ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1003 ตรงไหนผิดปกติ / ตอนที่ 1004 นักพรตน้อย
ตอนที่ 1003 ตรงไหนผิดปกติ / ตอนที่ 1004 นักพรตน้อย
ตอนที่ 1003 ตรงไหนผิดปกติ
หลิวหมิงผู้นั้นก็มองประเมินนางเช่นกัน แต่สายตาของเขาล่องลอยและไม่กล้ามองนางนานนัก จากนั้นเขาก็ประสานมือคำนับ “เจ้าหน้าที่ทุกท่าน ข้าน้อยไม่ได้ทำอะไรผิดนะ…”
“ช่วงนี้เจ้าเห็นคนที่น่าสงสัยผ่านไปผ่านมาบ้างไหม” องครักษ์หาเหตุผลมาเอ่ยถาม
หลิวหมิงรีบส่ายศีรษะปฏิเสธทันที “ไม่มีนะขอรับ”
“แล้วเจ้ารู้จักคนที่ชื่อเป้าอี้ไหม” เซี่ยเฉียวหาเรื่องมาคุยด้วยเพราะอยากจะพูดกับคนผู้นี้มากขึ้นอีกหน่อย เพื่อจะได้มีเวลาสังเกตเขาให้ละเอียดขึ้น
หลิวหมิงได้ยินเช่นนั้นก็รับพยักหน้าทันที “ข้ารู้จัก เขาเป็นพวกนักเลงอยู่นอกเมือง ก่อนหน้านี้ข้าบังเอิญได้พบเขาตอนออกนอกเมือง และได้พูดคุยกับเขาอยู่สองสามคำ นับว่าเป็นการพูดคุยทำความรู้จักกัน ท่านเจ้าหน้าที่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”
“ไอ้หยา ข้าเคยบอกเขาแล้วว่า จุดอิ้นถังของเขาดำคล้ำ เขาจะต้องโชคร้ายแน่ๆ แต่เขาก็ไม่เชื่อข้า…” หลิวหมิงถอนหายใจ พอเขาพูดจบก็แสดงสีหน้าละอายใจ
เซี่ยเฉียวนิ่วหน้า
“ที่นี่มีแค่พวกเจ้าศิษย์อาจารย์อาศัยอยู่กันแค่สองคนเท่านั้นหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
“ใช่แล้ว แค่พวกเราสองคนเท่านั้น หลายวันมานี้ข้ามีโชคได้เงินมาเล็กน้อยจึงได้ซื้อที่นี่ไว้ ในที่สุดก็ไม่ต้องเช่าบ้านคนอื่นอยู่แล้ว” ท่าทางเขามีความสุขทีเดียว
เพียงแต่สายตาที่สานสบกับองครักษ์ดูล่องลอยไปบ้าง แล้วเขารีบหลบสายตาทันที
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าคนผู้นี้ผิดปกติ แต่ก็บอกไม่ถูกว่าผิดปกติที่ตรงไหน
“ค่ายกลรวบรวมวิญญาณเรียกทรัพย์นี้เจ้าเป็นคนจัดวางหรือ” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วพยายามสังเกตทุกการแสดงออกของคนผู้นี้
“ค่ายกล? ใช่แล้วๆ ข้าจัดวางเอง เรียกทรัพย์ กลัว กลัวจนน่ะ…” หลิวมิงยิ้มอย่างอักอ่วน
เขาดูไม่เหมือนผู้วิเศษเลยสักนิด
เหล่าองครักษ์เพียงแต่รู้สึกว่าพวกเขาเป็นนักพรตเหมือนกัน แต่กลับแตกต่างกันมากจริงๆ ปรมาจารย์โม่ยังดูเก่งกาจกว่ามาก ไม่ว่านางจะพบเจอเรื่องอะไรก็ไม่ได้ดูตื่นตระหนกไม่เอาไหนแบบนี้ อีกอย่างนางจะมีท่าทางสงบนิ่ง สง่างามราวกับเทพเซียนด้วย
เซี่ยเฉียวถามอะไรเขาอีกเล็กน้อย
ไม่มีอะไรมากไปกว่าคำถามที่ว่าปกติเขามักจะออกไปที่ไหน พบเจอคนประเภทใดบ้าง
ฟังไปฟังมาก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ
จะรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงไม่ดี นางจึงพาคนออกไปในที่สุด
“น้อมส่งท่านเจ้าหน้าที่” นักพรตน้อยค้อมหลังคำนับเซี่ยเฉียวอย่างเคารพนบนอบก่อนจะปิดประตู
ฝีเท้าเซี่ยเฉียวชะงักทันที
ไม่ใช่สิ
นางนึกได้แล้วว่าตรงไหนผิดปกติ…
ที่นี่…สะอาดเกินไป
“มีอะไรหรือท่านปรมาจารย์” เมื่อองครักษ์เห็นว่านางเคร่งขรึมไปก็เอ่ยถามทันที
“ตามหลักแล้วค่ายกลรวบรวมวิญญาณเรียกทรัพย์นั้นจะต้องมีวิญญาณที่ตายเพราะความโลภอยู่ใกล้ๆ แต่ที่นั่น…กลับไม่มีอะไรเลย…” เซี่ยเฉียวมองไปรอบๆ
ตอนที่นางมาที่นี่นางเดินผ่านถนนตรอกซอกซอยต่างๆ และพบเจอผู้คนมากมาย
ตอนแรกก็มีวิญญาณอยู่ข้างถนนบ้าง แต่หลังจากเข้าไปในตรอกนี้แล้วก็ดูเหมือนว่า…จะไม่มีวิญญาณแล้ว
แต่รอบๆ นี้มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่น้อย ที่ตรงไหนที่มีคนอยู่ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีวิญญาณอยู่บ้างสิ…
นักพรตหลิวหมิงผู้นี้ผิดปกติจริงๆ!
