ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 975 เยี่ยมชมโรงเรียน
ตอนที่ 975 เยี่ยมชมโรงเรียน
………………..
ตอนที่ 975 เยี่ยมชมโรงเรียน
ลินดาทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในตอนกลางคืนหล่อนโทรศัพท์ไปหลายสาย จนสามารถหางานให้ไมเรย์ได้จริงๆ พอถึงวันรุ่งขึ้นหล่อนก็พาเขาไปแนะนำตัวกับผู้รับผิดชอบ
เป็นผู้กำกับที่เคยร่วมงานกับพวกเขามาก่อน ตอนนี้กำลังถ่ายทำละครสมัยใหม่อยู่
ที่นั่นไม่ขาดช่างแต่งหน้า แต่หัวหน้าบอกว่าทักษะการแต่งหน้าของไมเรย์นั้นยอดเยี่ยมมาก เหมาะกับสไตล์ของละครเรื่องนั้นมาก จึงขอให้ผู้กำกับให้โอกาสสัมภาษณ์ดูก่อน ถ้าไม่เหมาะสมค่อยว่ากันอีกที
อีกฝ่ายยังต้องติดต่อกับลินดาในอนาคต จึงจำใจให้โอกาสนี้แก่เขา แต่เมื่อได้เห็นทักษะการแต่งหน้าของไมเรย์แล้ว อีกฝ่ายก็รู้สึกประทับใจมาก จึงรับเขาเข้าทำงานทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขเหมือนกับจางซ่วนคราวที่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน หรือใครก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถที่แท้จริง
หลินเซี่ยเสร็จสิ้นการรับสมัครครูของโรงเรียนแล้ว จากนั้นก็เริ่มจัดการให้นักเรียนที่สมัครทางโทรศัพท์หรือทางจดหมายมาเยี่ยมชมโรงเรียน
เนื่องจากการรับสมัครนักเรียนของพวกเขาเปิดรับทั่วประเทศ หนังสือพิมพ์และสถานีโทรทัศน์ในหลายจังหวัดและเมืองต่างก็ลงโฆษณารับสมัครนักเรียน
แน่นอนว่าต้องจ่ายค่าโฆษณาไปไม่น้อยเลยทีเดียว
และในข้อมูลการรับสมัครได้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า นักเรียนที่มีทะเบียนบ้านในชนบทจะได้รับการลดหย่อนค่าเล่าเรียน
ส่วนระดับการศึกษาของผู้สมัครก็กำหนดไว้ต่ำมาก เพียงมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมต้นหรือประถมศึกษาก็สามารถสมัครได้
ในวันที่นักเรียนเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คณาจารย์ทุกคนต้องมาปฏิบัติหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง
วันที่ยี่สิบเดือนกรกฎาคม มีนักเรียนมากกว่า 200 คนมาถึง
เมื่อรวมกับผู้ปกครองที่มาด้วย ขบวนคนก็ยิ่งยาวเหยียดมโหฬาร
หลินเซี่ยและเซี่ยไห่ รวมถึงคณาจารย์ท่านอื่นๆ พานักเรียนและผู้ปกครองเยี่ยมชมโรงเรียน อธิบายให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับคุณภาพของครูอาจารย์และโอกาสในการทำงานในอนาคต…
ค่าเล่าเรียนของโรงเรียนก็ถูกกำหนดไว้อย่างสมเหตุสมผลมาก อยู่ในวิสัยที่ประชาชนทั่วไปจะรับได้
ค่าเล่าเรียนภาคการศึกษาที่สองสามารถหักจากเงินเดือนของนักเรียนในอนาคต หลังจากที่พวกเขาได้ฝึกงานหรือเริ่มทำงานแล้ว วิธีนี้ช่วยลดภาระให้กับครอบครัวที่ยากจน
วันนี้นักเรียนหญิงที่มาเยี่ยมชมโรงเรียนมีสัดส่วนถึงสองในสามของทั้งหมด ส่วนนักเรียนชายมีจำนวนน้อยกว่า โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขามากันเอง แทบจะไม่เห็นผู้ปกครองมาด้วยเลย
หลินเซี่ยพาพวกเขาเดินชมรอบๆ โรงเรียนแล้วจึงเข้าไปในห้องเรียนภาคปฏิบัติ “ผู้ปกครองและนักเรียนทุกคนโปรดตามฉันมาทางนี้ นี่คือห้องเรียนภาคปฏิบัติของเรา ในห้องเรียนมีหัวหุ่นจำลองมากมายสำหรับให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ รวมถึงเครื่องสำอางต่างๆ ที่เราเตรียมไว้อย่างครบครัน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมอยู่ในค่าเล่าเรียนแล้ว ต่อไปนักเรียนก็แทบไม่ต้องซื้อเองอีก คณาจารย์ของโรงเรียนเราล้วนมีประสบการณ์สูง ตอนนี้ขอเชิญอาจารย์มาอธิบายความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความงามและการทำผมให้กับนักเรียนของเราหน่อยค่ะ”
มีผู้ปกครองถามว่า “ขอถามหน่อยค่ะ หลังจากลูกของเราเรียนจบแล้ว จะสามารถไปแต่งหน้าให้ดาราได้จริงๆ หรือคะ?”
