ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 523 ต่างกันตรงไหน / ตอนที่ 524 รักใคร่เอ็นดูเขา
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 523 ต่างกันตรงไหน / ตอนที่ 524 รักใคร่เอ็นดูเขา
ตอนที่ 523 ต่างกันตรงไหน / ตอนที่ 524 รักใคร่เอ็นดูเขา
ตอนที่ 523 ต่างกันตรงไหน
ผู้เฒ่าหลินค่อนข้างไม่พอใจมากทีเดียว ถ้าหากเขาสามารถบั่นคอเซี่ยหนิวซานได้ เขาจะไม่ลังเลเลย
แต่ความจริงก็คือ เซี่ยหนิวซานนั่นเป็นบิดาแท้ๆ ของหลานชายเขา!
“ช่างเถอะ ล้วนเป็นเรื่องที่นานมากแล้ว ขอแค่เขาสามารถดูแลเด็กๆ ได้ดี เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ ข้าเองก็ไม่อยากจะไปพูดถึงมันอีก” ผู้เฒ่าหลินกลืนน้ำลาย ขณะที่พูดเช่นนั้นออกมาน้ำเสียงของเขาก็สั่นเล็กน้อย
ในใจเขาจะไม่รู้สึกเกลียดชังได้อย่างไร!
แต่ตอนนี้มีเซี่ยผิงไหวและเซี่ยซีเด็กสองคนนี้แล้ว ความเกลียดชังนั้นก็ไม่สามารถระบายออกมาได้แล้ว
อีกอย่าง ผู้เฒ่าหลินก็รู้ดีว่า เซี่ยเฉียวพูดเพื่อให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นเท่านั้น
ตระกูลหลินของเขาเป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่มีทั้งตำแหน่งราชการและเงินทอง หากเขามีความบาดหมางกับเซี่ยหนิวซาน แล้วจะเป็นอย่างไร
แก้แค้น? ไม่อยากให้ลูกหลานทั้งหมดของบ้านนี้มีชีวิตอยู่แล้วหรือ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ผู้เฒ่าหลินก็เอ่ย “แม่หนูใหญ่ เจ้าดูแลพวกเราเป็นอย่างดีในช่วงเวลานี้ ทั้งยังปล่อยให้ไหวเอ๋อร์และซีเอ๋อร์ไปมาหาสู่กับครอบครัวของเรามากขึ้น แต่หลังจากนี้…ด้วยอารมณ์ของบิดาเจ้าก็ไม่รู้ว่าเขาจะยอมรับพวกเราได้หรือไม่…ถึงตอนนี้ข้าจะมีความเกลียดชังอยู่ในใจบ้าง แต่ความเกลียดชังนั้นก็เทียบไม่ได้กับความกังวลเลย”
เทียบกับการได้บั่นคอเซี่ยหนิวซานแล้ว ตอนนี้เขากังวลมากกว่าว่าเซี่ยหนิวซานจะดูถูกตระกูลหลิน และไม่ยอมให้เด็กทั้งสองไปมาหาสู่กับตระกูลหลิน
“น้องชายและน้องสาวของข้าโตแล้ว การแสดงความกตัญญูต่อผู้อาวุโสหรือการไปมาหาสู่กับลูกพี่ลูกน้องเป็นเรื่องของพวกเขาเอง ตอนนี้ข้าไม่สามารถเข้าไปยุ่งวุ่นวายได้ ท่านพ่อของข้าก็ทำไม่ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เซี่ยผิงกั่งที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าน้อยๆ