เพียงแต่…
เซี่ยเฉียวเคาะกะโหลกตัวเอง นางรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจแล้วว่าไม่ไปไหนก่อนจะนั่งคิดไตร่ตรองอยู่บนรถม้าหน้าประตูนั่นเอง
หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยามประตูก็เปิดออกอีกครั้ง นักพรตน้อยเดินออกมา จากนั้นเขาก็คำนับด้วยความเคารพ ก่อนจะออกไป ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นการออกไปซื้อของ
“เจ้าว่าปรมาจารย์จะรับศิษย์ไหม ปรมาจารย์โม่เก่งกาจขนาดนี้ ข้ายังอยากจะให้ลูกของข้าติดตามนางเพื่อเรียนวิชาเลยล่ะ!”
“ฝันไปเถอะ ปรมาจารย์โม่เป็นผู้วิเศษ ทั้งยังเป็นศิษย์ของอาจารย์หลีผู้เฒ่า ไม่ว่าจะเป็นศิษย์อย่างไรก็ไม่น่าจะรับกันง่ายๆ กระมัง ลูกชายของเจ้า…หรือว่าเจ้าอยากให้เขาเป็นนักพรตน้อย?”
“นักพรตน้อยแล้วทำไมหรือ บำเพ็ญเพียรให้มากๆ แล้วอายุยืนเป็นร้อยปีก็ดีนะ!”
“…”
ตอนที่ 1004 นักพรตน้อย
องครักษ์สองคนด้านนอกพูดอะไรกันงึมงำ เซี่ยเฉียวก็ได้ยินด้วย
นักพรตน้อย…
นักพรตน้อย?
สมองเซี่ยเฉียวราวกับมีไฟฟ้าแล่นผ่านกระนั้น จู่ๆ นางก็รู้แล้วว่าอะไรที่ผิดปกติ!
“เร็ว ไปจับตัวหลิวหมิงไว้ก่อน แล้วก็ไปตามจับนักพรตน้อยคนนั้นด้วย!” เซี่ยเฉียวรีบเอ่ย
“ขอรับ!” เหล่าองครักษ์เองก็ไม่ได้ถามอะไรมาก พวกเขารีบบุกเข้าไปในเรือนเพื่อจับตัวคนทันที
ไม่นานนักหลิวหมิงก็ถูกลากตัวออกมา เขาดิ้นรนขัดขืนไม่หยุด “พวกท่านมาจับข้าทำไม! ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดนี่!”
เหล่าองครักษ์ไม่ได้พูดอะไรมาก
รัชทายาทกำชับพวกเขาไว้แล้วว่า ไม่ว่าปรมาจารย์โม่จะสั่งอะไร พวกเขาก็ต้องทำตาม ไม่สามารถละเมิดคำสั่งได้ ดังนั้นแม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกงุนงงไม่เข้าใจแค่ไหน แต่พวกเขาก็ต้องทำตามคำสั่งตั้งแต่แรก!
