ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 723 สามทัศนะพังทลาย / ตอนที่ 724 คราวหน้าค่อยว่ากัน
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 723 สามทัศนะพังทลาย / ตอนที่ 724 คราวหน้าค่อยว่ากัน
ตอนที่ 723 สามทัศนะพังทลาย / ตอนที่ 724 คราวหน้าค่อยว่ากัน
ตอนที่ 723 สามทัศนะพังทลาย
เซี่ยเฉียวจากไปอย่างมีความสุข นั่นยิ่งทำให้เหยียนหรูจวงทำอะไรไม่ถูกเข้าไปใหญ่
นางรีบกลับไปที่ห้องแล้วรอให้มารดาฟื้นขึ้นมา
ท่านหมอมาดูอาการให้ฮูหยินเหยียนแล้ว เขาลูบเคราพลางเอ่ยด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “ชีพจรของฮูหยินเหยียนดูเหมือนจะสงบลงมาก ปราณหัวใจของนางไม่ได้อ่อนกำลังเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว หากดูจากชีพจรแล้วล่ะก็…ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร”
ก่อนหน้านี้อาการของฮูหยินเหยียนนั้นแปลกประหลาดมาก ชีพจรสับสน ไฟในตับรุนแรง ปราณหัวใจพร่อง
ตอนนี้นางดีขึ้นมากแล้วก็จริง แต่เขาก็รู้ว่าอาการของฮูหยินเหยียนผู้นี้มีความพิเศษ เขาจึงไม่อาจยืนยันได้ทันทีว่าคนคนนี้หายดีแล้ว “พอนางฟื้นขึ้นมา ข้าค่อยมาดูให้อีกที”
เหยียนหรูจวงได้ยินท่านหมอพูดเช่นนั้นก็เกิดความหวังขึ้นมาในใจทันที นางเฝ้าอยู่หน้าเตียงทั้งคืนเต็มๆ โดยไม่ยอมจากไปไหนทั้งนั้น
วันถัดมาฟ้ายังไม่ทันสางฮูหยินเหยียนฟื้นแล้ว
ใต้เท้าเหยียนที่ยังไม่ทันได้ออกไปประชุมที่ท้องพระโรงก็รีบมาดูภรรยาของตนเช่นกัน
ใบหน้าของฮูหยินเหยียนยังคงซีดเล็กน้อย ร่างกายของนางยังคงไร้เรี่ยวแรง นางลืมตาขึ้นและมองคนตรงหน้าด้วยคิ้วผ่อนคลาย “วันนี้…ในห้องดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะ…”
“สดใส? ท่านแม่? ท่านรู้สึกว่าสบายใจขึ้นมาเลยใช่หรือไม่!” เหยียนหรูจวงเอ่ยถามอย่างยินดีและประหลาดใจ
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้สึกว่าสบายตัวขึ้นหน่อย เหมือนกับว่า…” ฮูหยินเหยียนหยุดชะงักไปเล็กน้อย ในชั่วขณะนั้นหัวใจของสามีและพวกลูกๆ ที่อยู่ในห้องนั้นก็โลดขึ้นด้วยความรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที “ไม่ค่อยจะสกปรกแล้ว…”
ก่อนหน้านี้ดวงตาของนางมักจะมองเห็นแต่อะไรแปลกๆ
และรอบๆ ตัวนางก็ราวกับมีสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวมากมายคอยจ้องมองมาที่นางอยู่ตลอดเวลา ทำให้นางรู้สึกขนพองสยองเกล้า!
แต่ตอนนี้ดูเหมือนนางจะมองไม่เห็นมันแล้ว ไม่มีอะไรทั้งนั้น ด้านนอกพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น แต่ยังมีพระจันทร์ที่สว่างเป็นพิเศษส่องแสงเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้ภายในห้องก็ค่อนข้างสว่างสดใสไปด้วยเช่นกัน
“ท่านแม่ ท่านดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่” เหยียนหรูจวงน้ำตาร่วงทันที “ต้องดีขึ้นแล้วแน่ๆ ปรมาจารย์บอกแล้วว่า ร่างกายของท่านจะหายดี ท่านดูสิ นี่เป็นยันต์ที่ท่านปรมาจารย์ให้ข้ามาแขวนไว้ที่หน้าเตียงท่านทุกวัน ท่านแม่จะต้องแข็งแรงปลอดภัยแน่!”
