ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 841 ใครอนุญาตให้ตี / ตอนที่ 842 ชายาปีศาจล่มเมือง
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 841 ใครอนุญาตให้ตี / ตอนที่ 842 ชายาปีศาจล่มเมือง
ตอนที่ 841 ใครอนุญาตให้ตี / ตอนที่ 842 ชายาปีศาจล่มเมือง
ตอนที่ 841 ใครอนุญาตให้ตี
ต้นไม้ ดอกไม้ และพืชที่นี่มีความคล้ายคลึงกันไปหมด อีกทั้งสภาพแวดล้อมโดยรอบก็มืดมาก คบเพลิงถูกจุดขึ้นหลายครั้ง แต่มันก็ดับเร็วมากเช่นกัน การเคลื่อนที่เป็นไปได้ยากเล็กน้อย
พวกเขาเป็นเช่นนี้ ส่วนเซี่ยเฉียวตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
จ้าวเสวียนจิ่งสังเกตการเคลื่อนไหวโดยรอบ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบในป่า และในชั่วพริบตาไก่ป่าก็ผ่านตัวเขาไปในระยะไม่ไกล
กลางดึกอย่างนี้เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“จับ” จ้าวเสวียนจิ่งสั่งอย่างรวบรัด
เขานั่งอยู่บนหลังม้า และคืนนี้เขาสวมชุดคลุมสีขาวปักดิ้นทองเป็นครั้งแรก ดูหล่อเหลางดงามมาก ท่ามกลางความมืดเขาจึงโดดเด่นสะดุดตากว่าใครๆ
ทันทีที่เขาออกคำสั่ง โจวเว่ยจงและคนอื่นๆ ก็เริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความสามารถมองเห็นยามกลางคืนก็มีบทบาทเช่นกัน พวกเขาจึงจับไก่ป่ามาได้โดยไม่ยากด้วยเหตุนี้
ไม่นานนักมันก็มาอยู่ในมือ
“จูงไว้ ปล่อยให้มันนำทางไป” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
“…” เวินหลันเฉิงมองไก่ป่าตัวนั้นด้วยท่าทางสับสนงุนงงเล็กน้อย
เซี่ยผิงกั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็คิดออก
กลางดึกเช่นนี้เจ้าตัวน้อยที่ไม่มีพิษมีภัยนี้ก็น่าจะซ่อนตัวอยู่ในรัง นอนหลับอย่างสงบสุข และไม่กล้าวิ่งวุ่นไปทั่ว แต่เมื่อครู่นี้ไก่ป่าตัวนี้กลับเดินผ่านตัวพวกเขาไปราวกับไม่มีคนอยู่แถวนี้
เขากับรัชทายาทเคยติดตามปรมาจารย์โม่เดินทางไปอำเภอสวินมาก่อน เขาเองก็รู้ว่า เมื่อวิญญาณบนโลกใบนี้แผลงฤทธิ์ก็จะสามารถสร้างผลกระทบต่อสัตว์พวกนี้ได้
ดังนั้นจึงมีโอกาสมากที่ไก่ป่าตัวนี้จะได้รับอิทธิพลเข้าจนวิ่งวุ่นไปทั่ว
เขารีบจัดการตามที่รัชทายาทรับสั่งทันที
หลังจากที่จับไก่ป่ามามัดขาแล้ว เขาก็ปล่อยมันให้เดินไป
มันกระพือปีกบินขึ้น ประเดี๋ยวก็บินประเดี๋ยวก็กระโดดอยู่ครู่หนึ่ง พยายามมุ่งไปยังทิศทางเดียว
“แย่แล้ว! ข้าได้ยินเสียงมากมายเหมือนเสียงกีบเท้าม้า ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์อะไร!” อวี๋เซียนแนบหูลงกับพื้นเพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหว แล้วใบหน้านางก็ซีดเผือดไร้สีเลือด
เฝิงหยิงหยิงเองก็หดศีรษะด้วยความกลัว น้ำเสียงของนางสั่นเทา “ไฟกำลังจะดับแล้ว…”
นางเพิ่งพูดจบ เสียงไฟนั้นก็ริบหรี่ลงไปทุกที
อวี๋เซียนลุกขึ้นทันที นางถือดาบในมือพร้อมที่จะต่อสู้ครั้งใหญ่
แต่แล้วในเวลานั้นนางกลับได้ยินเสียงการต่อสู้ดังขึ้น
“ไม่ใช่สัตว์ร้ายหรอกหรือ” มือของอวี๋เซียนที่ถือดาบก็สั่นสะท้านเล็กน้อยเช่นกัน “กลางดึกอย่างนี้ คงจะไม่ใช่พวกโจรหรอกนะ?”
