ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 453 เข้าใจผิดแล้ว / ตอนที่ 454 รู้หน้าไม่รู้ใจ
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 453 เข้าใจผิดแล้ว / ตอนที่ 454 รู้หน้าไม่รู้ใจ
ตอนที่ 453 เข้าใจผิดแล้ว / ตอนที่ 454 รู้หน้าไม่รู้ใจ
ตอนที่ 453 เข้าใจผิดแล้ว
เดิมทีเขาก็มีเจตนาเช่นนี้
เซี่ยผิงกั่งท่าทางอย่างกับหมีเช่นนั้น ทำให้เขาคิดว่าเซี่ยผิงกั่งจะต้องมากรักและโลภในทรัพย์สินเงินทอง เขาจึงได้ส่งผู้หญิงไปให้ เพื่อที่จะได้สืบเรื่องของคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยด้วย ถ้าหากนางไม่เลวจริงๆ เขาก็จะได้ทูลขอเสด็จพ่อให้พระราชทานสมรสให้
แต่เขานึกไม่ถึงเลยว่าเซี่ยผิงกั่งจะส่งคนไปให้รัชทายาท
ทั้งที่สาวงามอยู่ข้างกายแท้ๆ เจ้าโง่นั่นยังไม่สนใจ กลับส่งไปให้รัชทายาทแทน รัชทายาทต้องการผู้หญิงแบบไหนมีหรือที่จะหาไม่ได้ ไหนเลยจะอยากได้ผู้หญิงที่เขาส่งไป!
“เจ้า…ถูกใจคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย?” หนิงเป่ยอ๋องรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
เขานึกว่าลูกชายของเขาจะมีสายตาที่ยอดเยี่ยมเสียอีก คิดว่าเขาจะหมายตาบุตรสาวภรรยาเอกของบ้านขุนนางชั้นสูงเสียอีก นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นหญิงสาวจากบ้านของเซี่ยหนิวซาน
ไม่ใช่ว่าเซี่ยหนิวซานไม่ดี เป็นเพียงว่าคนนี้ค่อนข้างหยาบ และตระกูลขุนนางในเมืองหลวงส่วนใหญ่ก็ดูถูกเขา
หนิงเป่ยอ๋องคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เมื่อเร็วๆ นี้ข้าก็ได้ยินมาว่าลูกสาวของตระกูลเซี่ยฉลาดมาก แต่ก็ได้ยินมาเช่นกันว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ค่อยแข็งแรง แม้ว่าเซี่ยผิงกั่งจะเป็นคนหยาบคาย แต่เขาก็รักและเอ็นดูน้องสาวของตนเอง เช่นนั้นแล้วจึงต้องแต่งนางเป็นภรรยาที่ถูกต้องและดำเนินการตามหลักสามหนังสือหกพิธีการให้ครบถ้วนด้วยเท่านั้น”
“ลูกเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวซวีจือรีบพยักหน้า “เพียงแต่ลูกแค่เห็นนางจากที่ไกลๆ เท่านั้น นางไม่ได้รู้จักลูกเลยสักนิด ลูกจึง…คิดที่จะไปสอนหนังสือที่สำนักศึกษา…”
“ในสำนักศึกษาหลวงชายหญิงไม่ได้รับอนุญาตให้สื่อสารกันในที่ลับตาคน และไม่สามารถตัดสินใจเรื่องการแต่งงานด้วยตัวเองได้ หากเจ้าคิดจะไปจริงๆ ก็ต้องประพฤติตัวให้เหมาะสม อย่าได้ทำอะไรที่เป็นการเกินเลยไปแม้แต่น้อย อีกอย่าง…” หนิงเป่ยอ๋องมองดูลูกชายตนเอง “ถึงแม้ว่าฝ่าบาทจะชมเชยความสามารถของเจ้าหลายต่อหลายครั้ง แต่ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้าก็อายุน้อย แม้เจ้าจะไปสอนก็คงจะสอนได้แค่เรื่องภาพวาดและการประดิษฐ์ตัวอักษรพวกนั้น เรื่องอื่นๆ นั้น…ลืมไปได้เลย”
