ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 713 นี่นะหรือคือผลลัพธ์ที่ทรงต้องการ
แน่นอนว่าหลิงอวี้จื้อย่อมคาดเดาเจตนาของมู่หรงกวานเย่ว์ได้
เดิมทีหลิงอวี้จื้อคิดจะปลิดชีพตนเองได้ ขอเพียงนางปลิดชีพตนเอง
มู่หรงกวานเย่ว์ก็จะไม่มีโอกาสข่มขู่เซียวเหยี่ยนได้อีกต่อไป
แต่กว่าที่นางจะกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งนั้นแสนยากเย็น หากไม่
ถึงที่สุดจริงๆ นางจะไม่มีวันปลิดชีพตนเองเด็ดขาด เพราะหากนาง
ต้องตายอีกครั้งละก็ อาจจะต้องตายจริง ไม่มีโอกาสที่จะได้ฟื้นคืน
มาอีกต่อไปแล้ว
ดังนั้นนางจึงต้องทะนุถนอมชีวิตนี้ให้มาก และตอนนี้จึงทำได้
เพียงแค่รับมือตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น
หลิงอวี้จื้อได้ยินว่าเฉินมั่วฉือนำทัพออกศึกด้วยตัวเอง ด้วยนิสัย
ของเฉินมั่วฉือที่นางรู้จัก หลิงอวี้จื้อมั่นใจว่าเขาไม่มีวันใช้นางเป็น
เกราะกำบังเป็นแน่ ขอเพียงเฉินมั่วฉือยังอยู่ที่นี่ นางจึงยังมีโอกาส
รอดพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ ดังนั้นในช่วงเวลาสองสามวันนี้นางจึง
ไม่จำเป็นจะต้องไปหาเรื่องมู่หรงกวานเย่ว์แต่อย่างใด
ขณะที่เดินทางผ่านโรงเตี๊ยมหงฝู มู่หรงกวานเย่ว์ก็ออกคำสั่ง
“เผาที่นี่ทิ้งเสีย”
ที่นี่คือโรงเตี๊ยมของไป๋อู่ คำสั่งเช่นนี้ของมู่หรงกวานเย่ว์เท่ากับ
ให้ฆ่าคนปิดปากนะสิ และสำหรับไป๋อู่แล้วถือว่าเป็นคราวซวยโดย
แท้ เพราะหลิงอวี้จื้อไม่คิดที่จะทำอะไรกับไป๋อู่อีก
“ไทเฮา พระองค์ถึงกับจะสังหารไป๋อู่เชียวหรือเพคะ? นางมิได้
หาเรื่องพระองค์ ทรงส่งคนไปวางเพลิงเช่นนี้มิเท่ากับสิ้นเปลือง
กำลังคนหรอกหรือเพคะ”
“เจ้าจะขอร้องแทนนาง?”
มู่หรงกวานเย่ว์และหลิงอวี้จื้อนั่งอยู่ในรถม้าหลังเดียวกัน เมื่อได้
ยินหลิงอวี้จื้อเอ่ยปากเช่นนั้น มู่หรงกวานเย่ว์จึงถามกลับด้วยท่าทาง
เย็นชาทันที
“หม่อมฉันมิได้จะขอร้องแทนนาง หม่อมฉันไม่รู้จักมักคุ้นกับ
นางด้วยซ ้า หม่อมฉันเพียงแค่พบเห็นโดยบังเอิญว่านางถอนตัวออก
จากหอนางโลมเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว เพราะเหตุใดไทเฮายังต้องทรง
ฆ่านางปิดปากอีกเล่าเพคะ”
“บิดาของข้าและจูจิ่นตามหาที่นี่พบได้เร็วถึงเพียงนี้ เพราะฝีมือ
ของนาง นางให้ร้ายบิดาของข้า แค่ไฟเผาถือว่าสบายนางมากแล้ว
เดิมทีข้าจะสั่งการให้แขวนคอนางด้วยซ ้า”
มู่หรงกวานเย่ว์ได้ให้คนไปสืบจนกระจ่างแจ้งถึงได้รู้ว่า ในตอน
ที่มู่หรงหงและจูจิ่นเพิ่งเดินทางมาถึงฮุ่ยโจวนั้นได้มาพักที่โรงเตี๊ยม
แห่งนี้ ต่อมาพวกเขาก็ไปที่อำเภอ ดังนั้นไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นฝีมือ
