ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 715 ตายแล้วก็เปลี่ยนคนใหม่ / ตอนที่ 716 อย่าเข้ามา
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 715 ตายแล้วก็เปลี่ยนคนใหม่ / ตอนที่ 716 อย่าเข้ามา
ตอนที่ 715 ตายแล้วก็เปลี่ยนคนใหม่ / ตอนที่ 716 อย่าเข้ามา
ตอนที่ 715 ตายแล้วก็เปลี่ยนคนใหม่
เหยียนหรูจวงถูกคำพูดของเซี่ยเฉียวทำให้นางรู้สึกหนาวขึ้นศีรษะยะเยือกไปหมดทั้งใจ ราวกับว่าคมดาบเย็นเยียบจ่ออยู่ข้างหลังจนนางนั่งไม่ติด
“ผู้ปกครองก็คือผู้ปกครอง ขุนนางก็คือขุนนาง ขุนนางมีหน้าที่ช่วยเหลือสนับสนุน แต่หากการช่วยเหลือสนับสนุนนี้ถึงขั้นชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์ได้ สำหรับผู้ปกครองแล้วมันก็กลายเป็นส่วนเกิน หากเรื่องที่ผู้ปกครองตัดสินใจเป็นภัยต่อประชาชนและสร้างความเดือนร้อนไปทั่วจริงๆ ความจงรักภักดีเช่นนี้ก็จะเป็นที่เลื่องลือไปอีกนาน แต่ดูเหมือนรัชทายาทจะไม่ใช่ภัยร้ายแรงนี่”
“ที่ปรมาจารย์โม่พูดมานั้นถูกต้อง แต่ท่านพ่อของข้ามักจะยึดติดกับอาการเจ็บป่วยของรัชทายาทโดยไม่อาจปล่อยวางได้ ข้าได้เกลี้ยกล่อมโน้มน้าวมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ก็ไม่เป็นผล…” เหยียนหรูจวงเองก็ไร้อำนาจ
“รัชทายาทมีความเจ็บป่วยนั้นไม่ค่อยเหมาะสมจริงๆ” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “แต่หลังจากที่ขึ้นครองบัลลังก์แล้ว หากมันส่งผลกระทบต่อราชสำนักและการปกครองจริงๆ หรือในกรณีที่พระองค์อยู่ได้ไม่นาน เมื่อตายไปแล้วก็สามารถเปลี่ยนคนใหม่ได้”
“รัชทายาทฉลาดปราดเปรื่องขนาดนั้น เมื่อทรงมีทายาทขึ้นมา รุ่นต่อไปก็น่าจะไม่เลวเลย ทว่าหากพระองค์ไม่มีลูกก็ค่อยพิจารณาองค์ชายพระองค์อื่นก็ไม่เป็นปัญหานี่” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งเรียบ
เหยียนหรูจวงยิ้มอย่างจนใจ
การเปลี่ยนตัวฮ่องเต้…
นับเป็นเรื่องใหญ่มาก ไหนเลยจะทำได้ง่ายๆ อย่างนั้น
แต่ว่าสิ่งที่ปรมาจารย์พูดมาก็ดูเหมือนจะมีเหตุผล
เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมก็ยังไม่ได้ขึ้นครองบัลลังก์จริงๆ เลย ใครจะไปรู้ได้เล่า
อย่างไรก็ตาม เหยียนหรูจวงก็เตรียมที่จะพูดคุยกับท่านพ่อของนางให้มากขึ้นในภายหลังว่า อย่าได้สร้างความรำคาญใจอีกเลย อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ต้องรับกิ่งไม้ที่ตระกูลเมิ่งมักจะส่งมาให้เกาะ
ไม่นานนักพวกนางก็มาถึงบ้านตระกูลเหยียน
เซี่ยเฉียวลงจากรถม้าและเดินเข้าไปพร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่บนหลังของนาง
