ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 951 สละโสด ....................
ตอนที่ 951 สละโสด
………………..
ตอนที่ 951 สละโสด
เย่เจิ้งหัวได้ยินเย่ไป๋ถามถึงเรื่องสัญญาของเซี่ยอวี่ เขาก็พยักหน้า “ใช่ สัญญาถูกเซ็นไปแล้ว ตอนนี้หล่อนก็คุ้นเคยกับบทบาทพอสมควร นักแสดงคนอื่นๆ ก็พร้อมถ่ายทำแล้ว รอให้หล่อนอยู่เดือนครบกำหนดและพักฟื้นให้ดีก่อน ถึงตอนนั้นหล่อนก็เข้ากองถ่ายได้เลยใช่ไหม?”
เย่ไป๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ “พ่อครับ จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยสนับสนุนให้เสี่ยวอวี่กลับมาถ่ายหนังทันทีหลังอยู่เดือน ร่างกายหล่อนยังไม่ฟื้นตัวดี ทำแบบนี้จะเหนื่อยมาก ผมก็กลัวว่าถ้าทำงานหนักเกินไป ร่างกายหล่อนอาจจะมีปัญหาได้”
หลี่เหม่ยเฟิ่งได้ยินคำพูดของลูกชาย จึงรีบพูดต่อ “ฉันก็กังวลเรื่องนี้เหมือนกัน พออยู่เดือนเสร็จก็เริ่มทำงานเลยมันดูหักโหมเกินไป เหล่าเย่ ขอเลื่อนเวลาถ่ายทำออกไปอีกสักระยะได้ไหมคะ ให้เสี่ยวอวี่ได้พักมากขึ้น คุณลองคุยกับผู้กำกับและโปรดิวเซอร์พวกนั้นดูสิคะ เพิ่งคลอดลูกเสร็จจะแสดงได้ยังไงกันล่ะ?”
“คุยกันแล้วครับ พวกเราก็ปรึกษากันมานานแล้ว” เย่เจิ้งหัวกล่าว “แต่เดิมหนังเรื่องนี้ก็เลื่อนมาแล้วเพราะเสี่ยวอวี่ตั้งครรภ์ ตอนนี้เลื่อนอีกไม่ได้แล้ว ถ้าเลื่อนอีกแต่ละวันก็ต้องจ่ายค่าเสียหาย กองถ่ายก็เริ่มถ่ายทำแล้ว พวกเขาก็ให้เวลาพักผ่อนกับเสี่ยวอวี่มากที่สุดแล้ว หลังอยู่เดือน 40 วันค่อยไปกองถ่าย บทของเสี่ยวอวี่ส่วนใหญ่เป็นฉากพูดคุย ส่วนฉากที่ต้องใช้แรงมากๆ ก็จะเก็บไว้ถ่ายทีหลังสุด พวกคุณวางใจได้ ผมจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิดที่กองถ่าย จะไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน”
เย่เจิ้งหัวเขียนบทละครด้วยตัวเอง เขารู้ดีว่าบทบาทที่เซี่ยอวี่แสดงนั้นมีฉากปรากฏตัวไม่มากนัก เพราะเป็นนักแสดงสมทบหญิง แต่ตัวละครนี้ค่อนข้างโดดเด่น สิ่งสำคัญที่สุดคือเซี่ยอวี่ชอบบทนี้
เย่เชี่ยนพูดกับเย่ไป๋ว่า “พี่ชาย คุณวางใจได้ จางซ่วนก็เป็นช่างภาพในละครเรื่องนี้ด้วย ส่วนเซี่ยเซี่ยเป็นสไตลิสต์ พวกเขาจะดูแลพี่สะใภ้เอง”
“เธอกับจางซ่วนมีความสัมพันธ์อะไรกัน? กำลังคบหาดูใจกันอยู่ใช่ไหม?”
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาสอบสวนของเย่ไป๋ เย่เชี่ยนก็ส่ายหัวปฏิเสธโดยอัตโนมัติ “ไม่มีอะไรหรอก พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น”
เย่ไป๋พูดอย่างหงุดหงิด “ไม่คิดว่าน้องสาวที่ปกติสบายๆ จะปฏิเสธ พวกเราดูไม่ออกหรือว่าเป็นแค่เพื่อนกัน? ถ้าคบกันจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังพวกเรา นี่เป็นเรื่องสำคัญ ต้องรีบปรึกษากับพ่อแม่ ให้พวกเราช่วยดูแลให้”
หลี่เหม่ยเฟิ่งมองลูกสาวแล้วพูดอย่างจริงจัง “พี่ชายเธอพูดถูก ถึงครอบครัวเราจะเปิดกว้าง แต่ลูกเป็นผู้หญิง ไม่ควรคบหากับผู้ชายอย่างไม่ระมัดระวัง ต้องมีขั้นตอนที่เหมาะสม ไม่อย่างนั้นจะถูกคนอื่นดูถูกได้”
เย่เชี่ยนมองพ่อแม่และพี่ชายอย่างลังเล สีหน้าไม่สบายใจ “แล้วพวกคุณคิดว่าจางซ่วนเป็นคนยังไงคะ? ฉันกลัวว่าพวกคุณจะรังเกียจงานของเขา ดังนั้น…”
จางซ่วนเคยประสบความล้มเหลวในหน้าที่การงานมาก่อน เขาเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถแต่ไม่ได้รับโอกาส ต่อให้เย่เชี่ยนจะชอบเขา หล่อนก็ไม่กล้าบอกครอบครัว
ถึงอย่างไรงานของเขาก็ไม่ใช่งานที่เป็นทางการในความหมายแบบดั้งเดิม ไม่มีความมั่นคง
จางซ่วนเองก็ไม่มีความมั่นใจ ไม่มีความกล้าที่จะพาหล่อนไปพบพ่อแม่
“เธอคิดว่าพวกเธอเหมาะสมกันหรือ? มีภาษาที่ใช้ร่วมกันหรือไม่? มีค่านิยมเดียวกันหรือเปล่า?”
