ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 675 ไม่สามารถทำผิดต่อไปได้อีก / ตอนที่ 676 วิญญาณหายวับ
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 675 ไม่สามารถทำผิดต่อไปได้อีก / ตอนที่ 676 วิญญาณหายวับ
ตอนที่ 675 ไม่สามารถทำผิดต่อไปได้อีก / ตอนที่ 676 วิญญาณหายวับ
ตอนที่ 675 ไม่สามารถทำผิดต่อไปได้อีก
เรื่องที่เผยหว่านเย่ว์ให้คนปล่อยข่าวออกไปนั้นร้ายกาจมาก
ไม่เพียงแต่จะพูดกันว่าเซี่ยเฉียวมีดวงพิฆาตคนในครอบครัวเท่านั้น แต่ยังบอกว่าดวงนางจะพิฆาตรัชทายาทจนตาย!
ตอนนี้ชาวบ้านในเมืองต่างก็คิดว่า ต่อไปเมื่อเซี่ยเฉียวแต่งงานกับรัชทายาทไปแล้ว รัชทายาทก็จะต้องตาย พอถึงตอนนั้นตำแหน่งรัชทายาทว่างลง องค์ชายสี่หรือไม่ก็องค์ชายห้าต่างหากที่จะได้เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป
การจะปิดข่าวลือเช่นนี้ก็ไร้ประโยชน์ การจะปิดปากชาวบ้านคิดที่เช่นนี้โดยใช้กำลังก็ไม่ได้
สั่นคลอนรากฐานของบ้านเมือง สร้างความสับสนให้กับประชาชน สมควรถูกลงโทษ!
เนื่องจากเผยหว่านเย่ว์เป็นอนุภรรยาของเขา และยังเคยถือว่าเป็นน้องสาวของเซี่ยเฉียวคนหนึ่ง ดังนั้นรัชทายาทจึงได้ต้องการจัดการนางในที่ส่วนตัว
หากเรื่องที่เผยหว่านเย่ว์เป็นคนปล่อยข่าวลือนี้รู้กันอย่างเปิดเผยแล้วล่ะก็ เกรงว่าจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของพระชายารัชทายาทยิ่งกว่าเดิม บางทีชาวบ้านอาจจะคิดว่าเผยหว่านเย่ว์ผู้นี้เคยอยู่ที่บ้านตระกูลเซี่ยมาก่อน ดังนั้นนางจึงได้รู้มาก ต่อให้นางตายไปแล้ว คนอื่นก็จะคิดได้ว่านางถูกฆ่าปิดปาก
กับคนน่ารำคาญเช่นนั้นไม่สู้เขาตัดปัญหาและจัดการที่บ้านไปเสียดีกว่า
ตอนนี้คนที่จะคอยจัดการเก็บศพก็รออยู่ข้างนอกแล้ว
เผยหว่านเย่ว์ส่ายศีรษะไม่หยุด
นางไม่อยากตาย!
ต่อให้นางยังเป็นอนุภรรยาต่อไป นางก็ไม่อยากถูกบังคับให้ต้องตายแบบนี้!
สิ่งที่นางทำไม่ได้ส่องผลกระทบกับเซี่ยเฉียวแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้ตัวนางเองกลับถูกบังคับจนถึงขนาดนี้!
นางไม่ยินยอมและไม่ยอมรับ!
เมื่อนางไม่ยอมเลือก โจวเว่ยจงจึงดึงผ้าขาวขึ้นมาแล้วเข้าไปรัดคอนางทันที
ผ้าขาวสิดี ไม่เหลือรอยเลือดไว้บนร่าง และไม่ทำให้เรือนนี้ต้องสกปรกเปรอะเปื้อน
ถึงอย่างไรเวินหลันเฉิงก็เป็นบัณฑิต เขาทนเห็นอะไรแบบนี้ไม่ได้จึงรีบเดินออกไปทันที เซี่ยผิงกั่งเห็นเผยหว่านเย่ว์ดิ้นรนและถูกรัดคอจนใบหน้าแดงเป็นสีเลือด เขาก็เอ่ย “เจ้ามีจุดจบเช่นนี้ก็อย่าได้โทษคนอื่นเลย หลังจากเจ้าตายไปแล้ว ศพของเจ้าก็จะถูกส่งคืนไปให้มารดาของเจ้าด้วย”
แม้ว่าหลายปีมานี้หลูซื่อจะทำไม่ดี แต่นางก็นับว่าเคยดูแลเซี่ยผิงไหวมาก่อน
หากไม่ใช่เพราะเผยหว่านเย่ว์รนหาที่ตายล่วงเกินเบื้องบนเช่นนี้ นางก็คงไม่ถึงกับต้องมีจุดจบเช่นนี้
โจวเว่ยจงทำงานอย่างไร้กังวล ไม่นานนักเผยหว่านเย่ว์ก็ไร้ความเคลื่อนไหว ร่างกายอ่อนปวกเปียก และมีรอยเข้มๆ ที่ลำคอ ดูน่าเวทนาอย่างยิ่ง
“หามออกไปเถอะ” เขาจึงสั่งให้คนเข้ามา
โจวเว่ยจงล้างมือก่อนเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เดินไปหารัชทายาทอย่างจงรักภักดี
แม้ว่ารัชทายาทจะมีสถานะสูงส่ง แต่ตอนนี้คนข้างกายของเขามีแต่คนหนุ่มทั้งนั้นจึงสามารถพูดคุยกันได้ ประเดี๋ยวก็เดินหมาก ประเดี๋ยวก็ดูโจวเว่ยจงกับเซี่ยผิงกั่งประลองกัน เขามีความสุขมาก
เซี่ยเฉียวยืนอยู่ในเรือนของตนเอง นางเงยหน้าขึ้นมองเหนือท้องฟ้าบ้านตระกูลเซี่ย
มีไอสีดำจางๆ
จึ๊ เกรงว่า…ที่บ้านจะมีเรื่องให้ร้อนใจแล้ว
แต่มันก็ไม่หนักหนารุนแรง ดังนั้นนางจึงไม่ได้กังวลใจ นางและคนในเรือนจึงค่อยๆ พกยันต์ติดตัวมากขึ้นเพื่อช่วยให้ปลอดภัย
ทางฝั่งหลูซื่อก็ได้ข่าวการตายของลูกสาวนางแล้ว
นางตกใจไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองโลงศพบางๆ นั้นอย่างเลื่อนลอย
ในใจนางรู้สึกโศกเศร้า แต่กลับ…ไม่รู้สึกแปลกใจ?
หลายวันมานี้นางฝันร้ายไม่หยุด โดยเฉพาะเมื่อได้ยินข่าวลือที่เกี่ยวข้องกับรัชทายาทและพระชายา นางหวาดกลัวอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่หวาดกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับลูกสาวของนางเท่านั้น แต่ยังกังวลว่านางและสามีของนางจะต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย
ตอนนี้ลูกสาวของนางถูกหามกลับมาแล้ว
นางร้องไห้ไปร้องไห้มา ในใจก็รู้สึกโล่งอกโดยไม่ทราบสาเหตุ
ตั้งแต่ที่นางพาลูกสาวออกมาจากบ้านตระกูลเซี่ย นางก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและน้อยเนื้อต่ำใจมากเหลือเกิน
“เด็กโง่เอ๊ย แม่ข้าบอกแล้วว่าอย่าทำอย่างนั้น เจ้าก็ไม่ฟัง ดูสิ ตอนนี้ต้องมาตายแบบนี้? เจ้านี่ช่างเป็นนักทวงหนี้[1] จริงๆ หากไม่ใช่เพราะเจ้า วันนี้ข้าก็คงไม่ต้องเป็นอย่างนี้ แต่เจ้าก็ตายไปแล้ว ข้าจะไปโทษอะไรเจ้าได้อีก…” หลูซื่อน้ำตาไหล “ด้วยนิสัยของเจ้าแล้วก็คงหวังจะให้แม่แก้แค้นให้เจ้าสินะ แต่ข้าอายุไม่น้อยแล้ว ทนทรมานไม่ไหวแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าทำผิดไปแล้ว ไม่สามารถทำผิดต่อไปได้อีก”
ตอนที่ 676 วิญญาณหายวับ
