ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 939 ช่วยเท่าที่จำเป็น / ตอนที่ 940 เดาเอา
ตอนที่ 939 ช่วยเท่าที่จำเป็น / ตอนที่ 940 เดาเอา
ตอนที่ 939 ช่วยเท่าที่จำเป็น
เจียงจิ้นลู่สับสนมาก เขาอยากให้คำพูดของศิษย์พี่ใหญ่เป็นจริง และก็ไม่อยากให้มันเป็นความจริงด้วย
วิญญาณรู้สึกลังเลไปครู่หนึ่งในเวลานี้
ท่าทางอย่างผู้วิเศษของเซี่ยเฉียวทำให้คนที่มองนานๆ รู้สึกใจสงบ ราศีที่ไร้กิเลสนั้นให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่วิญญาณตนนั้น
“บ้านของข้าอยู่ในป่าเล็กๆ ใกล้กับป้อมเหมิงจยา…ครึ่งปีก่อน ท่านพ่อของข้าป่วย ท่านย่ากับท่านแม่ของข้าก็เลยไปหาปรมาจารย์หม่า…ซึ่งก็คือเขา ให้มาที่บ้านเพื่อดูฮวงจุ้ย ปรมาจารย์หม่าดูเสร็จแล้วก็บอกว่า ท่านพ่อของข้าชง”
น้ำตาของเด็กสาวยังคงไหลออกมา ใครเห็นเข้าก็ต้องใจอ่อน
เซี่ยเฉียวนั่งฟังเงียบๆ
ฉากนั้นแปลกมาก ชายชรามองเจียงจิ้นลู่ด้วยสายตาจับจ้องราวกับว่าเขาไม่ชอบที่ทำไมเขาผู้เป็นลูกจึงไม่ห้ามแม่ที่กำลังเป็นบ้า
พูดกับตัวเองอยู่ได้ ทำเสียเหมือนเลย!
ความสามารถในการหลอกลวงเช่นนี้ไม่น่าจะต้องรออีกยี่สิบปีเลย แค่นางแต่งตัวให้แก่กว่านี้หน่อยก็น่าจะออกไปหลอกเงินคนได้แล้ว!
เจียงจิ้นลู่ยืนอยู่ข้างๆ กอดไก่แจ้ตัวใหญ่ไว้แนบอก ไก่แจ้ตัวนี้เกรี้ยวกราดดุร้ายและดูเหมือนจะจ้องมองศิษย์พี่ใหญ่ไม่วางตา บรรยากาศเงียบสงบเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร
เขาพยายามทำตัวเป็นคนหน้าหนา แสร้งทำเป็นสงบ
วิญญาณพูดเรื่องในอดีต นางโกรธจนตัวสั่นเทาก่อนจะเล่าต่อไป “ท่านพ่อของข้ามีลูกสาวสามคน ข้าเป็นคนที่สอง วันนั้น เขาให้ท่านย่าเรียกเด็กๆ ในบ้านออกไป แล้วถามถึงแปดอักษรของทุกคน และยังพูดกับท่านย่าว่า แปดอักษรของข้าไม่ดีจึงทำให้ท่านพ่อของข้าล้มป่วย!”
“ตอนนั้นท่านพ่อป่วยหนัก ท่านย่าก็กระวนกระวายใจ จึงถามเขาว่าต้องทำอย่างไรจึงจะแก้ไขการชงนี้ไปได้ ปรมาจารย์บอกว่าให้ส่งข้าออกไปดีกว่า หากชีวิตของข้าไม่ดี ท่านพ่อก็จะไม่เป็นไร ข้ากับท่านพ่อจะดีได้แค่คนเดียวเท่านั้น!”
“ตอนนั้นข้าได้ฟังแล้วก็เชื่อคำพูดของเขา แม้ว่าข้าจะเสียใจ แต่หากข้าสามารถช่วยท่านพ่อได้ ถึงแม้ข้าจะต้องตาย ข้าก็ยอมรับ…”
เด็กสาวเองก็รู้ความมาก แต่แล้วหลังจากนั้นนางก็แตกสลายลงยิ่งกว่าเดิม
“ครอบครัวของเราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีท่านพ่อ ท่านย่าก็เลยขายข้าเข้าซ่อง! ข้าถูกพวกเขาซ้อม ข้าปฏิเสธที่จะรับลูกค้า ข้าก็เลยถูกซ้อมจนตาย!”
