ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 663 เจ้าเชื่อข้าหรือเปล่า
เซียวเหยี่ยนยีศีรษะหลิงอวี้จื้อเบาๆ หลิงอวี้จื้อแย้งขึ้นด้วยความ
ไม่พอใจ
“ข้าสูงกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว เจ้ายีศีรษะข้าคงจะไม่สะดวกเฉก
เช่นเมื่อก่อนแล้วสินะ”
“ข้าชื่นชอบทรวดทรงเมื่อก่อนนี้ของเจ้ามากกว่า”
“ข้าตายไปตั้งห้าปีแล้ว เจ้าไม่กลัวหรอกหรือ”
หลิงอวี้จื้อเอ่ยถามหยอกเย้า
“เป็นเจ้า ข้าจะหวาดกลัวได้อย่างไร?”
“แท้ที่จริงแล้วคนๆ นี้ก็ไม่ใช่ข้าสักหน่อย”
หลิงอวี้จื้อกระซิบกับตัวเอง ร่างที่แท้จริงของนางอยู่ในยุค
ปัจจุบัน นั่นต่างหากคือตัวนาง แต่คิดว่าร่างของนางในยุคปัจจุบัน
ตอนนี้คงมอดไหม้กลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้วกระมัง
“หลิงอวี้ เจ้าว่าอะไรนะ?”
“ไม่มีอะไร”
เรื่องเหลือเชื่อเพียงนี้ไม่พูดจะดีกว่า มิเช่นนั้นหากเอ่ยถึงซ่งเฉิง
ขึ้นมา เกรงว่าจะมีคนบางคนหึงหวงขึ้นมาอีก รวมทั้งเรื่องราวที่
เกิดขึ้นในวังหลวงระหว่างของนางและเฉินมั่วฉือจะบอกกับเซียว
เหยี่ยนไม่ได้เด็ดขาด และตัวนางเองก็ไม่อยากเอ่ยถึงเช่นกัน
จู่ๆ เซียวเหยี่ยนก็ย่อกายนั่งยองลง
“อวี้จื้อ ขึ้นมา”
“เจ้าจะให้ข้าขี่หลัง นี่บนภูเขาเขานะ เจ้าทำให้ข้านึกถึงเหตุการณ์
กวาดล้างกลุ่มโจร ในคราวนั้นเจ้าแบกข้าลงจากเขา คงจะไม่รู้สินะ
ว่าข้าอึดอัดเพียงใด”
“เหตุใดเจ้าถึงต้องรู้สึกอึดอัด?”
เซียวเหยี่ยนเอ่ยถามขึ้นประโยคหนึ่งด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน
หลิงอวี้จื้อกระโดดขึ้นหลังเซียวเหยี่ยน แนบหน้าลงบนบ่าของ
เขา
“ก่อนหน้านี้แม้ว่าข้าจะไม่สูง แต่ส่วนใดที่ควรจะใหญ่มันก็มิได้
เล็กเลย และข้าคิดว่าตอนนี้มันกำลังกดทับท่านอยู่”
เซียวเหยี่ยนหยักยิ้มขึ้นที่มุมปาก มีเพียงอวี้จื้อของเขาเท่านั้นที่จะ
พูดจาเช่นนี้ออกมาได้
“ข้าไม่ถือสา”
เซียวเหยี่ยนตอบรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำเอาหลิงอวี้จื้อถึงกับ
หน้าแดงระเรื่อ จนไม่กล้าต่อปากต่อคำกับเซียวเหยี่ยนอีกต่อไป
เพื่อป้องกันมิให้องค์รักษ์ที่ยืนอยู่ออกไปไม่ไกลเท่าไหร่นักได้ยิน
เข้า แม้ว่านางจะหน้าหนาหน้าทนกว่าเมื่อก่อนมากนัก แต่ก็ยังสู้
เซียวเหยี่ยนมิได้อยู่ดี
เซียวเหยี่ยนแบกหลิงอวี้จื้อเดินหน้าต่อไป เพื่อจะไปจากที่นี่ให้
ได้ก่อนที่ฟ้าจะมืด
“อาเหยี่ยน ตามหามั่วชิงเจอหรือยัง?”
