก
“หลี่จิ่วเต้า คุณชายหลี่…”
บุรุษสุภาพอ่อนน้อมมองไปทางหลี่จิ่วเต้าด้วยแววตาล้ำลึก “คุณชายหลี่พิเศษอย่างแท้จริง ไม่อาจมองผ่านได้สักนิด!”
เขาแนะนำตนเองว่ามีนามกู่เยว่ เป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่ถูกวิหารโบราณลึกลับส่งมา
“สิ่งมีชีวิตกลุ่มแรก?” หลี่จิ่วเต้าเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ใช่” กู่เยว่ตอบ “ก่อนหน้านี้ข้ายังมองเห็นชัยชนะในตอนท้ายที่สุดด้วยซ้ำ”
เขาบอกว่าเพราะเหตุนี้ เขาจึงแน่ใจว่าตนเองเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่ถูกส่งมา
เป็นดังที่คาดไว้ไม่มีผิด ยังเหลือสิ่งมีชีวิตอื่นที่ซ่อนตัวไม่ปรากฏกาย
เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ออกมาตามหาเขาด้วยตนเอง
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยปากถาม “หากเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่ถูกส่งมาที่นี่ เช่นนั้นก็คงมีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่อีก”
“มี” กู่เยว่ตอบอย่างมั่นคง “นอกจากข้าแล้วยังมีอีกสาม”
“เจ้ามาหาข้าด้วยเรื่องอันใด? ต้องการติดตามข้า ร่วมต่อกรวิหารโบราณลึกลับไปกับข้าหรือ?” หลี่จิ่วเต้าถาม
“ถูกต้อง” กู่เยว่ตอบ “ข้าคิดติดตามเจ้า แต่ก่อนหน้านั้นข้าต้องการสู้กับเจ้า หากไม่สู้ ข้าก็ไม่มีทางเต็มใจ!”
ในฐานะสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่ถูกส่งมา ยามนี้เขาแข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัวสุดขีด กระทั่งตัวตนขอบเขตมิติเช่นหมิงยังถูกเขากำจัดสิ้นได้ด้วยการยกมือเท่านั้น
เขาไปถึงระดับลึกล้ำยิ่งในขอบเขตมิติแล้ว สัมผัสได้ว่าตัวตนขอบเขตมิติอย่างพวกหมิงนั้นอยู่ประมาณเพียงขั้นห้า ส่วนเขาอยู่ประมาณขั้นยี่สิบของขอบเขตมิติ
เกรงว่าต่อให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่เหลืออีกสามร่วมมือด้วยกัน ก็ยังไม่อาจต่อกรกับหลี่จิ่วเต้าเช่นเดิม
แต่ก็เป็นเช่นที่เขาเอ่ย เขายังคงต้องการสู้กับหลี่จิ่วเต้า หากไม่ลองสู้ดู เขาคงไม่เต็มใจเป็นอย่างมาก
“ตกลง”
หลี่จิ่วเต้าโบกมือ เขาและกู่เยว่เข้าสู่พื้นที่พิเศษทันที
ตอนนี้เขาคุ้นเคยกับพลังของสมบัติที่อยู่ในร่างแล้ว เริ่มใช้งานได้คล่องมือมากขึ้นเรื่อย ๆ สร้างพื้นที่พิเศษขึ้นมาได้ตามใจชอบ
ภายในลานเล็ก ผู้ที่ติดตามกู่เยว่มาเชิดศีรษะมองราชันวัวดำ เอ่ยว่า “ข้าเองก็อยากสู้ด้วย”
มันเชื้อเชิญราชันวัวดำให้มาต่อสู้ด้วยกัน
ในฐานะสัตว์ขี่ของกู่เยว่ มันก็หาได้ธรรมดาเช่นกัน เป็นถึงสิ่งมีชีวิตกลุ่มที่สองที่ถูกส่งมา แข็งแกร่งกว่าตัวตนขอบเขตมิติเช่นพวกหมิง ครอบครองพลังประมาณขั้นสิบของขอบเขตมิติ
“ไม่มีปัญหา!”