ของไป๋อู่หรือไม่ก็ตาม นางก็ยินดีที่จะฆ่าผิดคน แต่จะไม่ยอมให้
รอดไปแม้แต่คนเดียว
“ผู้ที่ให้ร้ายท่านเสนาบดีคือพระองค์แท้ๆ ไทเฮาทรงพระปรีชา
แต่กลับโยนความผิดให้กับไป๋อู่เสียได้”
หลิงอวี้จื้อยิ้มเยาะ นางรู้ดีว่าอย่างไรวันนี้คงหยุดยั้งเหตุการณ์
ตรงหน้ามิได้แล้วเป็นแน่ ดังนั้นจึงไม่พูดมากอีกต่อไป เพราะตอนนี้
นางเองก็ยังตกที่นั่งลำบากจึงช่วยชีวิตไป๋อู่ไม่ได้ อีกอย่าง นางไม่มี
ความจำเป็นมากถึงขั้นที่จะต้องช่วยชีวิตไป๋อู่ให้จงได้อีกด้วย
รถม้าของมู่หรงกวานเย่ว์หยุดฝีเท้าทั้งที่ฟ้าเพิ่งจะมืดได้ไม่นาน
เพราะนางเจตนาจะให้หลินอวี้จื้อได้เห็นฉากเพลิงไหม้ใหญ่ในครั้ง
นี้ด้วย
หลิงอวี้จื้อที่นั่งอยู่ข้างๆ มู่หรงกวานเย่ว์เลิกผ้าม่านขึ้น ไม่นาน
นางก็ได้เห็นโรงเตี๊ยมหงฝูที่กำลังถูกเปลวเพลิงโหมกระหน ่ากลืน
กินต่อหน้าต่อตา เสียงกรีดร้องโหยหวนดังแว่วออกมาจากด้านใน
ไม่ขาดสาย ไม่รู้ว่าเปลวเพลิงในครั้งนี้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปกี่คน
มู่หรงกวานเย่ว์สีหน้าเรียบนิ่ง แต่หลิงอวี้จื้อกลับนิ่วคิ้วขมวด ใน
ยุคนี้ดูเหมือนว่าชีวิตคนไร้ค่าไร้ราคายิ่งนัก เพราะผู้ครองอำนาจ
กระทำเรื่องเลวร้ายได้อย่างเหริมเกริม เฉกเช่นเดียวกับมู่หรงกวาน
เย่ว์ในตอนนี้ นางถึงกับวางเพลิงต่อหน้าธารกำนับ แต่กลับไม่มีใคร
กล้าพูดอะไรสักคำ แขกที่บังเอิญมาพักและต้องตายอยู่ในโรงเตี๊ยม
ทำได้เพียงแค่น้อมรับว่าเป็นคราวซวยของตนเองเท่านั้น
จุดนี้ เซียวเหยี่ยนดีกว่าพวกเขามากนัก เซียวเหยี่ยนจะไม่เข่นฆ่า
ผู้บริสุทธิ์ ซึ่งหลินอวี้จื้อเองก็ไม่รู้ว่าตกลงแล้วไป๋อู่จะตายอยู่ในกอง
เพลิงหรือไม่
นางปล่อยมือจากผ้าม่าน
“ไปเถอะ!”
เห็นว่ามองดูจนเพียงพอแล้ว มู่หรงกวานเย่ว์จึงได้สั่งการลงมา
มั่วชิงมิได้นั่งรถม้าคันเดียวกับพวกนางแต่อย่างใด แต่นางนั่งอยู่
ในรถม้าอีกคันที่ด้านหลัง มู่หรงกวานเย่ว์เห็นสีหน้าของหลิงอวี้ตึง
เครียด จึงหัวเราะเยาะออกมาเบาๆ
“จุดจบของเจ้าก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกเขาเท่าไหร่นักหรอก”
“แล้วไทเฮาเล่าเพคะ? ไทเฮาจะทรงมีจุดจบที่ดีกว่าหม่อมฉันสัก
เพียงใดกัน หากฝ่าบาททรงทราบว่าพระองค์บีบบังคับพระอัยยิการ
ของฝ่าบาทจนถึงแก่ความตาย ทั้งยังทำให้เซียงหนานกลับกลายเป็น
เช่นนั้นอีก แล้วทรงคิดว่าฮ่องเต้จะทรงปฏิบัติกับพระองค์อย่างไรเพ
คะ?”
“ความสัมพันธ์ฉันท์แม่ลูกก็ย ่าแย่พออยู่แล้วเมื่อผนวกรวมกับ
เรื่องนี้เข้าไปอีก เห็นทีว่าระหว่างแม่ลูกคงเดินมาถึงทางตันเป็นแน่
นี่นะหรือคือผลลัพธ์ที่ไทเฮาทรงต้องการ?”
มู่หรงกวานเย่ว์ได้ยินดังนั้นก็ถึงหน้าเปลี่ยนสี
“หุบ