ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 515 เป็นหนึ่งไม่มีสอง / ตอนที่ 516 เสียมารยาท
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 515 เป็นหนึ่งไม่มีสอง / ตอนที่ 516 เสียมารยาท
ตอนที่ 515 เป็นหนึ่งไม่มีสอง / ตอนที่ 516 เสียมารยาท
ตอนที่ 515 เป็นหนึ่งไม่มีสอง
เมื่อพลังชั่วร้ายในตัวหลี่ชิงอวี๋สลายไป เซี่ยเฉียวก็ทำงานง่ายขึ้น นางยกกระดิ่งทองแดงขึ้นมา เป่ายันต์ที่อยู่ในมือไปทางวิญญาณแค้นตนนั้นเพื่อเก็บวิญญาณของนางทันที
หลังจากที่วิญญาณแค้นหายไป แววตาของหลี่ชิงอวี๋ก็แข็งค้างไปครู่หนึ่ง
เขาดูเหม่อลอยเล็กน้อย
และเป็นลมหมดสติไปอย่างกะทันหัน
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าตกอกตกใจอย่างยิ่ง เขารีบหันไปมองเซี่ยเฉียวทันที นางจึงเอ่ยปลอบใจเขาว่า “ไม่ต้องร้อนใจไป ดวงจิตไม่มั่นคง ได้พักฟื้นบำรุงหน่อยก็จะดีขึ้นเอง”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็หยิบยันต์ออกมาแผ่นหนึ่ง แล้วยัดลงไปในเสื้อผ้าของหลี่ชิงอวี๋
ราชครูหลี่ผู้เฒ่ารีบเรียกคนเข้ามาช่วยพยุงหลี่ชิงอวี๋เข้าไปในห้องทันที
เซี่ยเฉียวและจ้าวเสวียนจิ่งเดินตามกันเข้าไปนั่งในห้องโถง
เมื่อครู่เซี่ยเฉียวพูดไปไม่น้อย ปากคอแห้งผาก นางจึงดื่มน้ำชาไม่หยุด อาการของหลี่ชิงอวี๋ยังไม่คงที่ นางจึงไม่สามารถรีบร้อนจากไปได้ นอกจากนั้น นางยังต้องเดินดูรอบๆ บ้านตระกูลหลี่ให้ละเอียดถี่ถ้วนอีกที
“ช่วงหลังมานี้ที่ข้าได้พบฝ่าบาท ดูเหมือนว่ารอบกายของท่านจะไม่มีวิญญาณอะไรอีกแล้วนะ…” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “ลูกไม้นั้นของท่านก่อนหน้านี้ยังใช้ได้ผล?”
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มกริ่มทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ลูกไม้ไหนก่อนหน้านี้”
“ก็ที่ท่านหยิบเอาเรื่องลูกหลานของวิญญาณมาข่มขู่พวกเขา…” เซี่ยเฉียวพูดไปได้แค่ครึ่งทางก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนนี้นางเป็นโม่ชูเซิง!
โม่ชูเซิงนะ!
ลูกไม้นั้นเป็นเรื่องที่เขาจัดการตอนอยู่กับเซี่ยเฉียว โม่ชูเซิงไม่ควรที่จะรู้!
เซี่ยเฉียวรีบคิดหาทางลง “ข้าได้ยินคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยผู้งดงามพูดน่ะ…ข้าเพียงแต่สงสัยเท่านั้น วิญญาณพวกนี้กลับไม่กล้ามาพบข้าเช่นกัน…คิดว่า คงเป็นเพราะข้ามีความสามารถมาก พวกเขาก็เลยกลัว…”
เฮอะๆ
เซี่ยเฉียวร้อนตัวเป็นพิเศษ ร้อนตัวจนกระทั่งนางฝังหน้าลงกับถ้วยชา เอาแต่มองใบชาที่ลอยขึ้นลงในถ้วย
หากมีตัวตนมากเกินไปก็จะทำให้เกิดปัญหาได้ง่าย
โดยเฉพาะเมื่อเวลานางทำงานเหนื่อยๆ สมองเลอะเลือนไม่แจ่มใส เกือบจะทำความแตกเสียแล้ว!
