ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 885 ไม่มีดีสักคน / ตอนที่ 886 อาจารย์หลอกลวง
ตอนที่ 885 ไม่มีดีสักคน / ตอนที่ 886 อาจารย์หลอกลวง
ตอนที่ 885 ไม่มีดีสักคน
นังหนูนี่ดื้อมาตั้งแต่เด็ก
ในเวลานั้นนางเป็นเหมือนวัชพืชที่เติบโตขึ้นมาในรอยแตกของก้อนหิน ด้วยลมและฝนเพียงเล็กน้อยนางก็ยังสามารถดิ้นรนเอาชีวิตรอดต่อไปได้
หลายปีนั้นเขาโชคไม่ดีเท่าไรนัก เมื่อเห็นเด็กน้อยตัวแค่นั้นรู้จักที่จะต่อสู้กับสวรรค์และโชคชะตาของตัวเองแล้ว เขาก็รู้สึกว่านางน่าทึ่งมาก สภาพจิตใจของเขาเองก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน
ตอนนี้เขายังมีอีกหลายสิ่งที่อยากจะถามนังหนูคนนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถเอ่ยออกมาต่อหน้าศิษย์คนอื่นๆ ได้
ก็เลยคิดว่าค่อยพูดทีหลังดีกว่า
โจวเว่ยจงทำงานว่องไว
เซี่ยเฉียวขอให้ทุกคนย้ายซังโหยวจากเตียงไปที่พื้นโดยเว้นพื้นที่ว่างไว้รอบๆ ตัวเขา จากนั้นนางก็วางกรรไกร กระจก และของอื่น ๆ ในแต่ละตำแหน่ง
แล้วก็วางตะเกียงเจ็ดดาวลงในข้าวที่อยู่ในตำแหน่งที่สอดคล้องกับสภาวะของดาวทั้งเจ็ด
จากนั้นนางก็นำยันต์เหลืองแผ่นหนึ่งมาแปะไว้บนตัวซังโหยว
เรียกขุนพลมาชุมนุม สวดมนต์ตรงสี่ทิศ ห้าธาตุปราณพื้นฐาน ยืดต่ออายุขัย
ชำระร่างกาย ฟ้าดินยั่งยืน หนึ่งจิตหวนคืน ปรารถนาชีวิตยืนยาว
เซี่ยเฉียวนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ปากก็พึมพำคาถา เวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละน้อย แต่นางก็ยังไม่มีท่าทีจะลุกขึ้น
อาจารย์หลีผู้เฒ่าเห็นนางลำบากเช่นนี้ก็รู้สึกปวดใจนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขารู้อยู่แล้วว่าสุขภาพร่างกายของนางไม่ดี ในใจก็ยิ่งรู้สึกทรมาน สีหน้าไร้ชีวิตชีวา และดูไร้พลังอย่างยิ่ง
ประมาณหนึ่งชั่วยามหลังจากนั้นเซี่ยเฉียวจึงได้หยุด
นางลุกขึ้นจากพื้นด้วยอาการเซเล็กน้อย ภายในห้อง แสงไฟจากตะเกียงเจ็ดดาวกะพริบจางๆ ทำให้บรรยากาศลึกลับขึ้นเล็กน้อย
“ได้แล้ว แต่จะให้ไฟดับไม่ได้” เซี่ยเฉียวเดินออกไปจากห้อง “ตะเกียงนี้สามารถยืดอายุขัยได้ แต่ก็มีเวลาจำกัด หากสามารถปกป้องไฟทั้งเจ็ดไว้ได้ เขาก็จะสามารถอยู่ได้ถึงสี่สิบเก้าวัน หากดับไปหนึ่งถ้วยก็น้อยลงไปเจ็ดวัน”
ยันต์สีเหลืองนั้นและตะเกียงนี้ได้กักขังวิญญาณแห่งชีวิตไว้ในร่าง เมื่อวิญญาณไม่ได้แยกออกจากร่างกาย เขาจึงยังมีโอกาสรอดชีวิตได้
เซียวอวี้หรงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาเหลือบมองตะเกียงดวงนั้นแล้วก็หันไปมองหลีซื่อเหยี่ยน
“หวังว่าในช่วงเวลาหลายวันนี้ พวกเราจะสามารถหาวิธีรักษาโรคไข้หวัดนี้ได้” หลีซื่อเหยี่ยนไม่สงสัยในความสามารถเซี่ยเฉียวเลย
เพียงแต่หลังจากที่เขาพูดจบลง ในเรือนก็มีคนเข้ามาเพิ่มขึ้นคนหนึ่ง
ชายหนุ่มชุดเขียวคนหนึ่งเดินเข้ามา เขามองหลีซื่อเหยี่ยนด้วยแววตาสับสน จากนั้นเขาก็หันไปเห็นชุดตะเกียงที่วางอยู่ในห้อง
