ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1199 เล่นหูเล่นตา / ตอนที่ 1200 แก้ไม่ได้
ตอนที่ 1199 เล่นหูเล่นตา / ตอนที่ 1200 แก้ไม่ได้
ตอนที่ 1199 เล่นหูเล่นตา
เมื่อนึกถึงวันเวลาในวัดเต๋าเซี่ยเฉียวเองก็ถือว่าค่อนข้างน่าสงสารอยู่เหมือนกัน
“อา…ศิษย์พี่ สิ่งนี้เอาไว้ทำอะไรหรือ” เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อย “ข้าพอจะจำได้รางๆ ว่า…วิชาอาคมในช่วงไม่กี่หน้าสุดท้ายค่อนข้างรุนแรงและสามารถฆ่าคนได้ทันทีเลยใช่หรือไม่”
“ก็ใช่น่ะสิ เจ้าเซี่ยน้อย เจ้าไปตรวจสอบอีกหน่อยก็จะรู้แล้ว เมื่อใดที่รกและเลือดของมารดาถูกเอาไปและอาคมสำเร็จ เด็กก็จะตายก่อนวัยอันควร มารดาก็จะโชคร้าย แม้ไม่ตายก็จะต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส และเลือดของคนตายก็จะต้องใช้ของคนที่เจ็บป่วยมานานจนมีความแค้นฝังลึกในใจ พลังของเลือดนั้นก็จะได้ผลมากยิ่งขึ้น”
“สองสิ่งนี้เสริมด้วยของอัปมงคลที่หล่อเลี้ยงขึ้นมาในสุสานและเลือดคน เส้นผม แปดอักษรวันเดือนปีเกิด การเปิดแท่นทำพิธีจะสามารถสาปแช่งญาติและคนในครอบครัวของคนผู้นั้นให้สูญสิ้นได้ บ้าอำนาจมาก” โม่หลิงจื่อเอ่ย
พอเซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้น ความทรงจำเกี่ยวกับหนังสือที่เคยอ่านก็ยิ่งชัดเจน
นางจำได้ว่าตอนนั้น นางน่าจะเคยถามอาจารย์ แต่อาจารย์ก็บอกว่าสมัยนี้นักพรตที่ทำอย่างนั้นมีไม่มากแล้ว…
“แล้วหากคาถาสาปแช่งนั้นย้อนกลับล่ะ…” เซี่ยเฉียวรีบถามทันที
“ในเมื่อสาปแช่งคนอื่นไม่สำเร็จ มันย่อมกลับมาตกอยู่ที่ตัวคนทำเองอยู่แล้ว ถ้าหากว่าสามารถหลีกหนีไปได้ คนในครอบครัวก็ต้องชดใช้แทนจึงจะได้”
อย่างไรก็ตามญาติๆ และคนในครอบครัวของคนที่สาปแช่งก็จะมีจุดจบไม่ค่อยดี
เรื่องพวกนี้ไม่ควรเอาตัวเข้าไปแปดเปื้อนด้วย
พลังชั่วร้ายรุนแรง ไอแค้นหนักหน่วง
ยิ่งไปกว่านั้น การสาปแช่งก็ยังต้องใช้ชีวิตของเด็กเล็กๆ เจ็ดคนสังเวย คาถาอาคมที่เปลืองพลังและยากที่จะทำได้สำเร็จเช่นนี้มักไม่ค่อยมีใครคิดจะทำ มันล้มเหลวง่ายเกินไป
“พี่…ใต้เท้าเซี่ย เจ้าได้ไปตรวจสอบญาติและคนในครอบครัวของฮุ่ยไท่เฟยหรือยัง ข้างกายนางมีนักพรตอยู่หรือไม่ ทราบตัวแน่ชัดแล้วหรือยัง คนผู้นั้นเล่าให้ญาติฟังหรือไม่” เซี่ยเฉียวถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่วิชาอาคมนี้จะล้มเหลวสูงมาก
