ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 847 ประมาทไปแล้ว / ตอนที่ 848 รับรู้ความตั้งใจแล้ว
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 847 ประมาทไปแล้ว / ตอนที่ 848 รับรู้ความตั้งใจแล้ว
ตอนที่ 847 ประมาทไปแล้ว / ตอนที่ 848 รับรู้ความตั้งใจแล้ว
ตอนที่ 847 ประมาทไปแล้ว
ต่อหน้าทุกคนเซี่ยเฉียวดูเหมือนหญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น
ผ่านไปสักพักตัวรถก็ถูกผูกเข้ากับม้าอีกครั้ง แล้วนางก็ออกเดินทางพร้อมกับหญิงสาวอีกสองคน นอกจากนี้ยังมีโจวเว่ยจงและฉินจื้อติดตามอารักขาไปด้วย
การออกจากที่แห่งนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไรแล้วในตอนนี้
อย่างไรก็ตามอวี๋เซียนก็สังเกตเห็นสัญลักษณ์บางส่วนที่นางทำไว้เมื่อวาน
ทั้งๆ ที่เป็นเส้นทางที่ธรรมดามาก แต่นางกลับหาทางออกไม่พบ นางยิ่งรู้สึกแปลกใจมากขึ้นไปอีก
“แม่นางเซี่ย ปรมาจารย์โม่เก่งขนาดนั้นเชียว?” อวี๋เซียนถามด้วยความสงสัย
พอพูดถึงปรมาจารย์โม่ เซี่ยเฉียวก็เชิดหน้าขึ้นทันที “นางเป็น…ผู้วิเศษที่มองเห็นทั้งความเป็นความตาย จับวิญญาณ ดูโหงวเฮ้ง คำนวณฮวงจุ้ย ทำได้หมดทุกอย่าง หากต่อไปเจ้ามีปัญหาอะไร ก็ไปหานางที่หอส่องชะตาได้ ข้าสนิทสนมคุ้นเคยกับปรมาจารย์โม่ สามารถลดราคาให้ได้นิดหน่อย”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็หยิบแผ่นป้ายไม้ออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่สองอันส่งให้นางทั้งคู่
“หากเจ้าถือแผ่นป้ายนี้ไปจะได้ลดราคาหนึ่งในสิบส่วนสำหรับครั้งแรกด้วยนะ” เซี่ยเฉียวยิ้มอบอุ่นทำให้คนรู้สึกสบายใจเหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิ
คนทั้งสองมองแผ่นป้ายไม้และรู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรพิเศษ
คุณภาพไม้ก็ธรรมดา เพียงแต่ฝีมือการแกะสลักนั้นไม่เลว ลวดลายบนแผ่นป้ายทั้งสองก็ยังไม่เหมือนกันอีก นอกจากลวดลายที่ดูเหมือนตัวอักษรบนยันต์ที่อ่านไม่ออกพวกนั้น อีกด้านหนึ่งก็ยังแกะสลักภาพทิวทัศน์และชายชราที่หน้าตาไม่เหมือนกันอีกด้วย
“บนแผ่นป้ายนี่รูปใครหรือ” อวี๋เซียนชี้ไปที่แผ่นป้ายก่อนจะถามด้วยความสงสัย
หน้าต่างรถม้านั้นเปิดอยู่ จ้าวเสวียนจิ่งก็กวาดตามองแผ่นป้ายไม้นั้นพลางยื่นหน้าเข้ามาถามขณะที่ขับรถม้าไปด้วย “ขอข้าดูหน่อยได้หรือไม่”
“ได้สิ” อวี๋เซียนรีบส่งแผ่นป้ายไปให้ลูกพี่ลูกน้องของนางทันที
