ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 615 ฉิงเวิ่นแห่งวังเวิ่นฉิง
“ลงทัณฑ์!”
ริมฝีปากสีแดงของเจียงหลีเปิดออก แล้วพูดออกมาคำหนึ่ง
เสียงของนางไม่ได้ดัง แต่กลับมีพลังดั่งฟ้าผ่า
เปรี้ยงงง!
เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นกลางท้องฟ้า ทันใดนั้นสายฟ้าแลบมากมายบนท้องฟ้าก็ทำลายฟ้ามืดครึมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายปีศาจลง ที่ตามมาคือพลังอำนาจของนิ้วนั้นพุ่งไปบดขยี้ฝ่ามือสีดำ
“คือเทียนหยา!”
“นึกไม่ถึงว่านางจะหลอมรวมเข้ากับเทียนหยา!”
“นั่นคือวิชาอะไรกัน มีพละกำลังและพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวมาก!”
“คงจะเป็นทักษะพรสวรรค์ที่ได้รับหลังจากที่หลอมรวมเข้ากับเทียนหยาแหละ!”
“สมกับเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งอันดับหนึ่งจริงๆ ทักษะพรสวรรค์นี้มีพลังบดขยี้ที่สมบูรณ์แบบ!”
“……”
ฝ่ามือที่น่าสะพรึงกลัวแตกสลายหายไปภายใต้พลังอำนาจของนิ้วๆ นั้น
ท้องฟ้ากลับมาสว่างขึ้นเล็กน้อย ภายใต้พลังอำนาจของปีศาจที่ปกคลุมท้องฟ้านั้นถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่องและนิ้วมือมายานิ้วนั้นก็ยังคงพุ่งมายังหลิงหวังสำนักหลีหุนจง
ทันใดนั้นหลิงหวังสำนักหลีหุนจงก็รู้สึกหมดเรี่ยวแรง เหมือนพลังแห่งการลงทัณฑ์ของฟ้าดินที่ทำลายทุกอย่างและจะกำจัดเขาให้สูญสิ้น
“ไม่จริงงงงงง!”
ความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดทำให้เขาระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมาไม่หยุดเพื่อที่จะต้านทานนิ้วมือนั้น
แต่ทว่ากลับเสียแรงเปล่า
“สังหาร!”
เจียงหลีพูดออกมาด้วยยน้ำเสียงเย็นชา ชั่วพริบตานิ้วมายาที่อยู่บนท้องฟ้าก็พุ่งลงมา
แสงสีทองของสายฟ้าจำนวนมากรวมกันอยู่บนนิ้วๆ นั้น พลังอำนาจแห่งการลงทัณฑ์โจมตีไปยังหลิงหวังสำนักหลีหุนจง
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ในใจของทุกคนสั่นสะท้าน
ในตอนนั้นคนที่เคยทำบาปทำกรรมเอาไว้ ในใจของพวกเขาก็เกิดความหวาดผวาขึ้นมา คนที่เคยทำเรื่องชั่วช้ามาก่อน ต่างก็ถูกพลังแห่งการลงทัณฑ์ทำให้เรื่องไม่ดีที่เคยทำลอยขึ้นมาใน หัวจนหน้าซีดเหงื่อแตก
อ้ากกก!
หลิงหวังสำนักหลีหุนอยากจะหนีเอาชีวิตรอดจากนิ้วๆ นั้น แต่กลับไม่สามารถรอดไปได้ ทำได้เพียงลืมตามองนิ้วยักษ์บนท้องฟ้าที่พุ่งลงมาหาตัวเอง เขาส่งเสียงร้องที่สิ้นหวังอย่างน่ าเวทนา
เขายอมรวมร่างกับหุ่นศพแล้วกลายเป็นปีศาจครึ่งคนครึ่งศพ…เพื่อเอาชนะ!
แต่ทว่าถึงแม้เขาจะเปลี่ยนไปเป็นเช่นนี้ ก็ยังคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้และยังคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้
ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างความเป็นความตาย ในที่สุดก็เข้าใจความหมายในคำพูดนั้นของเจียงหลี ข้าก็จะฆ่าเจ้าเหมือนเดิม ไม่ผิดตัว! ต้องแข็งแกร่งขนาดไหน มั่นใจขนาดไหน ถึงได้พูดเช่นนี้ออก กมาได้
ตู้ม!
