ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 639 ตระกูลขุนนางมีชื่อเสียง / ตอนที่ 640 ดูถูกใครกัน
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 639 ตระกูลขุนนางมีชื่อเสียง / ตอนที่ 640 ดูถูกใครกัน
ตอนที่ 639 ตระกูลขุนนางมีชื่อเสียง / ตอนที่ 640 ดูถูกใครกัน
ตอนที่ 639 ตระกูลขุนนางมีชื่อเสียง
เด็กที่ซุกซนนั้นน่าสนใจมากกว่าเด็กที่เงียบและว่าง่ายเสียอีก!
หลินหยาเซียงโล่งใจเมื่อได้ยินที่อวี๋เซียงเอ่ย “มีอีกอย่างหนึ่ง เด็กคนนี้เป็นหลานชายของข้า เขาจะอยู่บ้านข้าบ้างเป็นบางครั้งและกลับบ้านตัวเองบ่อยๆ ดังนั้นจึงต้องรบกวนให้ท่านวิ่งไปวิ่งมาระหว่างสองที่ นอกจากนี้…ก่อนที่จะสามารถตัดสินใจได้ ข้าจะต้องเชิญท่านไปพบพ่อและพี่ชายของเขาก่อน”
ตำแหน่งอาจารย์นี้ค่อนข้างสำคัญ นางไม่สามารถตัดสินใจเองคนเดียวได้
“ควรจะเป็นอย่างนั้น” อวี๋เซียนพยักหน้าตกลง
หลินหยาเซียงจึงยิ่งพอใจมากขึ้นอีกเล็กน้อย
พวกนางนัดกันว่าพรุ่งนี้เช้าจะพบกันที่หน้าบ้านเพื่อไปบ้านตระกูลเซี่ย
อวี๋เซียนตอบตกลงแต่โดยดี
นางกำลังคิดถึงนักพรตเต๋าผู้นั้นมากกว่า!
นางได้อะไรดีๆ ถึงขนาดนี้ ก่อนหน้านี้นางยังสงสัยว่านักพรตนั่นแค่โอ้อวดหลอกลวงอยู่เลย แต่กลับนึกไม่ถึงว่านางจะทำนายดวงได้แม่นยำขนาดนี้!
นางมาตามหาญาติในเมืองหลวงได้หลายวันแล้ว
ตอนที่นางมาถึง เมื่อนางหาบ้านตระกูลโจวพบก็ขอเข้าพบลูกพี่ลูกน้องของนาง แต่น่าเสียดายที่คนในบ้านตระกูลโจวเห็นนางสกปรกมอมแมมจึงไม่ยอมนำความไปแจ้งให้ลูกพี่ลูกน้องของนางทราบ
นางเป็นผู้หญิงและเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเองซึ่งไม่ดีต่อชื่อเสียงของนาง นางจึงไม่กล้าพูดว่านางเป็นลูกพี่ลูกน้องของตระกูลโจว นางจึงจากมาก่อนอย่างที่ทำอะไรไม่ได้ นางจึงตั้งใจจะเก็บเงินก่อนแล้วเปลี่ยนชุดใหม่ จะให้ดีก็ต้องซื้อตัวสาวใช้ด้วยสักคน แล้วกลับไปใหม่เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว
แต่การหาเงินในเมืองหลวงนี้ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ
นางไม่มีความสามารถอะไร ปักผ้าไม่ได้ ทำอาหารยิ่งไม่ต้องพูดถึง นางทำเตาระเบิดมาตั้งกี่ครั้งกี่หนแล้ว
นอกจากพอมีฝีมือหมัดมวยอยู่บ้างและพละกำลังที่มากหน่อยแล้ว ทั้งเนื้อทั้งตัวของนางไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง!
นางทำได้แค่งานที่ต้องใช้แรงเท่านั้น แต่นางก็กินเยอะด้วย เหรียญทองแดงที่นางหามาได้ทุกวันก็จะกลายเป็นหมั่นโถวยัดลงท้องของนางไปเสีย…
นางนึกไม่ถึงว่าจะได้พบเจอกับเรื่องดีๆ เช่นนี้
เงินสิบตำลึงนี้ นางทำงานแค่สองเดือนก็เพียงพอที่จะซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับและสาวใช้ได้แล้ว!