“เรื่องนั้น…” จู่ๆ อวี๋เซียนก็ยกมือขึ้นอย่างอ่อนแรง
เซี่ยเฉียวหันไปมองนาง
คนอื่นๆ เองก็ตกตะลึงไป
อวี๋เซียนได้ยินที่เซี่ยเฉียวเรียกคนอื่นมั่วไปหมดแล้วก็รู้สึกปวดศีรษะ
“ข้า อันที่จริงข้ารู้เรื่องหมดแล้ว ในเมื่อใต้เท้าเซี่ยรู้เรื่องแล้ว หากอย่างนั้น…ปรมาจารย์โม่ มีเรื่องอะไรเจ้าก็พูดออกมาเถอะ ไม่จำเป็นต้องหลบๆ ซ่อนๆ ข้าคิดว่า…ใต้เท้าเซี่ยรู้ว่าข้ารู้แล้วก็ดีเหมือนกัน ต่อไปพวกเราสองคนมีอะไรก็จะได้คุยกันได้” อวี๋เซียนเอ่ยตะกุกตะกักวกไปวนมากว่าจะพูดจบ…
อวี๋เซียนรู้ว่าเซี่ยเฉียวเปิดไพ่ทั้งหมดในมือนานแล้ว
เพียงแต่…
เซี่ยเฉียวคิดว่า ในเมื่อตนเองแต่งหน้าแต่งตัวเป็นแบบนี้แล้วก็ต้องแสดงให้สมบูรณ์แบบ
ต่อให้ทุกคนจะรู้เรื่องนี้หมดแล้ว แต่นางก็ยังต้องแสดงบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้นางเผลอตัวยามอยู่ต่อหน้าคนอื่น
เซี่ยผิงกั่งได้ยินที่อวี๋เซียนพูดแล้วก็หันไปมองนางด้วยความประหลาดใจ “เจ้าเองก็รู้แล้ว!? นังเด็กบ้านี่ปิดบังแต่ข้าหรือ!”
“……” เซี่ยเฉียวไอแห้งออกมาทันที “อย่าได้ส่งเสียงดังในร้านของข้า”
“……” เซี่ยผิงกั่ง
“……” อวี๋เซียน
ทั้งสองคนหุบปากลงทันที จากนั้นก็สบตากัน ต่างอดรู้สึกหมดคำพูดไม่ได้
ทั้งๆ ที่ในห้องนี้มีแต่คนที่รู้เรื่องแล้วทั้งนั้น แต่เซี่ยเฉียวกลับยังวางท่าปรมาจารย์อีก ดูท่าทางนั่นสิแทบจะลอยขึ้นสวรรค์ได้แล้ว
เซี่ยผิงกั่งเองก็อัดอั้นอยู่นาน ตอนนี้เขาแทบรอไม่ไหวที่จะกลับไปดื่มกับอวี๋เซียนทันที และพูดคุยกับนางเรื่องเจ้าเด็กตัวแสบนี่หลอกเขาให้ช้ำใจอย่างไรบ้าง…
ในสายตาของเซี่ยเฉียว ท่าทางขยิบตาส่งสัญญาณให้กันของคนทั้งสองก็คือการเล่นหูเล่นตา
ไม่ง่ายเลยนะนี่ หรือพี่ใหญ่ที่ไม่รู้จักความรักของนางจะฉลาดขึ้นมาแล้ว
โชคชะตาของเขาจะต้องแก้ไขได้ในที่สุด
แต่สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้คือโชคชะตาเท่านั้น และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุปนิสัย
แม้ว่านิสัยที่เข้าใจยากนี้จะได้รับอิทธิพลมาจากโชคชะตา แต่นานวันเข้ามันก็กลายเป็นนิสัยที่ฝังรากลึก เกรงว่าจะไม่ใช่ดวงชะตาที่ต้องโดดเดี่ยวของเขาเองแล้ว ลักษณะนิสัยที่รุนแรงและหุนหันพลันแล่นเช่นนี้ก็จะทำให้เขาหาภรรยาไม่ได้เหมือนกัน!