เขารู้ว่าความสามารถของลูกชายตนเองดี ตอนที่เขายังเป็นเด็กก็นับได้ว่าฉลาดและขยันขันแข็ง
อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับปัญญาและความสามารถในการเรียนรู้อันรวดเร็วของรัชทายาทแล้ว เขายังห่างชั้นมากเหลือเกิน
เมื่อรัชทายาทยังเป็นเด็ก อะไรแค่ได้ผ่านตาเขาก็แทบจะจำได้ไม่ลืม ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยนิ่งนอนใจทะนงตนในความสามารถของตนเอง เขายังเคยได้ยินคำพูดของพระอาจารย์ในตอนนั้นว่าทุกวัน รัชทายาทจะตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เขาไม่เคยละเลยการอ่านเขียนและฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ สติปัญญาของเขาหาได้ยากยิ่งบนโลกใบนี้
ส่วนลูกชายของเขาก็แค่เก่งกว่าคนทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในวัยเช่นเขา หากคิดจะเป็นอาจารย์สั่งสอนชี้แนะคนอื่นจริงๆ ยังถือว่าวัยวุฒิไม่พอ
จ้าวซวีจือไม่ชอบที่จะได้ยินเรื่องนี้ ราวกับว่าเขาไร้ประโยชน์จริงๆ กระนั้น
แต่เขากลับต้องพยักหน้าอย่างไม่มีทางเลือก “เสด็จพ่อไม่ต้องกังวล ลูกเองก็รู้ว่าลูกชำนาญเรื่องอะไร”
“ต่อให้เจ้าพอใจแม่นางเซี่ยนั่นแค่ไหนก็ไม่ควรที่จะใช้วิธีเช่นนี้ หากเจ้าเซี่ยผิงกั่งนั่นยอมให้น้องสาวของตนเองแต่งงานกับเจ้าเพราะผู้หญิงสองคนนั่น ในใจเจ้าจะรู้สึกดีหรือ” หนิงเป่ยอ๋องก็ยังคงไม่พอใจนัก
ลูกชายของเขาคิดจะแต่งงานนับเป็นเรื่องดี แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่ลูกชายของตนเองทำลงไป เขาก็อดกังวลใจไม่ได้
“ลูกสำนึกผิดแล้ว” จ้าวซวีจือยังคงคุกเข่าอยู่
“เจ้าบาดเจ็บได้อย่างไร” หนิงเป่ยอ๋องเปลื่ยนเรื่อง
จ้าวซวีจือนิ่งไปครู่หนึ่ง “เป็นรัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ ข้าว่าเขาคงเข้าใจผิด คิดว่าข้าคิดจะซื้อตัวเซี่ยผิงกั่งเพื่อสืบการเคลื่อนไหวของเขา…”
“รัชทายาทไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยเช่นนั้น ข้าว่าเขาแค่เห็นว่าเรื่องที่เจ้าทำลงไปไม่ค่อยจะเหมาะสม จึงคิดที่จะสั่งสอนเจ้าเสียหน่อย ต่อไปเจ้าก็ระวังไว้บ้างก็แล้วกัน” หนิงเป่ยอ๋องไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่รัชทายาททำลงไปนั้นไม่ถูกต้อง
แม้การส่งผู้หญิงไปให้ขุนนางจะทำกันไม่น้อยก็จริง แต่เชื้อพระวงศ์ไม่ค่อยชอบใจการกระทำเช่นนี้เท่าใดนัก
ผู้หญิง…อ่อนแอ แต่เรื่องที่พวกนางทำได้กลับมีมากนัก
อีกอย่างซวีจือเองก็ไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้มาก่อน จู่ๆ ก็มีพฤติกรรมเช่นนี้ราวกับว่าเขาเดินผิดทาง มิน่าแปลกใจที่รัชทายาทจะสั่งสอนเขา
ตอนที่ 454 รู้หน้าไม่รู้ใจ