ดวงตาของอวี๋เซียงเป็นประกาย พอเช้าวันรุ่งขึ้น นางก็มาถึงตั้งแต่เช้าตรู่ไม่ได้ชักช้าแม้แต่น้อย
เมื่อหลินหยาเซียงเห็นว่านางยังคงสวมเสื้อผ้าเก่าสกปรกก็กลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาท พอคิดได้ดังนั้นนางก็พาเขาไปซื้อชุดใหม่
ตอนแรกหลินหยาเซียงคิดจะให้อาจารย์อวี๋สวมเสื้อผ้าของน้องเขยนาง แต่อาจารย์กลับเอาแต่ปฏิเสธและบอกว่าให้ถือว่าเขารับค่าจ้างล่วงหน้าไปเลยแล้วกัน ดังนั้นพวกนางจึงไปร้านค้าเพื่อเลือกซื้อชุดมาชุดหนึ่ง
แม้ว่าเสื้อผ้าชุดนั้นจะไม่ได้ทำจากวัสดุชั้นดีอะไร แต่หลังจากที่อวี๋เซียงสวมใส่แล้ว ความรู้สึกซ่อมซ่อนั้นก็หายวับไปทันที
“ท่านเก็บใบสัญญาหนี้นี้ไว้ ประเดี๋ยวหากเรื่องนี้ไม่สำเร็จ ข้าจะต้องคืนค่าเสื้อผ้าชุดนี้ให้ท่านแน่” อวี๋เซียนทำหน้าจริงจัง
นางเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน ไม่สมควรใส่เสื้อผ้าเก่าของบุรุษจริงๆ
ต่อให้ไม่มีใครรู้ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ต้องอยู่ติดกับร่างกายของนาง นางจึงรู้สึกแปลกๆ และอึดอัดใจ
นางจึงได้แต่ต้องทนเสียใจกับเงินค่าจ้างที่ยังไม่ทันได้จับนั้นไปก่อน
นางยากจนเกินไปแล้วจริงๆ
อวี๋เซียงถอนหายใจ เมื่อคิดว่านางโตมาขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกนางต้องมาลำบากเพื่อเอาชีวิตรอดเช่นนี้
แต่เมื่อมาถึงบ้านตระกูลเซี่ย อวี๋เซียนก็ต้องตกใจเล็กน้อย
“ญาติของท่านมีภูมิหลังที่ใหญ่โตเช่นนี้!? นี่มันจวนขุนนางนะ!” อวี๋เซียนตกตะลึง “แล้วทำไมก่อนหน้านี้ตอนที่พบไอ้สารเลวนั่นท่านไม่อ้างชื่อเขาออกมาเลยเล่า มันคงตกใจแทบตายไปเลย ไหนเลยจะกล้าลงไม้ลงมือ”
“ไม่ใช่ความสามารถของตัวเองเสียหน่อย จะให้ข้ายืมชื่อคนอื่นมาก็รู้สึกไม่ถูกต้องนัก” หลินหยาเซียงสั่นศีรษะ
โดยเฉพาะชื่อของเซี่ยหนิวซานนั่น
อวี๋เซียงรู้สึกทอดถอนใจอยู่ภายใน “หากเขาไม่ใช้ข้า ข้าก็ไม่แปลกใจแล้ว”
ตระกูลของนางเองก็ถือเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียง เป็นตระกูลใหญ่ที่มีเป็นที่รู้จักของเมืองตงอัน
ที่บ้านเดิมของนาง อย่างว่าแต่อาจารย์ที่จะมาสอนหนังสือและศิลปะการต่อสู้ให้ลูกหลานเลย แค่บ่าวรับใช้เรื่องอาหารการกินก็ยังต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน
ไหนเลยจะเลือกเอาใครก็ได้จากข้างถนนกันเล่า
เมื่อเป็นเช่นนั้นอวี๋เซียนจึงไม่ได้ตั้งความหวังไว้สูงมากนัก
ตอนที่ 640 ดูถูกใครกัน
เซี่ยเฉียวทำนายได้ว่าวันนี้จะมีแขกมาหา นางก็เดาได้เลยทันทีว่าจะต้องเป็นท่านป้าหลิน
หลินหยาเซียงมาแต่เช้า เซี่ยหนิวซานและเซี่ยผิงกั่งจึงยังอยู่ที่บ้านกันทั้งคู่
แต่เซี่ยหนิวซานคร้านจะพบกับพี่ภรรยาคนนี้ เมื่อเขาได้ยินว่านางมาก็สั่งให้พ่อบ้านโกหกไปทันทีว่าตนเองไม่อยู่
เขาไม่รู้เลยจริงๆ ว่าสะใภ้หลินภรรยาของเขาที่มีนิสัยอ่อนโยนเช่นนั้นทำไมจึงได้มีพี่สาวที่ดุขนาดนี้ น่ากลัวเหลือเกิน เขาดันไม่สามารถด่าหรือทุบตีนางได้อีก และยังต้องทนมองสายตาเย็นชาของอีกฝ่าย ทำให้เขาไม่ชอบเลยจริงๆ หลบหน้าก่อนจะดีกว่า!
หลังจากที่เข้าไปข้างในแล้ว หลินหยาเซียงเพิ่งนึกได้ว่าต้องแนะนำให้อวี๋เซียงรู้จักคนบ้านนี้
“ท่านนี้คือคุณชายใหญ่ ข้างๆ นั้นหรือคุณหนูใหญ่” หลินหยาเซียงแนะนำเล็กน้อย
อวี๋เซียงพยักหน้าจากนั้นก็โค้งคำนับ “ข้าน้อยอวี๋เซียง คราวะคุณชายใหญ่และคุณหนูใหญ่!”
