ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 935 คนที่มีวาสนา / ตอนที่ 936 ต้มตุ๋นหลอกลวง
ตอนที่ 935 คนที่มีวาสนา / ตอนที่ 936 ต้มตุ๋นหลอกลวง
ตอนที่ 935 คนที่มีวาสนา
หลังจากที่เซี่ยเฉียวกินยาเข้าไปแล้ว คำพูดของนางก็เปี่ยมไปด้วยพลัง แต่นางก็ไม่ได้ใจร้อน น้ำเสียงของนางจึงฟังน่าฟังมาก
อันที่จริงแล้วความผิดปกติของเจียงจิ้นลู่ก็ไม่ใช่ความลับอะไร
ที่เขาไม่อยากพูดอะไรมากก็เพราะเขาแค่ไม่อยากให้คนอื่นเป็นกังวล แต่ในเมื่อศิษย์พี่ใหญ่พูดถึงขนาดนี้แล้ว เขาก็ไม่ควรที่จะปิดปังอีก
“ก็ไม่ใช่เรื่องที่พูดไม่ได้ ข้าไม่ได้เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิด แต่เป็นเพราะข้าเห็นเลือดตอนที่ยังเป็นเด็กจึงเกิดภาพฝังใจ” เจียงจินลู่ค่อนข้างอาย “ศิษย์พี่ใหญ่ก็รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าเหตุใดท่านแม่ของข้าถึงได้ตาย ข้าจะไม่ปิดบังท่าน วันที่ท่านแม่ของข้าตาย นางกระอักเลือดพ่นออกมาเปื้อนเต็มใบหน้าของข้าไปหมด ดวงตาของข้าตอนนั้นเห็นแต่สีแดงของเลือด ตั้งแต่นั้นมาข้าก็เห็นมันไม่ได้อีก”
พอเขาโตขึ้นก็ดีขึ้นมากแล้ว
เมื่อก่อนแค่เห็นสีแดงหรือได้ยินคำว่าเลือดเขาก็รู้สึกอึดอัดไปหมดแล้ว
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งไปเล็กน้อย
หากเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ไม่น่าแปลกใจที่เจียงจิ้นลู่จะรู้สึกต่อต้านอาชีพของนางขนาดนี้
“เจ้าก็ไม่จำเป็นจะต้องติดตามข้าเพื่อหาความจริงก็ได้ ในโลกนี้มีคนอีกมากที่ไม่เชื่อเรื่องเทพหรือภูตผีวิญญาณ จะมีหรือไม่มีเจ้าเพิ่มขึ้นมาอีกคนก็ไม่เห็นเป็นไร ต่อไปเจ้าก็แค่หลบๆ ข้าหน่อยก็พอ” เซี่ยเฉียวค่อนข้างเข้าใจจิตใจเขา
มีคำกล่าวที่ว่าน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง
ยิ่งกว่านั้น หากเจียงจินลู่ไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจไปตลอดชีวิตของเขา มันก็ถือเป็นเรื่องดีเช่นกัน รับประกันได้ว่าเขาจะไม่มีทางถูกของหรือแปดเปื้อนสิ่งชั่วร้ายไปตลอดชีวิตนี้ ไม่มีปัญหาอะไรมากมาย ชีวิตราบรื่น มีความสุข
“แต่ข้าไม่เข้าใจ และไม่อยากสับสนอยู่ในความไม่รู้ หลอกทั้งตนเองและผู้อื่น” เจียงจิ้นท่าทางจริงจัง
“ข้ามีของล้ำค่าอยู่อย่างหนึ่ง…มันสามารถทำให้เจ้าเห็นเรื่องแปลกๆ ในโลกนี้ได้ทันที แต่…ข้ามีเหลืออยู่แค่ไม่กี่หยดแล้ว จะต้องเก็บไว้ใช้ในเวลาจำเป็น” เซี่ยเฉียวสับสนลังเลใจมาก
หลังจากนั้นสักพัก นางก็หันไปมองเจียงจิ้นลู่และพึมพำเบาๆ “ข้ายังทำใจไม่ได้ เจ้าไม่ใช่ศิษย์น้องที่ดี ข้าจะไม่ให้น้ำตาวัวแก่เจ้าหรอก”
จะให้นางมอบของหายากให้เขาเพื่อให้เขารู้แจ้งเห็นจริงอย่างนั้นหรือ!
ไม่มีทาง!
“…” เจียงจิ้นลู่อยากจะร้องไห้ เขาอยากเป็นศิษย์น้องที่ดีจริงๆ นะ
แต่มันช่วยไม่ได้นี่ เขาเกิดมาก็เข้ากันไม่ได้กับศิษย์พี่ใหญ่แล้ว เขาจะทำอะไรได้!
“ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราจะนั่งอยู่ตรงนี้ตลอดเลยหรือ” เจียงจิ้นลู่มองทางที่คนสัญจรไปมา “ศิษย์พี่อายุน้อยเกินไป ท่านดูตรงนั้นสิมีหมอดูที่อายุมากอยู่คนหนึ่ง หากมีใครคิดจะดูดวง เขาก็จะไปหาคนผู้นั้น ไม่มาหาท่านหรอก”
ด้านตรงข้ามห่างไปไม่ไกลมีชายชราเครายาวอยู่คนหนึ่ง
แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเขาสามารถดูดวงทำนายโชคชะตาได้ไม่เหมือนกับเซี่ยเฉียว แม้ว่านางจะดูมีสง่าราศีไม่ธรรมดา แต่กลับเป็นนักพรตหญิงที่อายุยังน้อย เหมือนกับ…จอมยุทธ์หญิงที่บำเพ็ญเพียรมากกว่า
“ข้าดูดวงให้คนที่มีวาสนา คนผ่านทางไปมาพวกนั้นไม่มีวาสนากับข้า” เซี่ยเฉียวหลอกเขาด้วยท่าทางจริงจัง
ขณะที่เซี่ยเฉียวพูดประโยคนั้นออกมา จู่ๆ เจียงจิ้นลู่ก็รู้สึกว่าบนร่างของศิษย์พี่ใหญ่ดูเหมือนจะมีอารมณ์ที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้เพิ่มขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง
ร่างของนางอาบแสงที่ดูเหมือนจะพุ่งสูงขึ้นไปข้างบน
เป็นพวกต้มตุ๋นหลอกหลวงโดยธรรมชาติจริงๆ
“แล้วอีกนานแค่ไหนคนที่มีวาสนาจะมาล่ะ” เจียงจิ้นลู่อดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาอีกครั้ง หลังจากที่พึมพำแล้วก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองพูดมากเกินไปแล้ว เขาจึงรีบหุบปากและขมวดคิ้วมุ่นทันที
เขาพบว่าตนเองมีปัญหาใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่ง
พูดมากไป…ต้องเปลี่ยน ไม่อย่างนั้นชีวิตนี้เขาก็ต้องไม่เข้าราชสำนัก! เขาจะล่วงเกินคนอื่นแน่!
“เขาก็อยู่ที่นี่แหละ แต่ตอนนี้เขาไม่ว่าง รอให้เขาทำงานให้เสร็จก่อน แล้วพวกเราค่อยเข้าไป” เซี่ยเฉียวชี้ไปยังหมอดูชายชราทันที
“…” ล้อเขาเล่นใช่ไหมนี่!
พอพูดถึงคนที่มีวาสนา คนที่มีวาสนาก็มาทันที?!
ยิ่งไปกว่านั้น จะบอกว่าเป็นคนที่ผ่านไปมาคนไหนก็ได้ แต่ศิษย์พี่ใหญ่กลับบอกว่าคนที่มีวาสนา…คือหมอดูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคนนั้น?!
เจียงจิ้นลู่รู้สึกว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเขากำลังอยากจะไปพังร้านคนอื่น
ตอนที่ 936 ต้มตุ๋นหลอกลวง
เซี่ยเฉียวจริงจังมาก นางนั่งอยู่ที่เดิมและจ้องมองฝั่งตรงข้ามตลอดเวลา
หมอดูที่อ่อนกว่าจะทำนายดวงชะตาให้หมอดูชรา…เรื่องนี้มันแปลกพิสดารได้ขนาดนี้!?
เจียงจิ้นลู่อดพึมพำและสงสัยอยู่ในใจไม่ได้ว่าประเดี๋ยวศิษย์พี่ใหญ่ของเขาจะพูดอะไรกับชายชราเมื่อพบเขา…
“ชายชราผู้นั้นเคยทำร้ายคนมาก่อน มีวิญญาณกำลังควักดวงตาของเขา” เซี่ยเฉียวนำหนอนแห้งจำนวนหนึ่งออกมาจากตะหร้าไม้ไผ่มาส่งให้ต้าสยง
“…” เจียงจิ้นลู่มองไปตรงนั้น
ไม่เห็นมีอะไรเลย
ชายชราสวมเสื้อคลุมสีเทา หนวดเคราของเขาไม่รู้ว่าไว้มากี่ปีแล้ว มันยาวมากจนปกคลุมปากของเขาทั้งหมด และยังถูกเล็มออกจนดูไม่ยุ่งเหยิง รูปร่างของเขาผอม หน้าตาใจดี
ชายชรากำลังดูลายมือของฮูหยินคนหนึ่งอยู่ และเขาไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไร ดวงตาของเขาดูเหมือนจะหยิบหยีเพราะทรายเข้าตา เขายกมือขึ้นถูดวงตาเป็นครั้งคราว
ศิษย์พี่ใหญ่ยิ่งเหมือนพวกต้มตุ๋นหลอกลวงมากขึ้นเรื่อยๆ
“เจ้าคิดว่านักพรตคนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามไปเรื่อยเปื่อย
เจียงจิ้นลู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง และพยายามใช้คำที่หมอดูชอบพูดกัน “ใบหน้าเปี่ยมด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ คิ้วสองข้างอวบอิ่ม แค่ดูก็รู้ว่าเป็นคนอายุยืน”
“นั้นเป็นเพราะความรู้ของเจ้ายังตื้นเขิน” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างรังเกียจ
“…” ท่านขอให้ข้าพูดเองนะ!
“อวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าของชายผู้นี้ไม่เลว โหงวเฮ้งของเขาก็นับว่าไม่แย่ แต่ดูคนจะดูแต่โหงวเฮ้งอย่างเดียวไม่ได้” เซี่ยเฉียวอธิบายก่อนจะเอ่ยต่อ “เจ้าลองหันไปมองไหล่ของเขาสิ คิดว่าอย่างไรบ้าง”
เจียงจิ้นลู่หันไปมองด้วยสีหน้าลำบากใจ และไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเขาจะคุยกับหมอดูคนหนึ่งเรื่องหมอดูอีกคนหนึ่ง
เฮ้อ โลกนี้มันไม่เที่ยงจริงๆ
“ไหล่ของเขาค่อนข้างบางและอ่อนแอ ไม่มีกระดูกรองรับ ทรุดลงเล็กน้อย” เจียงจิ้นลู่ว่าไปตามที่เห็น
“ไหล่เหมือนหนู จิตใจต่ำช้า โลภเงินเล็กน้อย แล้วมองดูเคราของเขา หากเคราดกดำนุ่มลื่นชุ่มชื้นจึงจะมีบุญวาสนา แต่เขาไม่ใช่ มันดูแห้งและหยิกเล็กน้อย มีสีแดงจางๆ ภายใต้แสงแดด เขายากจนและโดดเดี่ยว อารมณ์ของเขาก็ไม่ค่อยดีนัก และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือปากของเขา”
“ปากเขาทำไมหรือ ข้าเองก็มองไม่ชัดเพราะมีเคราบังอยู่” เจียงจิ้นลู่งุนงง
“เกรงว่าเป็นเพราะปากนี้มีรูปร่างไม่ดี หากเปิดให้เห็น เขาก็จะดูไม่เหมือนผู้วิเศษ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้ไว้หนวดเครายาวเช่นนี้” เซี่ยเฉียวเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ผู้ชายคนนี้มีลักษณะเจ้าเล่ห์
“ข้ามองอะไรไม่ออกเลย” เจียงจิ้นลู่เอ่ยตามความจริง
“หากเจ้ามองออก ข้าก็ต้องมอบธงนี้ให้เจ้าแล้ว ข้าเรียนมาสามสิบห้าสิบปี สายตาคมกริบ เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก” เซี่ยเฉียวได้ทีพูดโม้อย่างเต็มที่
“ปีนี้ศิษย์พี่ใหญ่น่าจะอายุแค่สามสิบห้าสามสิบหกไม่ใช่หรือ” เจียงจิ้นลู่เหนื่อยใจเล็กน้อย คำพูดของศิษย์พี่ใหญ่จริงบ้างไม่จริงบ้างจนเขาไม่สามารถแยกแยะได้แล้ว
“เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้หรอก” พอเซี่ยเฉียวพูดจบ แขกของหมอดูชราผู้นั้นก็จากไป นางจึงรีบลากของเดินเข้าไปหาเขาทันที
ทันทีที่หมอดูชราเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เขาก็เห็นธงก่อนจะเห็นคน สายตาของเขาวาบแววดูถูกเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เอ่ยกับเซี่ยเฉียวด้วยใบหน้าเอื้ออาทร “ที่แท้ก็คนร่วมอาชีพเดียวกัน กิจการไม่ดีหรือ ข้าเห็นว่าสีหน้าเจ้าไม่มีเงิน หากอยากได้ลูกค้า เจ้าต้องเดินออกไปนอกเมืองทางทิศตะวันตก”
“แน่นอนอยู่แล้ว นี่คือเมืองฝั่งตะวันออก หากไปทางตะวันตกก็จะต้องเดินผ่านป้อมเหมิงจยา ถึงอย่างไรระหว่างทางข้าก็ต้องได้พบคนโง่เข้าสักคน” เซี่ยเฉียวหัวเราะ
“……” มุมปากของเจียงจิ้นลู่กระตุกเล็กน้อย
เขารู้สึกว่าฉากในตอนนี้เหมือนกับหมอดูสองคนกำลังหารือกันถึงวิธีการต้มตุ๋นหลอกลวง
“ในเมื่อรู้แล้วทำไมยังไม่รีบไปอีกล่ะ? ระวังนะ หากช้าไป แม้แต่คนโง่สักคนเจ้าก็อาจจะไม่ได้เจอ” หมอดูชราอารมณ์ร้ายทีเดียว “ถนนเส้นนี้ข้าครอบครองก่อนแล้ว อย่างที่เจ้าเห็นเมื่อครู่นี้ว่ากิจการของข้าดีแค่ไหน เจ้าคิดจะสู้กับข้า หน้าอย่างเจ้าคงจะต้องกลับไปฝึกฝนอีกยี่สิบปีแล้วค่อยมาใหม่”