ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 717 ควบคุมบงการข้ามิได้
ตอนที่ 717 ควบคุมบงการข้ามิได้
“นี่คือนางกำนัลที่ข้ารับเข้ามาใหม่ ทำไม ฮ่องเต้ก็สนใจนาง
กำนัลเช่นกัน? นางกำนัลคนนี้รูปโฉมธรรมดา เกรงว่าจะไม่อยู่ใน
สายตาของฮ่องเต้นะสิ”
“หม่อมฉันมิได้หมายความเช่นนั้น เสด็จแม่เดินทางมาไกลคงจะ
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า รีบเสด็จกลับห้องไปพักผ่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ เรื่อง
อื่นๆ ให้เป็นหน้าที่ของหม่อมฉันจัดการ”
“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนฮ่องเต้แล้ว”
เมื่อเห็นบุตรชายมีท่าทีห่างเหินเช่นนี้ น ้าเสียงของมู่หรงกวานเย่ว์
ก็เย็นชาขึ้นมามากทีเดียว ความสัมพันธ์ของแม่ลูกห่างเหินขึ้นไปทุก
ขณะ กล่าวจบ มู่หรงกวานเย่ว์ก็พาคนกลับไปยังห้องรับรองของ
ตนเองทันที หลิงอวี้จื้อเองก็กลับห้องไปพร้อมกับมู่หรงกวานเย่ว์
ด้วย
จื่ออีปิดประตูห้อง หลังจากที่สั่งการให้นางกำนัลคนอื่นๆ ถอย
ออกไปให้หมด ส่วนมู่หรงกวานเย่ว์เอนกายพักผ่อนบนอาสน์
พร้อมกับเอ่ยเตือนว่า
“หลิวอวี้จื้อ อยู่ต่อหน้าข้า เจ้าจงทำตัวให้ดีเชื่อฟังคำสั่ง
ไม่เช่นนั้นคนที่ต้องลำบากก็คือมั่วชิง เจ้าเผยพิรุธออกไปครั้งหนึ่ง
ข้าก็จะสั่งให้คนตัดแขนของมั่วชิงหนึ่งข้าง หากเจ้าเผยพิรุธออกไป
อีก ข้าก็จะตัดอีกข้างไปเรื่อยๆ หากเจ้าไม่อยากให้นางเป็นอันตราย
อย่าให้มั่วฉือสังเกตเห็นเจ้าเด็ดขาด”
“ไทเฮาทรงถนัดในการข่มขู่คนเสียจริงนะเพคะ ก่อนหน้าก็ใช้
เซียงหนานมาข่มขู่หม่อมฉัน ตอนนี้ยังใช้มั่วชิงมาข่มขู่หม่อมฉัน
อีก”
“มีน ้าใจก็มิใช่จะเป็นเรื่องดีเสมอไป เพราะข้าสามารถนำมันมา
ควบคุมบงการเจ้าได้ เรื่องนี้จะโทษข้ามิได้”
หลิงอวี้จื้อยิ้มเยาะ
“คนทุกคนย่อมมีบางสิ่งและบุคคลที่ตนเองให้ความสำคัญกัน
ทั้งสิ้น หรือว่าในพระทัยของไทเฮามิทรงมีใครเลย? ไม่ว่าจะทรง
ยอมรับหรือไม่ก็ตาม หม่อมฉันก็รู้ดีว่า สิ่งที่ไทเฮาทรงทำลงไปทั้ง
ทั้งหมดก็เพื่อฝ่าบาท”
“เช่นนั้นแล้วเป็นอย่างไร?”
