ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 625 พระชายาที่รักของจักรพรรดิ
ไป
ตู้ม! ตุ้ม! ตุ้ม! หมัดทั้งสองปะทะกัน กระแสลมที่น่าสะพรึงกลัวก็โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ยากเกินจะจินตนาการ วิธีการต่อสู้ที่เรียบง่ายเช่นนี้ แต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกเดือดพล่านจาก การปรากฏตัวของสาวงามผู้นี้ โดยทั่วไปแล้ววิธีการต่อสู้ของสตรีจะปราดเปรียวและสง่างาม แต่เจียงหลีกลับต่างออกไป ตั้งแต่ได้สัมผัสกับการฝึกยุทธ์ของโลกใบนี้ วิธีการที่นางฝึกฝน วิญญาณยุทธ์ที่นางหลอมรวม ทักษะการต่อสู้ที่นางได้เรียนรู้ มีมีสิ่งไหนเลยที่ไม่ใช้วิธีการที่รุนแรงและบ้าคลั่ง ดังนั้น หลิงหวังของสำนักหลีหุนจงคนนี้จึงคิดผิดแล้วที่จะเอาเปรียบนางจากจุดนี้ แกรก! เปลือกชั้นนอกของร่างกายหลิงหวังสำนักหลีหุนจงที่รวมร่างกับศพส่งเสียงดังขึ้น การป้องกันของเขาถูกกำปั้นที่โจมดีอย่างต่อเนื่องทำลายลง พลังที่ยังไม่ได้สลายไปนั้นเข้า สู่ร่างกายของเขา แล้วได้เข้าไปทำลายดับไดไส้พุงของเขาอย่างรวดเร็ว ในที่สุดร่างกายของหลิงหวังก็ทนรับพลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้ไม่ไหว ถูกโจมดีจนกระเด็นลอย
ร่างของเจียงหลีหายวับตามเขาไป ปังๆ! เสียงการโจมดีอย่างต่อเนื่องดังขึ้น การระเบิดพลังออกมา ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้ดุเดือด เป็นพิเศษ เป็นไปได้อย่างไร! เป็นไปได้อย่างไรกัน! หลังจากที่เขารวมร่างเข้ากับหุ่นศพ เขาก็เป็นถึงหลิงหวังขั้นห้าเชียวนะ! ทำไมถึงยังถูกเจียง หลีที่เป็นหลิงหวังขั้นสี่โจมตีได้อย่างน่าเวทนาเช่นนี้ หลิงหวังที่ถูกโจมดีจนใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว เขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เหมือนเห็นความสงสัยในแววดาของเขา เจียงหลีก้มหน้าลงมองเขาราวกับเป็นราชาแห่ง ฟ้าดิน แล้วนางก็ยิ้มอย่างเหยียดหยาม “ตอนที่ข้าเป็นหลิงจงขั้นแปด ข้าก็สามารถข้ามขั้นไป สังหารหลิงหวังได้ เจ้าก็เป็นเพียงแค่หลิงหวังขั้นห้าที่อาศัยวิชาชั่วร้ายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งก็ เท่านั้น แล้วจะมาเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อย่างไรกัน” การอธิบายนี้ทำให้หลิงหวังตะลึง นึกไม่ถึงว่าเจียงหลีจะแข็งแกร่งเช่นนี้ “ไว๊ซี ”
ตุ้ม! เจียงหลีไม่ให้โอกาสเข้าได้เปิดปากพูดอีก นางต่อยเข้าไปอีกหมัดหนึ่ง ในช่วงที่ฟ้าดิน สั่นสะท้าน ร่างของหลิงหวังคนนั้นก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ จนนับไปถ้วน จากนั้นเขาก็ตกลงมาจาก ฟ้า
คนที่สาม! เจียงหลีแววตาเคร่งขรึมแล้วหันไปมองเจ้าเปี๊ยกที่เผชิญหน้ากับอีกสองคน แล้วก็ถูกปล่อยมาอีกคน หลิงหวังทั้งห้าคนที่เดิมที่จะมาสังหารเจียงหลี ภายใต้การร่วมมือของเข่าตี้ก็ได้กลายเป็น การฝึกฝนร่วมกันในการต่อสู้จริงๆ หลิงหวังสามคนที่มาด้วยกันลูกฆ่าตายติดๆ กัน หลิงหวังคนนั้นที่ถูกปล่อยมาเผชิญหน้า กับเจียงหลีตะโกนด้วยความหวาดกลัวว่า “หลังจากที่เจ้าต่อสู้มามากมายขนาดนี้ ปล่อยพลัง การต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนั้นออกมา แล้วก็ปลดปล่อยทักษะการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวออกมา มากมาย ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะยังมีพลังวิญญาณมาสู้ต่อได้!” “อย่างนั้นหรือ” เจียงหลียิ้มออกมาอย่างงดงาม เจียงหลีปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมา สิ่งนี้ได้เป็นการตอบคำถามของหลิงหวังนั่นแล้ว เป็น … เป็นไปได้อย่างไร! หลงหวังเบิกตาโพลง มองเจียงหลีอย่างไม่อยากที่จะเชื่อ นางเป็นปีศาจประเภทไหนกันแน่ ทำไมนางต่อสู้มาถึงดอนนี้ แต่พลังวิญญาณยังคงเหลือล้น เขาไม่รู้ว่าเจียงหลีมีร่างกายหยกที่ไร้เทียมทานมาแต่กำเนิด เดิมที่ร่างกายของนาง สามารถกักเก็บพลังวิญญาณได้มากกว่าคนที่อยู่ขั้นพลังเดียวกันหลายเท่า และเจียงหลีก็คงไม่อธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด “ดาย! ดายชะ!”
ในดวงตาของหลิงหวังเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าวกลางอากาศแล้วก็ ระเบิดพลังวิญญาณในตัวที่มีทั้งหมดออกมา เหล่าวิญญาณยุทธ์ถูกปลดปล่อยออกมา พลังวิญ ญาณเหล่านั้นเข้าสู่เนตรญาณของเขาอย่างบ้าคลั่ง เจียงหลีแววตาเคร่งขรึม มองออกว่าเขาจะทำอะไร ระเบิดตัวเอง!
เหอะ!
เจียงหลีส่งเสียงแสดงความไม่พอใจในใจ ทันโดนั้นมือหยกที่ไร้เทียมทานข้างหนึ่งก็ปรากฏ
อยู่ตรงหน้าของนาง ฝ่ามือมหีมาตบเข้าไปที่หลิงหวังคนนั้นที่คิดจะระเบิดตัวเองเพื่อทำลายเจียง หลี
ตุ้ม! ฝ่ามือตบลงมาบนตัวเขาอย่างแม่นยำ ร่างกายของเขากระเด็นไปไกล ทำให้เจียงหลีอยู่ห่าง พ้นจากระยะการระเบิดตัวเองของเขา “อ้ก! ข้าไม่ยอม! เจียงหลี เจ้าคิดว่าแผนการของสำนักหลีหุนจงมีแค่นี้รึ? เจ้าจะต้องเสียใจ เจ้าจะต้องเสียใจที่ไม่ได้ถูกพวกข้าสังหาร! อ่าๆๆๆ … ” เสียงระเบิดดังมากเสียจนกลบเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของเขาไปได้ทั้งหมด การระเบิดตัวเองของหลิงหวังขั้นห้าทำให้ฟ้าดินพังทลาย กลายเป็นวังวนหลุมดำกลืนกิน พลังอันบ้าคลั่งทั้งหมด ในขณะเดียวกัน คนสุดท้ายคนนั้นที่เหลืออยู่ก็ถูกเจ้าเปี๊ยกเหยียบย่ำ หัวสมองของเขาแตก ระเบิดเหมือนแดงโมอย่างไรอย่างนั้น ดายอย่างไม่มีทางรอด สังหารคนสุดท้ายแล้ว เจ้าเปี๊ยกก็เงยหน้ามองไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่บนท้องฟ้า นางจ้องหลุมดำทีค่อยๆ เล็กลงอย่างไม่ละสายตา เหมือนว่ากำลังคิดอะไรอยู่ หลีเอ๊อร์! เขาเรียกชื่อนางอยู่ในใจ และในดอนนี้ เจียงหลีก็หันมาสบดากับดวงดาแวววาวเย็นชาคู่นั้นของเขาพอดี ทันใดนั้นร่างของนางก็เขถลากลางอากาศแล้วก็ร่วงลงมา
เจ้าเปี๊ยกแววตาเคร่งขรึมแล้วกลายเป็นแสงสีขาวพุ่งไปกลางอากาศเพื่อใช้หลังของตัวเอง รับร่างกายที่งดงามของนางไว้ แสงสีขาวลงมาบนพื้นอย่างมั่นคง ไม่สั่นสะเทือนเลยสักนิด นางเม้มปากแอบยิ้ม แล้วพูดอย่างออดอ้อนว่า “เจ้าเปี๊ยก ข้าเหนื่อยจังเลย” เหนื่อยแล้วหรือ เช่นนั้นก็พักผ่อนเถอะ ในแววดาของเจ้าเปี๊ยกเผยความอบอุ่นออกมา แล้วก็ความรักใคร่เอ็นดูที่เจียงหลีไม่เห็น หญิงสาวผู้งดงามที่สุดในยุทธภพนอนอยู่บนหลังของปีศาจร่างใหญ่ เดินไปอย่างช้าๆ ภายใต้แสงจันทร์ มีเพียงดวงดาวพราสลัวไม่กี่ดวงเป็นเพื่อน ช่างเดียวดายยิ่งนัก “พระจันทร์ดวงนั้นช่างโดดเดี่ยว คืนนี้แม้แต่ดวงดาวก็ไม่มาอยู่เป็นเพื่อน” เจียงหลีที่นอน อยู่บนหลังของเจ้าเปี๊ยกมองดูพระจันทร์ที่โดดเดี่ยว แล้วพูดพึมำขึ้นมา นางเพียงแค่แสดงความรู้สึกออกมา แต่กลับไม่คิดว่าเจ้าเปี๊ยกจะหยุดลงทันที แล้วหันหัว
ไปมองพระจันทร์ที่โดดเดี่ยวดวงนั้น หลังจากนั้นมันก็ก้มหน้าลงเหมือนว่ากำลังตั้งใจคิดอะไรอยู่ ทันโดนั้น มันก็ก้าวเท้าออกมา ขาที่ใหญ่ของมันทำให้พื้นสะเทือน แล้วก็ทำให้เจียงหลีตกใจ นั่งตัวตรงขึ้นมา หลังจากนั้นหิ่งห้อยก็บินว่อนออกมาจากพุ่มหญ้า หิ่งห้อยจำนวนมากบินล้อมรอบอยู่ทั่ว บริเวณนั้น ราวกับดวงดาว แล้วพวกมันก็บินล้อมรอบทั้งเจียงหลีและเจ้าเปี๊ยก ภาพเหตุการณ์งดงามมากจนน่าประทับใจ ทำให้มีอาจลืมได้ไปตลอดชีวิต เจียงหลีดะลึง จนอ้าปากค้าง แววตาเปล่งประกายความดีใจออกมา สายตาของนางมองไปตามหิ่งห้อยที่บินไปบนฟ้า พวกมันเปล่งแสงทับซ้อนกับแสงจันทร์ เหล่าหิ่งห้อยเหมือนกับดวงดาวที่อยู่รอบๆ พระจันทร์อันแสนโดดเดี่ยว พระจันทร์ผู้ขึ่งอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้จะไม่มีหมู่ดาวอยู่รอบๆ แต่ก็มีเหล่าหิ่งห้อยคอยอยู่เป็นเพื่อนแล้ว แสงในยามราดรึงดงามมากยิ่งขึ้น และช่างตราดรึงใจมากยิ่งนัก ทันโดนั้นเจียงหลีก็เข้าใจในการกระทำของเขา เขาใช้วิธีนี้เพื่อเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของ นาง เขาอยากใช้วิธีนี้เพื่อทำให้นางรู้สึกเบิกบานใจ ” … ” ในใจเจียงหลีรู้สึกเหนื่อยล้าหมดเรี่ยวแรง นางโน้มตัวลง มือทั้งสองข้างโอบที่คอของ เจ้าเปี๊ยก ขึมขับความอบอุ่นของเขา คำพูดเป็นพันเป็นหมื่นคำกำลังลูกส่งต่ออย่างไร้ขีงเสียงใดๆ ค่ำคืนที่เงียบสงัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว เจียงหลีขีอยู่บนหลังเจ้าเปี๊ยกที่เดินอยู่ทั้งคืน นางไม่ได้ใช้พละกำลังเกินกว่าขีดจำกัดของ นาง ตอนนี้พลังของนางก็ได้ฟื้นฟูกลับมานานแล้ว แต่นางกลับตัดใจลงจากหลังที่ทำให้นางรู้สึก อุ่นใจไม่ลง “เจ้าเปี๊ยก เหนื่อยไหม” ใบหน้าที่งดงามของเจียงหลีเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข เจ้าเปี๊ยกส่ายหน้าช้าๆ