ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1207 สูญเสียความทรงจำ / ตอนที่ 1208 ปิดบังตัวตน
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 1207 สูญเสียความทรงจำ / ตอนที่ 1208 ปิดบังตัวตน
ตอนที่ 1207 สูญเสียความทรงจำ / ตอนที่ 1208 ปิดบังตัวตน
ตอนที่ 1207 สูญเสียความทรงจำ
พอฮุ่ยไท่เฟยพูดอย่างนั้น ราชครูก็ยิ่งปวดศีรษะมากขึ้นไปอีก
และยิ่งรู้สึกอึดอัดเป็นพิเศษเมื่อสบตากับสายตาดุร้ายคู่นั้น
“ข้าพยายามรักษาใบหน้านี้ให้อ่อนเยาว์อยู่เสมอเพราะกลัวว่าท่านจะลืมหน้าข้าและลืมท่านแม่ของข้า! ท่านดูใบหน้านี้สิ มันเหมือนกับใบหน้าของท่านแม่ของข้ามากใช่หรือไม่ เดิมทีช่วงนี้ข้าก็มีริ้วรอยบ้าง แต่ข้าหลอมยาขึ้นมา มันใช้ได้ไม่เลวเลย”
“ท่านเป็นนักพรต เมื่อก่อนท่านก็ชอบออกไปทำพิธีให้คนอื่นข้างนอก ไปทีก็เป็นเวลาหลายเดือน ข้าจำได้ว่าท่านเคยบอกข้าว่า ท่านเกลียดนักพรตสายมารที่สุด แต่ตอนนี้ลูกศิษย์ของท่านและลูกสาวกลับกลายเป็นคนชั่วนั้นเสียเอง รสชาติของมันเป็นอย่างไรบ้างเล่า” ฮุยไท่เฟยหัวเราะออกมาเสียงดัง
น้ำเสียงของนางฟังดูแก่ชรา แต่ใบหน้านั้นกลับอ่อนเยาว์อย่างนั้น
ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนี้ช่างน่าขนลุกจริงๆ
ราชครูไม่ได้พูดอะไร
ฮุ่ยไท่เฟยไม่พอใจที่ไม่ได้เห็นปฏิกิริยาที่ควรจะเห็นจากสีหน้าของเขา
นางถึงกับหุบยิ้มลงทันทีและก็ขว้างสิ่งของที่อยู่ตรงหน้า
“ท่านฟังให้ดีนะ! ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านตายง่ายๆ หรอก! ข้าจะใช้อาคมชั่วร้ายที่ท่านเกลียดที่สุดนี่แหละ ค่อยๆ พรากลมหายใจท่านไปทีละนิด! และอาคมชั่วร้ายนี้ท่านก็รู้จัก ตอนนั้นท่านจะรู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของท่านค่อยๆ หลุดออกจากร่างไปที่ละน้อยอย่างชัดเจน แม้ว่าท่านจะตายไปแล้ว แต่ร่างของท่านก็จะส่งกลิ่นเหม็นอันน่าสะอิดสะเอียนออกมา ไม่มีทางที่ท่านจะได้จากไปอย่างสะอาดสะอ้าน ยิ่งไม่มีทางที่ชาติหน้าท่านจะได้เกิดมามีความสุข! ข้าต้องการให้หนี้กรรมติดตามท่านไป ไม่สามารถสลัดหลุดพ้นได้!” สายตาของฮุ่ยไท่เฟยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของราชครู
“น่าเสียดายที่ตอนนั้นท่านปิดผนึกดวงตาสวรรค์ของข้าไว้ หากดวงตานั้นยังอยู่ ข้าคงไม่ต้องการแค่ชีวิตของท่านหรอก” ฮุ่ยไท่เฟยเอ่ยเสริมด้วยความรู้สึกเสียดาย
ดวงตาคู่นั้นสามารถมองเห็นวิญญาณที่อยู่บนโลกใบนี้ได้
ตอนที่นางยังเป็นเด็ก นางรู้สึกว่าวิญญาณนั้นน่ากลัว แต่ตอนนี้นางกลับรู้สึกว่าตนเองพลาดอะไรไปหลายอย่าง
นางมีศิษย์พี่คอยช่วยเหลือ ตนเองก็มีพรสวรรค์ไม่เลว ถ้าหากนางมีดวงตาสวรรค์คอยคุ้มครอง นางจะต้องควบคุมวิญญาณและใช้มันให้ทำประโยชน์แก่ตนเองได้แน่
การที่โม่ชูเซิงตัวเล็กๆ อยากจะเอาชนะนางก็จะกลายเป็นความฝันอันเพ้อเจ้อทันที
“เจ้าเคยมีดวงตาสวรรค์? มีมาตั้งแต่เกิดหรือว่าเพิ่งจะมามีตอนหลัง?” ราชครูขมวดคิ้วพลางถามนางด้วยความงุนงง
สีหน้าฮุ่ยไท่เฟยแข็งค้างไปทันที
เรื่องนี้เขาก็ลืมไปแล้ว?
