บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 810 คุณพูดอะไรก็ถูกถ้าคุณมีเงิน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
  4. ตอนที่ 810 คุณพูดอะไรก็ถูกถ้าคุณมีเงิน
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 810 คุณพูดอะไรก็ถูกถ้าคุณมีเงิน

………………..

ตอนที่ 810 คุณพูดอะไรก็ถูกถ้าคุณมีเงิน

หลินเซี่ยนอนซบเขาอยู่ในอ้อมแขน มองเขาแล้วพูดว่า “ฉันอยู่บ้านก็ได้ แต่คุณต้องไปบอกแม่ให้ดีนะว่าอย่าทำตัวเหมือนเมื่อก่อนที่ขี้โมโหแล้วดื้อรั้นทำอะไรตามใจตัวเอง ต้องรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่บ้าง เรื่องของลูกมีอะไรก็ปรึกษาฉันเยอะๆ แล้วก็ตอนที่ครอบครัวฉันอยากมาเห็นหน้าหลาน แม่ก็ต้องให้ทุกคนมาเยี่ยม อย่าทำเหมือนเมื่อก่อนที่ทำตัวเป็นผู้นำสั่งนั่นสั่งนี่ ฉันไม่อยากมีเรื่องทะเลาะกับแม่เพราะเรื่องแบบนี้อีก”

“วางใจเถอะ สหายโจวลี่หรงเปลี่ยนความคิดไปหมดแล้ว”

เฉินเจียเหอพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ถ้าปู่กับย่ามีความคิดเห็นอะไรที่ไม่ตรงกับเรา คุณบอกผมนะ ผมจะเป็นคนไปคุยกับพวกท่านเอง ค่อยๆ พูดค่อยๆ จา คุณตั้งใจทำงานของคุณไป ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น”

มีเฉินเจียเหอเป็นคนกลางประสานรอยร้าว หลินเซี่ยก็ค่อยๆสบายใจขึ้น

พวกเขาจึงย้ายบ้านอย่างเป็นทางการ โดยที่สองผู้เฒ่าตระกูลเฉินและโจวลี่หรงเป็นคนดูแลหลานๆ

ทางไปที่ทำงานของเฉินเจิ้นเจียงผ่านโรงเรียนประถมที่หู่จือจะสมัครเรียนพอดี เมื่อใดที่เปิดเทอม เฉินเจิ้นเจียงก็จะปั่นจักรยานไปส่งหู่จือที่โรงเรียนแล้วก็ไปรับกลับบ้านทุกวัน

พอคอร์สฝึกอบรมของหลินเซี่ยเปิดสอน นักเรียนก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเทอมที่แล้ว จำนวนครูก็เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากหลิวน่าช่างแต่งหน้าที่รู้จักกันในกองถ่าย เจียงอวี่เฟยยังแนะนำช่างเสริมสวยให้เธอรู้จักอีกคน

หลินเซี่ยแบ่งสอนนักเรียนคลาสความงามกับทำผม ทำให้เธอมีคลาสสอนแทบทุกวัน ส่วนเวลาปกตินอกจากนี้ยังต้องคอยแวะเวียนไปดูร้าน

ช่วงที่หลินเซี่ยยุ่ง โจวลี่หรงจะพาเสี่ยวหู่มาหาหลินเซี่ยในตอนกลางวัน ให้เธอช่วยให้นมลูกทีหนึ่ง นอกนั้นก็ให้ลูกกินนมผงที่บ้าน

เพราะลูกยังเล็กอยู่ หลินเซี่ยจึงไม่กล้าและไม่ยอมห่างลูกนานๆ เธอจึงไม่ได้ไปร่วมงานพิธีเปิดอาคารสำนักงานของอู๋เซิ่งหง เซี่ยไห่เลยไปเป็นตัวแทนเธอ

เซี่ยไห่เลยอาศัยจังหวะนี้กลับไปตรวจบัญชีที่เซินเจิ้น

เฉียนต้าเฉิงบริหารจัดการร้านเต้นรำที่เซินเจิ้นเป็นอย่างดี ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการแล้ว ทั้งเงินเดือนและตำแหน่งที่สูงขึ้นทำให้เขามีแรงทำงานมากขึ้น พอได้มาบริหารงานเองที่นี่ เขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่และสุขุมขึ้นมาก

หลังจากร่วมงานเปิดอาคารเสร็จ เซี่ยไห่ก็อยู่คุยธุระกับอู๋เซิ่งหงที่เซินเจิ้นอีกสองสามวัน แถมยังได้รู้จักเพื่อนที่ทำอสังหาริมทรัพย์หลายคนจากการแนะนำของอู๋เซิ่งหงอีกด้วย

พออาคารสำนักงานเปิดขาย ก็ดึงดูดสายตานักธุรกิจจากโรงงานและนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในเซินเจิ้นได้มากมาย ในที่สุดอู๋เซิ่งหงก็พลิกสถานการณ์ได้สำเร็จ