เขาในเวลานี้พูดน้อยอย่างยิ่ง
ส่วนใหญ่เป็นเพราะกลัวว่าเมื่อตนเองเอ่ยปากพูดจะทำให้คนอื่นตกใจกลัว
เมื่อเซี่ยเฉียวพูดจบ คนตระกูลหลินก็อดที่จะเหลือบมองเซี่ยผิงไหวไม่ได้
เซี่ยซียังดีหน่อย นางชอบอยู่ที่บ้านตระกูลหลินเป็นพิเศษ ตอนที่นางอยู่บ้านตระกูลหลิน ทุกคนจะดูแลนาง เอาใจใส่นาง และมักจะแวะเวียนเข้าไปพูดคุยอะไรกับนางอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทำให้นางดูมีชีวิตชีวาขณะที่อยู่บ้านตระกูลหลินมากกว่าเวลาอยู่ที่อื่นมาก
แต่เซี่ยผิงไหวแตกต่างออกไป เขาแสดงท่าทางอึดอัดใจอยู่เสมอ
เวลานั้นเซี่ยผิงไหวรู้สึกถึงสายตาของคนอื่น เขาเบ้ปากทันที “มองข้าทำไม ท่านไม่ใช่ท่านตาของข้าหรือ หากท่านแม่ของข้ายังมีชีวิตอยู่ก็คงจะละเลยเรื่องของท่านไม่ได้ ตอนนี้ท่านแม่ของข้าไม่อยู่แล้ว ข้าก็จะทนลำบากใจนิดหน่อย…ไปบ้านพวกท่านให้มากขึ้น…”
เซี่ยผิงกั่งแทบอยากจะปล่อยมัดออกไปทันที
อยากไปบ้านตระกูลหลินก็พูดจาให้มันดีๆ ไม่ได้?! ท่าทีประชดประชัดนี้สมควรโดนอัดสักที!
เมื่อถูกเซี่ยผิงกั่งขึงตาใส่ เซี่ยผิงไหวก็หดคอด้วยความตกใจ จากนั้นเขาก็เดินไปหลบข้างหลังหลินหยาเซียงทันที “นั่น…ท่านป้าดูพี่ชายใหญ่ของข้าสิ เขากำลังแยกเขี้ยวใส่ข้า…”
หาที่พึ่ง
“เขาเป็นพี่ชายใหญ่ของเจ้า เจ้าจะกลัวเขาไปทำไม” หลินหยาเซียงมองเซี่ยผิงไหวอย่างเอ็นดู “หรือว่าเจ้าสู้เขาไม่ได้”
“…” เซี่ยผิงไหวพยักหน้าน้อยๆ
“เจ้าอายุนังน้อย ตอนนี้ยังสู้เขาไม่ได้ก็เป็นเรื่องธรรมดา เจ้าเก่งเรื่องศิลปะการต่อสู้ บางทีวันหนึ่งไม่แน่เจ้าอาจจะล้มพี่ชายใหญ่ของเจ้าได้” หลินหยาเซียงยิ้มเล็กน้อย
“นั่นเป็นไปไม่ได้!” เซี่ยผิงไหวส่ายศีรษะทันที
ท่านป้าคนนี้อะไรก็ดีไปหมด เสียแต่นางเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างหน้ามืดตามัวจริงๆ!
พี่ชายใหญ่ของเขาบึกบึนอย่างกับวัว เขาจะสู้ได้อย่างไรเล่า
แค่พี่ชายใหญ่ยกมือขึ้นก็สามารถหิ้วคอเขาไปโยนทิ้งได้แล้ว การต่อสู้กับเขาก็เหมือนเอาไข่ไปกระทบหิน!
