ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 767 ทำไมไม่เชื่อ / ตอนที่ 768 เอาชนะศัตรูได้ในกระบวนท่าเดียว
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 767 ทำไมไม่เชื่อ / ตอนที่ 768 เอาชนะศัตรูได้ในกระบวนท่าเดียว
ตอนที่ 767 ทำไมไม่เชื่อ / ตอนที่ 768 เอาชนะศัตรูได้ในกระบวนท่าเดียว
ตอนที่ 767 ทำไมไม่เชื่อ
ท้ายที่สุดแล้วต่งอีอวิ๋นก็เลือกที่จะให้พี่สาวของนางยืนขึ้น
ต่งซีอวิ๋นพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตนเองผิดไปแล้ว
ต่งอีอวิ๋นเองก็ทั้งตกใจและเหน็ดเหนื่อยมาแล้วทั้งวัน นางนับว่าสามารถวางก้อนหนักๆ ก้อนหนึ่งที่อยู่ในใจลงได้แล้ว เมื่อนางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องร้ายที่กลายเป็นดี…จู่ๆ นางก็รู้สึกสับสนขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นางจากไป แววตาของต่งซีอวิ๋นก็เย็นชาลงทันที
นางเชื่อว่าองค์ชายสี่มาพบน้องสาวนางด้วยเรื่องของตน แต่นางไม่เชื่อว่าน้องสาวของนางจะพูดเรื่องดีๆ ของนางต่อหน้าองค์ชายสี่!
ตั้งแต่หยวนหลิงอินเกิดเรื่อง น้องสาวของนางก็เฉยชากับนางมาตลอด นอกจากนี้ เหตุใดหลังจากนั้นองค์ชายจึงยังไม่มาหานางเลยเล่า
อาจเป็นเพราะน้องสาวของนางพูดเรื่องไม่ดีกับองค์ชายสี่ไปมากมาย?!
นางอยากจะอยู่ในเมืองหลวงนี้ คิดจะได้แต่งงานอย่างราบรื่น?
ไม่ได้หรอก
เซี่ยผิงกั่งผู้นั้นก็สัญญาว่าจะแต่งงานกับนางด้วยตัวเอง และเขาก็ไม่สนใจเรื่องมลทินของนางแม้แต่น้อย มันแสดงให้เห็นว่าเขาหลงใหลในความงามของน้องสาวนางแล้ว
ตอนนี้น้องสาวของนางยังทำตัวดีไม่เป็นปัญหา แต่ต่อไปเล่า? หากนางแอบรวบรวมพยานหลักฐานแล้วหักหลังนาง ความพยายามทั้งหมดนี้ของนางจะไม่เสียเปล่าหรือ
…
เซี่ยผิงกั่งเป็นคนรักษาคำพูด เมื่อเขากลับบ้านไปแล้วก็ยังจดจำเรื่องนี้ได้
เขาหยุดตรงหน้าบิดาตนเอง “พรุ่งนี้ท่านให้แม่สื่อไปบ้านตระกูลต่งเพื่อพูดเรื่องแต่งงานเถอะ วันนี้ข้าทำเสื้อผ้าของนางขาดโดยไม่ระวัง”
“…” เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้วมุ่น “คนในคืนนั้น…”
“ไม่ใช่ข้า ใครจะไปรู้ว่าเป็นหัวขโมยคนไหน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่ข้าไม่ต้องเลี้ยงลูกแทนคนอื่นก็พอแล้ว” เซี่ยผิงกั่งไม่ถือสา
แค่การหมั้นหมายเท่านั้น รีบๆ แลกเปลี่ยนแปดอักษรและหนังสือหมั้นหมาย ขั้นตอนอะไรที่ลัดได้ก็ลัดๆ ไป จากนั้นระหว่างเวลาสองสามปีที่หมั้นหมายกันนี้ หากแม่นางน้อยผู้นั้นอยากจะยกเลิกการหมั้นหมายก็สามารถทำได้ ขอแค่แก้ไขวิกฤติตรงหน้านี้ไปให้ได้ก่อน
ตอนนี้เขาเป็นคนของรัชทายาท จึงไม่อาจเปิดโอกาสให้คนอื่นมาโจมตีรัชทายาทได้