ฮูเหยินเหยียนเหลือบมองยันต์นั้นแล้วก็อดคว้ามันมาไว้ในมือไม่ได้
“ข้ารู้สึกใจสงบเป็นพิเศษจริงๆ…” ราวกับขวัญของนางกลับคืนสู่ร่างแล้ว
แววตาของฮูหยินเหยียนดูสดใสขึ้นมาก ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่มักจะล่องลอยไปไหนต่อไหนอยู่เสมอ ไม่หงุดหงิดก็กระสับกระส่ายผิดปกติอยู่เสมอ
ตอนนี้ดวงตาของนางมีประกายแล้ว ซึ่งจุดนี้ผู้ตรวจการเหยียนในฐานะคนใกล้ชิดของนางก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ในใจของเขาหวั่นไหวยิ่ง
หรือว่า…นักพรตปีศาจโม่นั่นมีความสามารถ…กำจัดปีศาจปัดเป่าความชั่วร้ายได้จริงๆ…
สามทัศนะ[1] ของใต้เท้าเหยียนพังทลายลงหมดแล้ว
ภายในใจของเขาสับสนยุ่งเหยิง อย่างไรก็ตามเมื่อภรรยาของเขาอยู่ในสภาพที่ดีแล้ว แน่นอนว่าเขาย่อมมีความสุขมาก แต่เขากลับรู้สึกละอายต่อลูกสาว
หากฮูหยินของเขาหายดีแล้วจริงๆ เมื่อวานนี้เขากำลังทำอะไรอยู่!
สีหน้าของใต้เท้าเหยียนซับซ้อน แต่เขายังจะต้องไปเข้าประชุมเช้าที่ท้องพระโรงอีก จึงได้ขึ้นเกี้ยวไปทั้งที่ใจลอย เมื่อเขามาถึงประตูวัง ขุนนางที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันก็เข้ามาหาและพูดคุยอย่างสนิทสนมคุ้นเคยกับเขา
“ใต้เท้าเหยียน เมื่อวานเป็นวันหยุดของท่าน แล้วท่านคงยังไม่รู้เรื่องนี้สินะว่าเมื่อวานฮ่องเต้ทรงตำหนิใต้เท้าต่งอย่างรุนแรง…เฮ้อ องค์ชายสี่เองก็วางตัวลำบาก”
ใต้เท้าเหยียนเองก็รู้ว่า ใต้เท้าต่งเป็นว่าที่พ่อตาขององค์ชายสี่จึงนับว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน
“ครั้งนี้เพราะเรื่องอะไร” ใต้เท้าเหยียนถามตามสัญชาตญาณ
“เพราะเรื่องอะไร น่าจะเป็นเพราะแม่นางเซี่ยคนนั้น ที่ข้าได้ยินมา ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่งานเลี้ยงในวังเมื่อวันก่อน บรรดาคุณหนูสูงศักดิ์ที่เข้ามาร่วมงานเลี้ยงต่างก็ได้รับพระราชทานของขวัญกันทังนั้น โดยเฉพาะแม่นางเซี่ยที่ได้มากกว่าใคร แต่หญิงสาวที่มีความสัมพันธ์อันดีกับแม่นางต่งกลับโดนตำหนิกันหมด ข้าไปสืบถามมาแล้ว ได้ความว่าเพราะแม่นางต่งไปพูดจาล่วงเกินแม่นางเซี่ยจึงได้รับผลลัพธ์เช่นนี้”
เรื่องกระดูกมนุษย์ในวังเป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่ง จึงย่อมปล่อยให้เป็นข่าวออกไปไม่ได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรื่องนี้มีไท่เฟยเป็นผู้บงการ มิฉะนั้นมันจะนำความอับอายขายหน้ามาสู่ราชวงศ์
แต่คนภายนอกก็ไม่ได้ผลักเรื่องนี้มาที่เซี่ยเฉียว สำหรับต่งซีอวิ๋นแล้ว นางเพียงแค่ไม่ได้รับของขวัญเท่านั้น ไม่ได้ถูกลงโทษ ก็มีแค่บางคนที่อดคาดเดาไปด้วยเจตนาร้ายไม่ได้