หลูซื่อฝังศพของนางไว้ที่ชานเมือง
นางเผากระดาษไปพลางร้องไห้ไปพลาง
“เจ้าอย่าได้คิดแก้แค้นเลยจะดีกว่า ต่อไปแม่จะอยู่มีชีวิตที่ดี หากเจ้าเป็นลูกที่กตัญญูก็น่าจะอยากให้แม่มีบั้นปลายที่ดีใช่ไหม…”
หลูซื่อร้องไห้เสร็จแล้วก็ถูกสามีพยุงกลับไป
ต่อไปนี้นางไม่มีลูกสาวของตนเองอีกแล้ว…
ด้านหน้าหลุมศพใหม่เบื้องหลังนาง ลมชั่วร้ายสายหนึ่งพัดมา ใบไม้ปลิวไปในอากาศ เปลวไฟบนพื้นดินก็สั่นไหว
เผยหว่านเย่ว์ลอยอยู่กลางอากาศ นางรู้สึกสับสนเล็กน้อย
นางเดินตามหลังหลูซื่อ ลอยเข้าเมืองไป ลอยไปเรื่อยๆ พลางมองถนนหนทางที่คุ้นตาเหล่านั้นอย่างไร้จุดหมาย
กริ๊งๆ
พอนางลอยไปถึงถนนฝั่งตะวันออกก็ได้ยินเสียงไพเราะเสนาะหูขึ้นมาเสียงหนึ่ง นางจึงค้นหาที่มาของเสียงนั้นโดยสัญชาตญาณ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ได้เห็นว่าเป็น ‘ร้านของผู้วายชนม์’
นางจำได้ว่าเมื่อก่อน ที่นี่มีชื่อว่าหอส่องชะตานี่ เหตุใดจึงได้เปลี่ยนไปแล้ว
“อยากจะให้ปรมาจารย์ช่วยเอาเงินที่ข้าเก็บซ่อนไว้มอบให้ท่านแม่ของข้าหน่อย ก็ถือว่าข้าทำดีที่สุดแล้วในฐานะลูกชายที่กตัญญู”
“เจ้าจะเข้าไปไหม หากไม่เข้าก็อย่าได้ขวางทาง ปรมาจารย์ไม่ชอบให้พวกเรากระโดดขึ้นลงวุ่นวาย หากเจ้าฝ่าฝืนก็จะไม่มีใครช่วยเจ้าแล้ว”
เพื่อแสดงความเคารพต่อปรมาจารย์ พวกเขาจึงพยายามที่จะต่อแถวเพื่อที่จะขึ้นไปชั้นบน
แต่วิญญาณตนนี้ไม่ยอมขยับ
เพียงแค่สูดดมกลิ่นไอของวิญญาณตนนี้ เขาก็รู้แล้วว่านางเพิ่งตายใหม่ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่ถือสานาง
“ที่นี่คือที่ไหนหรือ” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยถาม
“ที่นี่ก็คือร้านของผู้วายชมน์น่ะสิ ข้างในมีปรมาจารย์คอยช่วยเหลือให้พวกเราสมความปรารถนาอยู่ แต่ความปรารถนานั้นจะต้องไม่โลภเกินไป หากท่านปรมาจารย์ทำสำเร็จ เจ้าก็ต้องยอมลงไปปรโลกแต่โดยดี เจ้าคงจะมีความปรารถนาที่ยังทำไม่สำเร็จใช่ไหม เจ้าลองคิดดูดีๆ สิว่ามีอะไรอยากให้ท่านปรมาจารย์ช่วยเหลือหรือไม่”
“ปรมาจารย์…ทำแทนข้าได้หมดเลยหรือ แล้ว…ฆ่าคนล่ะ” เผยหว่านเย่ว์รีบถามทันที
“ฆ่าคน!?” วิญญาณหลายคนที่ได้ยินก็หันมามองนางทันที
“เจ้าตายอย่างไม่เป็นธรรมหรือ เจ้าถูกคนอื่นฆ่าตายหรือทำเรื่องอะไรจนตัวเองต้องตายเอง”
“เจ้าอยากจะฆ่าคนก็ใช่ว่าจะมาได้ แต่ต้องสันนิษฐานว่าอีกฝ่ายเป็นคนชั่วแน่ๆ จึงจะได้ เจ้ามีหลักฐานไหมเล่า เจ้าจะโกหกท่านปรมาจารย์ไม่ได้นะ ท่านแค่คำนวณนิดหน่อยก็รู้แล้วว่าเรื่องราวของเจ้าเป็นมาอย่างไร หากเจ้าโกหก ปรมาจารย์ก็อาจจะใช้กำลังบังคับเก็บวิญญาณเจ้าไปทันที”
“…” เผยหว่านเย่ว์หดศีรษะ
จากนั้นนางก็เข้าแถวเพื่อรอขึ้นชั้นบนแต่โดยดี
กว่านางจะได้ขึ้นไปชั้นบน นางมองเห็นปรมาจารย์ผู้นั้นในที่สุด
ส่วนปรมาจารย์เองก็จ้องมองนาง
เซี่ยเฉียวเห็นเป็นเผยหว่านเย่ว์ นางก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ ตายก็ตายไปแล้ว แต่นางกลับไม่ยอมจากไป นางไม่เคยเห็นคนที่ดื้อรั้นเช่นนี้มาก่อน!