“ยัง”
“คงมิได้เกิดเรื่องกับนางใช่หรือไม่ พวกเรารีบไปตามหานางกัน
เถอะ”
หลิงอวี้จื้อรู้สึกเป็นห่วงมั่วชิงขึ้นมาไม่น้อย ด้วยเกรงว่านางจะ
ไปพบกับเจียงสือเข้า แม้ว่าเจียงสือจะเคยปล่อยนางไป แต่หาได้พบ
หน้าอีกครั้งก็พูดยาก เพรานางรู้มั่วชิงเองก็เจ็บแค้นเจียงสือเป็นอย่าง
มากเช่นกัน
ต่อให้เจียงสือไม่ลงมือ มั่วชิงก็ต้องเป็นฝ่ายลงมือ อีกทั้งตอนนี้
มั่วชิงไม่รู้ว่านางได้พบเซียวเหยี่ยนแล้ว ด้วยนิสัยของมั่วชิงจะต้อง
ตามมาช่วยนางอย่างแน่นอน
“ด้วยวรยุทธ์ของมั่วชิง คนธรรมดาทำอะไรนางไม่ได้เป็นแน่
องค์รักษ์ลับของข้าได้ออกตามหานางแล้ว อีกไม่นานก็คงจะมีข่าว”
เซียวเหยี่ยนรู้ดีว่าหลิงอวี้จื้อเป็นห่วงมั่วชิงจึงได้เอ่ยปลอบโยน
เช่นนี้
หลิงอวี้จื้อเองก็ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงได้รู้สึกใจคอมิสู้ดี นางเอน
ร่างซบลงบนแผ่นหลังของเซียวเหยี่ยน ในที่สุดก็พบเขาเสียที การ
ดิ้นรนในครั้งนี้มิได้สูญเปล่า
เมื่อได้กลับมาอยู่เคียงข้างเซียวเหยี่ยน ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยยิ่ง
นัก
เดิมทีหลิงอวี้จื้อหลงคิดไปว่าเซียวเหยี่ยนจะไม่เอ่ยถามเรื่องเฉิน
มั่วฉือ แต่เมื่อเดินออกมาสักระยะ จู่ๆ เซียวเหยี่ยนก็เอ่ยปากขึ้นขัด
ตอนในขณะที่หลิงอวี้จื้อกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
“อวี้จื้อ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? เพราะเหตุใดเจ้าถึงเข้าไปอยู่
ในวังได้?”
คราวนี้ทำเอาหลิงอวี้จื้อรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที ทุกอย่างเป็น
เพราะความบังเอิญทั้งสิ้น ดังนั้นนางจึงได้แต่อธิบายสั้นๆ ว่า
“เรื่องมันยาว ฮ่องเต้ทรงปล่อยข้ามา มิเช่นนั้นข้าคงจะตกอยู่ใน
เงื้อมือของไทเฮาไปแล้ว อาเหยี่ยน เจ้าเชื่อข้าหรือไม่ ระหว่างข้ากับ
ฮ่องเต้ไม่มีอะไรต่อกันเลย และต่อมาพระองค์จึงได้ทรงคิดตก”
“ข้าจะไม่เชื่อใจเจ้าได้อย่างไรกัน ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี
เป็นความผิดของข้าเองที่มิได้หาเจ้าให้พบก่อน และความรู้สึกที่
ฮ่องเต้ทรงมีต่อเจ้า ข้ารับรู้มาโดยตลอด”
หลิงอวี้จื้อเอนซบแผ่นหลังเซียวเหยี่ยน พร้อมกับเอ่ยปากถาม
ด้วยความแปลกใจว่า
“เจ้าไม่หึงหรอกหรือ?”
“เพราะนั่นคือสิ่งที่แสดงว่าสายตาของข้าแหลมคม”
“สายตาของเจ้าแหลมคมแน่อยู่แล้ว ข้าเองก็สายตาแหลมคม
เช่นกัน ข้ายังเป็นกังวลว่าเจ้าจะหึงหวง จนต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว”
“ช่วงเวลาที่เจ้าอยู่ในวังนั้น ฮ่องเต้ดีกับเจ้าหรือเปล่า?