ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 729 ต่อไปเจ้าจะต้องมีความสุขนะ
เฉินมั่วฉือย ้าชัดคำสั่ง เขากวาดสายตาเย็นชามองไปยังทุกคนที่
อยู่ ณ ที่แห่งนั้น หลิวสี่รับรู้ถึงการตัดสินใจของเฉินมั่วฉือ ซึ่งใน
ท้ายที่สุดเขาก็มิกล้าฝาฝืนคำสั่งของเฉินมั่วฉือ จึงได้แต่โค้งกายทำ
ความเคารพแล้วถอยออกไป
เมื่อหลิวสี่เริ่มต้นเป็นตัวอย่าง องค์รักษ์ที่เหลือจึงปล่อยหลิ
งอวี้จื้อและมั่วชิงจากนั้นก็ตามหลิวสี่ถอยออกไป
มือของเฉินมั่วฉือได้รับบาดเจ็บและกำลังหลั่งเลือด เลือดสีแดง
สดไหลออกมาตามหลังมือ ซึ่งก่อนหน้านี้หลิงอวี้จื้อมิได้สังเกตเห็น
คราวนี้เมื่อเห็นแล้วว่ามือของเฉินมั่วฉือมีเลือดออก ด้วยความเป็น
ห่วงนางจึงเอ่ยถาม
“พระองค์บาดเจ็บหรือเพคะ?”
“ข้านึกว่าเจ้ามองไม่เห็นเสียแล้ว บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น”
เฉินมั่วฉือเดินมาหยุดที่เบื้องหน้าหลิงอวี้จื้อ แววตาของเขา
สับสนเป็นอย่างมาก
“ข้าแพ้แล้ว”
เซียวเหยี่ยนพิชิตเจี้ยนอันได้ หลิงอวี้จื้อดีใจยิ่งนัก เพียงแต่เมื่อ
เผชิญหน้ากับเฉินมั่วฉือ วาจามีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
นั้นนางเอ่ยไม่ออก และเมื่อได้ยินเฉินมั่วฉือกล่าวเช่นนี้ ทำเอานาง
ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปเลยทีเดียว
“ไม่ช้าเซียวเหยี่ยนก็คงจะมาถึงที่นี่”
“พระองค์รีบเสด็จหนีไปเสียเถอะเพคะ”
ในที่สุดหลิงอวี้จื้อก็เอ่ยปากออกไป แต่มันคือวาจาโน้มน้าวให้
เฉินมั่วฉือไปจากที่นี่ เพราะนางไม่เคยคิดต้องการเอาชีวิตเขาเลย
เฉินมั่วฉือยิ้มเยาะ
“เจ้าคิดว่าข้าจะไปอย่างนั้นหรือ? ข้ามิใช่คนรักตัวกลัวตาย อวี้จื้อ
จากกันครานี้ เจ้าและข้าคงจะไม่พบกันอีกแล้ว เจ้าตามข้ามา”
มั่วชิงไม่รู้ว่าเฉินมั่วฉือจะทำอะไร จึงเตรียมที่จะเข้าขัดขวาง
ทว่าหลิงอวี้จื้อกลับโบกมือห้าม เฉินมั่วฉือมิใช่คนต ่าช้า นางรู้ดีว่า
เฉินมั่วฉือไม่มีทางทำร้ายนาง
หลิงอวี้จื้อเดินตามเฉินมั่วฉือเข้าไปในห้องหนังสือของเขา เขา
นั่งลงที่ตำแหน่งหัวโต๊ะ ที่มือของเขายังคงมีเลือดไหลออกมาไม่
หยุด
“อยู่เป็นเพื่อนข้าอีกสักเดี๋ยว ต่อไปคงจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว”
“ฝ่าบาท……”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น อวี้จื้อ ข้ารู้เจ้าต้องการจะกล่าวอะไร ข้า
แพ้แล้ว ข้ายอมรับ ข้ามิใช่คนที่แพ้ไม่เป็น ข้ารู้ดีว่าเซียวเหยี่ยน
จะต้องดีกับเจ้า และเขาจะต้องดูแลเจ้าเป็นอย่างดี เดิมทีข้าคิดว่าครั้ง
