ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 981 ไม่มีวันรับเข้าทำงานอีก ....................
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
- ตอนที่ 981 ไม่มีวันรับเข้าทำงานอีก ....................
ตอนที่ 981 ไม่มีวันรับเข้าทำงานอีก
………………..
ตอนที่ 981 ไม่มีวันรับเข้าทำงานอีก
เฉินเจียซิ่งตั้งใจแน่วแน่ที่จะลาออก และได้พูดจาแข็งกร้าวกับเฉินเจียเหอ
เฉินเจียเหอรู้สึกว่าเขาถูกกระตุ้นอีกครั้งจนใกล้จะคลุ้มคลั่ง
“พี่สะใภ้ครับ ผมขอโทษ ผมอยากจะบอกคุณมาหลายวันแล้ว แต่ไม่รู้จะเอ่ยปากยังไงดี”
เฉินเจียซิ่งมองหลินเซี่ยด้วยสีหน้าละอายใจ “แต่ผมก็จะรับผิดชอบงานของผมจนถึงที่สุด ก่อนที่คุณจะหาคนที่เหมาะสมมาแทนได้ ผมก็จะยังคงรับผิดชอบงานที่นี่ต่อไป ถ้ามีคนนัดถ่ายภาพ ผมก็จะมา ไม่ทำให้คุณลำบากใจแน่นอนครับ”
“งั้นฉันก็ขอบคุณนายนะ”
หลินเซี่ยเก็บท่าทีไม่ใส่ใจออก มองเฉินเจียซิ่งอย่างจริงจังแล้วถามว่า “เฉินเจียซิ่ง ฉันจะถามนายเป็นครั้งสุดท้าย นายจะออกจากร้านเช่าชุดแต่งงานจริงๆ หรือ?”
ถึงตอนนี้ เฉินเจียซิ่งก็ไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไป เขาสบตากับเธอแล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่ครับ”
“ดี งั้นนายจงสัญญาต่อหน้าพี่ใหญ่ของนายว่า ไม่ว่าจะเผชิญความลำบากแค่ไหนข้างนอก ก็จะไม่กลับมาให้ฉันรับเข้าทำงานอีก”
“ฉันให้เวลานายสองนาทีเพื่อคิดทบทวน เมื่อคิดได้คำตอบแล้วให้บอกฉัน ฉันจะไปคิดเงินเดือนให้นาย”
หลินเซี่ยพูดจบแล้วก็เดินไปยังห้องด้านหลัง
การที่หลินเซี่ยให้เวลาเขาสองนาทีเพื่อคิดทบทวนนั้น ด้านหนึ่งเป็นการให้โอกาสเฉินเจียซิ่ง อีกด้านหนึ่งก็เพื่อช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ และตัดความคิดที่จะกลับมาในอนาคตของเขา
ทันทีที่หลินเซี่ยเดินเข้าไป เฉินเจียเหอก็หันไปดุเฉินเจียซิ่งเสียงเบา “นายต้องการทำอะไรกันแน่? อายุยี่สิบหกยี่สิบเจ็ดแล้ว นายจะใช้สมองคิดบ้างไม่ได้หรือ? นายเปลี่ยนงานมากี่ครั้งแล้ว? มีงานไหนที่อยู่เกินสองปีบ้างไหม? นายจะตั้งใจทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว ยอมรับความเป็นจริง ยอมรับความธรรมดาของตัวเองไม่ได้เลยหรือ มันยากขนาดนั้นเลยหรือ?”