จ้าวซวีจือไม่แปลกใจในท่าทีของหนิงเป่ยอ๋อง จิตใจของเขาเย็นลงตั้งนานแล้ว เพียงแต่เขารู้สึกว่าตนเองนั้นไม่สำคัญพอ เสด็จพ่อของเขาจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่เขาถูกทุบตี
ส่วนผู้หญิงสองคนนั้น หนิงเป่ยอ๋องส่งคนไล่พวกนางออกไปแล้ว
ในวันเดียวกันนั้นเองหนิงเป่ยอ๋องได้ใช้เส้นสายที่ตนเองมีส่งจ้าวซวีจือไปสำนักศึกษา
ไม่ใช่ว่าหนิงเป่ยอ๋องไม่สนใจบาดแผลบนใบหน้าของจ้าวซวีจือ แต่การเข้าสำนักศึกษาหลวงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์หรืออาจารย์ก็ตาม
ลูกชายของเขาอายุยังน้อย เมื่อคิดที่จะเป็นอาจารย์จึงค่อนข้างยากเล็กน้อย ตอนนี้เพิ่งจะผ่านช่วงปีใหม่มาได้ไม่นาน โอกาสที่สำนักศึกษาจะมีตำแหน่งว่างจึงมีมากขึ้น
เนื่องจากลูกชายเขาต้องการทำความรู้จักกับหญิงสาวผู้นั้น ทั้งยังยากที่จะมีตำแหน่งว่าง เขาจึงต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว
ส่วนเรื่องใบหน้านั้น…
ในจวนของเขายังมียารักษาบาดแผลดีๆ อยู่มากมาย ซึ่งน่าจะช่วยให้เขาหายดีได้ภายในเวลาไม่กี่วัน
หลังจากทำเรื่องเสร็จแล้วเรียบร้อย จ้าวซวีจือก็สามารถไปรายงานตัวที่สำนักศึกษาได้ทันทีในช่วงบ่าย
จ้าวซวีจือสวมหน้ากากสีเงินไว้ ซึ่งมันทำให้เขาดูลึกลับขึ้นเล็กน้อย หลังจากพักผ่อนมาทั้งช่วงเช้า หลังของเขาก็พอที่จะฝืนยืดให้ตรงได้แล้ว และการปรากฏตัวของเขาในสำนักศึกษาก็ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวมากมายในทันที
ในสำนักศึกษามีคนเก่งมีอยู่ทุกที่
แต่ในด้านรูปลักษณ์รัชทายาทนั้นดูดีที่สุด เมื่อเทียบกับรัชทายาทแล้วหน้าตาของคนอื่นก็ถือว่ายังด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในบรรดาตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวง คนที่รูปร่างหน้าตาดูจะสูสีกับรัชทายาทก็คือบุตรชายคนโตของหนิงเป่ยอ๋องนั่นเอง
บัดนี้คนคนนี้มาถึงเมืองหลวงแล้ว และกลายมาเป็นอาจารย์สอนวาดภาพและการประดิษฐ์อักษร
เพียงแต่ทุกคนต่างก็งงงวยว่า ในเมื่อหน้าตาของเขาดูดีมากเช่นนี้ เหตุใดจึงต้องปิดบังหลบซ่อนเอาไว้ด้วย
“หลายปีก่อน ทุกคนต่างก็เรียกเขาว่าท่านอ๋องน้อย ตอนนี้แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ท่านอ๋องน้อยแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็คงจะได้เป็นจวิ้นอ๋องในไม่ช้าก็เร็ว ฐานะของเขาสูงส่งนัก รูปร่างหน้าตาก็ดี นิสัยก็ดี อ่อนโยน ใจกว้าง ไม่เคยสร้างความลำบากให้ใคร กลับนึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่รับตำแหน่งราชการ แต่มาสอนหนังสือที่สำนักศึกษาของเราแทน” ฉินหลิวตื่นเต้นดีใจอย่างยิ่ง สายตาของนางเป็นประกาย