ราชันวัวดำตอบรับทันที มันเองก็เสร็จสิ้นการผสานเข้ากับวิญญาณราชันวัวดำเรียบร้อย ทั้งยังครอบครองตำแหน่งจิตสำนึกหลักเอาไว้
ส่วนร่างโลหะนั้นถูกมันทำลายไปแล้ว
มันไม่คิดเก็บร่างโลหะเอาไว้ จะเก็บไว้เพื่อสิ่งใดกัน? แทนที่มันหรือ?
“เสี่ยวเฮย เจ้าไม่ต้องลงมือ ให้พี่ใหญ่จัดการเอง”
ลูกวัวน้อยเอ่ยกับราชันวัวดำ
แน่นอน มันย่อมไม่ใช่ลูกวัวน้อย แต่เติบโตเต็มวัยแล้ว
“พี่ใหญ่เอ่ยปาก ข้าย่อมต้องฟังคำพี่ใหญ่!”
ราชันวัวดำเอ่ยด้วยสีหน้าประจบประแจง
ลูกวัวติดตามคุณชายมานาน ส่วนมันเป็นผู้มาทีหลัง ฐานะไม่อาจเทียบเท่าลูกวัวน้อยได้ มันตระหนักในตนเองดียิ่ง ยอมรับลูกวัวน้อยเป็นพี่ใหญ่นานแล้ว
“เจ้าจะไหวหรือ?”
วัวเขียวสงสัยในตัวลูกวัวน้อยจริง ๆ เพราะเห็นชัดว่าลูกวัวน้อยยังเยาว์วัยนัก อายุไม่ถึงหนึ่งร้อยปีเสียด้วยซ้ำ เช่นนั้นแล้วจะแข็งแกร่งได้มากเพียงใดเชียว
แม้รู้ว่าลูกวัวน้อยจะหลอมกลั่นโอสถจนเข้าสู่ขอบเขตมิติเรียบร้อยแล้ว แต่มันก็ไม่เชื่อว่าลูกวัวน้อยจะสู้กับมันได้
“เหตุใดจะไม่ไหว?” ลูกวัวน้อยแสยะยิ้ม “พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ของจริงเท่านั้นถึงจะประจักษ์ชัด มาเถิด พวกเรามาต่อสู้กัน”
“เช่นนั้นก็มา” วัวเขียวไม่ใส่ใจ สู้กับใครก็เหมือนกัน
มันรู้ถึงเจตนารมณ์ของกู่เยว่ มาครั้งนี้ก็เพื่อขอพึ่งพิงหลี่จิ่วเต้า มันย่อมติดตามกู่เยว่ไปด้วยโดยธรรมชาติ
ทว่ามันก็เหมือนกู่เยว่ หากไม่ได้ต่อสู้ ภายในใจคงรู้สึกไม่เต็มใจยิ่ง
อย่างไรเสียมันก็แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ครอบครองพลังขั้นสิบขอบเขตมิติ เช่นนั้นแล้วมันจะเต็มใจได้อย่างไร
“ข้าจะสร้างสนามรบให้พวกเจ้าเอง”
ลานเล็กกล่าว และสร้างสนามรบให้กับวัวเขียวและลูกวัวน้อย
แม้มันจะไม่ได้หลอมกลั่นโอสถ แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอสักนิด แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
คุณชายเปิดพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ให้กับมัน ดังนั้นมันจึงแข็งแกร่งอย่างไม่อาจจินตนาการได้ การหลอมกลั่นโอสถไม่อาจมอบคุณประโยชน์อันใดให้กับมันนัก
จากนั้นวัวเขียวกับลูกวัวน้อยก็เริ่มการต่อสู้
“นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้ติดต่อผู้คนมากมายเพียงนี้!”
อีกด้านหนึ่ง เจ้าหลวงเอ่ยออกมาอย่างสะท้อนใจ
เขาเองก็กลับมายังลานเล็กด้วย
“บอกข้าที พลังพิฆาตบนร่างเจ้าทรงพลังมากขึ้นเพราะข้าแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่?”