ตอนที่ 1200 แก้ไม่ได้
เซี่ยเฉียวกังวลใจเรื่องเซี่ยผิงกั่งมาตลอด พอเห็นว่าเขารู้วิธีขยิบตาบ้างแล้ว นางก็รู้สึกโล่งใจมาก…
“ใต้เท้าเซี่ย พวกเรามาพูดธุระกันต่อเถอะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเมตตา
พอเซี่ยผิงกั่งเห็นสีหน้าของเซี่ยเฉียว เขาก็อยากจะต่อยคนนัก
ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่
“เมื่อครู่นี้พูดถึงเรื่องญาติและคนในครอบครัวของฮุ่ยไท่เฟยใช่ไหม” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงออกมาทันที “ข้าสืบตั้งนานแล้ว ชะตาชีวิตของฮุ่ยไท่เฟยคนนี้ค่อนข้างขมขื่น ที่ข้ารู้ก็คือบิดามารดาของนางเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร และต่อมานางก็ถูกครอบครัวหนึ่งรับไปเลี้ยงในฐานะลูกบุญธรรม ตอนที่นางถูกส่งตัวเข้าวัง บ้านเกิดของนางที่ได้รับการบันทึกไว้ก็เป็นตระกูลนั้น ดูท่านอกจากหรงอ๋องแล้ว ญาติตามสายเลือดอื่นๆ ก็น่าจะตายไปหมดแล้ว”
“ส่วนเรื่องนักพรตที่อยู่ข้างกายฮุ่ยไท่เฟยก็สืบได้แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะชื่อลู่อวี้ผิง หลายปีก่อนตอนที่เขากราบอาจารย์แล้วก็ดูเหมือนจะได้เรียนอยู่ไม่กี่วัน เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง หลังจากที่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ไปแล้ว คนผู้นี้ก็สร้างวัดเต๋าเล็กๆ ขึ้นมา ไท่เฟยมักจะไปสักการะเทพเป็นประจำ ต่อมาภายหลังวัดนั้นก็ล่มสลายไป” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
“ลู่อวี้ผิง?” โม่หลิงจื่อทวนชื่อ
“ศิษย์พี่เคยได้ยินมาก่อน?” เซี่ยเฉียวยังแบกตัวตนนั้น
“ดูเหมือนข้าจะเคยได้ยิน แต่ดูเหมือนจะไม่เคยได้ยิน…ข้าแก่แล้ว ความจำของข้าก็ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน ข้าต้องคิดหน่อย…” จู่ๆ โม่หลิงจื่อก็ยืนขึ้น เขาเดินกลับไปกลับมาพลางใช้ความคิด
ในที่สุดสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่เหมิงเยี่ยน แล้วความคิดหนึ่งก็วาบขึ้นในหัว…
“เจ้าโง่…เจ้าโง่ที่ความจำเสื่อม…” โม่หลิงจื่อพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็ตบศีรษะตัวเองทันใด “ข้ารู้แล้ว! มันคือเผิงเทียนมิ่งเจ้าโง่ที่สูญเสียความจำคนนั้น ตอนที่ข้าพยายามสอนให้เขาฟื้นความจำ เขามักจะโพล่งชื่อคนออกมา มีอวี้ผิง ตงฟาง เสี้ยวเสียน ยังมีฮุ่ย ฮุ่ยเหนียงกระมัง? มั่วไปหมด เขามักจะบอกว่าพูดมากแล้วจะปวดหัว…”
“!!!” เซี่ยผิงกั่งตกตะลึงทันที “เรื่องตั้งนานขนาดนี้แล้ว ท่านยังจำได้อีก? ข้าเองก็จำได้ว่าราชครูเคยพูดชื่อบางคนออกมา แต่มันนานมากจนข้าลืมไปหมดแล้ว!”
“คนธรรมดาอย่างเจ้าจะเทียบกับข้าได้อย่างไร” โม่หลิงจื่อฉีกยิ้ม
ความจริงก็คือ ตอนที่เผิงเทียนมิ่งกำลังสอนเรื่องการทำนายจากตัวอักษรให้แก่เขา ก็เพราะเขาเขียนตัวอักษรพวกนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว เขียนไปเขียนมาไม่รู้จักเบื่อ
“ในชื่อของฮุ่ยไท่เฟยดูเหมือนจะมีอักษรฮุ่ยตัวนี้อยู่ด้วย เพิ่งจะเปลี่ยนตอนที่เข้าวังเป็นนางกำนัล” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย “หากอย่างนั้น…ราชครูและไท่เฟย…เกี่ยวข้องกัน เป็นญาติกัน?”
