ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 755 เสียงดี / ตอนที่ 756 ตำหนิ
ตอนที่ 755 เสียงดี / ตอนที่ 756 ตำหนิ
ตอนที่ 755 เสียงดี
เซี่ยซีอยากจะพูดออกมาว่า พี่หญิงใหญ่ก็ยังอยู่ดีนะ…
แต่นางเป็นเด็กเชื่อฟังว่าง่าย ดังนั้นนางจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ท่านกินขนมก่อนเถอะ” เซี่ยซีล้วงขนมออกมาจากอกเสื้อแล้วยัดใส่มือเขา “ท่านตั้งใจเรียนหน่อย พี่หญิงจะได้ดีใจ”
“ดีใจแล้วอย่างไร นางก็กลับมาไม่ได้แล้ว…” เซี่ยผิงไหวถอนหายใจอีกครั้ง “ข้าเองก็รู้ว่าพี่หญิงใหญ่สุขภาพไม่ดี ไม่ช้าก็เร็วนางก็ต้องตาย หากนางป่วยตาย ข้าก็จะไม่พูดอะไรเลย แต่นี่นางตายอย่างไม่เป็นธรรม…”
ช่วงเวลาที่เขาได้อยู่กับพี่หญิงใหญ่ไม่ได้ยาวนานก็จริง แต่เขารู้ว่าใครดีกับเขาหรือไม่ดีกับเขา!
สายตาที่พี่สาวของเขามองเขานั้นแตกต่างออกไป เขารู้สึกได้!
“ข้าจะตั้งใจเรียน” วิญญาณพี่หญิงใหญ่ที่อยู่บนสวรรค์จะต้องอวยพรให้เขาแก้แค้นสำเร็จแน่!
เซี่ยผิงไหวพูดจบก็ตั้งใจอ่านหนังสือต่อไป
ตัวอักษรในตำราเหล่านี้ก็ยังน่าหงุดหงิดรำคาญเหมือนเดิม แต่เซี่ยผิงไหวไม่กล้าที่จะไม่สนใจพวกมันอีกแล้ว
เขาตั้งใจอ่านแต่โดยดี
“ท่านป้าย้ายบ้านไปแล้ว ช่วงนี้ข้าก็เลยต้องอยู่แต่ที่บ้าน” เซี่ยซีเอ่ยกับเซี่ยผิงไหว
เซี่ยผิงไหวตกตะลึงไปเล็กน้อย
“ท่านป้าก็คงผิดหวังในตัวข้ามาก…” เขายิ่งดูท้อแท้ห่อเหี่ยวลงไปอีก
“โลภเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ไม่น่ารัก” เซี่ยซีปลอบโยนคนไม่เป็น นางได้แต่พูดความจริง
นางเองก็รู้สึกว่าพี่รองทำผิด
การชอบเงินไม่ผิดหรอก แต่ต้องหามาด้วยตัวเองสิ อย่าไปรับมาจากคนอื่น แต่พี่รองนั้นรับมาจนเคยชิน เขาก็เลยไม่เข้าใจ
เซี่ยผิงกั่งนิ่งเงียบไปเล็กน้อย
ถึงอย่างไรพวกเขาสองคนก็เป็นพี่น้องร่วมอุทร เซี่ยซีเห็นว่าเซี่ยผิงไหวน่าสงสารจึงได้นั่งอยู่ด้วยอีกสักพัก บ่นอะไรไปอีกเล็กน้อย และปลอบใจเขาด้วยการร้องเพลงทำนองป่าเขาที่นางเรียนรู้มาจากในค่ายตอนที่ยังเป็นเด็ก น้ำเสียงใสสะอาดดั่งธารน้ำใสบริสุทธิ์ ฟังแล้วทำให้ใจสงบ
เมื่อเสียงนั้นของนางดังออกไปกลับมีวิญญาณตนหนึ่งลอยเข้ามาใกล้
และลอยเข้าไปหาเซี่ยซีโดยที่นางมองไม่เห็น
“เสียงดีจริงๆ…” น้ำเสียงของวิญญาณนั้นไม่น่าฟังอย่างที่สุดราวกับคนที่ไม่รู้จักดนตรีสักคนกำลังพูดเสียดแทงหูเป็นอย่างมาก
วิญญาณนั้นยื่นมือออกไปจะแตะที่คอของเซี่ยซี
อย่างไรก็ตามทันทีที่วิญญาณสัมผัสถูกนาง มันก็ถูกดีดกระเด้งออกมาทันที
ในสายตาของวิญญาณ เหมือนกับมีแสงสีทองปกคลุมอยู่รอบๆ เด็กหญิงตรงหน้านี้ทำให้มันไม่สามารถสัมผัสแตะต้องนางได้!