หากเขาปฏิเสธที่จะแต่งงาน คนอื่นจะคิดว่าเขากำลังอาศัยความโปรดปรานของรัชทายาทมาทำลายหญิงสาว นั่นไม่ใช่เรื่องดี
“ก็เอาตามนั้น ข้าจะให้คนไปจัดการ” เซี่ยหนิวซานเองก็สงบนิ่ง
ก็แค่แต่งภรรยา เขาเองก็แต่งมาแล้วตั้งสามครั้ง จะแปลกตรงไหน
ตระกูลเซี่ยทำงานรวดเร็วจริงๆ
ขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การทาบทาม ถามชื่อ เทียบดวง หมั้นหมาย ล้วนให้คนจัดการเสร็จเรียบร้อยภายในหนึ่งวัน ส่วนเหตุผลที่ทำทุกอย่างรวดเร็วเช่นนี้ก็เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดข่าวลือที่ไม่จำเป็นขึ้น
ตระกูลต่งในเวลานี้แทบรอไม่ไหวที่จะให้ลูกสาวหมั้นหมายโดยเร็วที่สุด
ตอนนี้แม้แต่คนที่พอจะถูไถไปได้ก็ไม่มองลูกสาวของเขาแล้ว นอกจากจะยัดเยียดนางให้บ้านตระกูลเซี่ย นางยังจะแต่งกับใครได้อีก
ต่งอีอวิ๋นรู้สึกสับสนเล็กน้อย นางทั้งรู้สึกไม่สบายใจ ทั้งรู้สึกยินดี และก็ยังรู้สึกว่าความบริสุทธิ์ของนางนั้นถูกทำลายไปแล้วจึงไม่คู่ควรเล็กน้อย
หญิงสาวช่างไร้เดียงสา นางลืมคำพูดของปรมาจารย์ไปเสียสนิท
เซี่ยเฉียวเพิ่งจะได้รู้เรื่องการหมั้นหมายในวันถัดมาจากปากของฟังมู่เสวี่ยขณะที่นางอยู่ในสำนักศึกษา นางตกตะลึงไปทันที
เจ้าหมีเซี่ยผิงกั่งนั่นหมั้นหมายแล้ว?
นางบอกต่งอีอวิ๋นไปแล้วไม่ใช่หรือว่าให้หลบเคราะห์ไปก่อนภายในสามวันนี้?!
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วด้วยความจนใจ
แม้แต่คำพูดของปรมาจารย์โม่ก็ยังมีคนไม่เชื่อฟัง นางเห็นชีวิตตนเองเป็นของเล่นหรืออย่างไร!
เซี่ยเฉียวดูกลัดกลุ้ม ฉินหลิวเห็นท่าทางเช่นนั้นของนางก็คิดว่านางไม่ชอบพี่สะใภ้คนนี้ จึงเอ่ยปลอบใจ “ต่งอีอวิ๋นไม่เหมือนต่งซีอวิ๋นเท่าไรหรอก นางมีร่าเริงชีวิตชีวาและจิตใจดี ความสัมพันธ์ของนางกับคนอื่นๆ ที่สำนักศึกษากู่หลันก็ไม่เลวเลย หากเจ้ากังวล ข้าจะพาเจ้าไปพบนางเอง เจ้ากับพี่สะใภ้ในอนาคตจะได้รู้จักกันไว้บ้าง เจ้าจะได้สบายใจขึ้น”
เซี่ยเฉียวส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้ารู้ คุณหนูรองตระกูลต่งผู้นี้ไร้เดียงสา ข้าเคยพบมาแล้ว”
นางก็แค่ไร้เดียงสาจนซื่อเท่านั้น
จะมาเป็นพี่สะใภ้ของนาง?
เกรงว่านางจะเอาชีวิตไม่รอดมากกว่า….
ตอนนี้ต่งอีอวิ๋นกำลังดวงตกถึงฆาต ตอนนั้นนางก็คำนวณให้อย่างชัดเจนแล้ว เดิมทีแล้วต่งอีอวิ๋นกำลังอยู่ในช่วงดวงตก สำหรับนางแล้ว เซี่ยผิงกั่งในปีนี้ถือเป็นดาวพิฆาต หากนางดึงดันจะเอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง มันก็จะเป็นการเติมน้ำมันลงบนกองไฟ มันจะแผดเผานางจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกจริงๆ ทำไมแม่นางผู้โง่เขลาผู้นี้ไม่เชื่อคำแนะนำของนางนะ!