คำพูดของเฉินเจียเหอไม่เพียงแต่ไม่ได้ปลอบประโลมเฉินเจียซิ่ง แต่กลับยั่วยุเขา
“พี่ใหญ่ ทำไมผมต้องยอมรับความธรรมดา ทำไมผมถึงต้องเป็นคนธรรมดา? พวกพี่ดูถูกผมมาตลอด พี่สะใภ้ให้งานนี้กับผมก็แค่สงเคราะห์ ในสายตาพวกพี่เห็นผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีความสามารถ ได้แต่พึ่งพาพวกพี่ คราวนี้ผมไม่เชื่อจริงๆ แล้ว ผม เฉินเจียซิ่ง ไม่มีพวกพี่แล้วจะอยู่ข้างนอกไม่ได้งั้นหรือ? งานครั้งนี้ผมจะเป็นคนหาเอง ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ผม เฉินเจียซิ่ง ทำได้! ผมจะสร้างผลงานให้พวกคุณต้องมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป”
เฉินเจียซิ่งแสดงท่าทีแข็งกร้าว เฉินเจียเหอเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ไม่พยายามเกลี้ยกล่อมเขาอีก พูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “ได้ ครั้งหน้าถ้าตกงานก็อย่ามาหาพี่สะใภ้นายนะ ไม่มีใครจะให้โอกาสครั้งที่สองกับนายอีกแล้ว”
“ผมไม่ขอความช่วยเหลือจากใครทั้งนั้น”
เฉินเจียซิ่งตอบอย่างหนักแน่น “พี่สะใภ้ครับ ผมคิดดีแล้ว”
“ดีแล้ว นี่คือเงินเดือนของนายสำหรับเดือนนี้ รวมทั้งหมด 120 หยวน นายนับดูแล้วเซ็นชื่อด้วยนะ”
หลินเซี่ยวางเงินลงบนโต๊ะ แล้วหยิบเอกสารอีกแผ่นออกมา “นี่คือหนังสือสัญญาที่ฉันร่างขึ้นมา ถ้านายพิจารณาดีแล้ว เราทั้งสองฝ่ายก็เซ็นชื่อลงไป หลังจากนี้จะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ อีก”
เฉินเจียซิ่งรับมาอ่านเนื้อหาคร่าวๆ คำว่า “จะไม่จ้างงานอีกต่อไป” โดดเด่นเป็นพิเศษ
เขาในตอนนี้มีแต่ความคาดหวังอันสวยงามต่องานใหม่ในอนาคตเต็มสมอง จึงไม่ได้สนใจหนังสือสัญญาฉบับนี้มากนัก รับปากกามาแล้วเซ็นชื่อเต็มของตัวเองลงไปอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นเขาก็รับเงินเดือน และขอโทษต่อหลินเซี่ยอีกครั้ง
หลินเซี่ยหัวเราะพลางพูดว่า “นายไม่จำเป็นต้องขอโทษฉันหรอก”
เฉินเจียซิ่งพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “พี่สะใภ้ ผมบอกแล้วว่าต่อจากนี้ผมจะยังรับผิดชอบงานทางฝั่งคุณอยู่ จนกว่าคุณจะจ้างช่างภาพคนใหม่ได้ ผมจะไม่ปล่อยให้งานของร้านหยุดชะงัก”
“ไม่ต้องหรอก ฉันจ้างคนได้แล้ว” หลินเซี่ยมองเขาพลางยิ้มน้อยๆ “ยังไงฉันก็เป็นเจ้าของกิจการ ยังพอมีวิสัยทัศน์อยู่นิดหน่อย จะปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบได้ยังไงล่ะ”
“ซานเหย่? เขา…”
เฉินเจียซิ่งมองหลินเซี่ยด้วยความรู้สึกสับสน ในตอนนี้เขาถึงได้ตระหนักว่า ที่แท้หลินเซี่ยรู้เรื่องที่เขาออกไปหางานทำข้างนอกมานานแล้ว
ซานเหย่ทรยศเขา
เขาคิดว่าตัวเองได้เรียนรู้กับซานเหย่มานานและเรียกเขาว่าอาจารย์ คิดว่าซานเหย่จะถือว่าเขาเป็นเพื่อน ตอนนั้นเขายังบอกให้ซานเหย่เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ไม่คิดว่าซานเหย่จะหักหลังเขาทันที
หลินเซี่ยเห็นสีหน้าของเฉินเจียซิ่งเปลี่ยนไปมาอย่างคาดเดาไม่ถูก เธอจึงเอ่ยปากขึ้นว่า “คุณไม่จำเป็นต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น และก็ไม่ต้องมีความเห็นอะไรกับซานเหย่ เขาได้ดีก็เพราะฉัน เขาเป็นคนมีน้ำใจ เป็นไปไม่ได้ที่จะลืมตาดูฉันถูกนายหลอกใช้ ปล่อยให้ร้านเช่าชุดแต่งงานทั้งร้านของฉันหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจภาพรวม”