คนเราเมื่อพบเรื่องน่ายินดี จิตใจก็สดชื่น อู๋เซิ่งหงจึงมีสีหน้าเปล่งปลั่ง แม้จะยังคงแต่งตัวเรียบง่าย แต่คนทั้งคนก็ดูเปล่งประกายสดใส มองดูแล้วมีพลังชีวิตเป็นพิเศษ

เซี่ยไห่มองดูชายที่ยังคงสวมรองเท้าผ้าคู่เดิมและชุดจงซานแบบเรียบง่าย พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพมากขึ้น “คุณดูสิ ทำไมต้องสุภาพขนาดนี้ด้วย? เงินทุนพร้อมเมื่อไหร่ พวกเราจะมารับเอง”

อู๋เซิ่งหงส่ายหน้าอย่างจริงจัง “ไม่ได้หรอก ผมต้องไปด้วยตัวเองสักครั้ง ขนาดงานเลี้ยงฉลองครบเดือนของลูกเสี่ยวหลิน ผมยังไม่มีเวลาไปร่วมเลย คราวหน้าที่ผมไป ต้องชดเชยให้ด้วย”

“ได้ๆ ตามใจคุณ”

ความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยไห่กับอู๋เซิ่งหงก็ใกล้ชิดมากขึ้น

อู๋เซิ่งหงพาเขาไปสำรวจสถานที่อื่นๆ ในเซินเจิ้น และเปิดใจเล่าถึงแผนการในอนาคตของเขาให้เซี่ยไห่ฟัง

เซี่ยไห่มองดูชายร่างเล็กที่ยืนอยู่บนซากปรักหักพังแห่งหนึ่งกำลังจินตนาการถึงอนาคต เขารู้สึกว่าภาพลักษณ์ของชายคนนี้ดูสูงส่งขึ้นมาทันที

ใจกว้างเท่าใด เวทีก็กว้างเท่านั้น

ซากปรักหักพังแห่งนี้คือเวทีในอนาคตของอู๋เซิ่งหง

ในเมื่อเขาสร้างตึกสำนักงานได้หนึ่งหลัง เขาก็สร้างตึกได้อีกเป็นหลังที่สอง หลังที่สาม…

เขามีความสามารถ มีความกล้าหาญและมุ่งมั่นมาก มองภายนอกดูซื่อๆ แต่จริงๆ แล้วกล้าคิดกล้าทำ

เซี่ยไห่ก็มีความคิดที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการพัฒนาในอนาคตของเขาเช่นกัน

เขาไม่สามารถทำธุรกิจบันเทิงไปได้ตลอด หลินเซี่ยเคยพูดไว้ตอนที่ลงทุนกับอู๋เซิ่งหงว่าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จะเป็นอุตสาหกรรมหลักในอนาคต พวกเขาจะแล่นเรือไปกับอู๋เซิ่งหง

มองจากทิศทางลมในตอนนี้ สิ่งที่หลินเซี่ยพูดนั้นถูกต้องมาก

หลังจากรับประทานอาหารกับเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายคนที่อู๋เซิ่งหง แนะนำให้รู้จัก เขาก็เข้าใจแนวโน้มการพัฒนาของอุตสาหกรรมนี้ในอนาคตคร่าวๆ แล้ว

บางทีอู๋เซิ่งหงอาจเป็นหุ้นส่วนระยะยาวที่ไว้ใจได้จริงๆ

เซี่ยไห่ บอกว่าพรุ่งนี้จะกลับเมืองไห่เฉิง อู๋เซิ่งหงจึงกำชับเขาเป็นพิเศษว่าตอนเช้าให้รอเขาไปหาก่อนแล้วค่อยออกเดินทาง เขาจะฝากของไปด้วย

ยามเช้า แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในห้อง เซี่ยไห่ก็ยืดเส้นยืดสายอย่างมีความสุข ก่อนลุกจากเตียง

หลังจากตื่นนอน เขาได้เรียกหัวหน้าเล็กๆ ในห้องเต้นรำมาประชุมเพื่อจัดการงาน จากนั้นก็ออกเดินทางกลับเมืองไห่เฉิง

เซี่ยไห่กลัวว่าจะตกเครื่องจึงโทรหาอู๋เซิ่งหง แต่ปรากฏว่าไม่มีคนรับสาย

เขาถือกระเป๋าเอกสาร มองนาฬิกาด้วยความกระวนกระวายใจ

ในใจก็อดที่จะบ่นอู๋เซิ่งหงไม่ได้ เป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่โต แต่กลับไม่รักษาเวลาเอาเสียเลย

หลังจากโทรไปสองสามสายแล้วก็ไม่มีคนรับ เขาจึงตัดสินใจไม่รออีกต่อไป

เขาจึงกำชับกับเฉียนต้าเฉิง บอกว่ารออู๋เซิ่งหงกลับมาแล้วค่อยอธิบายให้ฟังก็แล้วกัน

เซี่ยไห่กำลังจะออกรถ ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เถ้าแก่เซี่ย รอก่อน”