พวกเขาจับคนโยนขึ้นรถม้า จากนั้นก็รีบเร่งตามนักพรตน้อยไปทันที
แล้วพวกเขาก็ไปถึงปากทางเข้าแต่ก็ไม่พบใครทั้งนั้น
“ปรมาจารย์ ก็แค่นักพรตน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ท่านจะตื่นตระหนกไปทำไมเล่า” องครักษ์ผู้หนึ่งถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ข้าสงสัยว่านักพรตน้อยคนนั้นคือคนที่ข้าตามหาอยู่” แววตาของเซี่ยเฉียวลึกล้ำ
ไม่ใช่สงสัย แต่มั่นใจ
เพราะนักพรตน้อยคนนั้นเป็นเด็ก พอนางเห็นเข้าจึงไม่ได้ตั้งใจมองมากนัก แต่มานึกดูให้ดี ดวงตาทั้งคู่ของเขาผิดปกติ มันไม่ได้แบ่งขาวดำชัดเจนเหมือนเด็ก กระดูก โหงวเฮ้ง และท่าทางล้วนแต่มีปัญหาบางอย่าง มันเหมือนกับหม้อของส่วนผสมที่บดรวมกันในที่เดียว มองแวบแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าดูให้ดีก็จะรู้สึกมันน่าอึดอัดใจ
“เด็กคนหนึ่ง?” เหล่าองครักษ์ตกตะลึงไปในทันที
ครั้งนี้พวกเขาออกมากับปรมาจารย์ ภารกิจคือตามหานักพรตคนหนึ่งซึ่งรู้แค่ว่าเป็นพวกสายมาร รายละเอียดเป็นอย่างไรไม่รู้
แต่พวกเขาไม่นึกเลยว่าจะเป็นเด็กคนหนึ่งนี่?
“ข้าคิดว่าเขาไม่ใช่เด็ก เขาอาจจะตัวเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขาไม่ชัดเจนและรูม่านตาขยายเล็กน้อย หากเป็นเด็ก ดวงตาคู่นั้นควรจะมีชีวิตชีวาและดูอ่อนเยาว์กว่านี้”
พอเหล่าองครักษ์ได้ยินเช่นนั้นต่างก็คิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
ดูเหมือนว่าปรมาจารย์จะพูดถูก
“นักพรตน้อยนั่น…ดูเหมือนว่าผิวพรรณของเขาจะไม่ได้ดูดีเหมือนเด็กทั่วไป ขาวแต่ไม่ได้ดูอ่อนเยาว์ แววตา…ดูเหมือนคนมีอายุเล็กน้อย” เหล่าองครักษ์คิดไปคิดมาก็พยักหน้าเห็นด้วย
ตอนที่นักพรตน้อยผู้นั้นเห็นพวกเขา ท่าทางของเขาแสดงออกว่าตื่นตระหนก แต่เด็กที่ตื่นตระหนกจะเห็นได้จากแววตาชัดเจนกว่านี้
แต่แววตาของเด็กน้อยดูสงบลงมาก
“ทำไมเขาสูงแค่นั้น” พวกเขายังงุนงงอยู่บ้าง
“ใต้หล้าย่อมมีคนที่ตัวไม่โตอยู่บ้าง แม้จะพบเห็นได้ไม่มาก แต่ก็มี” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ปรมาจารย์ หากเป็นอย่างที่ท่านพูด คนผู้นั้นคงจะจับตัวได้ยากแล้ว เขาดูเหมือนเด็กอายุห้าหกขวบ แต่ฉลาดเหมือนกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง หากเขาคิดจะหลบซ่อนก็จะง่ายสำหรับเขา” องครักษ์เองก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาบ้างแล้ว
เซี่ยเฉียวเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้ นางนึกไม่ถึงว่าเขาจะเผ่นหนีไปต่อหน้าต่อตานางอย่างนี้ได้
ต้องโทษที่นางประมาทเอง
ปกตินางไม่กล้าจะดูโหงวเฮ้งของเด็กเท่าไรนัก ดังนั้นเมื่อครู่นี้นางจึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะมองหน้านักพรตน้อย เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นอะไรมากและทักอะไรที่จะส่งผลกระทบต่อชะตาชีวิตของเด็กน้อยออกไป
“เอาตัวหลิวหมิงกลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ” เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อย “คนผู้นี้ไม่ได้ทำอะไรผิดจะจับไปที่ศาลตัดสินคดีหรือศาลาว่าการก็คงไม่ได้ ไปหอส่องชะตาก็แล้วกัน”
ถึงอย่างไรศาลตัดสินคดีก็เป็นสถานที่ราชการ นางจะใช้ตามใจชอบก็คงไม่ดี
หากพบว่าคนผู้นี้มีประวัติอาชญากรรม จะส่งตัวเขาไปทีหลังก็ยังไม่สาย
เหล่าองครักษ์ต่างก็รับคำนาง
ช่วงนี้พวกเขาอยู่ในอาณัติของปรมาจารย์โม่ เมื่อมีพวกเขาคอยเฝ้าอยู่ด้วยตัวเอง หลิวหมิงผู้นี้ย่อมหนีไปไหนไม่พ้นอย่างแน่นอน