“เราจะทำสัญญาจ้างงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ละหน่วยงานจะคัดเลือกนักเรียนตามผลงานที่โดดเด่น”
“นอกจากกองถ่ายและสถานีโทรทัศน์แล้วก็ยังมีสตูดิโอถ่ายภาพขนาดใหญ่ ร้านเช่าชุดแต่งงานที่ให้โอกาสในงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชานี้ ทางเราเองก็จะเปิดสตูดิโอถ่ายภาพชุดแต่งงานทั่วประเทศ ตอนนี้พนักงานในร้านทำผมและร้านเช่าชุดแต่งงานของเราล้วนเป็นนักเรียนที่จบหลักสูตรอบรมก่อนหน้านี้”
เซี่ยไห่พูดว่า “ในอนาคตหลังจากเรียนจบแล้วก็สามารถกลับไปบ้านเกิดเพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้ ขอเพียงแค่มีทักษะความสามารถ ไปที่ไหนก็ไม่ต้องกลัว”
หลินเซี่ยต่อประโยคของเขา แล้วแนะนำต่อไปว่า “ใช่แล้วค่ะ จุดประสงค์แรกเริ่มของเราในการเปิดโรงเรียนนี้ ก็คือหวังว่าเด็กผู้หญิงที่ไม่มีความสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จะไม่มีเพียงแค่สองทางเลือกคือทำงานหนักหรือแต่งงานมีลูก เราหวังว่าสาวๆ ที่มาจากครอบครัวยากจนจะสามารถเรียนรู้ทักษะด้านความงามและการทำผม เพื่อให้มีความสามารถในการยืนหยัดในสังคมนี้ได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาผู้ชายถึงจะมีชีวิตอยู่รอด”
“เราก็หวังว่าเด็กผู้หญิงจะพยายามเรียนรู้ทักษะ มีอนาคตที่ดีกว่า และในอนาคตก็จะสามารถเป็นที่พึ่งของพ่อแม่ได้”
“ผู้อำนวยการหลิน คุณพูดได้ดีมากเลยค่ะ” หญิงวัยกลางคนแต่งตัวเรียบง่ายคนหนึ่งได้ฟังคำพูดของหลินเซี่ยแล้ว ก็คว้ามือของเธอไว้อย่างเห็นชัดว่ารู้สึกตื่นเต้น พูดภาษาจีนกลางด้วยสำเนียงที่ไม่ค่อยมาตรฐานนักแต่จริงใจว่า “ตอนแรกลูกสาวของฉันเห็นข้อมูลการรับสมัครของโรงเรียนคุณในหนังสือพิมพ์ พวกเราไม่เห็นด้วยที่จะให้หล่อนมา ตั้งแต่หล่อนจบมัธยมต้นแล้วไม่เรียนต่อ ก็มีแม่สื่อมาสู่ขอไม่ขาดสาย พ่อของหล่อนอยากจะยกหล่อนให้แต่งงาน แต่ฉันไม่อยากให้ลูกสาวของฉันเดินตามรอยฉัน ติดอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ตลอดชีวิต วนเวียนอยู่แต่กับเตาไฟ คลอดลูกทำงานหนัก ถูกคนอื่นรังแก…”
หญิงวัยกลางคนจับมือของหลินเซี่ยไว้ แล้วพูดต่อว่า “ตอนแรกที่พวกเรามา ในใจยังไม่มั่นใจ กลัวว่าจะถูกหลอก แต่พอได้ฟังคุณพูดแบบนี้ พวกเราก็สบายใจแล้ว”
หลินเซี่ยยิ้มแล้วเอ่ยปากว่า “ขอบคุณพี่สาวที่ยินดีส่งลูกสาวมาเรียนเทคนิคที่โรงเรียนของพวกเรา ตราบใดที่หล่อนตั้งใจเรียนอย่างขยันขันแข็ง หลังจากจบการศึกษาในอนาคต หล่อนจะได้งานที่น่าพอใจอย่างแน่นอน หรือถ้าอยากกลับบ้านเกิดไปเริ่มธุรกิจ ทักษะที่แข็งแกร่งก็จะกลายเป็นทุนติดตัวของหล่อน ทำให้หล่อนมีกิจการเป็นของตัวเอง”
“ผู้อำนวยการหลินพูดได้ดีมาก”
ผู้ปกครองคนอื่นๆ ที่เดินตามมาด้านหลัง ก็ค่อยๆ คลายความกังวลลงเพราะคำพูดของหลินเซี่ย
มีเด็กผู้ชายอายุสิบหกสิบเจ็ดปีหลายคนที่มาด้วยตัวเองเดินเข้ามาหาหลินเซี่ยอย่างเขินอาย ต่างคนต่างผลักดันให้เด็กชายที่ตัวสูงที่สุดเป็นหน่วยกล้าตายในการสอบถาม
เด็กชายเกาศีรษะแล้วมองหลินเซี่ยถามว่า “ผู้อำนวยการหลิน แล้วพวกผมผู้ชายที่เรียนเสริมสวยและทำผมจะมีโอกาสในการทำงานอย่างไรครับ? ได้ยินมาว่าในอนาคตร้านเสริมสวยของรัฐบาลจะปิดตัวลงทั้งหมด แล้วที่อื่นๆ พวกเราจะสามารถได้งานตามปกติไหมครับ?”
