ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 739 ครองราชย์เป็นฮ่องเต้
เรื่องราวหลังจากนั้นก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น หลิงอวี้จื้อเดินทาง
กลับเมืองหลวงพร้อมกับเซียวเหยี่ยน ซึ่งกองทัพของเซียวเหยี่ยน
สามารถพิชิตเมืองหลวงได้อย่างราบรื่น เมื่อมีราชโองการสละราช
บัลลังก์ของเฉินมั่วฉือ บรรดาขุนนางทั้งหลายก็ต้องยอมศิโรราบ
เซียวเหยี่ยนจึงสามารถขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ได้อย่างราบรื่น เขา
แต่งตั้งหลิงอวี้จื้อเป็นฮองเฮา เปลี่ยนชื่อราชวงศ์เป็นหยวน รายพระ
นามที่จารึกในประวัติศาสตร์คือเทียนหยวนตี้ นับตั้งแต่นี้ตระกูล
เฉินแห่งราชวงศ์ซีเว่ยก็สูญสิ้นไปจากแผ่นดินโดยสมบูรณ์ เซียวเห
ยี่ยนกลายเป็นฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ใหม่
แลเนื่องจากหลิงอวี้จื้อเปลี่ยนร่าง เซียวเหยี่ยนจึงต้องจัดเตรียม
ฐานะใหม่ให้กับนาง เพื่อให้นางขึ้นเป็นฮองเฮาได้อย่างถูกต้อง
สมบูรณ์
หลิงอวี้จื้อพำนักอยู่ในวังหลัง และเพราะก่อนหน้านี้ตำหนัก
จาวหยางถูกเผาจนวอด นางจึงพำนักอยู่ที่ตำหนักเฟิงเสียง ตำ
หนักเฟิงเสียงปล่อยว่างมานานซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นตำหนักที่พำนัก
ของกุ้ยเฟยนั่นเอง
หลังจากที่ขึ้นครองราชย์เซียวเหยี่ยนก็มีราชกิจมากมายในทุกวัน
เขาต้องเข้ามาจัดการดูแลราชสำนักให้มั่นคง กวาดล้างพวกก๊กของ
ราชวงศ์ก่อนที่ยังหลงเหลืออยู่ให้สิ้นซาก ส่วนหลิงอวี้จื้อเองก็ต้อง
รับหน้าที่ดูแลวังหลังซึ่งก็ยุ่งเหยิงไม่แพ้กัน จวนอ๋องเทียบไม่ได้เลย
กับวังหลัง แม้ว่าเซียวเหยี่ยนจะไม่มีนางสนม แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ใน
วังหลังก็มีจำนวนมาก ต้องดูแลจัดการวังหลังให้เป็นระเบียบ
เรียบร้อยนับเป็นงานที่ไม่ง่ายเลยทีเดียว
คนสองทั้งต่างก็ยุ่งหยิงกับภารกิจของตน และหลิงอวี้จื้อในเวลา
นี้ตั้งครรภ์ย่างเข้าสู่เดือนที่แปดแล้ว ท้องของนางจึงนูนขยายขึ้นเป็น
อย่างมาก หลังจากที่อ่านรายชื่อทั้งหมดจนครบแล้วหลิงอวี้จื้อก็วาง
ฎีกาในมือลง มั่วชิงเห็นดังนั้นก็รีบวางหมอนหนุนลงที่หลังเอว
ของหลิงอวี้จื้อทันทีเพื่อให้นางได้เอนพิง บัดนี้มั่วชิงมิต้องออกไป
ทำภารกิจเฉกเช่นเมื่อก่อนอีกแล้วดังนั้นจึงต้องเรียนรู้ที่จะปฏิบัติ
เรื่องเหล่านี้เอาไว้
“วังหลังเรื่องให้ต้องจัดการมากมายถึงเพียงนี้ เป็นฮองเฮาก็ไม่
ง่ายเหมือนกันนะนี่”
หลิงอวี้จื้อรำพึงรำพัน
“ฮองเฮาเพคะ หากว่าพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยละก็ ทรง
สามารถเลือกสรรคนสักสองสามมาเพื่อช่วยดูแลจัดการแทน
พระองค์ได้ บัดนี้ฮองเฮาทรงพระครรภ์แก่แล้ว มิควรที่จะเหน็ด
เหนื่อยมากเกินไปนักนะเพคะ”
“ต่อให้มีคนมาช่วยดูแลจัดการ แต่ข้าก็ควรจะตรวจสอบด้วย
ตัวเองด้วย อาเหยี่ยนเพิ่งครองราชย์ ท้องพระคลั่งยังร่อยหรอ อะไร
ที่สามารถประหยัดได้ก็ควรที่จะประหยัด ข้าต้องดูแลเรื่องพวกนี้
แทนเขา”