พลังแห่งการลงทัณฑ์ปะทะเข้ากับร่างของหลิงหวังสำนักหลีหุนจง พลังป้องกันขั้นสูงสุดของเขาที่ได้มาหลังจากที่รวมร่างกับหุ่นศพกลับแตกสลาย
น่าอายไหม
ภายใต้พลังที่แข็งแกร่ง พลังป้องกันที่ว่าแข็งแกร่งของเขาก็เป็นเพียงเรื่องน่าขัน
เขาในตอนนี้อ่อนแอเหมือนกับแก้วชาที่แตกร้าว ทั้งตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ความเจ็บปวดที่ยากเกินจะบรรยายแพร่กระจายและรุนแรงขึ้นอยู่บนตัวเขา
ทีแรกเขาคิดว่ารีบๆ ตายไปก็จะเป็นการหลุดพ้น
ผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างก็ตะลึง
พลังอำนาจของนิ้วๆ นี้แข็งแกร่งจริงๆ! ไม่มีใครสงสัยจุดจบของการต่อสู้ในครั้งนี้ ร่างมายาของเทียนหยาที่อยู่ด้านหลังเจียงหลีนั้นทำให้นางเหมือนกับจักรพรรดิที่เหนือกว่าคนทั้งปว วง พลังอำนาจแห่งการลงทัณฑ์ที่อยู่ในกำมือนาง ทำให้ผู้คนสวามิภักดิ์
เสียงที่ดังมากดังขึ้นบนท้องฟ้า
สายฟ้าสีทองมากมายระเบิดอยู่กลางท้องฟ้า ทำให้ท้องฟ้าที่มืดสลัวสว่างขึ้นมาราวกับตอนกลางวัน เสียงที่ดังมากๆ นี้ถึงขั้นดังไปทั่วทั้งเมืองหูเฉิง ทำให้ผู้คนภายนอกล้วนแต่ตกใจแล้ว วมองไปยังแสงสีทองบนท้องฟ้า
“เกิดอะไรขึ้น”
“เป็นคลื่นพลังการต่อสู้ที่รุนแรงมาก!”
“ใครกันที่แข็งแกร่งเพียงนี้! แข็งแกร่งจนทำให้คนหยุดหายใจได้เลยจริงๆ!”
“การต่อสู้ในเมืองหูเฉิงวันนี้เหมือนว่าจะมีแค่จยาเซียนกับสำนักหลีหุนจงนี่นา!”
“คนของจยาเซียนน่ากลัวขนาดนั้นเชียวรึ”
…
เวทีประลองบนผิวน้ำทะเลสาบและท้องฟ้ากลับมาสงบแล้ว เจียงหลีลงมาจากบนฟ้าอย่างช้าๆ สำหรับนางแล้วการต่อสู้เมื่อครู่ก็แค่เล่นๆ เท่านั้น
เวทีประลองได้ถูกพังทลายไปเรียบร้อยแล้ว ชิ้นส่วนที่แตกกระจัดกระจายค่อยๆ จมลงไปในทะเลสาบ และศพของหลิงหวังสำนักหลีหุนจงคนนั้นก็ถูกพลังแห่งการลงทัณฑ์ทำลายจนกลายเป็นเถ้าถ่า านไปตั้งนานแล้ว ฝุ่นกลับไปเป็นฝุ่น ดินกลับคืนสู่ดิน
“จยาเซียน!”
เสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นดังออกมาจากปากของผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจง เขาก้าวเท้าออกมา พลังที่น่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งแล้วพุ่งไปยังเจียงหลีที่เพิ่งลงมาถึงอั ฒจันทร์
“รนหาที่ตาย!” แม้แต่หน้าก็ไม่หัน เจียงหลีโบกมือไปทีหนึ่ง
หัตถ์เทพเด็ดดาราปรากฎขึ้นดั่งใจ ฝ่ามือมายาสีหยกขาวปะทะเข้ากลับคลื่นพลังที่พุ่งมาหานางและทำลายพลังป้องกันของผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงแล้วพุ่งไปยังหน้าอกของเขา
พรวด!
ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงคนนี้ไม่เพียงแต่มีพลังหลิงหวังขั้นสามเหมือนกัน แล้วจะเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้อย่างไรกัน
ฝ่ามือตบลง เดิมเขาก็รับไม่ไหว ทำได้เพียงถูกตบจนกระดูกหน้าอกแตกแล้วกระอักเลือดออกมา เขาหมอบอยู่กับพื้นอย่างหมาจนตรอก
เขาเงยหน้าขึ้นมามองด้านหลังของเจียงหลีด้วยแววตาเคียดแค้น
เสียงที่เผด็จการและไม่อาจฝ่าฝืนได้แต่กลับสุขุมเยือกเย็นของเจียงหลีกลับดังขึ้น “ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แล้วกลับไปบอกเจ้าสำนักสำนักหลีหุนจงว่าให้เขารีบส่งมอบอาณาเขตการปกครอง หลั งจากวันนี้ไปสำนักหลีหุนจงเป็นเพียงกลุ่มอำนาจระดับล่างกลุ่มหนึ่งในซีฮวงเท่านั้น”
ที่ไม่ฆ่าเป็นเพราะเจียงหลีไม่ได้ให้ค่า เดิมทีผู้อาวุโสคนนี้ก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของนางอยู่แล้ว
แต่นางก็ต้องการคนส่งข่าวความพ่ายแพ้ที่น่าเวทนาไปยังสำนักหลีหุนจงโดยเร็วที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น พลังฝ่ามือเมื่อครู่นี้ เจียงหลีได้ทำลายรากฐานพลังของผู้อาวุโสคนนั้นแล้ว ถ้าหากเขาไม่ถูกเจ้าสำนักสำนักหลีหุนจงฆ่าตาย พลังของเขาก็มีแต่จะถดถอยลง สำหรับคนฝึกฝ ฝนพลังแล้ว แบบนี้ทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก
บริเวณรอบๆ เงียบสนิท
ถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แล้ว แต่คำพูดที่เจียงหลีพูดออกมาในตอนนี้ กลับทำให้พวกเขาได้สติจากความตะลึง สำนักหลีหุนจง……ตกไปเป็นกลุ่มอำนาจระดับล่างแล้วจริงๆ หรือ
บ้าเอ้ย!
พวกเขาเห็นเองกับตา
พวกเขาเห็นกลุ่มอำนาจกลุ่มหนึ่งเกิดขึ้นอย่างฉับพลับและก็เห็นกลุ่มอำนาจกลุ่มหนึ่งล่มสลายลงกับตา
ไม่! นี่มันยังไม่จบ ทำไมสำนักหลีหุนจงถึงได้ยอมง่ายๆ เช่นนี้ พวกเขาไม่มีทางยอมเลิกราอย่างเด็ดขาด
“ไปกันเถอะ” เจียงหลีที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์ของจยาเซียนพูดกับผู้คนด้วยท่าทางที่สงบ
เรื่องที่ต้องทำก็ทำเสร็จแล้ว จะอยู่ต่อไปทำไม
แต่ทว่า กงเสวี่ยฮวากลับมองไปด้านหลังของเจียงหลี
เจียงหลีหันมาก็เห็นเหล่าสตรีของวังเวิ่นฉิงข้ามผ่านผิวน้ำของทะเลสาบมาทางฝั่งของตัวเอง
เจียงหลีเลิกคิ้วแล้วหันตัวไปรอขบวนของวังเวิ่นฉิง
ผู้คนที่เดิมกำลังจะกลับกัน พอเห็นคนของวังเวิ่นฉิงมุ่งไปยังอัฒจันทร์ของจยาเซียนก็หยุดลงแล้วรอดู และพวกเขาก็ลืมเรื่องที่พวกเขาต้องเสียหินวิญญาณเพราะความพ่ายแพ้ของสำนัก หลีหุนจงไปเลย
“ท่านประมุข พวกเราจะไปตรงนั้นไหม” ผู้อาวุโสของไท่อีเหมินถามขึ้น
แต่ประมุขไท่อีเหมินกลับยิ้มแห้งแล้วส่ายหน้า “ไปตอนนี้ก็จะดูจงใจไปหน่อย ไปกันเถอะ” เขาถอนหายใจแล้วก็นำคนของสำนักไท่อีกลับ
คนของวังเวิ่นฉิงมาถึงอัฒจันทร์ของจยาเซียนแล้ว
สายตาของเจียงหลีมองผ่านไหวปี้แล้วไปตกอยู่ที่ประมุขวังเวิ่นฉิง
“แนะนำตัวเสียหน่อย ข้าคือฉิงเวิ่นแห่งวังเวิ่นฉิง” ประมุขวังเวิ่นฉิงพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและอ่อนโยน