“หลังจากที่ข้าตายไปแล้ว ข้าก็เลยอยากไปดูว่าท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง…”
“…”
เซี่ยเฉียวทอดถอนใจอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าท่านพ่อของนางตายไปแล้ว
ไม่เพียงแต่ท่านพ่อของนางตายแล้วเท่านั้น แต่สถานการณ์ของคนอื่นๆ ที่บ้านก็ไม่ได้ดี
ท่านย่าของนางขายหลานสาวของตนเอง แถมยังขายเข้าซ่อง จิตใจของนางก็ไม่สบายใจ เพื่อนบ้านก็ชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์ หากลูกชายสามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้ ความผิดบาปนี้นางก็ยังพอรับไว้ได้ แต่กลับกลายเป็นว่าเป็นการประทำที่เปล่าประโยชน์ นางจึงคิดไม่ตกแขวนคอตายในที่สุด”
ท่านแม่กลับเด็ดเดี่ยว นางอยากเลี้ยงลูกไปให้มีชีวิตที่ดี
แต่ตอนที่ให้ปรมาจารย์หม่าดูดวงให้ก็ไปยืมเงินจากคนอื่นมาเป็นจำนวนมาก ครอบครัวขัดสนยากจน ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องให้ลูกสาวคนโตแต่งงานออกไปเพื่อแลกกับอาหาร
เหลือแต่ลูกเล็กที่ต้องทนลำบากอยู่ที่บ้าน ต่อไปก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
วิญญาณตนนี้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็รู้สึกไม่พอใจ
นางคิดว่าตนเองเสียสละไปมากขนาดนั้นแล้วคนที่บ้านจะได้อยู่ดีมีสุข แต่นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะน่าอนาถขนาดนั้น!
หากไม่มีปรมาจารย์หม่ามาหลอกลวงพวกเขา ต่อให้ท่านพ่อของนางไม่อยู่แล้ว ที่บ้านก็ยังมีเงินเก็บ อย่างน้อยๆ ก็ยังพอทนไปได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง พี่หญิงใหญ่ของนางก็ไม่ต้องออกเรือนไปกับคนแก่วัยสี่สิบ ท่านย่าก็คงไม่ตาย ท่านแม่เองก็ไม่ต้องลำบากขนาดนั้น
“ตอนนั้นเขายังบอกว่าเห็นพลังชั่วร้ายเหนือหัวของข้า!” วิญญาณเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด “เขาโกหก เขาไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ดวงตาทั้งคู่ของเขาก็ไม่ได้เรื่อง ข้าก็เลยจะควักมันออกมา!”
“…”
เซี่ยเฉียวได้ฟังเรื่องราวของวิญญาณตนนี้แล้วก็รู้สึกเห็นใจเด็กสาว
นางถูกคนในครอบครัวส่งไปในที่ที่สกปรกโสมมที่สุด ชีวิตนี้ไม่มีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวันจนถูกคนซ้อมจนตาย แต่กลับกลายเป็นว่านางตายเปล่า จะไม่ให้นางแค้นได้อย่างไร
“เช่นนั้นแล้วเจ้าก็คิดดูให้ดีว่ามีความปราราถนาอะไร เรื่องของคนในครอบครัวเจ้าก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ข้าสามารถช่วยให้พวกนางมีชีวิตที่ดีขึ้นได้หน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ยปาก
บางครั้งงานที่นางได้มาก็ไม่ได้เงิน แถมยังต้องให้เงินช่วยไปอีก
แต่แค่ได้บุญก็ดีแล้ว ไม่ต้องเลือก
แน่นอนว่าแม้ว่าจะเป็นการช่วยด้วยเงิน แต่เซี่ยเฉียวก็มักจะช่วยในเรื่องที่ฉุกเฉินเร่งด่วนเป็นการชั่วคราวเท่านั้น แต่ไม่สามารถช่วยให้พวกเขาพ้นจากความยากจนในระยะยาวได้…
ตอนที่ 940 เดาเอา
ถึงอย่างไรวิญญาณแม่นางน้อยผู้นี้ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจู่ๆ วันหนึ่งจะมีนักพรตคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น และจะทำความปรารถนาของนางให้สำเร็จ
เวลานี้นางจึงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
จะแก้แค้น หรือว่าขอให้คนที่บ้านมีชีวิตที่สุขสบายขึ้นหน่อย
อาจเป็นเพราะนางตายอย่างน่าสงสารมากเกินไป เวลานี้นางจึงยังคงสับสนและขุ่นเคืองอยู่เล็กน้อยเมื่อนึกถึงคนในครอบครัวของนาง
ทำไมตอนนั้นท่านแม่ของนางยอมให้ส่งตัวนางไปที่ซ่อง ทำไมพวกเขาต้องเชื่อคำพูดของปรมาจารย์หม่า และทอดทิ้งนาง…
เพื่อท่านพ่อแล้วนางยินยอม แต่ในใจของนางไม่ได้รู้สึกดี นางโศกเศร้าและเสียใจ
“ข้าอยากให้ท่านทำให้หมอดูคนนี้เอาเงินไปคืนท่านแม่ของข้า อย่าให้เขาไปหลอกลวงคนอื่นอีก…ไม่มีอย่างอื่นแล้ว” วิญญาณครุ่นคิดอย่างรอบคอบก่อนจะตัดสินใจในที่สุด
นางรู้ว่า หากนางอยากได้อะไรที่มันมากเกินไป ยิ่งใหญ่เกินไปก็จะไม่เป็นที่ชื่นชอบ แล้วนางก็จะไม่ได้อะไรเลย
เมื่อนางคิดอย่างรอบคอบแล้ว เหตุผลที่นางไม่พอใจปราจารย์หม่าหลักๆ ก็เป็นเพราะเขาหลอกเงินของครอบครัวนาง เพราะเงินก้อนนั้นทำให้เขาทำลายชีวิตนางโดยไม่ลังเล
“ตกลง” เซี่ยเฉียวยกยิ้มตอบรับ
หลังจากที่นางพูดจบ เซี่ยเฉียวก็ทิ้งยันต์ไว้บนร่างนางแผ่นหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้นางหายไป
“เจ้ายังจะคุยอีกนานไหม” หมอดูชรารู้สึกอดทนไม่ไหวแล้ว
เพื่อนร่วมอาชีพคนนี้น่ากลัวเล็กน้อย
สายตาของนางเสแสร้งได้เหมือนจริงมาก ราวกับว่าข้างๆ เขามีวิญญาณอยู่จริงๆ!