หลินเซี่ยพูดถึงตรงนี้ด้วยสีหน้าเย็นชา “พอแล้ว นายกลับไปได้แล้ว ในฐานะอดีตนายจ้างของนาย ฉันขออวยพรให้นายมีอนาคตที่รุ่งโรจน์อย่างจริงใจ”
ในตอนนี้ เฉินเจียซิ่งรู้สึกว่าใบหน้าของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก ต่อหน้าหลินเซี่ย เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลก
เขาไม่คิดว่าหลินเซี่ยจะรู้เรื่องที่เขาเตรียมลาออกไปหางานที่อื่นมาตั้งนานแล้ว แต่กลับสามารถนิ่งเฉยได้ขนาดนี้
ในช่วงหนึ่งถึงสองเดือนที่ผ่านมา เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลยสักครั้ง
เฉินเจียซิ่งรู้สึกผิดมาตลอด แต่พอได้ยินว่าหลินเซี่ยเตรียมการไว้แล้ว และหาพนักงานมาแทนที่เขาเรียบร้อยแล้ว เขาก็รู้สึกโล่งใจทันที
คนเรามักจะมุ่งสู่ที่สูง เขาไม่สามารถจำกัดตัวเองอยู่กับการทำงานพาร์ทไทม์ในร้านเช่าชุดแต่งงานเล็กๆ แห่งนี้ได้เพียงเพราะหลินเซี่ยเป็นพี่สะใภ้ของเขา
เขาก็มีความฝันและความภาคภูมิใจของตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้น หลินเซี่ยก็ไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคนในครอบครัวอย่างแท้จริง
พวกเขาอย่างมากก็แค่ต่างคนต่างมีเป้าหมายซ่อนเร้น ไม่มีอะไรต้องรู้สึกผิดหรอก
ในไม่ช้า ครอบครัวเฉินก็ได้รับรู้เรื่องการลาออกจากงานของเฉินเจียซิ่ง
เฉินเจิ้นเจียงโกรธมาก โทรศัพท์เรียกเฉินเจียซิ่งให้กลับบ้านทันที
เมื่อเฉินเจียซิ่งเพิ่งเข้าประตูบ้าน เฉินเจิ้นเจียงก็เตะเขาทันที “ไอ้ลูกชาติชั่ว แกคิดจะทำอะไรกันแน่? แกจะกลับไปเป็นแบบเดิมอีกแล้วใช่ไหม? ใครให้แกลาออกจากงาน?”
เฉินเจียซิ่งที่ไม่เคยโดนตีมานานแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้โดนเตะติดต่อกัน ก็เอามือกุมก้น แล้วอธิบายว่า
“พ่อครับ ครั้งนี้ผมหางานใหม่ได้แล้วถึงลาออก พวกคุณก็รู้ดีว่างานผู้ดูแลฝ่ายการตลาดนี้ไม่มีอนาคตเลย เงินเดือนก็ไม่สูง งานถ่ายภาพทางพี่สะใภ้ก็ไม่ได้มีทุกวัน ผมยังหนุ่มอยู่ จะให้แก่ตัวไปเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้ ผมอยากใช้ช่วงที่ยังหนุ่มอยู่พยายามสู้ชีวิตดูสักหน่อย พวกคุณอย่าด่าผมเลยนะครับ ผมรู้ตัวดี”
เมื่อเทียบกับความโกรธของเฉินเจิ้นเจียง ผู้เฒ่าเฉินกลับสนใจพัฒนาการต่อไปของเฉินเจียซิ่งมากกว่า เขาจึงถามว่า “เธอหางานอะไรได้บ้าง? มันน่าเชื่อถือไหม?”
“คุณปู่ครับ มันน่าเชื่อถือมากเลยครับ ผมได้งานช่างภาพที่สำนักข่าวแห่งหนึ่ง เงินเดือนและสวัสดิการทุกด้านดีมาก ที่สำคัญคืองานนี้มีอนาคตไกล ถ้าผมตั้งใจทำงานและพัฒนาตัวเอง ในอนาคตก็มีโอกาสที่จะเป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียงได้ และยังถ่ายภาพให้กับดาราและบุคคลสำคัญได้ด้วย”
ตั้งแต่เฉินเจียซิ่งได้เรียนการถ่ายภาพและได้สัมผัสกับวงการนี้ เขาพบว่าอาชีพช่างภาพเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพอย่างมาก และยังได้พบปะกับดาราและนักแสดงในวงการบันเทิงอีกด้วย
โดยเฉพาะช่างภาพที่มีฝีมือ ในอนาคตจะเป็นที่ต้องการมาก เหมือนกับจางซ่วนที่เพียงแค่ถ่ายภาพนิ่งชุดหนึ่งให้กับเซี่ยอวี่ก็ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หลังจากนั้นก็ได้ถ่ายภาพให้กับคนดังในนิตยสาร