“เหตุใดเจ้าจึงไม่มั่นใจในตัวเองได้ขนาดนี้ เจ้าไม่อยากเห็นหรือว่าหากพี่ชายใหญ่พ่ายแพ้ต่อเจ้าจะเป็นอย่างไร” คำพูดของหลินหยาเซียงค่อนข้างขาดศีลธรรม ราวกับนางมองไม่เห็นเซี่ยผิงกั่งเลยกระนั้น “เจ้ากับพี่ชายใหญ่ของเจ้ามีท่านพ่อคนเดียวกัน เจ้าดูพี่หญิงใหญ่ของเจ้าสิ หน้าตาของนางงดงามหาใดเทียบ เห็นได้ว่าท่านแม่ของพี่ชายใหญ่เจ้าจะต้องมีความงดงามด้วยเช่นกัน ดังนั้นพี่ชายใหญ่ของเจ้าจะต้องสืบทอดจุดเด่นของท่านพ่อเจ้ามาโดยสมบูรณ์ ส่วนเจ้า…ก็เกิดมาจากท่านพ่อของเจ้าด้วยเหมือนกัน แล้วจะต่างกันตรงไหน”
ตอนที่ 524 รักใคร่เอ็นดูเขา
หลินหยาเซียงยกยอเซี่ยผิงไหว
เซี่ยผิงไหวลังเลเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องนี้ แต่เขาก็อดที่จะจินตนาการไม่ได้ว่า การล้มพี่ชายใหญ่ของเขาด้วยมือของตนเองจะเป็นอย่างไร
ความคิดนี้ทำให้เขาตื่นเต้นมาก
เซี่ยผิงกั่งเพียงแต่พ่นลมออกมาอย่างเย็นชา แต่ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าหลินหยาเซียงเป็นคนฉลาดจริงๆ อย่ามองว่าแต่ละคำพูดของนางนั้นล้วนล่วงเกินพี่ชายใหญ่ แต่ในความเป็นจริงแล้วนางมองออกว่าเขาเข้มงวดเพราะอยากเห็นเซี่ยผิงไหวได้ดี และมองออกว่าเซี่ยผิงไหวชอบไม้อ่อนไม่ชอบไม้แข็ง
สร้างภาพฝันให้เขา แล้วก็ให้กำลังใจ มองดูเขาด้วยสายตาเชื่อมั่นและคาดหวัง ท่าทางเช่นนี้ทำให้เซี่ยผิงไหวปฏิเสธไม่ได้เลย
“ท่านพูดมีเหตุผลมาก” เซี่ยผิงไหวพยักหน้าเห็นด้วยกับนาง
เขากับพี่ชายใหญ่มีพ่อคนเดียวกัน ตอนนี้เขาอายุยังน้อยจึงมีผอมบางและตัวเล็กกว่าพี่ชายใหญ่อยู่บ้าง แต่หากเขาโตขึ้นอีกหน่อยนั่นก็ไม่แน่!
เขาจำได้ว่าพี่ชายใหญ่ก็เพิ่งจะมาสูงพรวดพราดเอาตอนอายุสิบหกสิบเจ็ดปีนี่เอง ไม่แน่…
เขาอาจจะสูงกว่าพี่ชายใหญ่ก็ได้!
“หลายปีมานี้ข้าทำคลอดให้คนอื่นจึงได้เห็นเด็กมาไม่น้อย หากจะให้พูดเรื่องพรสวรรค์ในการเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ ผิงไหวของเรานับเป็นหนึ่งในพัน หากวันใดวันหนึ่งเจ้าได้เป็นแม่ทัพใหญ่ จะต้องมีบารมีน่าเกรงขาม สั่นสะเทือนไปทั่วทุกทิศ ท่านแม่ของเจ้าที่อยู่บนสวรรค์จะต้องปลาบปลื้มยินดีมากๆ แน่ และหากตำแหน่งราชการของเจ้าสูงกว่าพี่ชายใหญ่ของเจ้าอีก เช่นนั้นแล้วต่อไป…ทุกคนในบ้านนี้ก็ต้องเชื่อฟังเจ้าไม่ใช่หรือ” หลินหยาเซียงพูดจบ แล้วก็รู้สึกมีความสุขมาก
ราวกับนางได้เห็นเซี่ยผิงไหวมีอนาคตอันสดใสแล้วกระนั้น
“ท่านป้าก็โม้เก่งเกินไปแล้ว ท่านดูสิว่าตอนนี้ข้าตัวเล็กแค่นี้เองจะไปเป็นแม่ทัพใหญ่? นั่นยังเร็วไปมาก ทว่าแม้จะเป็นแม่ทัพใหญ่ไม่ได้ แต่พอข้าโตขึ้นถึงอย่างไรก็ต้องมีตำแหน่งราชการสักตำแหน่งล่ะนะ? หากเขาทำได้ดี…ก็พอที่จะเอาชนะพี่ชายใหญ่ได้” เซี่ยผิงไหวคิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกโล่งใจ
การเป็นขุนนางไม่ได้อาศัยว่าใครหมัดใหญ่กว่าแล้วจะชนะนี่!