“เจ้าก็เลยคิดว่าจะสามารถใช้ฮ่องเต้มามาข่มขู่เพื่อจะคุมข้าได้
อย่างนั้นหรือ”
หลิงอวี้จื้อมิได้โต้เถียงกับมู่หรงกวานเย่ว์ต่อไป นางหาได้
ต้องการควบคุมบงการมู่หรงกวานเย่ว์ไม่
เฉินมั่วฉือไม่ต้องการใช้นางเป็นหมากของตน เช่นเดียวกัน นาง
เองก็ไม่ต้องการปฏิบัติต่อเฉินมั่วฉือเช่นนั้น
บัดนี้เข้าสู่ช่วงสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตาย นางจึงไม่มีเวลามาสนใจ
อะไรมากมาย นางต้องทำให้มู่หรงกวานเย่ว์มองดูให้ชัดๆ ว่าพระ
นางพ่ายแพ้อย่างไรบ้าง
มู่หรงกวานเย่ว์มิได้ต่อปากต่อคำเรื่องพวกนี้กับหลิงอวี้จื้อ พระ
นางเดินทางอย่างรีบเร่งจนมิได้พักผ่อนให้เต็มที่เลยสักวัน ในที่สุด
วันนี้ก็ถึงเจี้ยนอันเสียที พระนางจึงจะพักผ่อนอย่างสบายใจเสียที
มู่หรงกวานเย่ว์นอนหลับไป จื่ออีจึงลากหลิงอวี้จื้อออกมาเฝ้าอยู่
ส่วนนอกของห้อง หลายวันมานี้จื่ออีเองก็แทบไม่ได้พักผ่อน
เช่นกัน ตอนนี้พอมีเวลาได้พัก นั่งเฝ้าอยู่ได้ไม่เท่าไหร่จื่ออีก็เริ่ม
สัปหงก
หลิงอวี้จื่อยกเก้าอี้มานั่งลงอีกด้านของจื่ออี นางแสร้งทำเป็น
หลับใหล รอเวลาเมื่อเห็นจื่ออีหลับไป นางจึงค่อยๆ ชันกายลุกขึ้น
เตรียมจะออกจากห้อง เพียงแต่ที่ด้านหน้าห้องมีสาวใช้สองคนเฝ้า
อยู่ เมื่อเห็นหลิงอวี้จื้อก้าวเท้าออกมาพวกนางก็เข้าขวางเอาไว้ทันที
“ไม่มีคำสั่งของไทเฮา เจ้าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น รีบกลับเข้าไป
เสีย’
“ข้าอยากเข้าห้องน ้า”
“ด้านในห้องมีกระโถนอยู่ เจ้าไปจัดการตัวเองก็แล้วกัน”
“นั่นเป็นกระโถนของไทฮานะ ข้าจะกล้าบังอาจล่วงเกินของๆ
ไทเฮาได้อย่างไร”
หลิงอวี้จื้อร ่าร้อง
“ไทเอามีพระบัญชาแม่นางใช้ได้”
หลิงอวี้จื้อถึงกับพูดไม่ออก มู่หรงกวานเย่ว์จะละเอียดอ่อนถึง
ขนาดสั่งการเช่นนี้เลยหรือ หลิงอวี้จื้อจึงได้แต่วนกลับเข้าไปในห้อง
อีกครั้ง ตอนนี้มู่หรงกวานเย่ว์และจื่ออีต่างก็หลับสนิท นี่ถือเป็น
โอกาสทองที่หาได้ยากยิ่ง
หลิงอวี้จื้อแสร้งทำเป็นกลับเข้าไปในห้อง ล้างไม้ล้างมือ เมื่อเห็น
ว่าจื่ออยังไม่ตื่น นางจึงกลับไปที่หน้าประตูอีกครั้ง
“ตอนนี้ฮองเฮาทรงบรรทมหลับ ประเดี๋ยวก็คงตื่น ไทเฮามีรับสั่ง
ว่าอยากเสวยลิ้นจี่ อีกสักครู่ฮ่องเต้ก็จะเสด็จมา พวกเจ้ารีบไปจัดหา
ลิ้นจี่และหาน ้าผึ้งดอกกุ้ยฮวามาสักหน่อยด้วยนะ”
นางกำนัลที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเป็นคนของมู่หรงกวานเย่ว์ เพียงแต่
พวกนางไม่รู้ฐานะของหลิงอวี้จื้อ เพราะเรื่องนี้มีเพียงจื่ออีคนเดียว
เท่านั้นที่รู้ และพวกนางก็รู้อีกด้วยว่าเฉินมั่วฉือโปรดปรานลิ้นจี่นั้น
เป็นความจริง