บิดาของนางไม่เคยคิดถึงนางสักนิดเลยหรือ!
“ข้าลืมเรื่องเก่าๆ ไปนานแล้ว เพียงแต่ต่อมาข้าได้รับการชี้แนะจากนักพรตคนหนึ่ง จึงสามารถระลึกความสามารถธรรมดาๆ บางอย่างขึ้นมาได้บ้าง” ราชครูยังคงดูสงบสบาย “ถ้าหากเจ้าได้ดวงตาสวรรค์นี้มาในภายหลังก็หมายความว่าเจ้าคงแปดเปื้อนของที่มีพลังหยินมากๆ มา ถ้าหากไม่รีบปิดผนึกไว้ก็จะส่งผลต่ออายุไขและชะตากรรมของเจ้า”
ฮุ่ยไท่เฟยตกใจเล็กน้อย
ลู่อวี้ผิงเองก็มองนางด้วยความตกใจเช่นกัน
หลายปีมานี้พวกเขาเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งนั้น แค่อ่านเรื่องต่างๆ จากในหนังสือ สิ่งที่พวกเขารู้ส่วนใหญ่คือคาถาอาคม ค่ายกล หรือการวาดยันต์ พวกเขาย่อมไม่รู้เรื่องความรู้พื้นฐานทั่วไปที่ไม่ได้เขียนไว้ในหนังสือ
ก็เหมือนกับที่พวกเขาไม่รู้ว่าคาถาอาคมบ้างอย่างใช้ไม่ได้ หากทำลงไปแล้วก็จะเป็นการทำลายบุญกุศลของตนเอง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาอาศัยการคลำทางไปเรื่อย วิชาไหนที่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัยก็จะให้คนอื่นรับผลกรรมไปแทน ถ้าหากเผลอทำให้ตนเองต้องรับผลกระทบ พวกเขาก็จะไปแย่งชิงโชคชะตาของคนอื่นมาเพื่อชดเชยกับผลกรรมนั้น
“ท่านลืมหมดแล้ว?” จู่ๆ ฮุ่ยไท่เฟยก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ “ท่าน…สูญเสียความทรงจำอย่างนั้นหรือ”
ต่อให้เขาจะสูญเสียความทรงจำ นางก็ให้อภัยเขาไม่ได้
ตอนนั้นเขาทิ้งจดหมายไว้หนึ่งฉบับเพื่อบอกว่าวาสนาของพวกเขาขาดสะบั้นลงแล้ว
“ข้าสูญเสียความทรงจำ” ราชครูมีเหตุมีผล “ถ้าหากเจ้าถูกสิ่งที่มีพลังหยินมากที่สุดมากล้ำกลาย การรักษาจะต้องแลกกับอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก ข้าคิดว่าตอนที่ข้าเป็นบิดาของเจ้า ข้าอาจถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกอะไรบางอย่าง หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ”
ตอนที่ 1208 ปิดบังตัวตน
ส่วนเหตุผลที่ราชครูรู้ว่าการที่จะรักษาของที่มีพลังหยินรุนแรงนี้ได้อย่างไรก็เป็นเพราะรัชทายาท
หลังจากที่รัชทายาทแต่งงานแล้วดูเหมือนว่าเขาจะได้รับคำชี้แนะจากโม่ชูเซิงให้มาถามเขาว่า ควรทำอย่างไรหากสัมผัสบางสิ่งที่มีพลังชั่วร้ายเข้มข้นตั้งแต่ตอนที่ยังเด็ก…
จากนั้นก็ราวกับมีคำตอบปรากฏขึ้นในจิตใต้สำนึกของเขาเอง…
รัชทายาทเป็นผู้ปกครองและร่างกายของเขาได้รับการปกป้องโดยสายเลือดมังกร แม้ว่าเขาจะได้รับผลกระทบจากพลังชั่วร้าย แต่เขาก็จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