“ศิษย์พี่เป็นหนึ่งไม่มีสอง แม้แต่วิญญาณแค้นก็จัดการได้ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงวิญญาณพวกนั้น ซึ่งย่อมต้องกลัวที่จะพบเจอท่านอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ” จ้าวเสวียนจิ่งพูดจาโอ้อวดสุดตัว
เป็นไปไม่ได้ที่ลูกไม้ก่อนหน้านี้จะใช้การได้ตลอดเวลา
หลายวันก่อน เขาไปที่วัดอวี้ซวีเพื่อไปขอน้ำตาวัวกับกระดาษยันต์มาจากปรมาจารย์ผู้หนึ่ง จนได้เห็นวิญญาณพวกนั้น
เขาจึงคัดเลือกวิญญาณที่ร้ายกาจจำนวนหนึ่งจากบรรดาทั้งหมดเพื่อเลี้ยงดูโดยกำหนดกฎกติกาบางอย่างไว้
ก็แค่วิญญาณเท่านั้น ตอนที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ก็เป็นคนของเฉียนหยวน
เมื่อตายไปแล้วจะต่างอะไร ก็แค่องครักษ์ที่มองไม่เห็นเพิ่มขึ้นมาจำนวนหนึ่งเท่านั้น
เขาเลือกคนที่มีความสามารถไม่เลวไว้ไม่กี่คนให้คอยคุ้มครองข้างกายเขา เพื่อกันไม่ให้วิญญาณตนอื่นๆ เข้ามาใกล้เขามั่วๆ ได้ หากเขาไม่ต้องการให้พวกเขาติดตามมาก็แค่บอกเท่านั้น
วิธีนี้ใช้ได้ดีไม่เลวเลยในช่วงนี้
ที่เขาไม่ให้เซี่ยเฉียวจัดการเรื่องนี้ให้…ย่อมเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้ตนเองต้องอับอายขายหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
ส่วนเซี่ยเฉียวก็รู้สึกภาคภูมิใจในตนเองเล็กน้อยในเวลานี้เมื่อได้รับคำเยินยอจากรัชทายาท
นางมองเขาด้วยสีหน้าสงบและมีเมตตา “ศิษย์น้องสบายใจได้ เมื่อท่านได้มารู้จักกับข้าและแม่นางเซี่ยผู้วิเศษทั้งสองนี้แล้ว ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ของท่านนั้นย่อมแก้ไขได้ในไม่ช้าก็เร็ว”
คนอื่นย่อมไม่รู้ความสามารถของตัวตนนี้ของเซี่ยเฉียว แต่รัชทายาทรู้ตั้งนานแล้ว
“ทั้งหมดที่ศิษย์พี่พูดล้วนถูกต้อง” จ้าวเสวียนจิ่งอารมณ์ดีอย่างน่าประหลาดใจ
“เพียงแต่ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร มาหาราชครูหลี่ผู้เฒ่าด้วยเรื่องอันใดหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามอีก
“ข้าก็มาหาท่านน่ะสิ ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกศิษย์พี่แล้วไม่ใช่หรือว่า พวกเราจะพบกันเป็นครั้งคราวเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ต่อไปจะได้…”
จ้าวเสวียนจิ่งหยุดพูดเล็กน้อย เซี่ยเฉียวแค่นเสียงเยาะพลางจ้องหน้าเขา “อายุยังน้อยไม่รู้จักรักดี เจ้าดูสิว่าศิษย์พี่อย่างข้าอายุเท่าไรเข้าไปแล้ว เป็นน้าของเจ้าก็ยังได้! หากข้าแต่งงานตั้งแต่ตอนอายุสิบหกสิบเจ็ด ตอนนี้ก็คงมีลูกหลานเต็มบ้าน! เจ้าอย่าได้เหลวไหลไร้สาระ”
จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็ทำท่าทางราวกับผู้อาวุโสขึ้นมา นางเหมือนกับสุราร้อนแรงสักกาหนึ่งที่ขึ้นสมองจ้าวเสวียนจิ่งอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา
ตอนที่ 516 เสียมารยาท
เซี่ยเฉียวยังคงมีสีหน้าจริงจัง ใบหน้าน้อยๆ เคร่งขรึม
จ้าวเสวียนจิ่งถอนหายใจเบาๆ เขามองนางก่อนจะเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “ศิษย์พี่ไม่ยินยอมจริงๆ หรือ พอจะบอกศิษย์น้องได้หรือไม่ว่า ศิษย์น้องไม่ดีตรงไหน”
“ศิษย์น้องดีมาก หากข้าอายุน้อยกว่านี้สักยี่สิบปีย่อมสามารถที่จะชอบพอกันได้ แต่ว่า…วันเวลาไม่อาจย้อนกลับมาได้…” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวไพเราะและน่าฟังจริงๆ
“อ้อ?” จ้าวเสวียนจิ่งเลิกคิ้วและแย้มยิ้มทันที มุมปากของเขาแฝงแววขบขันเล็กน้อย “ศิษย์พี่พูดถูกแล้ว อ่านหนังสือสิบปีก็ไม่สู้ได้ฟังประโยคเดียวจากผู้รู้แจ้ง ข้าเองก็รู้สึกว่าการพยายามทำตามคำฝากฝังของอาจารย์ของข้าก่อนหน้านี้ออกจะผิดปกติไปหน่อย…”
“ถูกต้อง!” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พี่สาวคนโตก็เหมือนกับแม่ ไม่สู้ศิษย์พี่ช่วยข้าจับคู่กับแม่นางเซี่ยดีกว่าหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยปากอีก
“!!!” เซี่ยเฉียวสูดลมหายใจเข้าหนึ่งทีก่อนจะเงยหน้าขึ้นขึงตาใส่เขา
ยังมีความละอายอยู่บ้างไหมนี่ เมื่อครู่เขาเพิ่งจะถูกนางปฏิเสธไป พริบตาเดียวก็จะให้นางจับคู่เขากับคนอื่นอีกแล้ว?! ยังเป็นคนอยู่ไหมเนี่ย!
ไม่ ไม่ถูกสิ…
รัชทายาทไม่ใช่คนที่จะเปลี่ยนใจง่ายๆ แบบนี้นี่…
หรือว่า…
เซี่ยเฉียวรีบลูบหน้าลูบตาของตัวเองทันที
ผิวปลอมยังอยู่ เครื่องแต่งหน้าก็ไม่ได้แตกออก รัชทายาทก็ไม่น่าที่จะจำนางได้สิ
เมื่อเมื่อนางมานั่งนึกดูดีๆ ท่าทีที่รัชทายาทปฏิบัติต่อนางช่วงนี้ก็ดูแปลกๆ เหลือเกิน
ขณะนั้น เซี่ยเฉียวรู้สึกร้อนตัวและกังวล สีหน้าของนางเคร่งขรึมยิ่งกว่าตอนเห็นวิญญาณเสียอีก นางขมวดคิ้วมุ่นราวกับเจอปัญหาอะไรร้ายแรงเข้าแล้วกระนั้น
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าเพิ่งกลับออกมาจากห้องของหลานชายตนเอง เมื่อเขามองเห็นท่าทางของทุกข์ทรมานขมขื่นเช่นนั้นของปรมาจารย์โม่ก็ตกใจทันที “ท่านปรมาจารย์ หลานชายของข้าไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่!”
เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะ
หลี่ชิงอวี๋ไม่เป็นอะไรหรอก นางต่างหากที่เป็น!
ราชครูผู้เฒ่าถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่านี่สิจึงจะเป็นการแสดงออกของคนทั่วไปที่เห็นโม่ชูเซิง ไม่เหมือนกับรัชทายาทที่ชอบพูดจาอะไรแปลกๆ ราวกับจงใจหยอกล้อนางกระนั้น…
จงใจ…จงใจ!?
