ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 555 มีวิญญาณมา / ตอนที่ 556 ขออะไรกินหน่อยเถอะ
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 555 มีวิญญาณมา / ตอนที่ 556 ขออะไรกินหน่อยเถอะ
ตอนที่ 555 มีวิญญาณมา / ตอนที่ 556 ขออะไรกินหน่อยเถอะ
ตอนที่ 555 มีวิญญาณมา
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าสามารถเกษียณอย่างราบรื่นก็เพราะความสามารถและวิสัยทัศน์ของเขา
ถ้าหากรัชทายาทมั่นใจแล้วว่าปรมาจารย์โม่คนนี้จะต้องเป็นพระชายาของเขา ต่อให้เขาจะไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์อยู่แล้วนี่?
ตราบใดที่นางไม่ใช่นางปีศาจล่มเมือง เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเป็นปัญหาใหญ่อะไร!
อีกอย่าง เรื่องการแต่งภรรยาที่หน้าตาขี้เหร่นี้ก็คงไม่ถึงกับทำร้ายสามีได้ ซึ่งก็นับว่าดีอยู่
“รัชทายาทเป็นคนทำอะไรมีแผนการ เขาให้เจ้าทำอะไรก็ทำไปเถอะ สำหรับปรมาจารย์โม่เจ้าก็ให้ความเคารพนางหน่อยก็ได้แล้ว เรื่องอื่นเจ้าไม่ต้องสนใจ ตอนนี้ตระกูลหลี่ของข้าไม่มีสิทธิอะไรที่จะไปถามเรื่องการแต่งงานของรัชทายาท” ราชครูหลี่ผู้เฒ่ามองสถานการณ์ของครอบครัวตนเองได้อย่างชัดเจนปรุโปร่ง
หลี่ชิงอวี๋พยักหน้ารัวๆ “ท่านปู่ เมื่อคืน…ท่านปรมาจารย์ทำนายดวงให้ข้า นางบอกว่าภัยใหญ่…”
ราชครูผู้เฒ่าได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที
“นางยังพูดอะไรอีกบ้าง”
“ท่านปรมาจารย์ยังบอกด้วยว่าหลายวันนี้ฟ้าจะครึ้ม ฝนจะตกไม่หยุด ข้าดูๆ แล้วก็รู้สึกว่า แม้วันนี้จะมีลม แต่อากาศก็ดีมาก ไม่รู้ว่านางทำนายอะไรผิดตรงไหนหรือไม่”
หลี่ชิงอวี๋งุนงงอยู่บ้าง
เขาคิดว่า แม้ว่าท่านปรมาจารย์จะจับวิญญาณได้ แต่นางอาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการทำนายดวงนักก็เป็นไปได้
เช่นนั้นแล้วเขาจึงรู้สึกดีขึ้นหน่อย
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขากำลังพูด หลี่ชิงอวี๋ก็รู้สึกได้ถึงลมที่พัดมาเล็กน้อย และดูเหมือนว่าจะมีละอองฝนตกลงมาบนใบหน้าของเขาด้วย
“…” ในใจหลี่ชิงอวี๋เย็นวาบขึ้นมาทันที เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ
ฝนตกจริง?