เขาถามจักรพรรดิหมากห้อมหวงหลง ภายในใจยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง
แม้จะรู้ว่าความกังวลดังกล่าวมากเกินความจำเป็น แต่พลังพิฆาตที่สำแดงฤทธิ์ออกมาก่อนหน้านี้วิปลาสยิ่ง ทำให้เขาอดเกิดความกังวลไม่ได้
“ทรงพลังขึ้นหรือไม่ก็ไม่สำคัญ”
จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงกล่าว “เจ้าสงบใจเถิด คนในลานเล็ก เจ้าไม่อาจพิฆาตได้สักคน หากพิฆาตได้ ข้า…ยอมกินอุจจาระให้ดู!”
“อย่าได้พูดจาใหญ่โตเช่นนั้น ข้ากลัวว่าท่านจะได้กินอุจจาระจริง!” เจ้าหลวงเตือนจักรพรรดิหมากล้อมหวงหลง
“คิดอันใดอยู่ นี่เรียกว่าความมั่นใจ มั่นใจว่าเจ้าไม่อาจพิฆาตผู้ใดได้” จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงไม่ได้กังวลสักนิด
หากเขาไม่มีสิ่งให้ยึดถือ เช่นนั้นจะมีความมั่นใจถึงกับเอ่ยเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร ย่อมไม่มีทาง
ทว่าเพียงพริบตาต่อมา สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยน
“บัดซบ ไม่ใช่เจ้าได้ยินข้าหรอกกระมัง ถึงจงใจกลั่นแกล้งข้า?!”
สีหน้าจักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงมืดครึ้ม
ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งเอ่ยจบไป ลูกวัวน้อยพลันถูกวัวเขียวโจมตีลอยกระเด็น นี่ทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้นมาจริง ๆ ว่าลูกวัวน้อยจงใจกลั่นแกล้งเขา!
“เฮ้อ พี่หวงหลง ข้าบอกแล้วว่าอย่าได้เอ่ยวาจาใหญ่โตไป ท่านก็ยังไม่เชื่อ!”
เจ้าหลวงหัวเราะ “สนามรบที่พี่ลานสร้างขึ้นมาตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ไม่มีทางที่จะได้ยินการสนทนาของพวกเรา”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร? การถูกโจมตีจนลอยกระเด็นเป็นเรื่องปกติยิ่งในสนามรบ ไม่ได้หมายความว่าถูกพิฆาต!”
จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงเอ่ย “นอกจากนี้ แม้ว่าจะพ่ายแพ้ ก็ไม่ได้หมายความว่าถูกเจ้าพิฆาต การต่อสู้มีแพ้ชนะเป็นเรื่องปกติ ถูกเจ้าพิฆาตจริงหรือไม่ยังต้องดูในภายหลัง!”
“พี่หวงหลง ท่านอย่าได้บ่ายเบียงไปนัก ถูกพิฆาตหรือไม่ ตัวข้านั้นสัมผัสได้ ก่อนหน้านี้สิ่งมีชีวิตมากมายก็ถูกข้าพิฆาตไปแล้ว!”
เจ้าหลวงเอ่ยติดตลก “ข้ารู้สึกว่ามันถูกข้าพิฆาตแล้ว ความรู้สึกของข้าแม่นยำเป็นอย่างยิ่ง พี่หวงหลง ท่านเตรียมทำตามวาจาของท่านเถิด!”
ได้ยินเช่นนี้แล้ว จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงพลันรีบกล่าวกับลานเล็กอย่างรวดเร็ว “พี่ลาน โปรดรีบช่วยข้าส่งข้อความไปในสนามรบเถิด หากมันพ่ายแพ้ นี่จะกลายเป็นเรื่องร้ายแรงถึงชีวิต!”
เขาถูกคำพูดเจ้าหลวงทำให้ตื่นตระหนก
………………..