โจวเว่ยจงหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า “นี่มันอาจารย์หลีไม่ใช่หรือ อาจารย์ของฝ่าบาท ปราชญ์อันดับหนึ่งในใต้หล้า…”
เซี่ยเฉียวลูบจมูกของนางเล็กน้อย “ท่านอาจารย์หลีก็เป็นอาจารย์ของอาจารย์อาข้า แกะสลักรูปท่านไว้บนแผ่นป้าย โขกศีรษะคำนับทุกวันเพื่อแสดงความเคารพ”
นางไม่ได้แกะสลักเป็นรูปคนใหญ่ๆ แต่เป็นทิวทัศน์จากระยะไกล
สายตาของโจวเว่ยจงดีจริงๆ เขามองออกเสียด้วย
“แล้วอันนี้ล่ะ?” เฝิงหยิงหยิงเอ่ย
หน้าตาเซี่ยเฉียวดูอึดอัดอยู่บ้าง “นั่นคือ…อาจารย์ของข้าโม่หลิงจือ ท่านเป็นศิษย์พี่ของปรมาจารย์โม่”
“เช่นนั้นแล้วคนที่คนแกะสลักแผ่นป้ายนี้ก็ต้องเป็นปรมาจารย์โม่สินะ?” โจวเว่ยจงยิ้มเล็กน้อย “ความสามารถของปรมาจารย์โม่นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ ฝีมือการแกะสลักแบบนี้ก็หาดูได้ยากเช่นกัน ไปจนถึงองค์ประกอบนี่อีก แผ่นไม้เล็กๆ แค่นี้ แต่กลับแกะสลักออกมาจนให้ความรู้สึกเหมือนเป็นผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์ชื่อดังได้ เกรงว่าทักษะการวาดภาพและการประดิษฐ์ตัวอักษรของนางก็คงจะไม่เลวด้วย”
“พวกเจ้าเก็บไว้ให้ดีก็แล้วกัน หากทำหายก็ไม่มีให้ใหม่แล้ว ต่อไปก็อย่าได้เอาออกไปให้ใครดูอีก” เซี่ยเฉียวเตือนแม่นางทั้งสอง และไม่สนใจโจวเว่ยจงอีก
เมื่อคนทั้งสองได้รู้แล้วว่าปรมาจารย์โม่นั้นเก่งกาจ เวลานี้พวกนางจึงหวงแหนมันมาก
อันที่จริงเซี่ยเฉียวยังมีแผ่นป้ายไม้อีกหลายอัน แต่ทั้งหมดอยู่ที่หอส่องชะตา
ตอนนี้นางจึงได้แต่ต้องเอาของแทนตัวอาจารย์ทั้งสองของตนเองให้แทนของขวัญขอโทษ
อย่างไรก็ตาม โจวเว่ยจงยังไม่ทันได้คืนแผ่นป้ายไปให้อวี๋เซียน เวินหลันเฉิงก็หยิบมันไปดูเสียก่อน
พอเวินหลันเฉิงเห็นภาพแกะสลักนั้น เขาก็ขมวดคิ้วทันที “รูปแบบการจัดองค์ประกอบนี้เหมือน…ปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งมากจริงๆ ผลงานของปรมาจารย์ท่านนั้นมีน้อยมากๆ ที่สำนักศึกษาหลวงก็มีภาพวาดความสุขของปุถุชนภาพหนึ่ง ซึ่งวาดออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก…”
“…” สีหน้าของเซี่ยเฉียวเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย “ปรมาจารย์โม่ชอบวาดภาพเลียนแบบมาก…”
เวินหลันเฉิงไม่เคยเห็นผลงานภาพวาดแบบเดียวกันในตลาดมาก่อน
ดังนั้นนี่จึงเป็นผลงานเกะสลักที่สร้างสรรค์ขึ้นมาโดยรูปแบบการวาดภาพของปรมาจารย์อวิ๋นเวยผู้นั้น?
หากอย่างนั้นทักษะการวาดภาพของปรมาจารย์โม่ผู้นี้ก็คงไม่ด้อยไปกว่าของปรมาจารย์อวิ๋นเวยเลยนะ?