“มีปรมาจารย์โม่อยู่ด้วย ต่อให้เป็นเรื่อง…ใหญ่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หากมันเป็นอันตรายถึงชีวิตจริงๆ ปรมาจารย์โม่ก็น่าที่จะช่วย” แม้ว่าราชครูลี่ผู้เฒ่าจะรู้สึกสงสารหลานชายของเขา แต่เขาก็รู้ว่าปรมาจารย์โม่ผู้นี้น่าจะพึ่งพาได้”
หลี่ชิงอวี๋ยิ้มขื่นเล็กน้อย
เขามักจะรู้สึกว่า ตอนนี้ปรมาจารย์โม่กำลังแก้แค้นเขาเรื่องส่วนตัว ใครใช้ให้เขาคิดไม่ได้ไปเรียกนางว่า ‘หมอผีเฒ่า’ กันเล่า
ฝนในฤดูใบไม้ผลิอ่อนเบา แม้ว่าอากาศจะเย็นสักหน่อย แต่ก็ไม่มีผลกระทบอะไรมาก เซี่ยเฉียวเข้าไปนั่งในรถม้า ลมพัดเข้ามาไม่ได้ ฝนก็ไม่สาดเข้ามา ก็ยังนับว่าสบายอยู่มาก
เพียงแต่หลังจากออกเดินทางไปได้ไม่นานกระดิ่งที่อยู่บนรถม้าของเซี่ยเฉียวก็ดังกังวานขึ้น
“ท่านปรมาจารย์ๆ มีวิญญาณลอยมาที่นี่แล้ว!” วิญญาณที่อยู่บนหลังคารถม้าท่าทางประหม่าราวกับจะมีคนมาแย่งความโปรดปรานของปรมาจารย์ไปจากเขากระนั้น
เซี่ยเฉียวรู้สึกได้แล้วเช่นกัน
วิญญาณที่มาใหม่นี้ดูเหมือนจะลอยไปลอยมาระหว่างกลุ่มคนของพวกนาง เมื่อได้กลิ่นไอปราณมังกรจากร่างของรัชทายาทก็อดไม่ได้ที่จะเข้าใกล้ อย่างไรก็ตาม ขณะที่วิญญาณนั้นเพิ่งจะขยับเข้าไป ด้านหลังคณะเดินทางก็ปรากฏวิญญาณจำนวนหนึ่งที่กำลังขี่ม้าเข้ามาทันที!
พวกเขามองนางอย่างขุ่นเคือง
กลัวแล้วๆ ก่อนจะรีบหลบให้ห่างออกไป
“ม้าที่รัชทายาทเผาให้พวกเราไม่เลวเลย งามสง่า วิญญาณน้อยพวกนั้นไม่กล้าที่จะสู้กับเราเลย!”
“ระยะนี้พวกเราต้องทำตัวดีๆ หน่อย พวกเจ้าเห็นปรมาจารย์คนนั้นแล้วหรือไม่ นางเก็บวิญญาณได้นะ หากไม่มีเรื่องสำคัญอะไร เราอย่าไปปรากฏกายต่อหน้าฝ่าบาทเลยดีกว่า!”
“จิ๊ๆ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ข้าอยากจะเป็นขุนนาง นึกไม่ถึงว่าตอนนี้ตายไปแล้วกลับได้เป็นจริงๆ เป็นรัชทายาทที่สายตาเฉียบแหลม ตอนนี้ข้าถือว่าได้เป็นแม่ทัพหุ่นเชิดที่น่าเกรงขามแล้วสินะ?”
“…” วิญญาณหลายตัวบ่นพึมพำ หลังจากที่พวกเขาขับไล่วิญญาณตัวน้อยออกห่างจากรัชทายาทได้แล้ว พวกเขาก็กลับไปอยู่ห่างๆ คอยติดตามอยู่ด้านหลังอีก
ม้าที่พวกเขาขี่อยู่…เซี่ยเฉียวจำได้
น่าจะเป็นของที่ขายในหอส่องชะตา เป็นของที่เอาไว้เผาไปให้คนตายโดยเฉพาะ
ก่อนหน้านี้ไม่นานมันขายออกไปได้ไม่น้อย นางนึกไม่ถึงเลยว่ารัชทายาทจะเป็นคนซื้อไป!