“อาจารย์ นี่มัน…อะไรน่ะ…ท่าน…ท่าน…ไปตาม…พวกนักพรตต้มตุ๋นมารักษาศิษย์พี่หรือ!” เจียงจิ้นลู่ก็มองไปที่อาจารย์ผู้เฒ่าด้วยท่าทางตกใจ เขาถือกล่องเล็กๆ อยู่ในมือใบหนึ่งซึ่งควรเป็นยาชนิดใหม่
เขาพูดจบแล้วก็รีบมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดกลัว
“ศิษย์พี่เซียว ฝ่าบาท พวกท่านก็มาด้วย? ศิษย์พี่ซังก็แค่ป่วย ข้าก็ไปหายามาแล้ว พ่อค้าบอกว่ายานี้มาจากเมืองเล็กๆ บนภูเขาอันหนาวเหน็บที่อยู่ไกลโพ้น มันจะต้องได้ผลแน่นอน!” พอเขาพูดจบก็ส่งยาไปให้หลีซื่อเหยี่ยนอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็หันไปมองเซี่ยเฉียวอย่างระแวดระวัง
หลังจากวันสารท เซี่ยเฉียวก็หลีกเลี่ยงการแต่งชุดขาวที่ดึงดูดสายตาจากพวกวิญญาณ แล้วเปลี่ยนมาใส่ชุดนักพรตเต๋าทั่วไปแทน เวลานี้นางจึงดูเหมือนนักพรตต้มตุ๋นหลอกลวงยิ่งกว่าใคร
ยิ่งไปกว่านั้น นางเพิ่งทำจะพิธีกรรม และในมือก็ยังคงถืออะไรบางอย่างอยู่ แค่ดูแวบแรกก็รู้ว่านางเหมือนผู้ร้าย
“เมื่อครู่นี้หมอหลวงก็ดูอาการให้ศิษย์พี่สามของเจ้าแล้ว และบอกว่า…เกรงว่าจะช่วยไม่ได้ เจ้าลองเอายานี้ไปลองดูเถอะ…” อาจารย์หลีผู้เฒ่าถอนหายใจ
เจียงจิ้นลู่รู้สึกเศร้าเสียใจเล็กน้อย
อาจารย์ก็รู้ว่าตอนนั้นมารดาของเขาป่วย เดิมทีนางก็สามารถหายได้ แต่เนื่องจากผู้อาวุโสในครอบครัวไปตามแม่หมอมารักษานาง มารดาของเขาจึงได้ป่วยตาย แต่แม่หมอผู้นั้นกลับบอกกับคนอื่นๆ ว่ามารดาของเขาทำผิดและไม่เป็นที่โปรดปรานของเหล่าทวยเทพ ดังนั้นนางจึงถูกลงโทษเอาชีวิตของนางไป!
นักพรตต้มตุ๋นหลอกลวงพวกนี้ไม่มีดีสักคน!
ตอนที่ 886 อาจารย์หลอกลวง
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์เช่นนี้ เขากลับไม่กล้าที่จะกล่าวโทษ
หลีซื่อเหยี่ยนเองก็เห็นท่าทางไม่พอใจของเขาและขาดสติของเขาจึงได้เอ่ย “นี่คือศิษย์พี่ของเจ้า โม่ชูเซิง”
“!?” เจียงจิ้นลู่เงยหน้าขึ้นมองนักพรตที่อายุประมาณสามสี่สิบปีตรงหน้าทันที “ศิษย์…ศิษย์พี่ใหญ่!?”
โกหกน่า!
“อาจารย์ ศิษย์พี่จะมีหน้าตาอย่างนี้อย่างไร” เขาถามโดยสัญชาตญาณ
เซี่ยเฉียวถึงกับจนใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
หลีซื่อเหยี่ยนขมวดคิ้ว “ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้างดงามราวกับดอกไม้ เจ้าว่าไม่ใช่หรืออย่างนั้น”
ศิษย์คนโตที่รักของเขาหน้าตาออกจะดี ต่อให้เปลี่ยนโฉมเป็นคนอื่น แต่นางก็ยังเหมือนกับเทพเซียน ลักษณะท่าทางเช่นนี้คนธรรมดาจะมาเทียบได้อย่างไร
นางเป็นลูกศิษย์ของเขาเอง จะเหมือนกับคนอื่นๆ ที่ถูกเก็บมาได้อย่างนั้นหรือ
เจียงจิ้นลู่รีบโบกมืออย่างรวดเร็ว “อาจารย์ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น…ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่ใหญ่หน้าตา…ดีมาก”
“ลำบากศิษย์น้องแล้ว” เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ
แน่นอนว่ารูปร่างหน้าตาของนางไม่ได้น่าเกลียด แต่อาจารย์ของนางกลับบรรยายรูปลักษณ์ของนางเลิศลอยเกินไป จนกระทั่ง…ตอนนี้ศิษย์น้องห้าของนางเห็นนางแล้วก็รู้สึกถึงช่องว่างอันยิ่งใหญ่?
ขณะนี้ในสมองของเจียงจิ้นลู่กำลังยุ่งเหยิงราวกับโจ๊กหม้อหนึ่ง!
สวรรค์ นี่คือ…ศิษย์พี่ใหญ่คนที่…งดงามเหมือนเซียนสวรรค์คนนั้น
คนที่เป็นการบ้านของเขามาหลายปี!
ใช่แล้ว ในฐานะศิษย์ที่อายุน้อยที่สุดของอาจารย์ ตั้งแต่ที่เขาเข้าสำนักมา เขาก็ได้อ่านหนังสือกับอาจารย์มากมาย ได้เรียนเขียนบทกวีไม่น้อย ทั้งยังวาดภาพไปมากมายนัก และการบ้านที่อาจารย์มอบหมายให้เขาบ่อยที่สุด ก็คือ…ศิษย์พี่ใหญ่!
บ่อยครั้งที่เขาต้องวาดภาพของศิษย์พี่ใหญ่ที่เหมือนกับนางเซียนตามคำบรรยายของอาจารย์ ต้องประพันธ์บทกวีเพื่อบรรยายความงดงามของศิษย์พี่ใหญ่!
เขาต้องทำการบ้านแบบเดียวกันนี้ตั้งหลายครั้งในปีหนึ่งๆ!
เรื่องนั้นก็ช่างมันเถิด เรื่องที่ทำให้เขาปวดหัวจริงๆ คือเขาไม่เคยได้คะแนนดีเยี่ยมกับการบ้านที่เกี่ยวข้องกับศิษย์พี่ใหญ่เลย
อาจารย์มักจะพูดว่าเขาให้ความเคารพศิษย์พี่ใหญ่น้อยเกินไป เขาจึงได้เขียนบทกวีและวาดภาพออกมาได้ไม่ดี พูดจบแล้วก็ยังโทษเขา ถึงอย่างไรเขาก็ไม่เคยพบโม่ชูเซิงมาก่อน ย่อมไม่รู้ว่านางดีอย่างไร แต่ว่า…
ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าเขาไม่เคยเห็นนางมาก่อน แต่กลับให้นางเป็นหัวข้อการบ้านครั้งต่อไปอย่างไม่ลดละ!
ส่วนโม่ชูเซิงที่งดงามคนนั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในขณะนี้
นางไม่ได้งดงามเหมือนที่เขาเขียนไว้ในบทความ และนางก็ยังสวมชุดคลุมลัทธิเต๋าที่เขาเกลียดที่สุดด้วย!
เจียงจิ้นลู่รู้สึกเพียงว่าฉากที่สวยงามที่เขาสร้างขึ้นในใจของตนเองได้พังทลายลงแล้ว เวลานี้เขาไม่อยากที่จะมองหน้าศิษย์พี่ใหญ่โม่ชูเซิงคนนี้อีกต่อไป!
อาจารย์หลอกลวงเขา!
เซี่ยเฉียวมองเห็นความผิดหวังของศิษย์น้องห้า
แต่นางก็ไม่สนใจ ทำตัวให้ชินไว้ก็ดี
ศิษย์น้องห้ามีอายุน้อยที่สุดในบรรดาศิษย์น้องทั้งหมดของนาง แต่ก็ยังโตกว่านางเล็กน้อย ตอนนี้เขาน่าจะอายุสิบแปดสิบเก้าปีแล้ว
เขาตัวไม่สูงนัก แม้แต่หน้าตาก็ดูเด็ก เขาดูเหมือนหนุ่มน้อยอายุสิบห้าสิบหกปี ดูอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัด ศิษย์น้องทุกคนของนางหน้าตาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ เจียงจิ้นลู่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ศิษย์น้องคนแรกของนางเซียวอวี้หรงเชี่ยวชาญในการสั่งสอนและให้ความรู้แก่ผู้คน และมีมารยาทมากที่สุด ศิษย์น้องรองจ้าวเสวียนจิ่ง…นางไม่ค่อยรู้อะไรมาก บางที…เขาอาจจะเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้านคนหนึ่ง และเป็นคู่แข่งที่สำคัญที่สุดของนางในสำนัก
ศิษย์น้องคนที่สามช่างประดิดประดอย ศิษย์น้องสี่…เสเพลรักอิสระ
ส่วนคนเล็กที่สุดเจียงจิ้นลู่…
อย่าได้เห็นว่าตอนนี้เขาจะอายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น อันที่จริงเขาเป็นเด็กอัจฉริยะ และตอนนี้เขาเป็นสอบผ่านเป็นจวี่เหรินแล้ว เพียงแต่อาจารย์คิดว่าเขายังอายุน้อยและตัวเล็กจึงได้กดเขาไว้มาตลอด