ก่อนหน้าเรื่องทำนองนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วสำหรับรัชทายาท
เนื่องจากตอนนี้เซี่ยเฉียวกลายเป็นพระชายารัชทายาทแล้ว บรรดาแพะรับบาปจึงมีนางเพิ่มมาด้วยอีกคน
ตอนที่ 724 คราวหน้าค่อยว่ากัน
หากเป็นเมื่อก่อนผู้ตรวจการเหยียนก็คงจะครุ่นคิดว่า ประเดี๋ยวตอนที่เขาอยู่ในท้องพระโรง เขากับขุนนางใหญ่ทุกท่านก็ควรจะฟ้องร้องรัชทายาทสักหน่อยเพื่อให้รัชทายาทควบคุมว่าที่พระชายาให้ดี
แต่ตอนนี้…
ผู้ตรวจเหยียนเริ่มใช้สมองของเขาแล้ว
ผู้ตรวจการเหยียนเอ่ยถามอย่างหน้าด้านๆ “ฝ่าบาททรงลำเอียงเข้าข้างรัชทายาทอยู่เสมอ แต่ฮองเฮาและเมิ่งกุ้ยเฟยต่างก็อยู่ในวังด้วยกันทั้งคู่ คราวนี้ทั้งสองพระองค์ต่างก็พระราชทานของขวัญให้คนอื่น แต่กลับไม่ได้ให้แม่นางต่ง…เป็นไปได้ไหมว่าแม่นางต่งจะทำอะไรผิด”
ฮองเฮาทรงมีความยุติธรรมยิ่ง ทั้งยังมีเมิ่งกุ้ยเฟยคอยช่วยเหลือดูแลวังหลัง หลายปีมานี้ก็ยังไม่เคยปรากฏเรื่องที่ไม่เหมาะสมเลย
แต่คราวนี้ในบรรดาหญิงสาวสูงศักดิ์ที่เข้าวังมาร่วมงานเลี้ยงมากมายขนาดนั้น ก็มีแต่แม่นางต่งคนเดียวเท่านั้นที่ถูกละเลย หากจะบอกว่าแม่นางต่งไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เขาก็คงไม่เชื่อ
ฝีเท้าของขุนนางฝั่งตรงข้ามหยุดชะงักลงทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
แล้วหันกลับมามองเขาด้วยความประหลาดใจ “แม้จะมีความเป็นไปได้ที่แม่นางต่งผู้นี้อาจจะทำอะไรผิดไป แต่ในเมื่อฮองเฮาไม่ได้ลงโทษ นั่นก็หมายความว่าเรื่องนี้ไม่ได้ร้ายแรงอะไร แต่ฝ่าบาทกลับสั่งสอนใต้เท้าต่งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเพื่อปรามองค์ชายสี่ มันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย”
“นั่นก็จริง” ผู้ตรวจเหยียนพยักหน้า
“ประเดี๋ยวข้าควรจะขอความเมตตาให้ใต้เท้าต่งดีหรือไม่” อีกฝ่ายเอ่ยถาม
ผู้ตรวจการเหยียนได้ยินเช่นนั้นก็ลังเลเล็กน้อย
หากขอความเมตตาให้ใต้เท้าต่ง นั่นไม่เท่ากับเป็นการตบหน้าตระกูลเซี่ยหรอกหรือ
แม่นางเซี่ยผู้นั้นส่งของขวัญขอบคุณมาให้เป็นพิเศษ ตอนนี้ภรรยาของเขาก็เพิ่งจะดีขึ้น หากจู่ๆ เขาก็กลับมาเหยียบย่ำตระกูลเซี่ยอีก เขาก็คงไม่ใช่คนแล้ว
“เรื่องนี้…เรื่องคราวนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ข้าว่าช่างมันเถอะ คราวหน้า คราวหน้าค่อยว่ากัน” ผู้ตรวจการเหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มอย่างเคอะเขิน
“…” เหล่าขุนนางต่างก็งุนงงกันไปหมด
หากเป็นเมื่อก่อน ใต้เท้าเหยียนคงกัดเรื่องนี้ไม่ปล่อยมากกว่าใคร!