นางคิดว่าบ้านตระกูลเหยียนไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไรใหญ่โต ดังนั้นนางจึงไม่ได้นำต้าสยงมาด้วย นางคนเดียวก็น่าจะจัดการได้
แต่หลังจากที่นางเข้าไปในบ้านตระหูลเหยียนแล้ว เซี่ยเฉียวก็ต้องขมวดคิ้ว นางชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง “ทางนั้นเป็นเรือนที่มารดาของเจ้าอยู่หรือ”
เหยียนหรูจวงพยักหน้า “ถูกต้อง ทางนั้นเป็นเรือนหลัก”
นางไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลย เรือนหลักของแต่ละบ้านย่อมจะต้องตั้งอยู่ในจุดที่ดีที่สุดอยู่แล้ว แม้แต่คนทั่วไปก็สามารถมองออกได้
เมื่อเซี่ยเฉียวมาแล้ว ผู้ตรวจการเหยียนที่อยู่บ้านในวันหยุดพอดีก็ได้แต่ต้องฝืนใจออกมาดูนางหน่อย
ว่ากันตามจริงเขาเองก็ไม่เคยพบเจอนักพรตปีศาจผู้นี้มาก่อน
เวลานี้เขาโผล่หัวออกมาแอบมองนางเล็กน้อย
“พาข้าไปเรือนหลักเลยเถอะ ข้าดูแล้วก็พบว่าตรงตำแหน่งเรือนหลักมีกลิ่นไอของพลังชั่วร้าย ดูเหมือนจะไม่ค่อยสะอาดเท่าไรนัก ไม่แน่ที่มารดาของเจ้าป่วยอาจจะเกี่ยวข้องกับพลังชั่วร้ายนี่ก็ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
ผู้ตรวจการเหยียนที่หลบซ่อนอยู่อดที่จะเบ้ปากไม่ได้
ดูที่นางพูดสิ ฟังแล้วก็รู้เลยว่าเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวง
คนเราเกิดมาก็มีคิ้วมีตาเหมือนๆ กัน เหตุใดพอเป็นนางก็มองออกทันทีว่ามีพลังชั่วร้ายหรือไม่ไปเสียได้เล่า
นอกจากนั้น…เขาเองก็อยู่ที่เรือนหลักนี้อยู่ทุกวัน เขายังไม่เคยได้กลิ่นสิ่งสกปรกหรือเห็นอะไรแปลกๆ เลย!
โกหกหลอกลวง ถึงกับหลอกลวงเขาด้วยแล้ว!
จะให้เขาจ่ายเงินอย่างนั้นหรือ อย่าว่าแต่หนึ่งตำลึงเลย แค่อีแปะเดียวเขาก็ไม่ให้!
ใต้เท้าเหยียนพ่นลมหายใจเยาะนาง แต่เขาก็ยังอยากจะติดตามดูว่านักพรตปีศาจนี้คิดจะทำอะไรกันแน่
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก็สั่งให้คนไปเอาชุดมาให้เขาชุดหนึ่ง ไม่นานนักเขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเหมือนพ่อบ้านคนหนึ่ง และติดตามพ่อบ้านตัวจริงไปยังเรือนหลัก
ทันทีที่เหยียนหรูจวงเห็นบิดาของตนเองก็เตรียมที่จะทัก แต่กลับถูกใต้เท้าเหยียนจ้องกลับด้วยสายตาคมกริบ
นางกระทืบเท้าเล็กน้อย ส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความโกรธ
แต่เซี่ยเฉียวกลับไม่ได้สังเกตเห็นฉากนี้ นางกำลังมองไปรอบๆ เรือนหลัก
ใบตองที่ข้างกำแพงส่งเสียงเล็กน้อยยามต้องลม
วิญญาณน้อยๆ พุ่งผ่านไป
เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ย “ก่อนที่มารดาเจ้าจะป่วย ที่เรือนหลังนี้เคยมีคนตายหรือไม่ เคยเกิดเหตุหรือเคยมีใครตายบ้างไหม”
ตอนที่ 716 อย่าเข้ามา
เมื่อเหยียนหรูจวงได้ยินปรมาจารย์พูดเช่นนั้น นางก็รีบส่ายศีรษะปฏิเสธทันที “ไม่มีนะ กฎของบ้านเรานั้นเข้มงวด ต่อให้บ่าวรับใช้จะทำอะไรผิดก็ไม่ถึงกับต้องตาย อย่างมากก็แค่ขับไล่ออกไปเท่านั้น หญิงชราและสาวใช้ของมารดาข้าก็ยังอยู่ดี ไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้น”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
ใต้เท้าเหยียนอดเบ้ปากไม่ได้
ดูสิ นางโกหกทั้งนั้น
ในเรือนนี้ไม่สะอาดเอาเสียเลย มีไอสีดำเป็นก้อนๆ มากมาย ราวกับ…วิญญาณที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง นอกจากนี้ ข้างในนี้ก็น่าจะมีวิญญาณที่ร้ายกาจตนหนึ่งอยู่ด้วย มันอยู่ในห้อง กลิ่นอายนั้นไม่อาจซ่อนไว้ได้เลย
“ข้าขอเข้าดูในห้องหน่อยได้หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
เหยียนหรูจวงพยักหน้า
เวลานี้มารดาของนางน่าจะกำลังปักผ้าอยู่ริมหน้าต่างสินะ?
นางมักจะเป็นอย่างนั้น บางครั้งก็ปักผ้ารับแสงแดดอยู่ในความสงบเรียบร้อย แต่ทันใดนั้นนางก็จะคลุ้มคลั่งขึ้นมา หลายปีมานี้ แม้แต่นางเองก็ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้มารดาของตนในบางครั้ง ไม่ต้องพูดถึงน้องสาวที่ยังเล็กของนางเลย
ภายในห้องสะอาดสะอ้านมาก หลังจากที่เซี่ยเฉียวกวาดตาดูการตกแต่งในห้องนี้แล้ว นางก็รับรู้ได้ในทันทีว่า ผู้ตรวจการเหยียนผู้นี้เป็นคนที่รักใคร่ภรรยาอย่างแท้จริง
ภายในห้องไม่มีของมีคมและอันตรายใดๆ เช่นพวกเครื่องปั้นดินเผาเลย แม้แต่ถ้วยชาก็ทำจากไม้ เขาน่าจะเป็นห่วงว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับภรรยาตอนที่นางคลุ้มคลั่งขึ้นมา
นอกจากนี้ในห้องยังมีดอกไม้สีอ่อนสบายตาวางจัดอยู่จำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน
เหยียนหรูจวงสั่งให้หญิงชราและสาวใช้ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นตอนนี้ภายในห้องจึงมีแค่ฮูหยินตระกูลเหยียนอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น
หลังจากที่เซี่ยเฉียวได้เห็นฮูหยินตระกูลเหยียนแล้ว นางก็ต้องก้าวถอยหลังไปทันทีโดยสัญชาตญาณ
นางไม่ได้ตกใจเพราะฮูหยินเหยียน แต่ตกใจวิญญาณที่เกาะติดอยู่กับร่างของนางต่างหาก