เซี่ยเฉียวมองลอดหน้าต่างออกไปทางด้านหลัง เมื่อนางเห็นว่าวิญญาณที่กำลังขี่ม้าพวกนั้นถอยห่างออกไปจึงได้นั่งลงอย่างสงบ
ไม่นานนัก วิญญาณที่โง่เขลาตนนั้นก็เข้ามาหานางในรถม้า
วิญญาณตนนี้เป็นผู้หญิงอายุประมาณสามสิบกว่าปี เมื่อนางเข้ามาข้างในรถม้าแล้วก็มองเห็นของว่างที่วางอยู่ ทันทีที่นางสูดลมหายใจเข้า ไอสีขาวจางๆ ก็ลอยขึ้นมาเหนือของว่างนั้น แล้วนางก็กินมันเข้าไปในท้องจนหมด
ของที่วิญญาณกินเข้าไปแล้วก็จะไม่มีรสชาติอะไรอีก
“วิญญาณที่อดตาย?” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามเบาๆ
ตอนที่ 556 ขออะไรกินหน่อยเถอะ
วิญญาณนั้นตกใจจนขวัญบิน
ดวงตาเบิกกว้างของนางมองเซี่ยเฉียวอย่างระแวดระวัง “เจ้ากำลังพูดกับข้า!?”
“การได้พบกันเป็นวาสนา เจ้ามีความปรารถนาอะไร” เซี่ยเฉียวมองวิญญาณผู้หญิงแล้วเอ่ย ท่าทีของนางไม่เลวเลย
วิญญาณผู้หญิงตนนี้รู้ความ แม้ว่านางจะลอยไปลอยมา แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจทำให้เซี่ยเฉียวกลัว เพียงแต่นางค่อนข้างผอมหน่อยเท่านั้น ส่วนใบหน้านางก็ดูไม่ต่างจากคนทั่วไปเลย อย่างน้อยก็แข็งแกร่งกว่าวิญญาณที่ถูกระเบิดตายที่นั่งอยู่บนหลังคารถม้าตอนนี้มาก…
“…” วิญญาณนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็หนีหายไปในชั่วแวบ
เซี่ยเฉียวเองก็อึ้งงันไปเช่นกัน
ท่าทางของนางใจดีมีเมตตาถึงขนาดนี้ วิญญาณที่อดตายนี้ทำไมจึงได้ขี้ขลาดเล่า?
เซี่ยเฉียวเม้มปากพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย
วิญญาณที่มาหาถึงที่กลับหลุดมือไปเสียได้ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ปรมาจารย์อย่างนางจะอาหน้าไปไว้ที่ไหน
อย่างไรก็ตาม เรื่องส่งวิญญาณไปเกิดใหม่นี้บังคับกันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นนางคงต้องตามวิญญาณตนนี้กลับมา แล้วถามว่านางหนีไปทำไมกันแน่!
เซี่ยเฉียวดูไม่มีความสุข อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่นานลมฝนก็พัดมาโดยรอบ
เดิมทีข้างนอกก็มีฝนตกอยู่แล้ว แต่เมื่อลมฝนนี้พัดมา ฝนที่ตกเพียงเล็กน้อยก็ดูเหมือนจะตกหนักขึ้นมาก ต้นหญ้ารอบๆ สั่นไหว และใบไม้ก็ส่งเสียงเกรียวกราวยามต้องลม!
เสียงของความเคลื่อนไหวที่รุนแรงเช่นนี้ทำให้เซี่ยเฉียวตกใจทันที
เมื่อนางมองออกไปข้างนอกอีกครั้งก็ยิ่งรู้สึกมึนงงมากขึ้น
นางเห็นแค่ว่าวิญญาณที่หนีไปเมื่อสักครู่กลับมาแล้ว!
นางไม่เพียงแค่กลับมา แต่มีวิญญาณอีกยี่สิบหรือสามสิบตนตามมาด้วย และทั้งหมดเป็นผู้หญิง
เท้าของพวกนางไม่แตะพื้น ผมเผ้าของแต่ละคนยุ่งเหยิง ใบหน้าของพวกนางตอบลึกเหมือนโครงกระดูก ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยพลังหยิน วิญญาณบางตนก็ส่งเสียงแปลกๆ ซึ่งทำให้รู้สึกน่าขนลุก
เซี่ยเฉียวจับราวพยุงบนรถม้าไว้ ใบหน้าของนางซีดเผือด
เมื่อเซี่ยผิงกั่งที่กำลังเฝ้าอยู่ด้านนอกในเวลานี้เห็นว่าสภาพอากาศเลวร้ายลงอย่างกะทันหัน เขาก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้าทันที และในขณะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงของปรมาจารย์โม่ดังขึ้น “หยุดรถ!”