เขาเห็นจางซ่วนได้รับความเคารพและชื่นชมมากมาย ก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา
เขาเป็นลูกศิษย์ของจางซ่วน ถ้าจางซ่วนทำได้ เขาก็ต้องทำได้เช่นกัน
พวกเขาทั้งสองมีอายุใกล้เคียงกัน หากเขาพยายามอย่างหนัก เขาก็สามารถไปถึงระดับของจางซ่วนได้อย่างแน่นอน
ตอนนี้เขากระหายที่จะได้รับการยอมรับและความเคารพอย่างมาก
เฉินเจิ้นเจียงรู้ว่าเรื่องการลาออกของเฉินเจียซิ่งเป็นเรื่องที่ตัดสินใจแล้ว ไอ้เด็กนี่ทำแบบนี้ทุกครั้ง ลงมือก่อนแล้วค่อยรายงาน ไม่เคยสนใจพวกเขาเลย
เขาโกรธจัด ถามอย่างเดือดดาล “ตอนที่แกลาออก แกได้แจ้งพี่สะใภ้ล่วงหน้าไหม? ว่าให้หล่อนหาคนใหม่มาแทน”
เฉินเจียซิ่งเบ้ปาก พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“พ่อครับ อย่าคิดมากเลย พี่สะใภ้หาคนมาแทนผมไว้นานแล้ว พอผมบอกว่าจะลาออก หล่อนก็รีบโทรแจ้งคนนั้นให้มาเริ่มงานพรุ่งนี้เลย หล่อนไม่เคยคิดจะให้ผมทำงานที่ร้านหล่อนนานๆ อยู่แล้ว”
เฉินเจียวั่งที่นั่งอยู่บนโซฟาโดยไม่สนใจเรื่องวุ่นวายก่อนหน้านี้ ในที่สุดก็ทนไม่ไหวต้องเอ่ยปาก “พี่รอง อย่าพูดถึงพี่สะใภ้ลับหลังแบบนี้ พี่ยังฝากคนหางานอยู่เลย พี่สะใภ้ได้ยินข่าวลือแล้วจะไม่หาคนมาทำงานที่ร้านตัวเองเหรอ? จะรอให้พี่ลาออกแล้วทำให้งานที่ร้านเช่าชุดแต่งงานต้องหยุดชะงักเลยหรือไง?”
เฉินเจียวั่งมองเขาอย่างรังเกียจแล้วพูดว่า “หล่อนรู้มานานแล้วว่าใจพี่อยู่ที่ค่ายเฉา แต่ร่างกายอยู่ที่แคว้นฮั่น แต่ที่หล่อนไม่ได้ไล่พี่ออกเพราะต้องการให้โอกาสพี่ และให้เวลาพี่คิดไตร่ตรองให้ดี ใครจะรู้ล่ะว่าพี่ไม่รู้จักทะนุถนอมโอกาสนี้เลย”
“หวังว่าพี่จะไม่เสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองนะ”
เฉินเจียวั่งรู้ว่าหลินเซี่ยจะวางแผนธุรกิจของตัวเองใหม่ หลังจากที่โรงเรียนดำเนินการอย่างมั่นคงแล้ว เธอจะเริ่มขยายขนาดของร้านถ่ายภาพชุดแต่งงานเจ้าสาวแสนสวย และจะเปิดสาขาในเมืองอื่น ๆ ด้วย
ถ้าเฉินเจียซิ่งไม่ทำอะไรโง่ ๆ เขาก็จะแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ในอนาคต
เฉินเจียซิ่งแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ลูกผู้ชายตัวจริงตัดสินใจแล้วไม่มีวันเสียใจ”
เฉินเจียวั่งแค่นหัวเราะเบาๆ ไม่พูดอะไรต่อ
เฉินเจิ้นเจียงโกรธเฉินเจียซิ่งไม่น้อย จึงประกาศเสียงกร้าว “ต่อไปนี้ห้ามใครหางานให้มัน หรือช่วยเหลือในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของมัน”
“พ่อ นี่พ่อพูดอะไรออกมา? ใครต้องการให้พวกคุณหางานให้ผมล่ะ? ใครต้องพึ่งพาพวกคุณช่วยเหลือ? พ่อเป็นแบบนี้ตลอด ในสายตาพ่อผมไร้ประโยชน์ขนาดนั้นเลยเหรอ? ยิ่งพ่อมองผมไม่ชัดแบบนี้ ผมยิ่งต้องพิสูจน์ให้พวกคุณเห็น ผมเฉินเจียซิ่งไม่ได้ด้อยไปกว่าลูกชายอีกสองคนของพ่อหรอก”
เฉินเจิ้นเจียงมองเขาด้วยสายตาเหมือนไม่อาจตีเหล็กให้เป็นเหล็กกล้าได้ ถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย “พ่อเองก็อยากให้แกเก่งกว่าพวกเขาเหมือนกัน”
“สักวันหนึ่งพวกคุณจะได้เห็นเฉินเจียซิ่งที่เปล่งประกายระยิบระยับกว่าเดิมแน่นอน ผมไปละ”
เฉินเจียซิ่งกระแทกประตูปิดอย่างโกรธเกรี้ยวแล้วเดินจากไป
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
น่าเป็นห่วงเจียซิ่งเหลือเกิน ออกเรือแบบไม่ดูฟ้าฝนแบบนี้ไปถึงกลางทะเลแล้วเรือจะล่มไหมเนี่ย
ไหหม่า(海馬)
………………..