“มีคนมาช่วยแล้ว” เซี่ยเฉียวเองก็ยังถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นางทำนายก่อนหน้านี้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่ถึงตายได้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เก้าในสิบคือตาย แต่ก็ยังมีหนึ่งโอกาสที่จะรอด
ยิ่งกว่านั้น แม้จะไม่มีใครมา นางก็จะพยายามอยู่ให้ถึงที่สุด อย่างมากก็แค่ใช้ทุกสิ่งที่มีอยู่ในตะกร้าไม้ไผ่ของนาง ใช้พลังที่มีทั้งหมด และจะไม่ยอมปล่อยให้อวี๋เซียนและเฝิงหยิงหยิงเป็นอะไรไป
ก่อนที่จ้าวเสวียนจิ่งจะนำคนเข้ามาใกล้สัตว์ป่ากลุ่มนี้ เขาก็มองเห็นแสงไฟรางๆ แล้ว ดังนั้นเขาจึงบุกทะลวงเข้ามาโดยไม่พูดพล่ามทำเพลงอะไรอีก
แม้จะพูดว่าเป็นสัตว์ป่ากลุ่มหนึ่ง แต่อันที่จริงก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นหรอก มีหมาป่าอยู่สองสามตัว และมีหมูป่าที่มีจำนวนมากหน่อย นอกจากพวกนี้แล้วก็มีพวกสัตว์ตัวเล็กๆ เช่น งู แมลง หนู มด เป็นต้น ซึ่งพวกเขาสามารถรับมือได้
สัตว์นั้นขี้กลัวกว่ามนุษย์ เดิมทีพวกเซี่ยเฉียวทั้งสามนั้นเป็นเหมือนเนื้อที่อยู่ในปาก แต่ตอนนี้เมื่อคนอื่นๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน สัตว์เหล่านี้ก็เริ่มหนี ไม่นานนักบริเวณโดยรอบก็ว่างเปล่า
จ้าวเสวียนจิ่งถือดาบอยู่ในมือซ้าย และดาบนั้นเปื้อนเลือด
ใบหน้างดงามของเขาเต็มไปด้วยไอสังหารรุนแรง ดูน่ากลัวมากทีเดียว
การต่อสู้ในที่มืดนั้นเปลืองแรงเอาการ โชคดีที่องครักษ์เหล่านี้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ไม่เช่นนั้นการฟันสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนี้ก็คงจะถูกพวกเดียวกันเป็นแน่
อวี๋เซียนนั่งลงบนพื้นทันที “ข้าคิดว่าวันนี้ข้าจะตายแน่แล้วเสียอีก”
เซี่ยผิงกั่งพุ่งเข้าไปดีดหน้าผากเซี่ยเฉียวทันที “ข้าบอกว่าเจ้าซื่อบื้อก็ยังไม่ยอมรับอีก เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นปรมาจารย์โม่หรือไง ข้าก็เลยต้องพาคนมาช่วยเจ้ากลางคืนดึกดื่นอย่างนี้ หากยังทำให้ข้าเป็นห่วงแบบนี้อีก ต่อไปข้าจะจับเจ้ามัดไว้ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น!”
“…” เซี่ยเฉียวเจ็บหน้าผาก
นางจะทำอย่างไรได้!
หากนางเห็นวิญญาณที่ทำร้ายคนแล้วไม่ติดตามไม่สนใจ นางก็จะอายุสั้น!
อีกอย่างตอนนั้นนางก็ไม่รู้ด้วยว่าที่ตรงนี้จะร้ายกาจอย่างนี้ นางไม่รู้นี่?
พี่ชายที่โง่เขลาคนนี้ก็ไม่รู้จักที่ปลอบโยนนางสักหน่อย แถมยังลงไม้ลงมืออีก!