ขอเพียงการกระทำของฝ่าบาทไม่เหมาะสมแม้เพียงเล็กน้อย ท่าทางของเขาก็เหมือนกับคนที่ไม่เกรงกลัวอาญาใดๆ แล้ว!
แต่คราวนี้…พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วหรืออย่างไร!
หรือบางที…ใต้เท้าเหยียนได้เปลี่ยนความคิดไปเสียแล้ว คิดว่ารัชทายาทก็ไม่เลวเหมือนกัน จึงไม่คิดที่จะเป็นปฏิปักษ์กับฝ่าบาทอีก? กระทั่งว่า…
เป็นไม่ได้หรือไม่ว่าฝ่าบาทจะระบายโทสะเป็นการส่วนพระองค์กับใต้เท้าหยียนไปแล้ว ตอนนี้ใต้เท้าเหยียนที่เหมือนกับเม่นพองขนก็ไม่ปานผู้นี้จึงได้สงบลงอย่างกะทันหันเช่นนี้!?
ใต้เท้าหลายคนรู้สึกงุนงง หลังจากผ่านไปสักพักก็มีใต้เท้าคนหนึ่งพูดขึ้นมา “ข้าได้ยินมาว่า…เมื่อวานใต้เท้าเหยียนเชิญนักพรตปีศาจนั่นไปที่บ้าน…”
พอทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจได้ในทันที
ใต้เท้าเหยียนก็เหมือนกับหนิงเป่ยอ๋อง ตอนนี้พวกเขาเป็นคนของรัชทายาทแล้ว!
เหตุใดจึงพูดเช่นนั้นน่ะหรือ
หากคิดดูให้ดี นักพรตปีศาจโม่นั่นเป็นแขนขาของรัชทายาท ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองนั้นใกล้ชิดกันมาก ใครก็ตามที่เคยติดต่อคบหาก็นักพรตปีศาจนั่นก็ลงเอยไปอยู่ฝ่ายรัชทายาทกันแทบทุกคน! ใต้เท้าเหยียนหรือจะเป็นข้อยกเว้น!
เมื่อพวกเขาได้รู้เช่นนั้น สายตาที่ทุกคนมองใต้เท้าเหยียนก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมทันที
ไม่ใช่คนที่ลงเรือลำเดียวกันอีกต่อไป!
ในการประชุมที่ท้องพระโรงในวันนั้นมีคนพูดถึงรัชทายาทขึ้นมาจริงๆ แต่ฮ่องเต้ทรงรู้สึกเคยชินกับมันเสียแล้ว พระองค์กำลังจะเอ่ยตำหนิอย่างที่เคยทำมาตามสัญชาตญาณ แต่หลังจากที่ทรงกวาดตามองไปรอบๆ ก็พบว่ามีบางคนที่คุ้นเคยหายไปจากบรรดาคนที่ลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์
ประหลาด! ใต้เท้าเหยียนกลับไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น!
“พวกเจ้าควรจะเรียนรู้จากผู้ตรวจการเหยียนของข้าบ้างนะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ยังคู่ควรให้พวกเจ้ายื่นฎีกาฟ้องด้วยหรือ ภัยแล้งทางตะวันออกพวกเจ้าสนใจบ้างหรือไม่ น้ำท่วมทางภาคใต้พวกเจ้าคิดหาวิธีรับมือได้แล้วหรือ วันๆ เอาแต่จ้องจับผิดวังตะวันออก ข้าว่าพวกเจ้าว่างเกินไปแล้ว!” ฮ่องเต้แสดงสีหน้ารำคาญใจ
“…” ผู้ตรวจการเหยียนนึกไม่ถึงว่าตนเองจะถูกฝ่าบาทหยิบยกมาพูดเช่นนี้
เขาสัมผัสได้ถึงความอาฆาตพยาบาทของขุนนางคนอื่นๆ ได้ทันที
ใต้เท้าเหยียนอดตัวสั่นไม่ได้
เขาแค่…แค่อยากจะปล่อยรัชทายาทไปสักครั้งเท่านั้น ถึงอย่างไร เรื่องคราวนี้ก็เป็นเรื่องเล็กน้อยจริงๆ…
[1] สามทัศนะ ทัศนะคติทั้งสาม อันได้แก่ ทัศนะเกี่ยวกับโลก ชีวิต และคุณค่า