หากต้องการกลับมาเป็นเหมือนเดิม วิธีหนึ่งคือการชดเชยโดยการสะสมบุญกุศล แต่วิธีนี้ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายนัก เพราะถึงอย่างไรการสะสมบุญกุศลก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น จะต้องทำไปนานแค่ไหน มากน้อยเท่าไรก็ไม่รู้ บางทีอาจต้องทำไปตลอดชีวิตก็ได้”
วิธีที่สอง…คือการใช้ชะตาชีวิตผู้อื่นเพื่อชดเชย
ฝืนกำจัดพลังชั่วร้ายนั่น
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้จำเป็นต้องใช้ญาติสนิท
หลังจากที่เขานึกถึงคำตอบนี้ขึ้นมาได้ เขาก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย และรู้สึกว่าเขาคุ้นเคยกับคำตอบนี้มาก
ในเวลานั้นเขาไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้หลังจากได้ยินสิ่งที่ฮุ่ยไท่เฟยพูด เขาก็พอจะเข้าใจแล้ว
บุตรสาวของเขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีสายเลือดมังกรคอยปกป้องคุ้มครองกาย ผลกระทบจากพลังชั่วร้าย จะต้องรุนแรงมาก ถ้าหากไม่กำจัดดวงตาสวรรค์ไปในวันนั้น ไม่ช้าก็เร็วมันจะต้องกลายเป็นทุ่งสังหารของวิญญาณโดดเดี่ยว ไม่ใช่ทั้งคนและวิญญาณ
เขายอมทำทุกอย่างเพื่ออุดช่องโหว่นั้นให้นาง
ส่วนเหตุผลที่เขาต้องจากไป…
ราชครูได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแก่ตัวเองแล้ว
เขาเอาโชคชะตาของตัวเองให้บุตรสาวไปแล้ว ไหนเลยจะมีชะตาชีวิตที่ดีได้อีก ถ้าหากเขาอยู่ข้างกายบุตรสาว ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องถูกดวงนางพิฆาตแน่ นอกจากนี้…คนธรรมดาคนหนึ่งต้องมาโดนของที่มีพลังหยินชั่วร้ายรุนแรงอย่างนี้ได้อย่าง แน่นอนว่าสาเหตุจะต้องเป็นเพราะเขาทำให้นางพลอยเดือดร้อนไปด้วยแน่
แต่ตอนนี้เขาสามารถแหกกฎธรรมาชาติได้และกลายเป็นราชครูก็น่าจะเป็นเพราะบุญกุศลที่เขาได้ช่วยเหลือชาวบ้านตอนที่กำจัดคนเถื่อนแน่นอน
เมื่อราชครูคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็ได้อธิบายที่มาที่ไปอย่างชัดเจน
เขาจดจำความรู้สึกที่มีต่อบุตรสาวได้ แต่ก็ยังสามารถปฏิบัติต่อนางได้อย่างใจเย็น
ฮุ่ยไท่เฟยสองตาแดงก่ำเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด
“ท่านคิดว่าตัวเองแสร้งทำเป็นคนใจดีอย่างนี้แล้ว ข้าก็จะเชื่อท่านอย่างนั้นหรือ ข้าอยู่มานานหลายปีขนาดนี้ ได้เห็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายมาตั้งเท่าไร พวกเขาก็มีใบหน้าจอมปลอมแบบท่านนี่แหละ มันทำให้ข้าสะอิดสะเอียนนัก” ฮุ่ยไท่เฟยตะคอกออกมา
เขาจากไปก็เพื่อนาง?
เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
ตอนที่นางต้องอยู่กับมารดาเพียงลำพังเขาก็ไม่อยู่ ตอนที่มารดาของนางร้องไห้เป็นสายเลือดเขาก็ไม่อยู่ แล้วตอนที่นางถูกผู้คนรังแกเพราะดวงตาสวรรค์ล่ะ เขาก็ยังไม่อยู่!
เขาแค่โผล่หน้ามาเป็นครั้งคราวแล้วก็หายตัวไป
เป็นเขาที่เป็นคนส่งนางไปอยู่บ้านคนอื่นจนนางต้องเข้าไปอยู่ในวัง!
ยามที่นางอยู่ในวังก็ถูกคนกลั่นแกล้งรังแก…
จนถึงตอนนี้นางก็ยังฝันร้ายทุกวัน ทุกข์ทรมานจนบรรยายไม่ถูก!
“ข้าให้ท่านมาที่นี่ก็เพราะอยากจะให้ท่านได้ดูเอาว่าลูกสาวของท่านจะฆ่าท่านให้ตายที่ละนิดได้อย่างไร เก็บคำโต้แย้งของท่านไปบอกยมบาลเถิด บางทีท่านผู้นั้นอาจจะยกโทษให้ท่านก็ได้” พอฮุ่ยไท่เฟยพูดจบ นางก็สั่งให้คนมามัดเขาไว้
ตอนที่ราชครูออกมา เขาก็ได้เตรียมใจไว้แล้ว
เขาจึงไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนและปล่อยให้คนพวกนี้ทำตามอำเภอใจ
“ศิษย์น้อง” ลู่อวี้ผิงมองอาจารย์ที่หายไปนานผู้นี้ด้วยความรู้สึกกังวลเล็กน้อย
เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับราชครูผู้นี้หรอก แต่เป็นห่วงที่ศิษย์น้องของเขาอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรงมากกว่า ซึ่งมันจะเป็นการทำร้ายพลังจิตของนางเอง
รูปร่างหน้าตายังพอจะรักษาไว้ได้ แต่พลังจิตนั้นยากที่จะฟื้นฟู ศิษย์น้องยังต้องทำพิธีกรรมต่อไป นางไม่ควรเหน็ดเหนื่อยเพราะเรื่องนี้
“พอทำเรื่องนี้เสร็จแล้ว เจ้ากับข้าก็ไปหาไหนสักแห่ง ปิดบังตัวตนกันดีกว่า” ลู่อี้ผิงเอ่ย
ฮุ่ยไท่เฟยกวาดตามองเขา
ไม่ นางไม่เคยคิดที่จะหนี
“คนที่หลอกลวงข้า คนที่กลั่นแกล้งข้า และคนที่ดูถูกข้าบนโลกนี้สมควรตาย หลังจากที่ข้าฆ่าพวกมันแล้ว ข้าก็จะไป” ฮุ่ยไท่เฟยดูเสียสติเล็กน้อย
ลู่อวี้ผิงอยากจะพูดว่ามันใกล้จะจบแล้ว
ตอนนั้นคุณชายแห่งตระกูลกู้เยาะหยันนาง ทำให้ทั้งตระกูลถูกทำลาย แม้ว่าค่ายอาคมในสุสานจะถูกทำลายไปแล้ว แต่ตระกูลกู้คงจะไม่สามารถกลับมารุ่งเรืองได้ภายในเวลาสิบยี่สิบปีนี้แน่นอน
ยังมีฮองเฮาและรัชทายาทอีก หลายปีมานี้คนหนึ่งสุขภาพร่างกายไม่ดี คนหนึ่งก็มือพิการ ซึ่งก็น่าจะพอได้แล้ว