ตอนยังมีชีวิตอยู่ก็ชอบเอาชนะ ตายไปแล้วก็ยังชอบเปรียบเทียบอยู่อีก ผิดปกติจริงๆ
เผยหว่านเย่ว์ชะงักเท้าไปชั่วขณะ ชั่วขณะถัดมานางก็รีบหนีทันที
นางเคยได้ยินมาว่า ปรมาจารย์โม่ผู้นี้รู้จักกับรัชทายาท หากเกิดนางคำนวณแล้วรู้ว่านางถูกรัชทายาทประทานความตายให้ แล้วนางจะทำอย่างไรเล่า ปรมาจารย์จะเก็บวิญญาณของนางไปเลยไหม!
ไม่ได้ นางจะต้องแก้แค้นก่อนจะไปเกิดใหม่
เผยหว่านเย่ว์รีบพุ่งตรงไปที่บ้านตระกูลเซี่ยทันที
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว แต่นางกลับไม่ได้รู้สึกร้อนใจอะไร
เผยหว่านเย่ว์เป็นเพียงวิญญาณธรรมดาทั่วไป แม้ว่านางจะมีไอแค้น แต่ก็ไม่ได้นับว่าเป็นวิญญาณแค้นที่ร้ายกาจอะไร ถึงอย่างไรนางก็ต้องได้พบในไม่ช้าก็เร็ว หนีนางไปไม่พ้นหรอก
นางค่อยๆ บันทึกลงรายชื่อวิญญาณของวันนี้ทั้งหมดไว้
เซี่ยเฉียวกลับบ้านไปในตอนเย็นก็พบวิญญาณของเผยหว่านเย่ว์ลอยอยู่ข้างนอกบ้านตระกูลเซี่ยอย่างที่คิดไว้จริงๆ
พอเซี่ยเฉียวลงจากรถม้า เผยหว่านเย่ว์ก็พุ่งเข้าไปหานางทันทีราวกับต้องการจะบีบคอนางให้ตายกระนั้น เซี่ยเฉียวหันไปมองยังทิศทางนั้นทันที
“ตายซะ ตายไปเสียเถอะเซี่ยวเฉียว!”
เซี่ยเฉียวไม่ขยับเลยสักนิด นางยกยิ้มที่แฝงรอยเยาะหยันเล็กน้อย
ในชั่วขณะที่สองมือของเผยหว่านเย่ว์ที่บีบคอของเซี่ยเฉียวอยู่นั้น ทั้งร่างของนางก็เกิดเป็นควันปกคลุมไปทั่ว เซี่ยเฉียวจึงถือโอกาสนี้หยิบขวดกระเบื้องใบเล็กๆ ออกมา แล้วสาดน้ำยันต์ที่อยู่ข้างในออกไปทันที
วิญญาณหายวับไปในชั่วพริบตา
วิญญาณที่บังเอิญลอยไปลอยมาอยู่ในละแวกบ้านตระกูลเซี่ยตัวสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน แวบเดียวเท่านั้นวิญญาณทุกตนก็หายตัวกันไปหมดไม่เหลือแม้แต่เงา
[1] นักทวงหนี้ ทวงหนี้กรรม ประหนึ่งมารดาของนางติดค้างเผยหว่านเย่ว์ไว้ในชาติที่แล้ว ชาตินี้นางจึงมาสร้างความลำบากให้เพื่อทวงหนี้คืน