ตอนที่ 768 เอาชนะศัตรูได้ในกระบวนท่าเดียว
ที่เซี่ยเฉียวปวดหัวเป็นเพราะ แม้ว่านางจะมีความสามารถ แต่นางก็ไม่สามารถทำอะไรกับคนที่ไม่เล่นตามกฎกติกานี้ได้?
เหมือนกับคนเป็นหมอ หากนางดูอาการและบอกวิธีการรักษาให้แล้ว แต่ผู้ป่วยไม่ฟัง จะให้นางจับคนมัดไว้กับเตียงแล้วบีบบังคับอย่างนั้นหรือ
นางต้องการทำเรื่องที่เป็นกุศล แต่ก็ไม่อยากที่จะบีบบังคับใคร
“ช่วงนี้ในเมืองหลวงครึกครื้นมากจริงๆ” ฉินหลิวที่นั่งอยู่ข้างๆ อดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้
“ก็ไม่มีอะไรพิเศษนี่?” เซี่ยเฉียวยังอยู่ในช่วงเวลาที่สุขสงบ
ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนนางก็จะสงบนิ่งเยือกเย็นราวกับหูทั้งสองข้างของนางไม่ได้ยินอะไรจากภายนอกเลยกระนั้น ฉินหลิวเห็นท่าทางเช่นนั้นของนางก็รู้สึกราวกับได้ดื่มน้ำเย็นชื่นใจในวันที่อากาศร้อนจนรู้สึกเย็นสบายไปทั้งร่าง
“ช่วงนี้พี่ชายของเจ้าน่าจะยุ่งมาก ทั้งการหมั้นหมาย ทั้งการปิดคดี วิ่งวุ่นจนไม่ได้พักเลยจริงๆ” ฉินหลิวยิ้มเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้เขาก็โบยคนตระกูลเปาทั้งสามจนตายไม่ใช่หรือ เมื่อมีตัวอย่างให้เห็นเช่นนี้ ข้าได้ยินมาว่ามีฮูหยินจำนวนไม่น้อยเลยที่ฟ้องร้องว่าบ้านสามีฆ่าลูกของตนเอง”
อย่างไรก็ตาม คนที่กล้าฟ้องร้องกับศาลาว่าการเช่นนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกผู้หญิงที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่หลังจากสูญเสียลูกไปหรือไม่ก็เคยถูกทอดทิ้งมาก่อน
เมื่อไม่มีจุดอ่อน จึงกล้าที่จะต่อต้าน
สำหรับผู้หญิงธรรมดาทั่วไปที่มีชีวิตที่ดี เมื่อเรื่องเหล่านั้นในอดีตได้ผ่านพ้นไปแล้วก็ถือว่าผ่านพ้นไป พวกนางไม่กล้าที่จะล่วงเกินครอบครัวของสามีและทำให้ชีวิตตนเองต้องทนทุกข์ทรมาน
“คดีพวกนี้ถูกส่งไปให้ศาลตัดสินคดีทำหมดเลยหรือ” เซี่ยเฉียวค่อนข้างแปลกใจ
“เจ้าไม่รู้เรื่องพี่ชายใหญ่ของเจ้าเลยจริงๆ หรือเนี่ย” ฉินหลิวอดยิ้มออกมาไม่ได้ “คดีเด็กทารกจมน้ำตายทั้งหมดนี้จะต้องบันทึกลงในสมุดเล่มเดียวกัน ดังนั้นคดีทั้งหมดจึงถูกส่งมาให้ศาลตัดสินคดีจัดการ จะต้องมีคนจำนวนหนึ่งถูกโบยที่หน้าตลาดนั่นทุกวันเลยล่ะ”
คดีพวกนั้นบางส่วนก็ได้รับรายงานจากเพื่อนบ้าน
ขอเพียงแต่ตรวจสอบแล้วว่าเป็นเรื่องจริงก็จะต้องถูกโบยตามกฎหมาย
การฆ่าทารกโดยการกดน้ำหนึ่งชีวิตต้องโดนโทษโบยเจ็ดสิบไม้ และถูกคุมขังอีกหนึ่งปีครึ่งถึงสองปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับคดีลักเล็กขโมยน้อยแล้ว จำนวนคดีประเภทนี้ก็ยังน้อยกว่ามาก