มันจะบังเอิญอย่างนั้นได้อย่างไร ใต้หล้าจะมีปรมาจารย์ที่มีรูปแบบวิธีการที่คล้ายคลึงกันและมีความสามารถใกล้เคียงกันเชียวหรือ
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าตนเองบุ่มบ่ามเกินไป ของที่ขายอยู่ที่หอส่องชะตาส่วนมากเป็นงานแกะสลักพวกอาคารและหุ่นคน ดังนั้นต่อให้เซียวอวี้หรงซื้อกลับไปตั้งมากมายก็ไม่ทำให้เขาสงสัยตัวตนของอวิ๋นเวย…
แต่…แผ่นป้ายทั้งสองนี้…
นางประมาทไปเสียแล้ว!
ตอนที่ 848 รับรู้ความตั้งใจแล้ว
สีหน้าเซี่ยเฉียวเคร่งขรึม นางดูกังวลใจอย่างยิ่ง
ตัวตนของโม่ชูเซิงเมื่อเทียบกับปรมาจารย์ด้านอักษรและภาพวาดทั่วไป นางยังเด็กกว่าหน่อย หากเวินหลันเฉิงเปิดโปงขึ้นมาจริงๆ ราคาของภาพวาดในอนาคตก็อาจจะลดลง…
ในใจเวินหลันเฉิงรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นงานแกะสลักไม่ใช่ภาพวาดบนกระดาษที่มีชื่อเสียง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะมองพลาดได้
“เกรงว่าปรมาจารย์โม่ท่านนี้น่าจะรู้จักคุ้นเคยกับอาจารย์อวิ๋นเวยด้วย มิฉะนั้นเพียงแค่การคัดลอก ก็คงจะไม่สามารถลอกเลียนรูปแบบภาพวาดของอาจารย์อวิ๋นเวยได้คล้ายกันถึงเพียงนี้” เวินหลันเฉิงคืนแผ่นป้ายให้อย่างสุภาพ
บางทีปรมาจารย์โม่ผู้นี้และอาจารย์อวิ๋นเวยอาจจะเป็นญาติสนิทกัน?
มีข่าวลือว่าอาจารย์อวิ๋นเวยน่าจะอยู่ในวัยชราและผ่านอะไรมามากแล้ว ดังนั้นภาพวาดและบทกวีที่เขาสร้างสรรค์ออกมาจึงแฝงความรู้สึกของคนที่เข้าใจโลก
ที่คนภายนอกพูดกันเช่นนี้ก็มีเหตุผลที่น่าเชื่อถือ เพราะเขาเองก็เคยสังเกตผลงานภาพวาดของอาจารย์อวิ๋นเวยมาก่อน ฝีพู่กันของอาจารย์จริงๆ เท็จๆ น้ำหนักฝีแปรงนั้น เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องก็พอจะมองออกถึงพลังที่อ่อนแอ ดังนั้นทุกคนจึงพูดกันว่า อาจารย์อวิ๋นเวยน่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว ต่อไปภาพวาดในตลาดเหล่านั้นคงจะกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่เขาทิ้งไว้บนโลกนี้อย่างแน่นอน
เซี่ยเฉียวเม้มปากยิ้มเล็กน้อย “ข้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องของอาจารย์อาเท่าไรนัก”
“ผลงานที่หลงเหลืออยู่ของอาจารย์อวิ๋นเวยนั้นยอดเยี่ยมมาก ข้าหวังว่าสักวันหนึ่งข้าจะได้เยี่ยมคารวะท่านด้วยตัวเองสักครั้ง” เวินหลันเฉิงเผยสีหน้าเคารพนับถือออกมาเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวไม่ได้พูดอะไรออกไป ‘เด็กดี ความตั้งใจของเจ้า…อาจารย์อย่างข้ารับรู้แล้ว’
“แม่นางเซี่ย หรือว่าเมื่อวานเจ้าโดนลมมากไปจนไม่สบาย ดูเหมือนหน้าเจ้าจะร้อนๆ นะ” อวี๋เซียนเป็นห่วงนางยิ่งนัก
เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาอย่างเขินอาย “พอนึงถึงอาจารย์อวิ๋นเวย ข้าก็รู้สึกชื่นชมเช่นกัน หากข้าได้พบก็คงจะตื่นเต้นหน้าแดง”
“…” อวี๋เซียนไม่เข้าใจ
ก็แค่ชายชราคนหนึ่งมีอะไรน่าดูกัน ไม่ใช่หนุ่มน้อยหล่อเหลาสง่างามเสียหน่อย
หลังจากคุยกันอีกสองสามคำ แม่นางน้อยทั้งสามก็หลับตาเพื่อพักผ่อน พอลืมตาอีกครั้งทั้งหมดก็เข้ามาถึงในเมืองแล้ว
เวินหลันเฉิงจากไปพร้อมกับว่าที่ภรรยาของเขา ส่วนอวี๋เซียนก็กลับไปที่จวนตระกูลเซี่ยทันที
มีเพียงเซี่ยเฉียวที่เดินทางไปยังหอส่องชะตาภายใต้การดูแลของโจวเว่ยจง
หลังจากที่เซี่ยเฉียวเปลี่ยนชุดนักพรตสง่างามและล้างหน้าแต่งหน้าแล้ว นางก็เลือกหยิบของดีที่เก็บไว้ออกมา และขนไปไว้บนรถม้าก่อนจะเดินทางไปที่นั่นพร้อมกับโจวเว่ยจง
โจวเว่ยจงหันไปมองปรมาจารย์โม่ พอเห็นว่านางหลับตาจะงีบเขาก็เตรียมที่จะบอกเล่าสถานการณ์ให้นางฟังก่อน
“ไม่ต้องพูดอะไรมาก ข้ารู้แล้ว” เซี่ยเฉียวสงบนิ่ง ท่าทางสูงส่งลึกลับ
สีหน้าโจวเว่ยจงเคารพนับถือ “ปรมาจารย์มีวิธีอะไรหรือ”
“ถึงแล้วค่อยดูอีกที” เซี่ยเฉียวดูเยือกเย็นสูงส่งขึ้นมาก
โจวเว่ยจงพยักหน้าอย่างระมัดระวัง
ระหว่างทางไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น ม้าก็วิ่งเร็วมาก ยังไม่ทันจะเที่ยงเซี่ยเฉียวก็เดินทางมาถึงสถานที่ก่อนหน้านี้
ขณะนี้ดวงอาทิตย์เจิดจ้า และอาจเป็นเพราะมีคนนอกอยู่ในป่าด้วย วิญญาณเหล่านั้นจึงซ่อนตัวอยู่ในป่าและคอยดูเรื่องสนุก น้อยนักที่จะลอยไปลอยมาไปทั่ว
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน นางจะได้ไม่ต้องคอยจับทีละตัวๆ ไปทั่ว
“ข้าเคยได้ยินชื่อคนนี้มาก่อน นางเก่งมาก นางสามารถเปิดประตูผีได้ด้วย…น่าจะร้ายกาจมากกว่าคนที่มาเมื่อวานนี้เสียอีก!”
“นังปีศาจเฒ่าหน้าตาขี้เหร่นี่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง ประเดี๋ยวท่านเซียนจะต้องจัดการไม่ให้นางรอดออกไปได้แน่!”
“นางหันมามองข้าแล้ว…”
“…”
ชื่อเสียงของโม่ชูเซิงนั้นโด่งดังมาก วิญญาณที่เคยเข้าไปในเมืองหลวงต่างก็รู้จัก เจ้าของหอส่องชะตาผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องได้ง่ายๆ หากทำให้นางไม่พอใจขึ้นมา แค่นางใช้ยันต์แผ่นเดียว วิญญาณก็จะกลายเป็นควันหายวับไปทันที ร้องไห้ไม่ทันกันทั้งนั้น!