นี้จะมีโอกาสเหนี่ยวรั้งเจ้าเอาไว้ข้างกายได้ น่าเสียดายที่สวรรค์มิ
ยอมช่วยเหลือข้า ข้าจะเขียนราชโองการสละราชบัลลังก์”
ศึกในครั้งนี้คือส่วนที่สำคัญที่สุด ที่จะชี้เป็นชี้ตายผลลัพธ์ว่าแพ้
หรือชนะในตอนสุดท้าย หากกำชัยชนะในศึกนี้ได้ละก็ ส่วนที่เหลือ
คงก็จะไม่มีปัญหา เฉินมั่วฉือเตรียมการมาห้าปีเต็ม เขามีความมั่นใจ
ในตัวเองอย่างแน่วแน่ นึกไม่ถึงว่านอกจากวันแรกที่เกือบจะ
เอาชนะเซียวเหยี่ยนได้ ส่วนที่เหลือเขากลับพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่อง
จนสุดท้ายเมืองเจี้ยนอันก็ต้องหลุดมือไป
เมื่อได้สู้รบประมือกับเซียวเหยี่ยนจริงๆ เขาถึงได้รู้ว่าตนเองมิใช่
คู่ต่อสู้ของเซียวเหยี่ยนเลย ครั้งนี้ต่อให้เขาไปจากเจี้ยนอันก็ยังจะได้
พบเซียวเหยี่ยนที่เมืองหลวงอยู่ดี ถึงตอนนั้นจะมีคนต้องตายมาก
ขึ้น
ในเมื่อรู้ผลแพ้ชนะแล้ว ก็มิสู้จบสิ้นทุกอย่างเสียตั้งแต่ตอนนี้จะ
ดีกว่า เวลาหลายปีที่นั่งบัลลังก์ดำรงตำแหน่งฮ่องเต้มา เขาไม่ถือว่า
ตนเองเป็นฮ่องเต้ที่ดีสักเท่าไหร่ ดังนั้นราชโองการสละบัลลังก์นี้ถือ
ว่าเป็นการไถ่โทษต่อราษฎร เมื่อมีหนังสือสละราชบัลลังก์นี้แล้ว
เซียวเหยี่ยนก็ไม่จำเป็นต้องยกทัพโจมตีเมืองหลวงอีกต่อไป เช่นนี้ก็
จะมีคนต้องตายลดน้อยลง พวกเขาจะไม่ต้องตายอย่างไรความผิด
“พระองค์ตัดสินพระทัยจะทำเช่นนี้จริงๆ หรือเพคะ?”
เดิมทีหลิงอวี้จื้อยังคิดว่าเฉินมั่วฉือจะต่อสู้จนถึงที่สุด เมื่อได้ยิน
เฉินมั่วฉือเอ่ยว่าจะสละบัลลังก์ก็ทำให้หลิงอวี้จื้อตกใจไม่น้อย
“ต่อให้ข้าไม่เขียนราชโองการสละราชบัลลังก์ในตอนนี้ รอให้
เซียวเหยี่ยนถึงเมืองหลวง เขาก็จะต้องเขียนราชโองการนี้แทนข้าอยู่
ดี ข้ารู้ว่าเขาจต้องเป็นฮ่องเต้ที่ดี ซีเว่ยในอยู่ในมือของเขา นอกเสีย
จากมิได้แซ่เฉิน เรื่องอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมสัก
เท่าไหร่”
จู่ๆ เฉินมั่วฉือก็กวักมือเรียกหลิงอวี้จื้อ
“อวี้จื้อ มานี่สิ”
หลิงอวี้จื้องงงวยอยู่เล็กน้อย แต่นางก็เดินเข้าไปอยู่ดี เมื่อเดิน
มาถึงตรงเบื้องหน้าเขาแล้ว เฉินมั่วฉือก็ยื่นมือออกมาคิดที่จะโอบ
กอดนาง แต่หลิงอวี้จื้อยังว่องไวนางรีบถอยห่างออกมาก้าวหนึ่ง
แล้วมองไปยังเฉินมั่วฉืออย่างระแวดระวัง
“อวี้จื้อ ต่อไปเจ้าจะต้องมีความสุขนะ”
“ฝ่าบาท……”
หลิงอวี้จื้อพบว่าในเวลานี้นางไม่รู้ว่าจะเอื้อนเอ่ยคำใดกับเฉินมั่ว
ฉือดี เพราะดูเหมือนว่ากล่าวอะไรออกไปตอนนี้ก็ไม่ถูกต้องสัก
อย