วิญญาณนั้นแทบจะติดอยู่กับร่างของนางแล้ว ใบหน้านั้นซ้อนทับกับใบหน้าของฮูหยินเหยียนเล็กน้อย แต่อาจจะเป็นเพราะเวลานี้แดดแรงกล้าหรือไม่ก็เป็นเพราะฮูหยินเหยียนมีสภาพจิตที่ดี พลังจิตวิญญาณของนางไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น วิญญาณจึงไม่สามารถเข้าครอบครองร่างของนางได้อย่างสมบูรณ์ และกลายเป็นภาพซ้อนตามการเคลื่อนไหวของฮูหยินเหยียน
วิญญาณนี้น่ากลัวอยู่บ้าง
ดวงตาของนางเป็นสีน้ำเงินเข้ม ร่างกายท่อนล่างของนางอาบเลือด และมีเลือดที่คนทั่วไปมองไม่เห็นก็หยดติ๋งๆ ลงบนพื้น
ช่องท้องของนาง…ถูกผ่าเปิดออก
ไม่รู้ว่ามีอวัยวะส่วนไหนที่อยู่ข้างในนั้นบ้างเพราะเลือดเนื้อที่พร่าเลือนทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน เสื้อผ้าของนางขาดวิ่นไม่เป็นรูป หลังจากที่นางเคลื่อนไหวตามฮูหยินเหยียนแล้ว อวัยวะที่อยู่ในท้องของนางก็ร่วงหล่นลงมา นางก็ก้มตัวลงไปเก็บ
“ท่านแม่” เหยียนหรูจวงเดินเข้าไปมองดูมารดาของนางที่กำลังปักเสื้อผ้าของน้องสาว
ใบหน้าของฮูหยินเหยียนซีดขาวเล็กน้อย “จวงเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ เจ้ามาพอดี ช่วยแม่ดูหน่อยว่าสีดอกไม้นี้เหมาะกับน้องสาวของเจ้าไหม”
ดวงตาของเหยียนหรูจวงแดงเล็กน้อย “เหมาะแล้วท่านแม่”
หลังจากที่มารดาของนางคลอดน้องสาวของนางออกมาแล้ว นางก็ไม่กล้าที่จะใกล้ชิดนางอีกเลยด้วยกลัวว่าจะทำให้นางบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ
สุขภาพของมารดาพวกนางไม่ค่อยดี อาการกำเริบอยู่บ่อยครั้ง แต่นางก็คิดถึงลูกๆ และทุกครั้งพวกนางพี่น้องทั้งสี่คนก็ไม่กล้าที่อยู่กับมารดานานๆ ซึ่งทำให้มารดาของนางรู้สึกโศกเศร้าเสียใจยิ่งนัก
แต่ถึงแม้พวกนางจะเข้ามาใกล้ มารดาของพวกนางก็มักจะผลักไสพวกนางออกไป
มารดาของนางเองก็รู้ว่าตนเองป่วย จึงกลัวว่าตนเองจะทำให้พวกนางได้รับบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ
“เหมาะก็ดีแล้ว” ฮูหยินเหยียนถอนหายใจ สายตาของนางเพิ่งจะหันไปเห็นปรมาจารย์โม่ที่ยืนอยู่ตรงประตู มองดูชุดที่นางใส่มาด้วยความงุนงงเล็กน้อย “จวงเอ๋อร์พาแขกมาหรือ”
“ใช่แล้วท่านแม่ ท่านนี้คือปรมาจารย์โม่ เป็นนักพรตเก่งกาจมีชื่อเสียงมากในเมืองหลวง ข้าพามาดูท่านแม่น่ะ”
ฮูหยินเหยียนประหลาดใจเล็กน้อย “นักพรต ท่านพ่อเจ้ายอม…”
นางพูดยังไม่ทันจบ จู่ๆ สีหน้าของฮูหยินเหยียนก็เปลี่ยนไปทันที
“ไปให้พ้น ไปให้พ้น อย่าเข้ามา!”
“เจ้าเป็นสัตว์ประหลาด! สัตว์ประหลาด…” นางชี้ไปที่เหยียนหรูจวงแล้วเริ่มตะโกนโวยวายออกมาทันที ก่อนจะโยนเสื้อผ้าในมือทิ้งไป แยกเขี้ยวกางเล็บกวัดแกว่งมือไปมา ใบหน้าที่เดิมทีก็ไร้สีเลือดอยู่แล้วยิ่งซีดขาวขึ้นไปอีก