ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 707 ขู่บังคับ
ตอนที่ 707 ขู่บังคับ
มู่หรงกวานเย่ว์อยู่ในเรือน มู่หรงเซียงหนานกลับถูกมัดอยู่กับกิ่ง
ไม้ในลานบ้าน แม่นมอายุสี่สิบกว่าปียืนถือกริชยืนอยู่ตรงหน้ามู่หร
งเซียงหนาน
หลิงอวี้จื้อกับมั่วชิงก็อยู่ในเรือน เห็นกริชในมือแม่นม หลิงอวี้จื้อ
ก็ร้อนรนแล้ว
“เจ้าคิดจะทำอะไร”
“หลิงอวี้จื้อ เราให้เวลาเจ้าไปตั้งมากมาย เจ้าคิดได้แล้วหรือยัง
วันนี้หากเจ้ายังไม่เขียนจดหมายอีก เราก็คงต้องตัดนิ้วเซียงหนาน”
“นังบ้าโรคจิต แน่จริงก็ฆ่าข้าสิ”
หลิงอวี้จื้อโมโหขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน พิษของมู่หรงเซียงหนานยังไม่
ถูกถอน เธอช่วยชีวิตมู่หรงเซียงหนานไม่ได้เลย มิหนำซ ้ารอบตัวมี
องครักษ์ฝีมือเยี่ยมยุทธ์จำนวนไม่น้อย หากให้มั่วชิงลงมือจริง ๆ ก็
คงได้ผลลัพธ์เดียวเท่านั้น นั่นคือมั่วชิงถูกจับ
“เราจะฆ่าเจ้าเพื่ออะไร เราเพียงต้องการให้เจ้าเขียนจดหมาย
เท่านั้น หรือว่าเจ้าไม่อยากรู้เลยหรือว่าเซียวเหยี่ยนจะทำเพื่อเจ้าถึง
ขนาดไหน ดูสิว่าเขาจะทิ้งกองทัพเพื่อเจ้าแล้ววิ่งมาที่นี่หรือไม่”
หลิวอวี้จื้อถุยน ้าลาย
“ข้าไม่ได้ไร้สาระเหมือนเจ้า เรื่องเช่นนี้ข้ามิได้อยากรู้เลยสักนิด
และไม่จำเป็นต้องทดสอบ มู่หรงกวานเย่ว์ เจ้าอย่าทำร้ายเซียงหนาน
เลย ถ้าเจ้าอยากจะตัดก็ตัดนิ้วข้าแทน”
“พูดเช่นนี้ แสดงว่าเจ้าไม่เขียนใช่หรือไม่”
สีหน้าของมู่หรงกวานเย่ว์เย็นชาขึ้นมา นางทำมือให้แม่นมที่ยืน
อยู่ตรงหน้าเซียงหนาน
แม่นมคนนั้นถือมีด ค่อย ๆ เดินเข้าใกล้มู่หรงเซียงหนาน เห็นแม่
นมถือกริชในมือ มู่หรงเซียงหนานที่เดิมไม่พูดอะไรจู่ ๆ ก็แหกปาก
ร้องตะโกน ดิ้นรนต่อสู้สุดพลัง แต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถหลุดจาก
เชือกที่พันธนาการตัวอยู่ได้ ร้องไห้จนปอดแทบฉีก
ไม่ว่าใครได้ยินเสียงร้องเช่นนี้ก็ต้องรู้สึกวิตกกังวลใจ หลิงอวี้จื้อ
รู้สึกหายใจไม่ออก ในหัวของหลิงอวี้จื้อมีแต่ภาพของมู่หรงนี่อวิ๋นป
รากฏขึ้นมาไม่หยุด รวมถึงใบหน้าที่ยิ้มแย้มน่ารักของมู่หรงเซียง
หนานด้วย
มู่หรงกวานเย่ว์ได้ยินเสียงร้องไห้ตะโกนของมู่หรงเซียงหนาน จู่
ๆ ก็นึกถึงภาพวันที่มู่หรงเซียงหนานถูกตัดหู วันนั้นมู่หรงเซียง
หนานยังพูดได้ เอาแต่ตะโกนว่าไม่เอา ตะโกนจะเสียงแหบแห้ง
นางเคยใจอ่อนและหวั่นไหว สุดท้ายก็ยังทำเช่นนั้น
คราวนี้ได้ยินเสียงร้องไห้ตะโกนของมู่หรงเซียงหนาน ใจนางยัง
รู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ
ความรู้สึกหายใจไม่ออกตีขึ้นมา เพียงแต่นางพยายามสะกด
เอาไว้ ไม่มีพิรุธใด ๆ ทางสีหน้า ถึงขนาดจ้องมองมู่หรงเซียงหนาน
ตรง ๆ ราวกับว่าเด็กตรงหน้านั้นเป็นเพียงเด็กแปลกหน้าเท่านั้น
แม่นมเดินไปตรงหน้ามู่หรงเซียงหนานแล้ว หยิบมือเขาขึ้นมา สี
หน้ามู่หรงเซียงหนานขาวซีด คอแหบแห้งแล้ว ศีรษะของเขาเต็มไป
ด้วยเหงื่อเหนียว ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ในแววตามีแต่ความ
หวาดกลัว
เห็นมีดในมือแม่นมกำลังจะกรีดลงบนนิ้วของมู่หรงเซียงหนาน
ในที่สุดหลิงอวี้จื้อก็ทนไม่ไหวตะโกนว่า
“หยุด ไม่ต้องทำร้ายเขาแล้ว”
“คิดตกแล้วหรือ”
มุมปากของมู่หรงกวานเย่ว์ถึงขนาดเหยียดเป็นรอยยิ้มจาง ๆ
หลิงอวี้จื้อไม่พูดอะไร เธอยังคิดไม่ตก เพียงแต่ไม่สามารถเห็น
พวกเขาทำกับเซียงหนานเช่นนี้ต่อหน้าต่อตาได้
“ไทเฮา เจ้ากำลังทำอะไร”
จู่ ๆ เสียงของมู่หรงหงก็ดังมาจากที่ไกล ๆ จากนั้นมู่หรงหงก็เดิน
ก้าวอาด ๆ เข้ามา จูจิ่นวิ่งมาก่อนแล้ว วิ่งก้าวยาว ๆ มาตรงหน้ามู่หร
งเซียงหนาน
เห็นแววตาที่ว่างเปล่าของมู่หรงเซียงหนาน ผอมจนไม่เหมือนผู้
เหมือนคน สีหน้าขาวซีด ศีรษะมีแต่เหงื่อเหนียว หูมีผ้าพันแผลปิด
อยู่ นางก็ปวดใจจนแทบทนไม่ไหว ยื่นมือออกไปจะลูบมู่หรงเซียง
หนาน เพียงแต่มู่หรงเซียงหนานกลับหดตัว ตัวสั่นสะท้านอย่าง
รุนแรง
จูจิ่นแทบเป็นลมล้มพับ เซียงหนานของนางเหตุใดถึงกลายเป็น
เช่นนี้
นางกุลีกุจอแก้มัดให้มู่หรงเซียงหนาน จะปล่อยเ