เซี่ยเฉียวเคยได้พบและพูดคุยกับจ้าวซวีจือผู้นี้มาก่อนแล้ว บัดนี้เมื่อเห็นท่าทางของฉินหลิวนางจึงได้เอ่ย “รู้จักหน้า ไม่รู้จักใจ เจ้าอย่าได้มองว่าเขาหน้าตาดีแล้วจะไม่มีใครเทียบได้แล้ว”
“ทำไมเล่า เขาหน้าตาดี จิตใจก็ดี ดูอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่หนิงเป่ยอ๋องพาเขากลับมาเมืองหลวง ระหว่างทางบังเอิญพบว่าชายคนหนึ่งกำลังรังแกหญิงที่มีสามีแล้วคนหนึ่งอยู่พอดี หนิงเป่ยอ๋องยังไม่ออกหน้าเลย มีแต่จ้าวซวีจือผู้นี้เท่านั้นที่ออกหน้าจัดการส่งสอนชายผู้นั้นอย่างเด็ดขาด!” ฉินหลิวยกย่องเขา
เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อย
ฟังดูก็เหมือนจะเป็นคนดี
แต่ว่า…
เซี่ยเฉียวตกใจอย่างกะทันหัน
นางหยิบบันทึกร้านค้าของผู้วายชมน์ออกมาจากกระเป๋าหนังสือ หลังจากพลิกไปพลิกมา นางก็เห็นบันทึกความปรารถนาสุดท้ายของวิญญาณตนหนึ่งที่นางเพิ่งจะจดลงไปไม่นานมานี้
เซี่ยเฉียวจดจำวิญญาณตนนั้นได้ นางเพิ่งลงทะเบียนเขาไว้เมื่อช่วงปีใหม่
วิญญาณตนนั้นดูเป็นคนมีคุณธรรม ใบหน้าเหลี่ยม แค่มีโชคไม่ดีเล็กน้อยเท่านั้น
ความรักที่ภรรยาของเขามีต่อบิดามารดาของตนเองนั้นมากเกินไป นางส่งเงินที่เดิมทีควรจะเป็นเงินค่าเล่าเรียนให้ลูกชาย ไปให้น้องชายนักพนันของนางแทน
แน่นอนว่าชายคนนั้นรู้สึกไม่สบายใจ แต่ภรรยาของเขากลับไม่สนใจ
สามีกังวลใจจึงไปหาภรรยาเพื่อคิดบัญชี
ทั้งสองทะเลาะเบาะแว้งลงไม้ลงมือกันที่ถนน ภรรยาของเขาอ่อนแอจึงทำให้หลายคนเห็นอกเห็นใจ กระทั่งมีผู้สูงศักดิ์คนหนึ่งโผล่มาออกหน้าให้ภรรยาของเขา…
ผู้สูงศักดิ์คนนั้นเรียกคนอารักขามาจับเขาขังไว้ในคุกเป็นเวลาหนึ่งเดือน
หลังจากที่เขาออกมาได้นั้นก็ถูกเพื่อนบ้านชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์ สิ่งที่เขาทำไม่ได้ผิดอะไรแต่ก็กลายเป็นคนผิดไปแล้ว
ที่สำคัญที่สุดก็คือลูกชายของชายคนนั้นเสียชีวิต
เด็กคนนั้นอายุเจ็ดขวบแล้ว เดิมทีเขาคิดว่าตนเองสามารถไปโรงเรียนได้ แต่นึกไม่ถึงว่าทั้งหมดจะกลายเป็นความวางเปล่า เมื่อมารดาไม่สนใจ และบิดาก็ติดคุก เขาถูกเพื่อนฝูงหัวเราะเยาะ จนคิดไม่ตก แล้วกระโดดบ่อน้ำตายในที่สุด
แน่นอนว่าการมีมารดาเช่นนั้น สภาพแวดล้อมในการเติบโตของเด็กคนนี้ก็คงจะไม่ได้ดีเท่าไรนัก
การกระโดดบ่อน้ำของเขาก็เป็นผลมาจากสิ่งที่สั่งสมมาเป็นเดือนเป็นปีนั่นเอง
ลูกชายของเขาเสียชีวิต และภรรยาของเขาก็อาศัยอยู่กับบิดามารดาของนางไม่ยอมกลับมา เขาไม่มีที่ที่จะระบายความคับแค้นใจ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจปาดคอฆ่าตัวตายกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน
tom110
มันด่าผีที่นางเอกช่วย
ช่างเป็นผีที่น่าสงสารทุกตัวเลย
พฤติกรรมชวีจือ ไม่ใช่คนดีเลย
ต่อไปจะร้ายกว่านี้อีกไหม
Yuki03
ผีเรื่องนี้จะน่าสงสารเกืนไปแล้วว🥲