วิญญาณส่งเสียงร้องออกมาสองสามครั้งด้วยความหงุดหงิดอย่างยิ่ง
ไอแค้นเข้มข้น ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
เซี่ยซียังคงไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใด ยังคงโคลงศีรษะไปมา ดูสงบและน่ารักยิ่งนัก
…
เซี่ยเฉียวไม่ได้กลับบ้านตระกูลเซี่ย แต่วันถัดมานางก็ไปสำนักศึกษาตามปกติ
เซี่ยผิงไหวเองก็ไปสำนักศึกษาด้วย แต่เรือนของทั้งสองอยู่ไกลกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พบเจอกัน และตอนนี้เซี่ยผิงไหวเองก็ต้องตามติดอาจารย์เซียว ทำให้โอกาสที่จะพบเจอเซี่ยเฉียวยิ่งน้อยลงไปอีก
ตอนนี้ก็ย่างเข้าปลายเดือนหกแล้ว อีกเก้าวันก็จะถึงวันสอบใหญ่ของสำนักศึกษา
ทั่วทั้งสำนักศึกษาเต็มไปด้วยบรรยากาศที่จริงจังและตึงเครียด
เรือนคงกู่ที่เซี่ยเฉียวอยู่มีความมั่นอกมั่นใจมาก พวกของฟังมู่เสวี่ยพัฒนาไปมากจริงๆ ในช่วงนี้!
ส่วนบรรยากาศฝั่งเรือนหมู่ตันที่อยู่ในระดับเดียวกันกลับอ่อนลงไปมาก
สาเหตุก็เพราะต่งซีอวิ๋น
คนที่เข้าวังและช่วยต่งซีอวิ๋นในคราวก่อนต่างก็ไม่ได้รับพระราชทานของขวัญ เมื่อกลับบ้านไปแล้วจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบคำถามของบิดาและพี่ชาย แต่ทั้งๆ ที่มีเรื่องเกิดขึ้นในวัง พวกนางกลับไม่กล้าพูดอะไรมา และได้แต่กัดฟันบอกไปว่าตนเองทำความผิด
จนทำให้พวกนางแต่ละตนต้องโดนตำหนิไม่น้อย
เดิมทีพวกนางก็เป็นพวกที่เชื่อฟังว่าง่ายและเย่อหยิ่งยโสอยู่แล้ว ตอนนี้จึงได้รู้สึกอับอายเกินกว่าจะพบหน้าผู้คน
แน่นอนว่าคนที่ขมขื่นที่สุดก็ต้องเป็นต่งซีอวิ๋น
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในวัง…ท่าทีของเพื่อนๆ รอบตัวจึงเย็นชาต่อนางมากขึ้น!
คนที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้สำคัญอะไรพวกนี้ก็ช่างเถอะ แต่คนที่สำคัญที่สุดก็คือองค์ชายสี่ ทั้งๆ ที่รู้ว่านางกำลังรู้สึกลำบากใจ แต่เขากลับไม่รู้สึกที่จะปลอบโยนนางสักคำ ไม่เพียงเท่านั้น ระยะนี้องค์ชายสี่ยังเอาแต่หมกตัวอยู่กับพวกอาจารย์เซียวเพื่อคัดลอก ‘แผนที่โลก’ นั่นด้วย!
