ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 626 ลู่เจี้ย โปรดรอข้า
“หลิวหลี เจ้าหลบไปก่อน”
คำพูดของเจียงหลีทำให้เดรัจฉานบางตัวชะงัก และนัยน์ตาสีอ่อนแวววาวก็สบตานาง
ในดวงตาที่เปล่งประกายของนาง ทำให้เขารู้สึกราวกับไม่สามารถปิดซ่อนอารมณ์ใด
เขาถอยหลังทีละก้าวโดยไม่รู้ตัว แล้วค่อยๆ ทิ้งระยะห่างจากเจียงหลีเงียบๆ
เมื่อเห็นเขาค่อยๆ ถอยไปแล้ว หัวใจของเจียงหลีก็รู้สึกทรมานราวกับถูกควักออกมา แต่ทว่า…นางก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากที่เดรัจฉานบางตัวถอยออกไปไกลแล้ว นางจึงถอนสายตากลับมา แล้วมองไปที่ปีศาจตัวใหญ่สามตัวที่อยู่ตรงหน้า
“ตอนนี้ ไม่มีใครข่มขู่พวกเจ้าได้อีกแล้ว”
คำพูดของนาง ทำให้ปีศาจยักษ์สามตัวเงยหน้ามองผู้เป็นจักรพรรดิที่ยืนอยู่ไกลๆ พวกมันต่างตกใจที่จักรพรรดิของพวกมัน ฝ่าบาทเผ่าปีศาจของพวกมันเชื่อฟังหญิงสาวที่มาจากเผ่ามนุษย์
“ตอบคำถามที่ข้าเพิ่งถามไปเมื่อครู่นี้ด้วย ข้าต้องการฟังความจริง” เจียงหลีเร่งเร้า
ปีศาจทั้งสามตัวมองไปที่นาง และปีศาจวิหคหมัวเผิงก็พูดช้าๆ “ฝ่าบาทต้องกลับเผ่าปีศาจเพื่อสืบทอดราชบัลลังก์ และเข้าสู่ระดับวุฒิภาวะโดยเร็วที่สุด”
“สืบราชบัลลังก์หรือ” เสียงหลีพึมพำเสียงต่ำ
นางคิดเสมอว่าเดรัจฉานบางตัวที่หลับใหลทั้งวันทั้งคืนนั้นกำลังรับการสิบทอด กำลังฝึกบำเพ็ญหรือว่ามันยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้
“ฝ่าบาทมีสถานะสูงส่ง มีเพียงพระองค์เดียวในใต้หล้า ในขณะที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระดับวุฒิภาวะ จะได้รับเคราะห์กรรมจากสวรรค์ อาจบาดเจ็บรุนแรงถึงขึ้นสิ้นพระชนม์ได้” ปีศาจมังกรพยัคฆ์เอ่ยขึ้น
ปีศาจมังกรพยัคฆ์อีกตนกล่าวว่า “มีเพียงให้ฝ่าบาทอยู่ในอาณาจักรของเผ่าปีศาจเท่านั้น จึงจะสามารถลดทอนพลังแห่งเคราะห์กรรมได้มากที่สุด”
“อีกอย่าง ดินแดนทั้งสามของอาณาจักรปีศาจมิได้เป็นปึกแผ่นเดียวกัน หากเผ่าอื่นบางเผ่ารู้เข้าว่าฝ่าบาทอยู่นอกอาณาจักรปีศาจ ก็จะดึงดูดการตามล่าสังหารไม่มีจบสิ้น ส่วนเจ้า ยังมิสามารถปกป้องคุ้มครองฝ่าบาทได้ แต่กลับทำให้ฝ่าบาทพลอยเดือดร้อนด้วยซ้ำ” ปีศาจวิหคหมัวเผิงกล่าว
ปีศาจมังกรพยัคฆ์เอ่ยขึ้น “นอกอาณาจักรปีศาจ ฝ่าบาทยังไม่เข้าสู่ระดับวุฒิภาวะ ถ้าใช้พลังดึงดูดก็จะโดนลอบกัด การเลื่อนเวลาเข้าสู่ช่วงวุฒิภาวะเท่าไหร่ก็จะยิ่งเพิ่มพลังของเคราะห์สวรรค์มากขึ้นเท่านั้น”
“ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของฝ่าบาท เพื่อเผ่าปีศาจของข้า ฝ่าบาทจะต้องกลับไปอาณาจักรปีศาจพร้อมกับพวกข้า”
“…”
ปีศาจยักษ์ทั้งสามตอบคำถามของเจียงหลีด้วยภาษาที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด
คำพูดของปีศาจยักษ์ ทำให้หัวใจของเจียงหลีต้องทุกข์ระทมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ที่แท้ เขามาอยู่ข้างกายข้าโดยไม่สนสิ่งใดทั้งนั้น ทั้งยังเผชิญกับอันตรายมากมาย