น้ำเสียงของอาจารย์นั้นเร่งด่วนราวกับว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น
เซี่ยผิงกั่งรีบสั่งให้คณะเดินทางหยุดทันที
ทั้งคณะเดินทางหยุดนิ่ง ทรายและหินที่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาปลิวว่อนขึ้นมา พวกเขาจำนวนมากต้องหลับตาลงเพราะฝุ่นผงที่ลอยเข้าตา ก่อนหน้านี้ฝนตกแค่ปรอยๆ เท่านั้น แต่ขณะนี้เม็ดฝนถูกลมพัดปลิวจนบาดใบหน้าพวกเขาราวกับใบมีดน้ำแข็งกระนั้น
เซี่ยเฉียวลงมาจากรถม้าพร้อมกับร่มคันหนึ่ง
ร่างของนางบอบบาง ดูอ่อนแออย่างยิ่ง
ที่แปลกไปกว่านั้นคือ นางก้าวไปทางทิศตะวันตกสองสามก้าว แล้วจู่ๆ ก็หยุดลงและยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปากนางราวกับว่ากำลังพูดอะไรบางอย่าง…
เมื่อประกอบกับสภาพอากาศที่มืดมนนี้ ทุกคนมองดูนางแล้วก็อดรู้สึกหนาวขึ้นมาไม่ได
จ้าวเสวียนจิ่งมองแผ่นกลังของเซี่ยเฉียว แล้วเดินเข้าไปหานาง
“ท่านมองเห็นพวกเรา พอ…พอจะให้พวกเรากินหน่อยได้หรือไม่” วิญญาณพวกนั้นกลับคุกเข่าลง หลังจากที่พวกนางพูดจบแล้วก็ยังรู้สึกได้ถึงไอแค้นที่แพร่กระจายออกมา
แม้จะมีไอแค้นแต่พวกนางก็ยังไม่ได้กลายเป็นวิญญาณแค้น
“พวกเจ้าอดอาหารตายกันหมดเลยหรือ” เซี่ยเฉียวงุนงงเล็กน้อย จำนวนเท่านี้ออกจะมากเกินไป
มีวิญญาณอยู่ที่นี่ถึงยี่สิบถึงสามสิบตน บางคนจะจากไปทันทีหลังจากที่พวกเขาตายไปแล้ว และจะไม่อยู่ในโลกนี้อีกเลย ตอนนี้มีวิญญาณมากมายขนาดนี้ หากคำนวณตามสัดส่วน ยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงคือเท่าไรกันแน่
นางเองก็ไม่เคยได้ยินว่ามีภัยพิบัติใดๆ เกิดขึ้นที่นี่
แม้ว่าจะมีภัยพิบัติเกิดขึ้นในปีที่แล้ว แต่ราชสำนักก็เข้ามาแทรกแซงให้การช่วยเหลือ ผลกระทบของภัยพิบัติครั้งนั้นก็ไม่ได้รุนแรงอะไรนัก และไม่มีการเสียชีวิตมากมายเช่นนี้
“ปรมาจารย์ พวกเราไม่ได้กินอะไรมานานแล้ว นานๆ ครั้งพวกเราจึงจะมีโอกาสออกมากินอะไรได้สักวันหนึ่ง พวกเรา…หิวมากจริงๆ ขอร้องท่านปรมาจารย์ ให้อะไรพวกเรากินด้วยเถอะ!”
“ท่านปรมาจารย์ ขออะไรให้เรากินหน่อยเถอะ…”
แต่ละคนร่ำไห้โอดครวญ
“พวกเจ้าลอยมาจากที่ไหนกัน” เซี่ยเฉียวถาม
วิญญาณพวกนี้มีอะไรผิดปกติ