“คุยเสร็จพอดี” เซี่ยเฉียวยิ้ม จากนั้นนางก็หันไปมองหมอดูชายชรา “ข้าได้พูดคุยกับวิญญาณชั่วร้ายนี้และพบว่าเจ้าติดหนี้ไว้มากจริงๆ จนจุดอิ้นถังเป็นสีดำ เคราะห์คราวนี้แก้ยากทีเดียว เป็นอย่างไร อยากให้ข้าทำนายดวงให้เจ้าไหม”
เซี่ยเฉียวเล่นกับเงินในมือของนาง
“เฮอะ…” หมอดูชราไม่สนใจ “พวกเรามันคนอาชีพเดียวกัน คำพูดของเจ้าข้าคุ้นเคยดี! แต่เพื่อเงิน เจ้าอยากจะทำนายอะไรก็ได้ที่เจ้าต้องการ”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาทันที
เขาหยิบกระดองเต่าที่มีแผ่นทองแดงอยู่ข้างในออกมาเขย่า
เมื่อเซี่ยเฉียวมองรูปแบบการจัดวางของแผ่นทองแดง นางก็ขมวดคิ้วแล้วมองชายชราอย่างพินิจพิจารณา
หลังจากที่นางเข้าใกล้เขาแล้ว โหงวเฮ้งริ้วรอยลักษณะเฉพาะบนใบหน้าของเขาก็เห็นได้ชัดเจนมาก
“เจ้า… มีบิดาสองคน?” จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็เอ่ยขึ้นก่อนจะพูดต่อ “อืม หน้าผากกว้าง และค่อนข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งแสดงว่าบิดาของเจ้าน่าจะเป็นคนรวยคนหนึ่ง แต่..ขอบใบหูของเจ้าแดงขาวไม่สม่ำเสมอ หากดูดีๆ หูทั้งสองข้างจะแตกต่างกันเล็กน้อย หูข้างหนึ่งใหญ่และข้างหนึ่งเล็ก ดังนั้นแม้ว่าตอนที่เจ้าเป็นเด็กจะได้รับการปกป้องจากผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ครอบครัวตกต่ำ สูญเสียบ้านและที่นาทั้งหมด”
“…” ใบหน้าแก่ๆ ของชายชราสั่นสะท้าน
ทำนายจริงๆ เสียด้วย
แต่ที่นางพูดมา…ก็ค่อนข้างถูกต้องทีเดียว
“แม้ว่าพ่อแม่ของเจ้าจะร่ำรวยและมีเกียรติ แต่พวกเขาก็ไร้ศีลธรรม ผลกรรมจึงมาตกอยู่กับเจ้า ดังนั้นตอนที่เจ้าอายุประมาณสิบสองปี มีขึ้นมีลงครั้งใหญ่ และช่องว่างก็ใหญ่มาก” เซี่ยเฉียวพูดพลางส่งสัญญาณให้เปิดหงายฝ่ามือ
“ชีวิตเจ้ามีเคราะห์กรรมสามอย่าง หนึ่งคือเหน็ดเหนื่อยลำบากจากผู้ใหญ่ สองเกิดจากอิทธิพลของผู้หญิง และสามผลกรรมเกิดขึ้นกับตัวเจ้าเอง มันยังมาไม่ถึง แต่อีกไม่นานหรอก” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างลึกลับ “หากข้าดูไม่ผิด เจ้าถูกกำหนดให้มีลูกชาย แต่น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ใช่หรือไม่”
เรื่องเกี่ยวกับลูกชายของเขานั้นนางเดาเอา
คนผู้นี้แก่ชราแล้ว ผ่านประสบการณ์มามากแล้ว จึงมีหลายอย่างที่มองได้ไม่ชัดเจนอีกแล้ว
รอยพับบนมือเริ่มแตกและจางไปมาก ริ้วรอยบนใบหน้าก็มากเกินไป จึงยากที่จะตัดสิน
แต่…หลังจากที่นางเข้ามาใกล้ นางก็เห็นข้าวของของเขา ในนั้นมีของเล่นเด็กผู้ชายเก่าๆ ซีดๆ สีค่อนข้างสกปรกและดำ คาดว่าน่าจะเป็นของคนในครอบครัวเขา
นางไม่สามารถเห็นอะไรได้ละเอียดกว่านั้น แต่เซี่ยเฉียวทำนายได้ว่าตอนนี้เขาไม่มีลูกไม่มีภรรยา และเป็นชายชราที่โดดเดี่ยว