ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 811 มีน้ำใจ
ตอนที่ 811 มีน้ำใจ
………………..
ตอนที่ 811 มีน้ำใจ
“เถ้าแก่เซี่ยอย่ามาล้อผมเล่นเลย ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเพื่อนฝูงที่คอยช่วยเหลือสนับสนุนผม จึงทำให้มีอู๋เซิ่งหงในวันนี้ได้”
อู๋เซิ่งหงพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ ดวงตาฉายแววความซาบซึ้ง
เซี่ยไห่ไม่สนใจเรื่องเสื้อผ้าของอู๋เซิ่งหงอีกต่อไป
เมื่อความสามารถของคนเรามาถึงระดับหนึ่งแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรภายนอกมาเสริมแต่ง
บางทีในวันข้างหน้า รองเท้าผ้าพันชั้นของอู๋เซิ่งหงอาจกลายเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เซิ่งหงก็เป็นได้
เมื่อมาถึงสนามบิน เซี่ยไห่จอดรถแล้วหันไปบอกกับอู๋เซิ่งหงว่า “เถ้าแก่อู๋ ขอบคุณที่มาส่งผมนะครับ”
ถึงแม้ว่าตลอดทางเขาจะเป็นคนขับรถมาเองก็ตาม
แต่อู๋เซิ่งหงก็แสดงน้ำใจอย่างเต็มที่แล้ว
“ขากลับขับรถช้า ๆ นะครับ ระวังด้วย”
“เดี๋ยวก่อน คุณยังไม่ได้เอาของไปเลย”
อู๋เซิ่งหงรีบหยิบกระเป๋าใบโตออกมาจากเบาะหลังรถ
“นี่เป็นเสื้อผ้ากับของเล่นที่ผมซื้อให้ลูกชายของเสี่ยวหลิน รบกวนเถ้าแก่เซี่ยช่วยเอาไปให้เสี่ยวหลินด้วย ผมไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงครบเดือนของหลาน ก็ขอถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากผมแล้วกัน”
เซี่ยไห่รับกระเป๋าที่อู๋เซิ่งหงยื่นมาให้ น้ำหนักค่อนข้างมากทีเดียว
เขาสบตากับใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของอู๋เซิ่งหง ทันใดนั้นก็รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
“เถ้าแก่เซี่ย เข้าไปเถอะ ผมจะดูคุณเข้าไปจนกว่าจะถึงประตู”
อู๋เซิ่งหงยิ้มและโบกมือให้เขา เซี่ยไห่ตอบรับเบาๆ แล้วถือกระเป๋าเดินต่อไป
เดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็หันกลับไปมอง ยังคงเห็นอู๋เซิ่งหงยิ้มร่าและโบกมือให้เขา
เซี่ยไห่เผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน โบกมือตอบกลับ แล้วหันหลังเดินเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว
หลังเซี่ยไห่กลับมาถึงเมืองไห่เฉิงแล้ว สิ่งแรกที่ทำคือรีบโทรหาหลินเซี่ย
ตอนนั้นหลินเซี่ยกำลังสอนอยู่ในชั้นเรียนอบรม พอรับสายจากเซี่ยไห่แล้วก็บอกให้เขากลับบ้านไปก่อน เธอจะรีบกลับไปทันทีที่เสร็จงาน
หลินเซี่ยขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงบ้านก็เห็นเซี่ยไห่นอนดูทีวีอยู่บนโซฟา
คนอื่นๆ ในบ้านไปร้านอาหารกันหมด ไม่มีใครอยู่บ้านรอเซี่ยไห่ที่กลับมาวันนี้เลย
เซี่ยไห่ชินกับเรื่องนี้แล้ว เขาตั้งใจว่าจะคุยกับหลินเซี่ยให้เสร็จแล้วไปกินข้าวที่ร้านอาหาร พอกินเสร็จก็จะไปตรวจดูที่ห้องเต้นรำพอดี
“อารอง เป็นไงบ้าง? ตึกสำนักงานสร้างสวยไหม? ถ่ายรูปมาให้ฉันดูหรือเปล่า?” หลินเซี่ยถามเขาด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ถ่ายมาสิ มีรูปที่ถ่ายกับเถ้าแก่อู๋และคนอื่นๆ ด้วย เดี๋ยวฉันหาให้”
เซี่ยไห่ลุกขึ้นนั่ง หยิบรูปถ่ายมากมายจากกระเป๋าให้หลินเซี่ย
หลินเซี่ยดูรูปทีละใบด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“เถ้าแก่อู๋อ้วนขึ้นนะ” เธอกล่าว