นี่มันราวกับตบหน้านางกลางผู้คนจริงๆ!
ตอนที่ 756 ตำหนิ
ต่งซีอวิ๋นนั่งอยู่ในห้องเรียนเรือนหมู่ตัน ปกติแล้วต่อให้นางไม่พูดอะไรเลย ก็มักจะมีเด็กผู้หญิงเข้าหานางเพื่อพูดคุยเรื่องตำราภาพวาดบทกวีอยู่เสมอ
แต่หลายวันมานี้ ข้างกายนางกลับว่างเปล่า ไม่มีใครเข้าหาเลยสักคน
“ตอนนี้เหลืออีกไม่ถึงสิบวันก็จะถึงวันสอบใหญ่แล้ว ช่วงนี้อาจารย์พูดว่าพวกเรือนคงกู่พัฒนาขึ้นมาก จะต้องทำผลงานได้ดีในการสอบคราวนี้แน่ๆ ข้ากลัวว่าข้าจะได้อันดับต่ำเกินไปแล้วจะถูกเปรียบเทียบ พอถึงตอนนั้นข้าคงจะต้องถูกที่บ้านตำหนิอีกแน่…”
“ก่อนหน้านี้ข้าก็คิดว่าจะตั้งใจอยู่เหมือนกัน แต่…”
คนที่พูดอดที่จะเหลือบไปมองต่งซีอวิ๋นไม่ได้ก่อนจะถอนหายใจ
ตอนที่ทั้งสองเรือนเริ่มแข่งขันกันแรกๆ พวกนางก็ยังมีความฮึกเหิมทะเยอทะยานอยู่ในใจ และเตรียมที่จะทำให้คนของเรือนคงกู่ได้เห็นดี!
แต่…เวลาการบรรยายของอาจารย์ก็มีแค่นั้น บทเรียนก็มากมายและซับซ้อน หากพวกนางต้องการเรียนเสริมก็ต้องทำในเวลาอื่น
ทว่า…
แม่นางตระกูลต่งมักจะชอบจัดงานเลี้ยงน้ำชา นางเป็นว่าที่พระชายาขององค์ชายสี่และเป็นคนเชิญพวกนางมาด้วยตนเอง ดังนั้นพวกนางจึงต้องไป
เมื่อไปที่บ้านตระกูลต่ง พวกนางก็แค่ดื่มชา ชมดอกไม้ พูดคุยกันเรื่องเสื้อผ้าเครื่องประดับ หรือไม่ก็เล่นเกมอะไรกันเล็กน้อยเท่านั้น
ตอนที่เล่นกันจะว่าสนุกก็สนุกอยู่หรอก แต่ตอนนี้เรือนคงกู่นั้นไฟลุกจนแทบจะไหม้ขนคิ้วพวกนางแล้ว เมื่อนึกย้อนไปตอนนั้นจึงได้รู้สึกเสียใจกันขึ้นมา
อีกอย่าง…
เมื่อเร็วๆ นี้พวกนางเพิ่งจะรู้ว่า ที่แท้แม่นางเซี่ยมีการชี้แนะบทเรียนเพิ่มเติมให้กับคนเรือนคงกู่มาตลอด!