ที่แท้ เขาแบกรับทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างเงียบๆ มาโดยตลอด
เจียงหลีหันไปมองเดรัจฉานบางตัวที่ยืนอยู่ที่ห่างไกลอย่างเงียบๆ จากนั้นเขาก็คืนสภาพเป็นร่างมนุษย์ช้าๆ ในสายตาของนาง
เขามองนางอย่างโดดเดี่ยวและเงียบเหงา คอยปกป้องนางอยู่อย่างนั้นดั่งเช่นเมื่อกาลก่อน
ทันใดนั้น ความโกรธเกรี้ยวก็ปะทุขึ้นในใจของเจียงหลี ทำไมทุกครั้งถึงต้องเป็นเช่นนี้ เขาวางแผนทุกอย่างเอาไว้ในใจ แต่กลับไม่ให้นางรู้เรื่องเลยสักนิดอย่างนั้นหรือ
หรือว่าการที่ต้องเห็นเขาแบกรับทุกอย่าง เห็นเขาบาดเจ็บ เห็นเขาเผชิญหน้ากับภัยอันตราย หัวใจของนางไม่เจ็บปวดเลยอย่างนั้นหรือ
ลู่เจี้ย! ลู่เจี้ย!
ไม่ว่าเจ้าจะเป็นลู่เจี้ยหรือว่าจักรพรรดิเซ่าตี้ หรือว่าหลิวหลี หัวใจดวงนั้นของเจ้าก็คือหัวใจดวงเดิมมิเคยเปลี่ยนแปลง เจียงหลีเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน
ความโกรธของนาง มาจากความไม่พอใจที่ตนเองไม่มีพลังมากพอต่างหาก
หากนางไม่อ่อนแอเกินไป จะทำให้เขากลายเป็นเช่นนี้หรือ
เจียงหลีก้าวไปข้างหน้า ขยับเข้าไปใกล้เดรัจฉานบางตัวอย่างเชื่องช้า ระยะทางสั้นๆ นี้ทำให้นางเกิดประกายความคิดถึงอดีตที่ผ่านมาของพวกเขาทั้งสอง
เมื่อนางมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ภาพในใจของนางหยุดนิ่งที่ฉากตอนเขาประทับรอยจูบตีตราจองพระชายาของจักรพรรดิเซ่าตี้กลางหน้าผากของนาง
ในดวงตาสีอ่อน ท่าทางที่มีเสน่ห์ของหญิงสาวก็สะท้อนออกมา
ท่าทางสงบนิ่งของนาง ทำให้เขากระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก หลีเอ๋อร์… เขาร้องเรียกในใจ แต่กลับไม่กล้าเอ่ยต่อหน้านาง
อดีตชาติทุกข์ตรมเพราะจากลากันด้วยความตาย ตอนนี้ได้กลับมายืนอยู่ตรงหน้า เขาทนไม่ได้ที่เขาจะไม่ปล่อยให้นางต้องเผชิญกับความเสียใจอีกครั้ง
บางที ถ้าเขาเห็นแก่ตัวไม่อยากกลับชาติมาเกิดเพื่อลืมนาง
เขาหวังว่าความทรงจำของจักรพรรดิเซ่าตี้ จะมีนางอยู่ในนั้นเพียงสักเสี้ยวหนึ่ง
“คนโง่” อยู่ๆ เจียงหลีก็มายืนตรงหน้าเขาแล้วหัวเราะ
นางหัวเราะที่เขาโง่ แล้วนางก็มองเห็นความรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ไม่ชัดเจนในแววตายของเขา
!
จักรพรรดิบางองค์นิ่งค้างไปทั้งร่าง น้ำเสียงเอ่ยเรียกว่า ‘คนโง่’ นี้ ทำให้เขารู้สึกว่าหญิงสาวผู้ฉลาดหลักแหลมตรงหน้ารู้ความจริงทุกอย่างตั้งนานแล้ว
นี่มัน เป็นไปได้หรือ
เจ้าเปี๊ยกหลิวหลีหรี่ตาเล็กน้อย เพื่อปกปิดความกระสับกระส่ายใจของเขาในขณะนี้
จากนั้น สีหน้าของเขา กลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงหลีแจ่มใสมากขึ้น นางยื่นมือออกไปลูบขนสีแดงตรงหน้าผากของเขาแผ่วเบา “ท่านรู้หรือไม่ ท่านมีความเคยตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือ…”
เจียงหลีค่อยๆ โน้มตัวลงมาใกล้หูของเขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่สามารถได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น “ยิ่งรู้สึกผิด ก็จะยิ่งแสร้งทำเป็นนิ่ง”
วูบ!
ดวงตาของหลิวหลีเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
มือทั้งสองข้างของเจียงหลีค่อยๆ โอบกอดเขาเอาไว้ แล้วขยับเข้าไปใกล้หูเขาอีกนิด ก่อนจะกระซิบว่า “ลู่เจี้ย ท่านคิดว่าจะหลอกข้าได้อีกนานเท่าไหร่”
ตู้ม!
‘ลู่เจี้ย ท่านคิดว่าจะหลอกข้าได้อีกนานเท่าไหร่’
ประโยคนี้กล่าวถึงตัวตนของเขาชัดเจนโดยไม่ต้องสงสัย
ที่แท้นางรู้ทุกอย่าง ก็แค่แกล้งทำเป็นไม่รู้เท่านั้น
ร่างใหญ่ของจักรพรรดิสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ อารมณ์ที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ เติมเต็มหัวใจของเขาในทันที
พระชายาของเขา พระชายาของเขา!
นี่คือพระชายาของเขา แน่นอนว่าเขาต้องปกป้องนางด้วยตัวเองสิ!
เจียงหลีโอบกอดเขาแน่นขึ้น โดยไม่ดูว่าตอนนี้เขาตกใจแค่ไหน แล้วก็ไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตาของตัวเอง นางยังคงใช้น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา “ลู่เจี้ย กลับไปกลับพวกเขาเสีย ไปเถอะนะ”
ในดวงตาของหลิวหลีมีแสงพราวพร่างพรายออกมา
จักรพรรดิองค์หนึ่งตกตะลึงกับคำพูดของนาง
นี่เป็นครั้งที่สองที่นางบอกให้เขาจากไป ครั้งแรกคือตอนที่กำลังจะตายจากกันเมื่ออดีตชาติของเขา นางทนไม่ได้ที่จะให้เขาทุกข์ทรมานต่อไป ดังนั้นจึงเอ่ยประโยคนี้ออกมา
ในเวลานั้น ความรู้สึกทั้งหมดของเขาถูกอ่านผ่านความทรงจำหลังจากตื่นขึ้นมา และสัมผัสความรู้สึกได้ไม่ลึกซึ้งมากนัก
แต่ตอนนี้ เขารับรู้ความรู้สึกของจักรพรรดิเซ่าตี้ เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนี้อีกครั้ง เขาจึงรู้สึกได้ว่าสิ่งที่เรียกว่าความเป็นปวดเจียนตายนั้นคือสิ่งใด
แต่จากลาชั่วคราว ก็ยังคงเป็นเช่นนี้
ตอนนั้นนางไม่รู้ว่าอนาคตจะจากลากันด้วยความตาย นางต้องใช้ความกล้าหาญมากเพียงใดถึงจะพูดประโยคนั้นกับเขา นางในตอนนั้นจะเจ็บปวดเพียงใด
“หลีเอ๋อร์…”
ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้น
ในเมื่อสถานะถูกเปิดเผยแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
น้ำเสียงคุ้นเคยที่หายไปนานปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ข้างหู เจียงหลีตัวแข็งทื่อ และค่อยๆ หลับตาลง นางแย้มยิ้ม และเพลิดเพลินกับความสุขในช่วงเวลานี้
“ท่านช่างโง่เขลานัก” เจียงหลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
แต่เขากลับฟังแล้วเหมือนเป็นการออดอ้อนเสียมากกว่า
จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ จักรพรรดิผู้ครองจักรวาล เพื่อความทรงจำ เขาละทิ้งร่างกายมนุษย์และกลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
ความรู้สึกนี้ช่างลึกซึ้งเพียงใดถึงทำให้เขาเต็มใจละทิ้งศักดิ์ศรีของตน
โง่เขลาหรือ เขาไม่คิดเช่นนั้น จักรพรรดิบางพระองค์จึงไม่สามารถตอบคำถามนางได้
“ลู่เจี้ย เชื่อฟังข้า กลับไปกับพวกเขา รอข้าอยู่ที่อาณาจักรของเผ่าปีศาจ ข้าจะไปหาท่านแน่นอน คราวนี้ ให้ข้าเป็นฝ่ายตามหาบ้าง ดีหรือไม่” เจียงหลีซุกอยู่ที่ซอกคอของเขาและสูดกลิ่นของเขาอย่างตะกละตะกลาม