พี่ชายใหญ่มีอะไรเล่า เขาไม่มีคนสนับสนุนสักหน่อย
แต่เขาไม่เหมือนกัน เขามีเซียวอวี้หรงเป็นอาจารย์!
ตอนนี้ในสำนักศึกษา อาจารย์มากมายที่เห็นเขาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะประเมินเขาสูงขึ้นเล็กน้อย!
เซี่ยผิงไหวรู้สึกได้ใจเล็กน้อย กระทั่งมีความกล้าที่จะทำหน้าทะเล้นใส่เซี่ยผิงกั่งเลยทีเดียว
“ป้าเชื่อเจ้า” หลินหยาเซียงเอ่ยยิ้มๆ หลังจากที่นางพูดจบก็หันไปถามเซี่ยผิงกั่ง “ไม่ทราบว่าคุณชายใหญ่มีอาจารย์บู๊ที่เหมาะสมแนะนำบ้างหรือไม่ ท่านดูสิ เด็กคนนี้มีความทะเยอะทะยานถึงขนาดนี้ ช่างวิเศษจริงๆ ตระกูลหลินของพวกเราเป็นแค่ชาวนาธรรมดาๆ จึงไม่รู้จักอาจารย์ที่สอนศิลปะการต่อสู้คนไหนเลย อย่าได้ทำให้เขาเสียเวลาเปล่าเลย แม้ว่าที่สำนักศึกษาจะมีอาจารย์สอน แต่ระยะเวลาที่สอนก็สั้นมาก ข้าว่าจำเป็นจะต้องเชิญอาจารย์มาสอนที่บ้านอีกสักคนหนึ่งด้วยจะดีกว่า”
“…” เซี่ยผิงไหวตกตะลึงไปทันที “ข้าไม่ต้องการอาจารย์สอนบู๊!”
การเรียนศิลปะป้องกันตัวมันเหนื่อยมากนะ!
หลินหยาเซียงรู้สึกประหลาดใจ “ทำไมเล่า หรือว่า…ที่เจ้าพูดเมื่อครู่นี้…เจ้าโกหกป้าอย่างนั้นหรือ”
หลินหยาเซียงดูเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง ทั้งๆ ที่นางเป็นคนสดใสเบิกบาน แต่เวลานี้นางต้องแสร้งทำเป็นอ่อนแอถูกทำร้าย นางกุมหน้าอกตนเองไว้ราวกับได้รับการกระทบกระเทือน
เซี่ยเฉียวเห็นการแสดงนี้แล้วก็ไม่กล้าที่จะมองอีก
น่ากลัวแปลกๆ
เซี่ยผิงไหวร้ายกาจจริงๆ เปลี่ยนอารมณ์ร้อนแรงของท่านป้าหลินให้เป็นกลายเป็นแม่ที่ละเอียดอ่อนได้ด้วย!
เซี่ยผิงไหวทำตัวไม่ถูกแล้ว
เขากลัวท่านป้าหลินที่เป็นแบบนี้ที่สุด
ถึงอย่างไรท่านป้าก็ดีกับเขามาก เขาอยากกินอะไรนางก็ลงมือเข้าครัวทำให้กินด้วยตัวเอง เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่นางก็เป็นคนเย็บให้เองกับมือ ต่อให้เป็นหลูซื่อ…ก็ไม่เคยทำดีกับเขาอย่างนี้
เซี่ยผิงไหวไม่ใช่คนที่ไม่รู้อะไรดีอะไรชั่ว เขาเองก็รู้ แม้ว่าหลูซื่อจะรักใคร่เอ็นดูเขา แต่นอกจากให้เงินแล้วนางไม่เคยสนใจเรื่องอื่นเลย ไม่ว่าเขาจะหนาวหรือหิวหลูซื่อก็ไม่เคยถามไถ่
ไม่เหมือนท่านป้าที่รักใครเอ็นดูเขาเหมือนแม่แท้ๆ