ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 752 ประจันอันตราย
ตอนที่ 752 ประจันอันตราย
หลังจากมู่หรงเซียงไปแล้ว ชุนฉินก็เอ่ยเตือนว่า “องค์หญิง ท่าน
เป็นสตรี เหตุใดจึงกอดบุรุษเช่นนั้นเล่า หากผู้อื่นเห็นเข้าจะมององค์
หญิงอย่างไรเพคะ”
“ผู้อื่นก็มีเพียงเจ้า หรือเจ้าจะเอาไปพูดต่อเล่า” เซียวหนิงคล้ายไม่
ไยดี “ข้าไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว แค่อยากจะบีบให้มู่หรงเซียงหนานพูด
เท่านั้น ท่านน้าจูดีเหลือเกิน ทั้งเป็นสหายของเสด็จแม่ ข้าอยากช่วย
นาง หากมู่หรงเซียงหนานยังเป็นเช่นนี้ ท่านน้าจูคงเป็นกังวลมาก”
“องค์หญิง เรามาอาศัยแค่เพียงชั่วคราวก็ต้องไปแล้ว คุณชายมู่
หรงเป็นเช่นนี้มานานหลายปี เกรงว่าคงเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้วเพ
คะ”
“ข้าจะพยายามให้เต็มที่ อย่างไรข้าอยู่ที่นี่ก็ไม่มีเรื่องใดทำ เวลา
ว่างก็มาก ชุนฉิน เจ้าออกไปนอกจวนกับข้าหน่อยเถิด”
“องค์หญิงจะไปที่ใดเพคะ”
“ไม่มีข่าวคราวของอาอวี่เลย ข้าจะไปสอบถามที่จวนใต้เท้าจัง
สักหน่อย หากออกไปยามค ่าคงอันตราย เช่นนั้นเราก็ไปตอนนี้ที่ฟ้า
ยังสว่างอยู่เถิด”
เซียวหนิงห่วงเซียวอวี่ยิ่ง ข่าวคราวของอาอวี่เงียบหายไปตั้งแต่
เมื่อวาน นางจึงตัดสินใจจะไปสอบถามใต้เท้าจังที่จวน เพื่อดูว่า
เซียวอวี่อยู่ที่ไหนกันแน่ตอนนี้ แม้จะช่วยอะไรเขาไม่ได้ แต่อย่าง
น้อยก็แค่ได้รู้ว่าเขาปลอดภัย สองพี่น้องเติบโตด้วยกันมาตั้งแต่เล็ก
ทะเลาะถกเถียง รังเกียจรังงอนกันมาเสมอ แต่ความรักความผูกพัน
ของพวกเขาช่างลึกซึ้งนัก
“แต่ไท่จื่อทรงกำชับว่า…”
“ข้าต่างหากที่เป็นพี่สาวเขา”
เซียวหนิงพูดจบก็มุ่งหน้าไปที่ประตูใหญ่จวนมู่หรง
นางไปที่จวนของใต้เท้าจัง แต่เซียวอวี่ไม่ได้อยู่ที่นั่น ใต้เท้าจัง
เพียงบอกว่าเขาอยู่นอกเมืองเฉาโจว เรื่องอื่นกลับไม่ยอมพูดแม้แต่
น้อย ทั้งบอกให้เซียวหนิงกลับจวนมู่หรงไปก่อน เซียวหนิงรอจน
ฟ้ามืดก็ไม่เห็นเซียวอวี่กลับมาจึงตัดสินใจกลับจวนมู่หรง
เมื่อล่วงเข้าสู่ราตรี ความคึกคักตามข้างทางก็กลับสู่ความสงบไม่
เหมือนเช่นกลางวัน มีเพียงเสียงรถม้าดังกึกกักๆ บางคราก็มีคนเดิน
ผ่านทางไปบ้างทั้งยังเดินอย่างเร่งรีบ
เซียวหนิงนั่งหาวอยู่ในรถม้า ไม่รู้ว่าอาอวี่อยู่ที่ใด เจ้าเด็กคนนี้
ไม่ส่งคนมาแจ้งข่าวนางเลย ทำให้นางต้องเป็นห่วง
ขณะกำลังคิดอยู่นั้น รถม้าก็พลันหยุดลง เซียวหนิงที่นั่งอยู่ในรถ
ม้าแทบหงายหลังล้ม นางที่เดิมกำลังง่วงงุนถึงกับสะดุ้งตื่นเต็มตา
ขึ้นมา “เกิดอะไรขึ้น”
ไม่รอให้ชุนฉินเปิดผ้าม่านออกด้วยซ ้าก็มีกระบี่ดำเล่มหนึ่งแทง
เข้ามาด้านใน ทำให้ชุนฉินตกใจกระโดดเข้าไปกอดเซียวหนิงไว้
กระบี่นี้ไม่ได้แทงถูกใคร มันจึงถูกชักออก แล้วแทงเข้ามาใหม่
ตั้งแต่เล็กจนโต เซียวหนิงใช้ชีวิตอย่างไร้ความกังวลมาตลอด นี่
เป็นครั้งแรกที่ถูกลอบทำร้าย เมื่อเห็นชุนฉินหวาดกลัวเช่นนั้น นาง
กลับสงบลงได้แล้วยื่นมือไปตบหลังชุนฉินพลางเอ่ยปลอบ “ไม่
ต้องกลัวนะ”
เซียวหนิงเองก็เรียนวรยุทธ์มาเช่นกันแต่เป็นแค่พอถูไถ หากต่อสู้
กับบุรุษไร้วรยุทธ์สักสองสามคนนั้นพอได้ แต่กับนักฆ่าฝีมือดี
เช่นนี้นางสู้ไม่ได้แน่
ในหัวคิดอย่างรวดเร็ว นางกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี แต่กลับไม่
เห็นกระบี่แทงเข้ามาในรถมาอีก ทว่าได้ยินเสียงต่อสู้กันที่ด้านนอก
แทน
เซียวหนิงไม่รู้ว่าใครที่มาช่วยพวกนาง จึงแหวกม่านออกดูทันที
กลับพบว่าเป็นมู่หรงเซียงหนาน
เซียวหนิงแปลกใจมากจึงเอาแต่จ้องมองนิ่ง มู่หรงเซียงหนานพา
คนมาสองคน เขาถูกชายร่างใหญ่ล้อมไว้แต่กลับไม่มีท่าทีสะทก
สะท้าน ฝีกระบี่ยอดเยี่ยมยิ่ง รวดเร็วและงดงาม
เซียวหนิงคิดไม่ถึงว่ามู่หรงเซียงหนานจะมีวรยุทธ์ล ้าเลิศเพียงนี้
ดูเหมือนว่าจะดีกว่าเซียวอวี่อีกด้วย ในสายตานางเซียวอวี่นั้นเป็น
ยอดฝีมือผู้หนึ่งทีเดียว เขาฝึกยุทธ์มาตั้งแต่เล็ก ทั้งยังขยันฝึกฝน ทุก
วันจะต้องฝึกยุทธ์อย่างน้อยหนึ่งถึงสองชั่วยาม แม้ลมแรงฝนตกก็
ไม่เคยขาด