ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 734 ทายาทมังกร
หลินฮองเฮาสวมใส่อาภรณ์ลวดลายดอกบัว สีสันอ่อนนุ่ม ที่บน
ศีรษะมิได้สวมเครื่องประดับเลยสักชิ้น นางแต่งองค์ทรงเครื่อง
อย่างเรียบง่าย บนใบหน้าแม้แต่แป้งก็มิได้แตะต้อง เมื่อหลินฮองเฮา
เดินเข้ามาพบกับมู่หรวกวานเย่ว์ก็คุกเข่าลงทันที
“เสด็จแม่…”
เสียงเรียกของหลินฮองเอาสะอึกสะอื้น นางนับวันรอคอยให้เฉิน
มั่วฉือกลับมา นางมีข่าวดีเตรียมที่จะบอกกับเฉินมั่วฉือ แต่นึกไม่ถึง
เลยว่าสิ่งที่ได้รับกลับมากลับเป็นข่าวการตายของเขา
“ลุกขึ้นเถอะ!”
มู่หรงกวานเย่ว์มีท่าทีสงบยิ่งนัก มองไม่เห็นความโศกเศร้าเลย
แม้แต่น้อย
ไห่ถังประคองหลินฮองเฮาให้ชันกายลุกขึ้น มู่หรงกวานเย่ว์มอง
มายังหลินฮองเฮาทันใดนั้นพระนางก็กล่าวขึ้นว่า
“ฮองเฮาย่อมรู้ข่าวการสวรรคตของฮ่องเต้แล้ว อีกไม่นาน**
บพระศพของฮ่องเต้ก็จะถูกส่งกลับมาถึงยังเมืองหลวง ฮ่องเต้ไม่อยู่
แล้ว เจ้าในฐานะที่เป็นเมียก็ควรที่จะติดตามไปรับใช้เขาในปรโลก”
“อีกไม่นานเซียวเหยี่ยนก็จะยกทัพยึดครองเมืองหลวง หากเจ้า
ไม่ปลิดชีพตนเองก็ต้องตกอยู่ในน ้ามือของเขา ถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่า
จะต้องถูกลบหลู่ดูหมิ่นอย่างไรบ้าง มิสู้ปลิดชีพตนเองเสียตอนนี้
เพื่อคงไว้ซึ่งเกียรติยศของตนเอง”
ไม่เพียงแค่หลินฮองเฮาเท่านั้น มู่หรงกวานเย่ว์ยังคิดที่จะให้สนม
ทั้งหมดของวังหลวงปลิดชีพตนเองไปพร้อมกับเฉินมั่วฉือด้วย
เพราะพระนางคิดว่าพวกนางไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ต่อไปอีกแล้ว
เมื่อเฉินมั่วฉือจากไป ซีเว้ยก็ล่มสลาย พวกนางจึงไม่ควรจะมีชีวิต
ต่อไปอีก
“หม่อมฉันคือฮองเฮาของฝ่าบาท เดิมทีก็ควรที่จะร่วมเป็นร่วม
ตาย ตามเสด็จไปปรนนิบัติรับใช้ฝ่าบาทในปรโลกด้วย เพียงแต่ว่า
ตอนนี้หม่อมฉันมีเลือดเนื้อเชื้อไขของฝ่าบาทอยู่ในครรภ์ นี่คือ
สายเลือดเพียงหนึ่งเดียวของฝ่าบาท หม่อมฉันจึงอยากจะเก็บลูกคน
นี้เอาไว้ ขอไทเฮา ทรงช่วยเหลือหม่อมฉันด้วยเพคะ”
หลินฮองเฮากล่าวจบก็โขกศีรษะลงกับพื้นหนึ่งครั้ง สีหน้าเรียบ
เฉยของมู่หรงกวานเย่ว์กลับกลายเป็นปิติยินดี พระนางถลาลุกขึ้น
จากเก้าอี้ เดินเข้าไปหาหลินฮองเฮาทันที
เจ้าพูดจริงหรือ?”