เธอไม่เพียงแต่สังเกตเห็นว่าอู๋เซิ่งหงอ้วนขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นยิ่งกว่าคือการเห็นบุคคลทรงอิทธิพลหลายคนในรูปถ่ายร่วมด้วย ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่คว้าโอกาสจนประสบความสำเร็จในยุคนี้ กลายเป็นผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงของประเทศในภายหลัง
โชคชะตาของพวกเขาคงเริ่มต้นหมุนในช่วงเวลานี้กระมัง
เซี่ยไห่ถอนหายใจ “เขานี่ก็แปลก งานใหญ่โตอย่างพิธีเปิดอาคารดันใส่รองเท้าผ้าใบมาซะได้ บ้านนอกเป็นบ้า”
“อย่าตัดสินคนจากภายนอกสิคะ เขามีฝีมือ แต่งตัวยังไงก็ไม่สำคัญหรอก”
เซี่ยไห่เถียงไม่ออก
“เถ้าแก่อู๋บอกว่าอีกสักพักจะมาที่เมืองไห่เฉิงด้วยตัวเอง เพื่อเอาเงินปันผลมาให้พวกเรา” เซี่ยไห่พูดพลางหยิบกระเป๋าใบโตที่อู๋เซิ่งหงให้เขามา
หลินเซี่ย เปิดกระเป๋าออก เมื่อเห็นเสื้อผ้าเด็กทารกแฟชั่นใหม่ๆ หลากหลายชนิด รวมทั้งรองเท้า หมวก และของเล่นที่บรรจุอยู่ข้างใน เธอก็ถึงกับตะลึง
“นี่แน่ใจหรือคะว่าเถ้าแก่อู๋ซื้อมา?” หลินเซี่ยหันไปถามเซี่ยไห่ด้วยความประหลาดใจ
อู๋เซิ่งหงช่างใส่ใจมาก เขาซื้อเสื้อผ้าชุดหนึ่งมาให้หู่จือด้วย
เซี่ยไห่พูดว่า “เขาให้ฉันมา ฉันไม่รู้ว่าใครซื้อ เขาบอกว่าเขาไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงฉลองครบเดือนของหลาน นี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่เขามอบให้เด็ก”
หลินเซี่ยหยิบของออกมาทีละชิ้น เมื่อหยิบถึงชิ้นสุดท้าย เธอก็เห็นว่าในกระเป๋ายังมีซองจดหมายอยู่ด้วย
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบมันออกมา
ภายในซองจดหมายที่ดูหนักอึ้ง เต็มไปด้วยธนบัตรใหม่เอี่ยม
บนซองจดหมายเขียนข้อความบรรทัดหนึ่งว่า “ขอให้เฉินจิ่งชูตัวน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงและมีความสุข”
“อารอง คุณลุงอู๋ยังแอบใส่เงินมาให้เราด้วยเหรอคะ?”
เซี่ยไห่เห็นซองจดหมายจึงยื่นมือออกมาพร้อมกับพูดว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาเพิ่งยัดใส่กระเป๋าตอนฉันขึ้นเครื่อง ฉันเลยไม่มีเวลาตรวจดูเลย”
เซี่ยไห่พูดพร้อมกับยิ้มว่า “เขาก็แค่หวังดีกับหลาน เธอรับไปเถอะ พวกเรานับว่าเป็นผู้มีพระคุณช่วยเหลือเขาในยามยาก เหล่าอู๋เป็นคนมีน้ำใจ เธอจงรับไปอย่างสบายใจเถอะ”
หลินเซี่ยนับดู ซึ่งเป็นจำนวนทั้งหมดหนึ่งพันหยวน
เงินซองแดงนี้นับว่ามากโขอยู่เหมือนกัน
เซี่ยไห่เพิ่งจะดื่มน้ำไปได้อึกเดียว โทรศัพท์จากอู๋เซิ่งหงก็ดังขึ้น
“เหล่าอู๋ ผมเพิ่งมาถึงเอง” เซี่ยไห่รับโทรศัพท์อู๋เซิ่งหงด้วยความดีใจ ขณะคุยด้วยน้ำเสียงสนิทสนมกันมาก “เซี่ยเซี่ยกำลังแกะของที่คุณให้ เดี๋ยวคุณคุยกับหล่อนก่อน”
หลินเซี่ยรับโทรศัพท์มือถือของเซี่ยไห่ “เถ้าแก่อู๋ คุณมีน้ำใจกับพวกเรามากเกินไปแล้วค่ะ ซื้อของมาให้เด็กๆ เยอะขนาดนี้ แถมยังแอบใส่ซองแดงมาให้อีก”
อู๋เซิ่งหงหัวเราะแหะๆ จากปลายสาย “เสี่ยวหลิน นี่แค่น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของผม ผมไม่ค่อยเป็นเรื่องซื้อของเท่าไหร่ เลยไปเลือกๆ มาจากห้างสรรพสินค้า อย่ารังเกียจกันเลยนะ”
“นี่คุณเลือกเองเหรอคะ” หลินเซี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