“ขุนนางเซี่ย เมื่อครู่นี้เจ้าทำอะไร” น้ำเสียงเย็นชาของจ้าวเสวียนจิ่งลอยมาเข้าหูของเซี่ยผิงกั่ง “นางเป็นชายาของข้า ใครอนุญาตให้เจ้าตีนาง?”
ตอนที่ 842 ชายาปีศาจล่มเมือง
จู่ๆ รัชทายาทก็เอ่ยปากเช่นนี้ เซี่ยผิงกั่งก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกร็ง เขาลอบแค่นเสียงไม่พอใจออกมา แต่ก็ไม่กล้าที่จะแสดงอาการอะไรมาก ก่อนจะพูดด้วยเสียงต่ำๆ “ไม่แรงหรอก…”
“…” หน้าผากของนางถึงกับแดงแล้ว พี่ชายใหญ่ของนางไม่มีความปราณีเลย!
“เฉียวเอ๋อร์สุขภาพไม่ดี เจ้าลงไม้ลงมือกับนางอย่างนี้ได้อย่างไร” จ้าวเสวียนจิ่งพูดพลางก็คว้าตัวเซี่ยเฉียวให้ไปอยู่ข้างหลังเขา “ครั้งหน้าก็หลบหน่อยสิ พี่ชายใหญ่ของเจ้าไม่รู้จักหนักเบาเวลาลงมือ ครั้งนี้หน้าผากยังอยู่ดี หากคราวหน้าเขาเคาะจนมันแตกล่ะจะทำอย่างไร”
“…” เซี่ยผิงกั่งแทบจะระเบิดเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เขาไม่มีค้อนอยู่ในมือเสียหน่อย เขาแค่ตบเบาๆ เท่านั้น แล้วมันจะแตกได้อย่างไร!
นางเป็นน้องสาวของเขา ไม่ใช่น้องสาวของรัชทายาทเสียหน่อย ยุ่งอะไรด้วย!
แน่นอนว่าเซี่ยผิงกั่งไม่กล้าที่จะพูดมันออกมา เขาถึงกับทำตัวเรียบร้อยไปเสียอีก “หากอย่างนั้นข้าจะไม่สนใจนางแล้ว แต่ท่านก็ควรที่จะดุนางสักหน่อยไม่ใช่หรือ ไม่เช่นนั้นต่อไปนางก็จะยิ่งไม่สนใจอะไรอีก ครั้งนี้โชคดีที่พวกเราออกตามหา หากคราวหน้าไม่ได้มา นางจะไม่ถูกหมาป่าลากไปหรอกหรือ”
เซี่ยเฉียวเองก็ช่วยไม่ได้นี่
แต่เมื่อคิดว่าคราวนี้นางทำให้อวี๋เซียนและเฝิงหยิงหยิงตกอยู่ในอันตรายจริงๆ ซึ่งเป็นการไม่ควร
นางจึงยอมรับผิดแต่โดยดี “พี่ชายใหญ่ ต่อไปข้าไม่กล้าทำอีกแล้ว”
ครั้งหน้าหากมีเรื่องแบบนี้นางจะมาเอง
จะให้นางอยู่บ้านไม่ไปยุ่งเรื่องของคนอื่น เกรงว่าจะเป็นไปไม่ได้แล้วในชาตินี้
“ที่ขุนนางเซี่ยพูดนั้นก็ไม่มีเหตุผล หากต่อไปเจ้ามีเรื่องสำคัญ ก็ให้ใครไปส่งข้อความบอกข้าก่อน ต่อไปเมื่อข้ากับเจ้าแต่งงานกันแล้วก็เหมือนเป็นคนๆ เดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ” จ้าวเสวียนจิ่งกลับไม่ได้โกรธ “ข้ารู้ว่า เจ้ากังวลว่าวิญญาณจะสร้างปัญหา หากเจ้าไม่เข้าไปยุ่งก็กลัวว่าจะเป็นภัยกับคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เพียงแต่เจ้าต้องป้องกันตัวเองก่อน”
เซี่ยเฉียวพยักหน้าและไม่โต้เถียง
อันที่จริงนางนางทิ้งชีวิตน้อยๆ นี้ไว้ข้างนอกมานานแล้ว