คนที่จะฟ้องร้องกันจึงมีน้อย
แต่ก็พอที่จะป้องปรามชาวบ้านได้แล้ว ตอนนี้…ได้ยินมาว่าในครอบครัวชาวบ้านทั่วไปพวกเขาไม่กล้าที่จะขึ้นเสียงใส่เด็กผู้หญิงอีกแล้ว บนถนนก็ยังสามารถได้ยินคนแสดงออกถึงความรักที่มีต่อเด็กผู้หญิงของครอบครัวตนเองเป็นครั้งคราว…
บรรยากาศเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน
เมื่อเซี่ยเฉียวได้ฟังเรื่องราวที่ฉินหลิวเล่าให้ฟังแล้วก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ
ใบหน้าน้อยๆ นั่นมีสีแดงเรื่อ “อย่างนี้ก็ไม่เลวเลย ดีจริงๆ”
“ใช่แล้ว แต่ละที่ล้วนทำตามเมืองหลวง บรรยากาศแบบนี้ก็จะแพร่กระจายไปยังที่อื่นด้วยในไม่ช้า แต่ที่อื่น…ก็จะมีคดีแบบนี้เยอะขึ้น ดังนั้นการลงโทษด้วยการโบยก็จะต้องเบาลงหน่อย การคุมขังในคุกก็สามารถใช้เงินมาแลกเปลี่ยนได้ ไม่ได้ลงโทษหนักเท่ากับการตัดสินคดีในเมืองหลวง” ฉินหลิวเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวค่อนข้างพอใจมากแล้ว
ระยะแรกคงไม่สามารถที่จะเรียกร้องอะไรได้มาก ไม่เช่นนั้นคุกที่มีอยู่ก็คงไม่พอ
บรรยากาศของเมืองหลวงดีขึ้นเล็กน้อย แต่ที่อื่นๆ ก็ไม่ได้รับการดูแลปกครองที่ดีอย่างนี้
อย่างไรก็ตามในที่สุดก็นับว่ามีข่าวดีเสียที
“จริงสิ เมื่อวานข้าได้ยินว่าน้องชายของเจ้าทุบตีใครบางคน” ฉินหลิวเอ่ยขึ้นมาอีก
มือของเซี่ยเฉียวที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่หยุดชะงักลงทันที
“ที่เขาทุบตีก็คือชีไหว ใครๆ ก็บอกว่าชีไหวเป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อน น้องชายของเจ้าก็ไม่รู้ว่าเอาความกล้าหาญมาจากไหนจึงได้พุ่งตัวเข้าไปต่อยตีเขาทันที จนเขาหมอบกับพื้นร้องขอความเมตตา!” ฉินหลิวตื่นเต้น
พี่น้องตระกูลเซี่ยนี้น่าสนใจจริงๆ
ไม่ว่าพี่ชายหรือน้องชายก็ครึกครื้นมีชีวิตชีวา
เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินว่าคนที่ถูกทุบตีคือชีไหว สีหน้าของนางก็กลับมาเป็นปกติทันที
นางเอ่ยขึ้นอย่างไร้อารมณ์ “เดิมทีศิษย์ชายก็มีความขัดแย้งกันมากอยู่แล้ว ทะเลาะเพื่อเรียนรู้จากกันและกันเป็นเรื่องปกติ ข้าแค่ไม่คิดว่าน้องชายผู้โง่เขลาของข้าจะเก่งขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้ารู้สึกละอายใจจริงๆ ที่บ้านอุตส่าห์เชิญอาจารย์สอนการต่อสู้มาสอนเขา แต่เขากับรับมือกับชีไหวแบบนั้น…ข้าคิดว่าเขาจะสามารถเอาชนะศัตรูได้ในกระบวนท่าเดียวเสียอีก…เฮ้อ!”