แม้ว่าจะขึ้นเป็นฮองเฮาแล้ว แต่หลิงอวี้จื้อกลับไม่คุ้นชินที่จะใช้
คำเรียกแทนตัวเองที่แสดงถึงฐานะเท่าไรนัก ดังนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้า
นางกำนัลคนสนิทจึงมักจะเรียกแทนตนเองว่า ‘ข้า’ ธรรดมดาอยู่
บ่อยครั้ง ซึ่งเซียวเหยี่ยนก็มิได้มีกฎเกณฑ์อะไรสำหรับหลิงอวี้จื้ออยู่
แล้ว จึงอนุญาตให้นางกระทำเช่นนี้ได้
“โอ๊ย เจ้าตัวแสบถีบท้องข้าอีกแล้ว ไม่อยู่สุขเช่นนี้ เป็นไปได้มา
กว่าจะเป็นเด็กผู้ชาย”
หลิงอวี้จื้อมือลูบท้องของตนเองเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มขณะที่พูด
กับเจ้าตัวน้อยไปด้วย
มั่วชิงสีหน้ายินดีปรีดา รีบเสริมขึ้นอีกว่า
“จะต้องเป็นองค์ชายน้อยแน่เพคะ”
“มั่วชิง เจ้าประคองข้าที อีกเพียงแค่เดือนเดียวข้าก็จะคลอดแล้ว
ในหนึ่งเดือนนี้ข้าจะต้องเดินเหินให้มากๆ จะได้คลอดง่าย”
เมื่อนึกถึงว่าตนเองจะต้องคลอดลูก ทำให้หลิงอวี้จื้ออดที่จะตื่น
กลัวไม่ได้ อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นยุคสมัยโบราณ ต่อให้เป็นในวัง
หลวงก็ตามแต่ก็คงไม่มีเครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัยเหมือน
อย่างเช่นยุคปัจจุบัน การคลอดบุตรจึงนับเป็นเรื่องที่อันตรายเป็น
อย่างมาก แน่อนอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือความเจ็บปวด
ที่ผ่านมานางเองก็เคยแสดงละครเป็นหญิงท้อง ทั้งยังเคยมีฉากที่
จะต้องคลอดลูกมาบ้าง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การแสดง ขนาดเป็น
เพียงแค่การแสดงยังต้องกรีดร้องเจ็บปวดจวนเจียนจะขาดใจ ละคร
หนึ่งเรื่องกรีดร้องจนคอแหบเสียงแห้งไปหมด
ทว่านางกลับไม่รู้ว่าความเจ็บอยู่ในระดับไหน ทุกวันนางจึงอด
ไม่ได้ที่จะต้องเป็นกังวลโดยเฉพาะเมื่อใกล้คลอดเข้าไปทุกที ทั้ง
ตื่นเต้นทั้งดีใจ จิตใจสับสนยิ่งนัก
มั่วชิงค่อยๆ ประคองหลิงอวี้จื้อลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง ยิ่ง
ในช่วงท้ายทุกคนต่างก็ระมัดระวังเป็นอย่างมาก
ด้วยเกรงว่าจะเกิดความผิดพลาดขึ้นมาได้ ดูอย่างเซียวเหยี่ยน แม้
เขาจะยุ่งกับราชกิจมากเพียงใด แต่ก็ยังต้องมาหาหลิงอวี้จื้อด้วย
ตัวเอง รับเครื่องเสวยเป็นเพื่อนนางทุกวัน เซียวเหยี่ยนให้
ความสำคัญกับหลิงอวี้จื้อถึงเพียงนี้ ทุกคนในวังจึงไม่มีใครกล้าเมิน
เฉย
“มั่วชิง พี่ใหญ่ของข้ากลับมาแล้วหรือยัง?”
หลิงอวี้จื้อเอ่ยถาม
ทะลุมิติกลับมาอีกครั้งคราวนี้ หลิงไจ้เทียนได้จากโลกนี้ไปแล้ว
เพราะอาการเจ็บป่วย จวนเสนาบดีจึงมอบให้เป็นหน้าที่ของหลิงจื่อ
เซิ้งรับช่วงต่อ เพียงแต่ว่ามันไม่เหมาะกับหลิงจื่อเซิ้งเลยสักนิด
นอกจากตำแหน่งอ๋องนี้แล้ว ในราชสำนัก หลิงจื่อเซิ้งยังต้องดำรง
ตำแหน่งเป็นขุนนางที่แสนจะว่างเว้นคนหนึ่งอีกด้วย ซึ่งตำแหน่ง
ของเขาไม่มีความสลักสำคัญอะไรต่อราชสำนักเลยสักนิด ทำให้เขา
ถดถอยลงไปมาก แต่เฉินมั่วฉือก็ยังคงดูแลเขาเป็นอย่างดี ทั้งยังไม่
เคยกลั่นแกล้งให้เขาต้องตกที่นั่งลำบาก