อู๋เซิ่งหงตอบ “ใช่ครับ จริงๆ แล้วผมกะจะไปกับภรรยา แต่หล่อนติดธุระกระทันหัน เวลาจำกัด ผมเลยไปซื้อเอง ไม่รู้หรอกว่าเสื้อผ้าแบบไหนสวย เห็นแค่ว่าคุณคลอดลูกชาย ก็เลยเลือกแบบที่ดูเป็นผู้ชายมา เหะๆ”
“เถ้าแก่อู๋ คุณนี่ตาถึงจริงๆ เสื้อผ้าที่คุณเลือกสวยทุกชุดเลย ทันสมัยกว่าที่ฉันซื้อเองอีก ฝากขอบคุณลุงอู๋แทนหลานชายตัวน้อยด้วยนะคะ”
เซี่ยไห่ยืนอยู่ข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แก้ว่า “เรียกลุงอู๋ได้ไง? เหล่าอู๋อายุเท่าไหร่เชียว? รุ่นราวคราวเดียวกับฉันแท้ๆ”
หลินเซี่ยครุ่นคิด ดูเหมือนให้ลูกเรียกอู๋เซิ่งหงว่าลุงจะไม่ค่อยเหมาะสม
ถ้าไม่มีเซี่ยไห่ เธอในฐานะหุ้นส่วนเรียกอู๋เซิ่งหงว่าสหายก็คงไม่มีปัญหา
อู๋เซิ่งหงหัวเราะเสียงดังลั่นมาจากปลายสาย “เรียกอะไรก็ได้ ผมตกลงหมด ฮ่าๆๆ”
เสียงของอู๋เซิ่งหงเปลี่ยนเป็นจริงจัง “เสี่ยวหลิน อาคารสำนักงานของพวกเราเปิดขายแล้ว รออีกสักพัก ผมจะไปเมืองไห่เฉิงเพื่อคุยเรื่องเงินปันผลกับคุณ”
“ตกลงค่ะ พวกเรารออยู่”
หลังจากวางสาย เซี่ยไห่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าอู๋เซิ่งหงเป็นคนเลือกเสื้อผ้าเด็ก รองเท้าเด็ก หมวกเด็ก ที่ดูดีทันสมัยเหล่านี้
หลินเซี่ยได้ยินเขาพึมพำ จึงอดไม่ได้ที่จะกลอกตาไปมา “อารอง เถ้าแก่อู๋ก็แค่เป็นเรียบง่าย ไม่ชอบแต่งตัวให้ตัวเองดูฉูดฉาด แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีรสนิยมสักหน่อยนี่คะ?”
เซี่ยไห่ก้มลงมองเสื้อเชิ้ตลายดอกของตัวเอง “ฉูดฉาดอะไร? เธอกำลังเหน็บแนมใคร?”
หลินเซี่ยรีบอธิบาย “ไม่ได้หมายถึงคุณสักหน่อย สไตล์ของอารองไม่ได้เรียกว่าฉูดฉาด แต่คุณคือผู้นำเทรนด์ต่างหาก”
“เอาล่ะ กลับบ้านกันเถอะ”
หลินเซี่ยพูดขึ้น “เอาของพวกนี้ไว้ที่นี่ก่อนก็ได้ ของเสี่ยวหู่เยอะแล้ว ฉันเอาไปแค่สองชุดก็พอ”
หลินเซี่ย หยิบชุดของเสี่ยวหู่ไปชุดหนึ่ง และหยิบชุดเล็กไปอีกชุดหนึ่ง แล้วเธอก็เตรียมตัวออกไป
ได้ยินเธอพูดด้วยน้ำเสียงปกติแบบนั้นว่าจะกลับบ้าน เซี่ยไห่ก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที “กลับบ้านไหน? ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอเหรอ? เธอไม่ได้กลับมานอนที่นี่นานแค่ไหนแล้ว?”
ในหัวของเขาเต็มไปด้วยคำพูดโบราณที่ว่าลูกสาวแต่งงานออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดไปแล้ว
“ลูกอยู่ที่ชุมชนบ้านพักทหาร แม่สามีกำลังดูแลอยู่ค่ะ ฉันต้องกลับไปดูลูก ไม่งั้นเขาจะร้องไห้เอา”
เซี่ยไห่พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เธอก็อุ้มลูกกลับมาสิ ให้พี่สะใภ้ช่วยดู พวกเราก็คิดถึงเสี่ยวหู่เหมือนกัน”
หลินเซี่ยพูด “แม่ฉันยุ่งอยู่ค่ะ ลูกเพิ่งจะปรับตัวเข้ากับย่าเขาได้ อย่าเพิ่งอุ้มไปอุ้มมาเลย รอฉันจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว ฉันจะพาลูกกลับมานอนที่นี่ค่ะ”
หลินเซี่ยขี่มอเตอร์ไซค์มา ตอนที่เธอออกไป เซี่ยไห่ก็ตามออกมาส่งเธอ
ปรากฏว่าตอนที่ทั้งสองเพิ่งเปิดประตูใหญ่ จางเหมยก็ยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าลำบากใจเหมือนกำลังจะเคาะประตู
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ประมาทเถ้าแก่อู๋ไม่ได้เลยนะคะเนี่ย แต่งตัวปอนแบบนั้นแต่รสนิยมเลือกเสื้อผ้าให้คนอื่นคือใช้ได้เลย
แม่แท้ๆ หู่จือจะมาทำอะไรที่นี่กันนะ?
ไหหม่า(海馬)
………………..