“แปดในสิบส่วนแล้ว” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
แม้ว่าราชครูจะสูญเสียความทรงจำไป แต่หลังจากที่อาจารย์ของนางให้คำแนะนำอย่างง่ายๆ ไปแล้ว ความสามารถทั้งหมดของเขาก็กลับคืนมา
ส่วนลู่อวี้ผิงก็เรียนรู้ด้วยตัวเองหลังจากที่กราบอาจารย์ไปแล้ว?
ในสายอาชีพนี้ หากไม่มีคำแนะนำจากปรมาจารย์ก็ไม่ง่ายเลยที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง ก็เหมือนกับนางที่ยังต้องอาศัยอาจารย์และหนังสือเก่าจำนวนนับไม่ถ้วนพวกนั้น อ่านมากรู้มากจึงสำเร็จการศึกษามาได้
เซี่ยผิงกั่งเคารพราชครูมาก
สำหรับเขาแล้วหากไม่มีราชครูก็ไม่มีตระกูลเซี่ยในวันนี้
ตอนที่พวกเขาสู้รบกับพวกคนเถื่อน เซี่ยเฉียวส่งจดหมายมาให้คำแนะนำก็จริง แต่แผนการทุกอย่างในสนามรบในเวลาต่อมาล้วนแต่เป็นความคิดราชครูทั้งนั้น!
หลังจากที่ย้ายมาเมืองหลวงแล้วก็เป็นราชครูนี่แหละที่ปกป้องตระกูลเซี่ย ตระกูลเซี่ยที่เกิดมาเป็นโจรถึงได้รอดจากการถูกฮ่องเต้กำจัดหลังหมดประโยชน์แล้วไปได้
“ข้ายังมีเรื่องต้องทำ!” เซี่ยผิงกั่งรีบลุกขึ้นยืนทันที เขาจากไปโดยไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ
อวี๋เซียนเองก็กล่าวลาอย่างง่ายๆ แล้วรีบไล่ตามเขาไปทันที
โม่หลิงจื่อมองดูสีหน้าของเขาจากนั้นก็เหลือบมองเซี่ยเฉียวและพูดว่า “นังหนู พี่ใหญ่ของเจ้าท่าจะไปแสดงความกตัญญู? แต่มองอย่างไรก็ไม่ใช่เพราะบิดามารดามีปัญหาอะไรหรอก…ข้าว่าน่าจะเป็นราชครูคนนั้นมากกว่า ภัยถึงชีวิตมาถึงแล้ว”
เซี่ยเฉียวเป็นพี่น้องกับเซี่ยผิงกั่งก็จริง แต่นางแค่ใช้ตามองไปเท่านั้น โหงวเฮ้งบางอย่างนางก็มองเห็นไม่ชัด
เซี่ยเฉียวกลับไม่ใช่คนที่ชอบจ้องหน้าคนอื่น นางย่อมมองสถานการณ์ของพี่ใหญ่นางไม่ออก
อีกอย่าง…
เพราะเป็นญาติสนิทกัน โหงวเฮ้งนั้นจึงยิ่งไม่ชัดเจน
สีหน้าเซี่ยเฉียวเปลี่ยนไปเล็กน้อยและกำลังเตรียมตัวจะตามไป แต่กลับถูกโม่หลิงจื่อห้ามไว้ก่อน “มันเป็นบุญไม่ใช่เคราะห์ภัย หากมันเป็นเคราะห์ภัยก็คงหลบไม่พ้น นังหนูเจ้าไม่ต้องไปแล้ว โหงวเฮ้งนั่นบอกชัด เคราะห์ภัยมาถึงแล้ว ภัยคราวนี้เจ้าแก้ไม่ได้หรอก”
หากแก้กันได้ง่ายๆ…เมื่อครู่นี้เขาก็คงพูดออกไปแล้ว…