แววตาฉ่ำน้ำของเซี่ยเฉียวเหลือบมองจ้าวเสวียนจิ่ง นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ย “ท่าน…รู้เรื่องอะไรที่ไม่ควรรู้แล้วใช่หรือไม่” ไอรีนโนเวล
ราชครูผู้เฒ่างุนงง
“ศิษย์พี่มีความลับอะไรหรือ ลองพูดมาสิ” จ้าวเสวียนจิ่งยังคงสงบนิ่ง
เซี่ยเฉียวคาดเดาในใจ แต่ก็กลัวว่าตนเองจะคิดผิด และเพื่อไม่ให้เป็นการเปิดเผยตัวเองออกมาก่อน นางจึงเอ่ย “ไม่ว่าศิษย์น้องจะรู้อะไรมา ก็ห้ามบอกคนอื่น เจ้าก็รู้ดีอยู่แล้วว่า ข้าเป็นคนมีความสามารถมาก คนที่รู้เยอะก็มักจะตายเร็ว”
“…” ยังจะขู่อีก
ท่าทางเกรี้ยวกราดของนางนี้กลับดูเหมือนลูกแกะตัวน้อยเสียมากกว่า
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าตัวสั่นเทาขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของปรมาจารย์โม่ น้าหญิงของรัชทายาทก็เป็นลูกสะใภ้ของเขา หากนับไปแล้ว เขาก็ถือว่าเป็นผู้อาวุโส แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับรัชทายาท ไม่ว่าเขาจะอาวุโสแค่ไหน เขาก็ต้องก้มศีรษะให้ด้วยความเคารพ
แต่ปรมาจารย์โม่ที่อยู่ตรงหน้าช่างเป็นผู้วิเศษที่ใจกล้าเสียจริง ถึงกลับกล้าข่มขู่รัชทายาท
ถึงกระนั้น รัชทายาทกลับดูเหมือนมีความสุขมากเสียอีก…
นี่เขาเห็นผีแล้วใช่ไหมนี่
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าลอบสังเกตปฏิกิริยาของปรมาจารย์โม่และรัชทายาท เวลานี้เขาก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปดี หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็หาเรื่องในราชสำนักมาพูดคุยกับรัชทายาทได้
หลังจากสนทนาทกันไปได้สักหนึ่งชั่วยาม ราชครูหลี่ผู้เฒ่าก็ให้ยกอาหารเข้ามา
หลี่ชิงอวี๋ก็ฟื้นขึ้นมาหลังจากมื้ออาหารผ่านไปไม่นาน
ทั้งสามจึงพากันไปดูเขา
หลี่ชิงอวี๋รู้สึกราวกับว่าเขาอยู่ในฝันที่เหมือนจริงมากมาอย่างยาวนานกระนั้น หลังจากที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าความคิดของตนเองแจ่มใสขึ้นมากทีเดียว
“อวี๋เอ๋อร์?!” ราชครูผู้เฒ่าร้องตะโกนออกมาด้วยความห่วงใย
หลี่ชิงอวี๋รีบลุกขึ้นทันที “ท่านปู่”
เมื่อราชครูหลี่ผู้เฒ่าเห็นท่าทางเช่นนั้นของเขาก็ตกตะลึงไปในทันที “ดี ฟื้นมาแล้วก็ดีแล้ว…เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าเมื่อครู่นี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
เมื่อครู่นี้?
หลี่ชิงอวี๋ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หันไปมองเซี่ยเฉียวและขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณ “หมอผี…ปรมาจารย์โม่? ข้าหมดสติไปได้อย่างไร”
พอเขาพูดจบก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
เขาเป็นอะไรไป
เมื่อครู่เขากลับคิดที่จะด่าคน! เกือบจะทำเสียมารยาทต่อหน้าท่านปู่เสียแล้ว!