เย่เจิ้งหัวมองลูกสาวด้วยสีหน้าจริงจังมากและพูดว่า “ลูกเป็นครูของประชาชน ส่วนเขาอยู่ในวงการบันเทิง พวกเธอทั้งสองมีค่านิยมเดียวกันหรือไม่ จุดนี้สำคัญมาก ถ้าในอนาคตพวกเธอมีปัญหาขัดแย้งกันเพราะความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เกิดความขัดแย้งแตกแยกกัน นั่นน่ากลัวยิ่งกว่าความยากจนเสียอีก”
เย่เชี่ยนลุกขึ้นยืน มองพ่อของหล่อน แล้วรวบรวมความกล้าเอ่ยปาก “พ่อคะ พวกเราคุยกันถูกคอมาก รู้จักกันตั้งแต่มัธยมปลาย และรู้จักกันดีด้วย จางซ่วนเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานมาก เขามีความสามารถด้านการถ่ายภาพสูงมาก เมื่อไม่กี่ปีก่อนเขามีปัญหาเรื่องงานนิดหน่อย แต่ตอนนี้เขาพยายามอย่างมาก และได้รับการยอมรับจากคนในวงการแล้ว หลายปีมานี้ฉันได้เห็นกับตาว่าเขาค่อยๆ ก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไม่ง่ายเลย และพยายามมากด้วย การไล่ตามความฝันและความรักในอาชีพของเขาทำให้ฉันประทับใจมาก ฉันชื่นชมเขามากค่ะ”
เมื่อเย่เชี่ยนพูดถึงจางซ่วน ดวงตาของหล่อนก็เปล่งประกาย
“เขาซื้อบ้านในเมืองไห่เฉิงแล้ว ถ้าฉันอยู่กับเขา เขาจะไม่ทำให้ฉันลำบากแน่นอนค่ะ”
“เสี่ยวเชี่ยน พ่อแม่ไม่ใช่คนดื้อรั้นที่ไม่เข้าใจเหตุผลหรอกนะ ลูกต้องสื่อสารกับทุกคนตลอดเวลา ให้พวกเรารู้ความคืบหน้าของเธอ และทำความเข้าใจนิสัยของจางซ่วนด้วย จึงจะสามารถสนับสนุนเธอได้อย่างสบายใจ เข้าใจไหม” เย่ไป๋พูด
“เหมือนตอนพี่กับพี่สะใภ้ พี่ชอบหล่อน อยากแต่งงานกับหล่อน พี่จะพาหล่อนมาบ้านทันทีเพื่อสื่อสารกับครอบครัวให้ดี จุดนี้สำคัญมาก การรับผิดชอบต่อตัวเองก็คือการรับผิดชอบต่ออีกฝ่าย และยังเป็นการให้ความเคารพต่อครอบครัวด้วย”
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่ไป๋ ดวงตาของเย่เชี่ยนเปล่งประกายเล็กน้อย หล่อนถามอย่างระมัดระวัง “งั้นฉันหาเวลาพาจางซ่วนมากินข้าวที่บ้านได้ไหมคะ”
ปีที่แล้วในงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งเดือนของเสี่ยวหู่ จางซ่วนได้พบกับพ่อแม่ของหล่อนแล้ว แน่นอนว่าตอนนั้นแนะนำตัวในฐานะเพื่อนเท่านั้น
หลี่เหม่ยเฟิ่งครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดกับลูกสาวว่า “รอให้พี่สะใภ้ของเธออยู่เดือนครบกำหนดก่อนเถอะ อย่าไปรบกวนการพักผ่อนของหล่อนเลย”
“แม่ ขอบคุณค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”
ตระกูลเย่มักจะเปิดกว้างในเรื่องความรักของลูกๆ เสมอ และสนับสนุนการเลือกคู่ครองอย่างอิสระ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็เคยเจอจางซ่วนมาก่อน ทั้งรูปร่างหน้าตาและด้านอื่นๆ ล้วนโดดเด่นมาก อาชีพการงานก็มีอนาคตที่สดใส สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญที่สุดคือคุณธรรมและความรับผิดชอบของอีกฝ่าย รวมถึงความรู้สึกที่มีต่อลูกสาวของพวกเขา
ทางด้านคุณแม่เซี่ยกับหลิวกุ้ยอิง ทุกๆ สองสามวันก็จะมาเยี่ยมเซี่ยอวี่สักครั้ง ทำอาหารอร่อยๆ ให้หล่อน
วันนี้เป็นซุปไก่ พรุ่งนี้เป็นซุปปลา