เดิมทีการจับวิญญาณและกำจัดความชั่วร้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยอยู่แล้ว และนางก็เตรียมใจว่าอาจจะเกิดเรื่องได้ทุกเมื่อเอาไว้ สำหรับนางความปลอดภัยของตนเองไม่สำคัญเท่าการไล่จับวิญญาณ หลายปีที่ผ่านมานี้นางเคยชินกับมันเสียแล้ว
หากนางไม่จับวิญญาณก็คงจะตายเร็ว ไม่สู้นางใช้ความกล้าส่งวิญญาณที่ไม่รู้ความพวกนั้นกลับไปเกิดใหม่เสียดีกว่า ถือว่าเป็นการทำเรื่องดีๆ เพื่อให้ได้บุญตอบแทนในชาติหน้า
อีกอย่าง…
คนอื่นก็ไม่เคยมีประสบการณ์เหมือนนางที่แค่สูดลมหายใจก็เหนื่อยจนแทบขาดใจแล้ว
หลังจากที่นางจับวิญญาณเป็นต้นมา นางจึงได้มีชีวิตเหมือนคนอื่นบ้าง
เซี่ยเฉียวเก็บความรู้สึกไว้ในใจ จากนั้นนางก็เงยหน้ายิ้มให้จ้าวเสวียนจิ่ง “อย่าได้ดูถูกข้า ถึงอย่างไรข้าก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกับปรมาจารย์โม่ หากไม่ใช่เพราะตอนนี้เป็นกลางคืนดึกดื่นที่พลังหยินรุนแรง แค่นี้…ไม่นับเป็นอะไรหรอก”
“ฝ่าบาทดูสิ นางยังพูดโม้ได้อีก!” เซี่ยผิงกั่งโมโหขึ้นมาอีกแล้ว
“ข้าเชื่อ วิญญาณพวกนี้หาเรื่องเสียแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งเห็นด้วยกับนางอย่างยิ่ง เขาพูดออกมาด้วยท่าทางจริงจัง และไม่มีความรู้สึกกระดากอายแต่อย่างใด
ความหลงตัวเองอันเพ้อเจ้อของเซี่ยเฉียวได้รับการเติมเต็มแล้ว “ถูกต้อง”
เซี่ยผิงกั่งส่ายศีรษะเล็กน้อย
รัชทายาทที่ทรงปรีชาสามารถไม่มีใครเทียบได้ยังถึงกับหูหนวกตาบอดเช่นนี้เมื่อพบกับน้องสาวซื่อบื้อของเขา
น้องสาวของเขาผู้นี้ยังมีศักยภาพที่จะเป็นพระชายาปีศาจล้มเมืองได้สินะ?
จ้าวเสวียนจิ่งสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาตั้งค่ายที่บริเวณนั้น หากมีสัตว์ร้ายโจมตีก็ให้ฆ่าทันที แล้วพรุ่งนี้ค่อยเผาเป็นอาหาร
อย่างไรก็ตาม ในป่านี้ก็มีสัตว์ร้ายไม่มากนัก ซึ่งพวกมันถูกฆ่าฟันไปพอสมควรแล้ว ตัวที่ไม่ได้ถูกฟันจนตายก็หนีไปหมดแล้ว ต่อให้พวกมันได้รับอิทธิพลจากพวกวิญญาณก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาอีก
ส่วนในเวลานี้เมื่อวิญญาณเห็นว่าสัตว์ร้ายพวกนั้นหายไปหมดแล้ว พวกเขาก็ยิ่งไม่พอใจ
เมื่อแสงเทียนดับลง พวกวิญญาณก็สามารถลอยอยู่รอบๆ กลุ่มคนได้
เสียงลมยังคงดังอยู่ และทันใดนั้นก็มีเสียงดัง แกรก กิ่งไม้รอบๆ หักลงจำนวนมาก มันถูกลมชั่วร้ายพัดมาราวกับลูกศรดำมืด เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
แต่สำหรับพวกองครักษ์แล้ว มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่
tom110
ทำไมอ่านแล้ว คิดถึงเพชรพระอุมาก็ไม่รู้