“หม่อมฉันมิกล้าบิดบังแม้แต่ครึ่งคำ ตอนนี้หม่อมฉันตั้งครรภ์
ร่วมสองเดือนแล้วเพคะ
“ดีๆ ดีจริงๆ เลย”
มู่หรงกวานเย่ว์ถึงกับเอ่ยกล่าวว่า ดี ถึงสามครั้งติดต่อกัน เฉินมั่ว
ฉือไร้ซึ่งทายาท เดิมทีพระนางยังคิดว่าคงจะหมดสิ้นลูกหลานเสีย
แล้ว นึกไม่ถึงว่าในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้หลินฮองจะตั้งครรภ์
จะว่าไปหลินฮองเฮาก็แต่งงานกับเฉินมั่วฉือมาร่วมสองปี ใน
สองปีนี้ไม่มีวี่แววว่าจะมีข่าวดีเลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงแค่หลิน
ฮองเฮาแม้แต่สนมคนอื่นๆ ก็ไม่มีทีท่าว่าตั้งครรภ์เลยสักคน
ทำให้มู่หรงกวานเย่ว์ร้อนใจยิ่งแต่ก็ไม่อาจเร่งรัดซึ่งหน้าได้ ใน
ใจก็ครุ่นคิดไปว่าเฉินมั่วฉือยังหนุ่มแน่น รออีกสักสองสามปีก็ไม่
เป็นไร นึกไม่ถึงว่าเฉินมั่วฉือกลับได้พบกับหลิงอวี้จื้อเข้า
มู่หรงกวานเย่ว์ประคองหลินฮองเฮาลุกขึ้นด้วยตัวเอง ทั้งยังทาบ
ฝ่ามือลงบนหน้าท้องที่ยังแบนราบของหลินฮองเฮาเอ่ยว่า
“มั่วฉือ เจ้าจะเป็นพ่อคนแล้ว”
ทันใดนั้นวาจาของมู่หรงกวานเย่ว์ก็แปรเปลี่ยนไปในเชิงอื่น
“ฮองเฮาแต่งงานกับฮ่องเต้มาสองปีกว่า กลับมาตั้งครรภ์เอาใน
เวลาเช่นนี้ทำให้ข้ายินดีปรีดายิ่งนัก สวรรค์เมตตาโดยแท้”
แม้ว่าปากจะกล่าวเช่นนี้ ทว่าแต่ละประโยคที่กล่าวออกมากลับ
สื่อความหมายในเชิงซักไซ้ไล่เรียง เพราะในเวลาเช่นนี้จู่ๆ หลิน
ฮองเฮาก็ตั้งครรภ์ ทำให้มู่หรงกวานเย่ว์สงสัยในความเป็นมาของ
เด็กคนนี้ ด้วยเกรงว่าหลินฮองเฮาจะกระทำเรื่องที่ผิดต่อเฉินมั่วฉือ
เพราะต้องการรักษาชีวิตตน
ซึ่งหลินฮองเฮาไหนเลยจะฟังความนัยเชิงซักไซ้ไล่เรียงจากวาจา
ของมู่หรงกวานเย่ว์ไม่ออก นางไม่สนใจหน้าตาอันใดอีกต่อไปแล้ว
ก้มหน้าลงตอบกลับว่า
“ลูกคนนี้ฮ่องเต้ทรงประทานให้กับหม่อมฉันอย่างแท้จริง เกรง
ว่าเสด็จแม่จะหัวเราะเยาะ แม้ว่าฝ่าบาทจะทรงโปรดให้หม่อมฉัน
ถวายตัว แต่ทุกครั้งฝ่าบาทก็จะทรงมีรับสั่งให้หม่อมฉันกินยา
คุมกำเนิด สนมคนอื่นๆ ก็เช่นกัน”
“เจ้าว่าอะไรนะ?”
มู่หรงกวานเย่ว์จ้องมองมายังหลินฮองเฮาด้วยสายตาตื่นตะลึง
“หม่อมฉันไหนเลยจะกล้าปิดบังเสด็จแม่ สิ่งที่หม่อมฉันทูลเป็น
ความจริงทุกคำ ฝ่าบาททรงเคยตรัสกับหม่อมฉัน ว่าทรงยังไม่พร้อม
ที่จะเป็นพ่อคน ดังนั้นจึงทรงอยากจะประวิงเวลาสักสองสามปีค่อย
เป็นพ่อคน ครั้งนี้ก่อนที่ฝ่าบาทจะทรงเสด็จไปเจี้ยนอันมิได้ทรงมี
รับสั่งให้พวกเรากินยาคุมกำเนิด ดังนั้นหม่อมฉันจึงตั้งครรภ์มังกร
ได้สำเร็จ”