ไม่มีโอกาสให้หลี่เหม่ยเฟิ่งได้แสดงฝีมือเลย ลินดาจะขับรถมาส่งพวกหล่อนโดยเฉพาะ
ตัวละครหว่านหลินในนิยายต้นฉบับนั้นค่อนข้างอวบอ้วน เซี่ยอวี่เดิมทีตั้งใจจะควบคุมอาหาร แต่หลังจากฟังความเห็นของเย่เจิ้งหัวและผู้กำกับแล้ว พวกเขาหวังว่าหล่อนจะควบคุมน้ำหนักและรูปร่างอย่างตั้งใจ แต่ให้ทำอย่างไรก็ได้ที่ดีต่อสุขภาพ
เมื่อก่อนหล่อนผอมเกินไป ถ้าถือโอกาสในช่วงอยู่เดือนเพิ่มน้ำหนักสักห้ากิโลกรัม ก็จะได้ผลดีกว่า
เดิมทีลินดากังวลว่าเซี่ยอวี่จะออกมาอ้วนเป็นลูกบอลหลังอยู่เดือน ดังนั้นเวลาที่คุณแม่เซี่ยกับหลิวกุ้ยอิงทำอาหารให้เซี่ยอวี่ ลินดามักจะคอยเตือนอยู่ข้างๆ แต่หลังจากได้ฟังคำแนะนำของผู้กำกับกับเย่เจิ้งหัว หล่อนกลับไม่มีความกังวลนี้แล้ว ผู้กำกับบอกว่าให้ทำอย่างไรก็ได้ที่ดีต่อสุขภาพ
เมื่อมารดากับลินดามาส่งอาหารให้ เซี่ยอวี่ก็ได้เอ่ยปากชื่นชมอีกครั้ง หวังว่าชีวิตในบั้นปลายจะได้อยู่บ้านเลี้ยงลูกแบบนี้ รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมาก
เมื่อก่อนตอนทำงาน สมองมักจะเครียดตลอดเวลา จนไม่ได้ผ่อนคลายเลย หล่อนจึงชอบความรู้สึกผ่อนคลายในตอนนี้จริงๆ
“หมายความว่าอย่างไร? อยากออกจากวงการหรือ?” ลินดาได้ยินคำพูดของเซี่ยอวี่ สายตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย มองหล่อนอย่างจริงจังมาก
“อืม ถ้าฉันถอนตัวออกจากวงการ เธอจะคิดยังไง?” เซี่ยอวี่ถามลินดาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา
เซี่ยอวี่ทำท่าทีเหลาะแหละ ลินดาจึงไม่แน่ใจว่าคำพูดของหล่อนจริงหรือเท็จ ไม่รู้ว่าหล่อนกำลังล้อเล่นหรือกำลังพูดคุยเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงเอ่ยปากด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ”
“จริงเหรอ?” เซี่ยอวี่ยังคงมีรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า
“แน่นอนว่าจริง แต่ละคนก็มีทางเลือกของตัวเอง ถึงฉันจะไม่เข้าใจ แต่ก็ขอให้โชคดี”
ลินดาถึงกับบอกว่าไม่เข้าใจหล่อน ทำให้เซี่ยอวี่รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
พวกหล่อนเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา เป็นทั้งเพื่อนสนิทและพี่น้อง
เมื่อหล่อนก้าวเข้าสู่วงการนี้ก็ได้อยู่ร่วมกับลินดา ตอนนั้นลินดายังเป็นเพียงผู้ช่วยตัวน้อย ส่วนหล่อนก็เป็นแค่ดาราตัวประกอบที่รับบทเล็กๆ น้อยๆ
พวกหล่อนต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่มีใครเข้าใจความยากลำบากของพวกหล่อนได้ดีไปกว่าพวกหล่อนสองคนอีกแล้ว
เซี่ยอวี่คิดว่าเมื่อหล่อนเสนอความคิดที่จะออกจากวงการในตอนนี้ ลินดาจะเข้าใจหล่อน แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูดว่า…ไม่เข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เหลือแค่พาหนุ่มมาให้พ่อแม่รู้จักเท่านั้นแหละเสี่ยวเชี่ยน ไม่ต้องกังวลไป
นั่นแหละนะ ผ่านร้อนหนาวมาด้วยกันตั้งหลายปี พอฝ่ายหนึ่งแยกย้ายไปมีครอบครัวมันก็จะโหวงๆ หน่อย
ไหหม่า(海馬)
………………..