ชายหนุ่มกลุ่มนี้ก่อนหน้านี้เคยเป็นลูกมือในร้านเสริมสวยของรัฐ พวกเขาอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองเดือน แต่ไม่ได้เรียนรู้ทักษะอะไรเลย ทั้งวันมีแต่กวาดพื้นและสระผม
ที่สำคัญคือหลังจากผ่านช่วงปีใหม่ไป ร้านเสริมสวยของรัฐก็ดูซบเซาลงเรื่อยๆ ลูกค้าที่เข้ามาตัดผมล้วนแต่เป็นคนแก่ ทรงผมที่ช่างตัดให้พวกเขาก็ไม่มีเทคนิคอะไรเลย
เมื่อพวกเขาที่เต็มไปด้วยความสับสนต่ออนาคตได้เห็นโฆษณารับสมัครนักเรียนบนเสาไฟฟ้า ก็ตัดสินใจจดเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่บนนั้นทันที โทรไปสมัครเรียน และวันนี้ก็ชวนกันลางานมาดูและสมัครเรียน
หลินเซี่ยมองดูพวกเขาและแนะนำอย่างจริงจังว่า “ทั้งนักเรียนชายและหญิงก็เหมือนกัน เราปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ตราบใดที่คุณพยายามเรียนรู้ด้วยตนเอง มีทักษะฝีมือที่ดี ก็จะสามารถจัดหางานที่ดีเป็นธรรมดา หน่วยงานที่มีความสัมพันธ์กับโรงเรียนที่ฉันพูดถึงก่อนหน้านี้จะมาทำการรับสมัครที่โรงเรียน ถึงตอนนั้นก็ขึ้นอยู่กับผลงานของทุกคนแล้ว”
เธอเชิญครูหลายคนที่ได้รับการว่าจ้างเมื่อไม่กี่วันก่อนมาแนะนำตัวให้ทุกคนรู้จัก “คนเหล่านี้คือครูสอนภาคปฏิบัติ ทุกคนเป็นช่างทำผมอาวุโสที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่าสามปี”
“ท่านนี้คือคุณหลิวน่า หล่อนเคยเป็นช่างแต่งหน้าทำผมอาวุโสของกองถ่าย รับผิดชอบการแต่งหน้าทำผมของนางเอกในละครโทรทัศน์เรื่อง ‘ตำนานคู่ยอดฝีมือ’ ทุกคนน่าจะเคยดูละครเรื่องนี้กันมาแล้ว” หลินเซี่ยแนะนำตัวตนของหลิวน่าพลางเน้นย้ำ และเชิญหลิวน่ามาพูดสองสามประโยค
หลิวน่ารวบผม สวมชุดสูทกางเกงสีขาว ดูสง่างามและมั่นใจ “สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อหลิวน่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นครูของสถาบันเทคนิคความงามและทำผมเซี่ยเทียนแห่งเมืองไห่เฉิง ฉันจะทุ่มเทความรู้ทั้งหมดที่มีเพื่อถ่ายทอดให้กับพวกคุณ”
หลังจากได้ฟังหลินเซี่ยแนะนำตัวตนของหลิวน่า สายตาของผู้ปกครองและนักเรียนที่มองหลิวน่าก็เต็มไปด้วยความเคารพนับถือ
ละครเรื่องตำนานคู่ยอดฝีมือนั้น เมื่อปีที่แล้วได้รับความนิยมอย่างมาก พวกเขาส่วนใหญ่ได้ดูกันแล้ว
ไม่คิดว่าช่างแต่งหน้าของนางเอกในละครจะมาอยู่ตรงหน้าพวกเขาและกลายเป็นครูของพวกเขา
ด้วยระดับความสามารถของครูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ทำให้ทุกคนรู้สึกเบาใจลงมาก
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
โรงเรียนนี้ให้โอกาสใหม่ๆ แก่คนหนุ่มสาวมากมายจริงๆ ขอเพียงดำเนินการสอนดี กิจการก็มั่นคงแล้ว
ไหหม่า(海馬)
………………..