เรียบง่ายตรงไปตรงมา
เซี่ยเฉียวเคยพบนางมาแล้วเมื่อวานนี้ เมื่อได้เห็นนางอีกครั้งในวันนี้ สีหน้าของนางจึงอ่อนโยนขึ้นมากพลางยิ้ม “อาจารย์อวี๋เป็นคนที่ไหนหรือ”
“…” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย
น้องสาวคนนี้มักจะไม่ค่อยกระตือรือร้นเรื่องคนอื่น ทำไมจู่ๆ วันนี้นางจึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้
เซี่ยผิงกั่งมองไปที่อวี๋เซียนอีกครั้งและรู้สึกราวกับมีระฆังเคาะสมองของเขาทันที
อาจารย์อวี๋คนนี้ผิวค่อนข้างขาวนวล ดวงตาคู่นั้นดูสวยเป็นพิเศษ ดวงตาฉ่ำน้ำราวกับจะหยดออกมาได้…
“ข้าน้อยเป็นคนเมืองตงอัน มาที่นี่เพื่อพึ่งพิงญาติ”
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม “มาพึ่งพาญาติ? หาพบแล้วหรือไม่ จะให้ข้าช่วยไหม”
“แค่ก!” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงออกมาเล็กน้อย “คือว่า เจ้าจะมาเป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ถูกต้องไหม เช่นนั้นเจ้าก็ต้องต่อสู้ได้สินะ แม้ว่าน้องชายงี่เง่าของข้าคนนั้นจะอายุยังน้อย แต่ความสามารถของเขาก็ไม่เลว หากเจ้าไม่มีความสามารถ แล้วมาเป็นอาจารย์เขา เจ้าต้องลำบากแน่ เอาอย่างนี้ดีกว่า ข้าทดสอบความสามารถของเจ้าดูก่อน แล้วค่อยดูว่าจะว่าจ้างเจ้าหรือไม่”
เซี่ยผิงกั่งไม่ถูกชะตากับเจ้าเด็กที่อยู่ตรงหน้าเขาสักเท่าไรนัก
น้องหญิงของเขาเป็นของรัชทายาทนะ
จะมาทำอ่อนโยนใจดีกับเจ้าหมอนี่ทำไม หรือยังคิดจะมีบ้านอื่นอีก!
ก็ใช่ว่าจะรับไม่ได้ แต่กลางวันแสกๆ แบบนี้ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป พวกเขายังจะรักษาหัวเอาไว้ได้อยู่ไหม
ในบ้านของเขาตอนนี้มี ‘สาย’ ของในวังอยู่มากมายเชียวนะ!
อวี๋เซียงมองชายที่ก้าวร้าวคุกคามผู้นี้แล้วยิ้มเยาะออกมาเล็กน้อย “ก็ได้ แต่ว่า…มือไม้ข้าค่อนข้างหนักนะ คุณชายใหญ่ไปสวมเกราะมาจะดีกว่า”
“…” บ้า!
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าตนเองโดนดูถูก
วัดพละกำลังกันเฉยๆ ยังต้องใส่เกราะ? นี่เขากำลังดูถูกใครกัน
เซี่ยผิงกั่งยืนขึ้น สายตาของเขาสบายๆ แต่คนได้เห็นแล้วรู้สึกสั่นสะท้านในใจก็คือเซี่ยเฉียว ร่างกายอันใหญ่โตราวกับภูเขาของเซี่ยผิงกั่งทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวได้ทุกครั้ง
ตอนที่พี่ชายใหญ่ของนางเกิดจะต้องเป็นทารกยักษ์เป็นแน่
ท่านแม่ของนาง…ช่างลำบากและน่าสงสารจริงๆ
อวี๋เซียนจ้องตรงไปที่คนผู้นี้ไม่วางตาและดูเหมือนจะสนใจมาก
“ผู้ชายในตงอันก็ตัวสูงเช่นกัน แต่คนที่บึกบึนอย่างท่านนั้นมีน้อย!” อวี๋เซียนชื่นชมออกมาจากใจ
นางชื่นชมผู้ชายร่างสูงและทรงพลังเสมอมา ซึ่งเหมือนท่านพ่อของนางตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาเป็นคนที่กล้าหาญมาก และผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้ก็ไม่เลวเลย เขาดูเหมือนหมี แค่ดูก็รู้ว่าต่อสู้เก่ง!
เซี่ยผิงกั่งได้รับคำชมอย่างน่าแปลก แม้เขาจะคิดว่าเด็กคนนี้ช่างปากหวาน แต่มันก็ไม่สามารถหยุดความต้องการที่จะทุบตีนางของเขาได้
ชายผู้นี้ปากหวานเกินไปไม่ดี หากมันเกิดมาแอบตีท้ายครัวรัชทายาทเข้าก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่!
อวี๋เซียงไม่นับว่าเตี้ยกระทั่งนางสามารถปลอมตัวเป็นผู้ชายได้ ความสูงของนางแทบไม่ต่างอะไรกับผู้ชายทั่วไป
“ไป พวกเราไปฝึกที่ลานกัน” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงเยาะ แล้วพูดกับเซี่ยเฉียว “น้องหญิง เจ้าก็มาดูด้วยสิว่า คนอ่อนแอนั้นเป็นอย่างไร”
Yuki03
ไม่ใช่ได้คู่กันหรอกนะ555555 เชียร์ต่งคนรองอ่า555555