พวกนางมักจะรวมตัวกันบ่อยๆ และพากันอ่านหนังสือ
ตอนนี้ต่งซีอวิ๋นเองก็ได้ยินเรื่องที่หญิงสาวผู้นี้พูดขึ้นมาแล้ว
ไฟโทสะลุกโพลงในใจ
“เจ้าหมายความว่า ที่ข้าจัดงานเลี้ยงน้ำชาเป็นอุปสรรคขัดขวางพวกเจ้า? หากพวกเจ้าสอบได้ไม่ดีก็ถือว่าเป็นความผิดของข้า?” ต่งซีอวิ๋นลุกขึ้นยืนทันที ท่าทางราวกับจะร้องไห้ น้ำเสียงก็หงุดหงิดเล็กน้อย
พอนางพูดเช่นนั้น ทุกคนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “แม่นางต่ง พวกเราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น…”
“พวกเราคนเรือนหมู่ตันอาศัยความสามารถของตัวเองถึงเข้ามาเรียนที่เรือนหมู่ตันได้ ข้าก็แค่เชื่อว่าพวกเจ้าจะต้องไม่พ่ายแพ้ให้กับคนเรือนคนกู่พวกนั้นแน่ๆ เท่านั้น นึกไม่ถึงว่า…หากข้ารู้อย่างนี้ก็คงไม่ทำให้พวกเจ้าเสียเวลา ต่อไปข้าจะระวังให้มากขึ้นก็แล้วกัน แต่ว่า…พวกเจ้าว่าข้าลับหลังเช่นนี้…คิดบ้างหรือไม่ว่าข้าจะเสียใจ?” ต่งซีอวิ๋นอารมณ์ไม่ดีจึงได้พูดจาตรงไปตรงมาเช่นนี้
หากเป็นเมื่อก่อน นางคงจะกดข่มอารมณ์เช่นนี้ลงไปแล้ว
ต่งซีอวิ๋นท่าทางเสียใจมาก หลังจากพูดจบแล้วนางก็จากไปทันที
ทิ้งให้คนที่เหลืออยู่มองหน้ากันไปมา
“ข้าไม่ได้ตำหนินางจริงๆ นะ…” แม่นางฉู่เอ่ยขึ้น
ก่อนที่เซี่ยเฉียวจะมาเมืองหลวง นางได้ชื่อว่าเป็นสาวงามอันดับหนึ่งในเมืองหลวงและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหญิงสาวที่มีความสามารถเป็นอันดับหนึ่งอย่างต่งซีอวิ๋นอย่างยิ่ง
“นางอาจจะอารมณ์ไม่ดีหรือเปล่า ข้าได้ยินมาว่ารัชทายาทมักจะส่งของไปให้แม่นางเซี่ย แต่องค์ชายสี่กลับไม่สนใจนาง นางส่งจดหมายไปให้องค์ชายสี่ก็ไม่ได้การตอบรับ” ใครบางคนอดพูดออกมาไม่ได้
“ไม่มีทางหรอก พี่หญิงต่งไม่ใช่คนประเภทที่จะอารมณ์เสียใส่คนอื่นนี่?” แม่นางฉู่หน้านิ่วด้วยความงุนงง
ทุกคนนิ่งเงียบไปทันที
ว่ากันตามจริงแล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องที่ในวังคราวก่อน พวกนางต่างก็พากันพิจารณาตัวเองให้ดีแล้ว
เหตุผลที่พวกนางหุนหันพลันแล่นกันขนาดนั้นก็เป็นเพราะท่าทีของต่งซีอวิ๋นนี่แหละ
ต่งซีอวิ๋นทำให้พวกนางต้องลำบากไปด้วย แต่กลับไม่เคยขอโทษออกมาสักคำ เรื่องนี้ทำให้พวกนางรู้สึกแย่เล็กน้อย
“หวังว่านางจะทำผลงานออกมาได้ดีในการสอบใหญ่คราวนี้ หากเป็นอย่างนั้นก็จะสามารถข่มแม่นางเซี่ยลงไปได้ ในใจก็คงจะรู้สึกดีขึ้นบ้างกระมัง” หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ทุกคนต่างพากันพยักหน้า
พวกนางต่างก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมานานหลายปี แม้ว่าในใจพวกนางจะรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่พวกนางก็ยังหวังว่าต่งซีอวิ๋นจะเก่งกว่าเซี่ยเฉียวอยู่ดี