อู๋เซิ่งหงลงจากรถแล้ววิ่งตรงมาทางเซี่ยไห่

เขารีบร้อนมาในสภาพเหงื่อท่วมหัว ใบหน้าที่ไม่ค่อยขาวอยู่แล้วยิ่งกลายเป็นสีแดงคล้ำเพราะวิ่งอย่างเร่งรีบ

อู๋เซิ่งหงยิ้มกว้างให้เซี่ยไห่ เผยให้เห็นฟันขาวสะอาด

“ผมขับรถอยู่ อาจจะปิดเครื่อง”

อู๋เซิ่งหงเปิดประตูฝั่งคนขับอย่างสุภาพ “เถ้าแก่เซี่ย เชิญครับ ขึ้นรถผม ผมไปส่งที่สนามบินเอง”

“ช่างเถอะ คุณเอาของมาให้ผมเร็วๆ แล้วไปทำธุระของคุณเถอะ”

แต่อู๋เซิ่งหงยืนกรานที่จะไปส่งเซี่ยไห่ด้วยตัวเอง บังคับให้เขาขึ้นรถให้ได้

เซี่ยไห่อธิบายเท่าใดอู๋เซิ่งหงก็ไม่ยอมฟัง เขาจึงจำใจขึ้นรถไป

ลีลาการขับรถของอู๋เซิ่งหงก็เหมือนกับนิสัยของเขา คือช้าเป็นเต่าคลาน

เซี่ยไห่กำลังรีบไปขึ้นเครื่อง แต่ด้วยความเร็วขนาดนี้ ต่อให้เครื่องบินจะขึ้นแล้วเขาก็คงยังไปไม่ถึงสนามบิน

เขาพยายามระงับความร้อนใจไว้ในใจ แล้วหันไปเสนออู๋เซิ่งหงว่า “นี่แก จอดรถข้างทางเดี๋ยวนี้เลย ฉันขับเอง”

“หา?”

“ฉันขับเอง รถแกมันช้าแบบนี้ เดี๋ยวตกเครื่องแน่”

เมื่ออู๋เซิ่งหงได้ยินเช่นนั้น ก็ยอมจอดรถแต่โดยดี

ทำเอาอู๋เซิ่งหงตกใจแทบแย่

เซี่ยไห่ขับรถไปสักพักจึงรู้สึกว่าพอมีเวลาเหลือบ้าง เลยค่อย ๆ ผ่อนความเร็วลง

“คุณจะฝากอะไรไปหรือ?” เซี่ยไห่เหลือบมองอู๋เซิ่งหง ก่อนจะเอ่ยแซวพลางกลั้วหัวเราะ “ไม่ใช่ว่าตั้งใจมาส่งผมหรอกนะ”

อู๋เซิ่งหงยิ้มแห้ง ๆ “ใช่ มาส่งคุณ”

“คุณดูตัวเองสิ หาเงินได้ตั้งเยอะขนาดนี้ เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ซื้อรองเท้าหนังดี ๆ สักคู่ก็ยังดี”

เซี่ยไห่มองอู๋เซิ่งหงตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความรังเกียจอยู่กลายๆ

เกี่ยวกับเรื่องภาพลักษณ์ของเขา ดูเหมือนว่าปีที่แล้วเขาจะเคยพูดไปครั้งหนึ่งแล้ว

บอกว่าที่เขาเป็นแบบนี้เรียกว่าสมถะ

ตอนนี้ธุรกิจของเขากำลังไปได้สวย ต้องติดต่อกับนักธุรกิจมากมาย เรื่องภาพลักษณ์ก็น่าจะปรับเปลี่ยนบ้างแล้วไม่ใช่หรือ?

อู๋เซิ่งหงขยับเท้าเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า

“รองเท้าผ้าใบแบบนี้ผมใส่สบาย เดินไม่เมื่อย รองเท้าหนังมันกัดเท้า ผมใส่ไม่ชิน”

เซี่ยไห่มองบนอย่างเอือมระอา ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย

“เรื่องอะไรจะไปดูออกกันที่หน้าตา”

ตอนเจอกันครั้งแรก เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าผู้ชายหน้าซื่อๆ คนนี้จะสามารถสร้างตึกสำนักงานบนที่ดินรกร้างผืนนั้นได้

แล้วตอนนี้…

ตึกสำนักงานก็ผุดขึ้นมาเสียดฟ้าเรียบร้อย

เซี่ยไห่รู้สึกเลื่อมใสในตัวชายวัยกลางคนที่ดูซื่อสัตย์คนนี้อยู่ไม่น้อย

“เออ จริง คุณมีเงิน พูดอะไรก็ถูกหมดแหละ”

………………………………………………………………………………………………………………………..

สารจากผู้แปล

ร้อยวันพันเหตุการณ์มากเซี่ยไห่ การไปเซินเจิ้นครั้งนี้ก็ถือว่าได้คอนเนคชันใหม่ๆ ละนะ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 810 คุณพูดอะไรก็ถูกถ้าคุณมีเงิน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน