ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 659 พบหน้าเจียงสืออีกครั้ง
ตอนที่ 659 พบหน้าเจียงสืออีกครั้ง
“เช่นนั้นพวกเราก็ต้องหมั่นสังเกต เผื่อว่าพบอาเหยี่ยนระหว่าง
ทาง”
หลังจากที่นางทั้งสองปรึกษาหารือกันแล้วเสร็จ จู่ๆ รถม้าก็หยุด
ฝีเท้าลง ซึ่งมั่วชิงสามารถรับรู้ได้ในทันที นางจึงกำชับหลิงอวี้จื้อว่า
“พระชายา อยู่ที่นี่อย่าไปไหนนะเจ้าคะ บ่าวจะออกไปดูด้าน
นอก”
มั่วชิงกล่าวจบก็พุ่งตัวออกไป เวลาผ่านไปสักครู่หลิงอวี้จื้อก็ได้
ยินเสียงต่อสู้ดังแว่วเข้ามาจากด้านนอก หัวใจของนางเต้นระส ่าด้วย
ความตื่นตระหนก หรือว่าจะเป็นคนของมู่หรงกวานเย่ว์?
หลิงอวี้จื้อเลิกผ้าม่านขึ้นดู กระมั่งเมื่อมองเห็นคนที่กำลังต่อสู้อยู่
กับมั่วชิงได้ชัดเจนนั่นเอง หลิงอวี้จื้อก็ต้องเบิ่งตากว้างด้วยอาการตก
ตะลึง
‘แม่เจ้า คนผู้นั้นคือเจียงสือ’
ซึ่งก็แน่นอนว่ามั่วชิงย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจียงสืออยู่แล้ว ดังนั้น
ในเวลาเพียงไม่นานมั่วชิงก็เพลี่ยงล ้าได้รับบาดเจ็บ เจียงฉือใช้เท้า
เตะนางจนล้มคว ่า จากนั้นค่อยใช้กระบี่จ่อไปที่ลำคอของมั่วชิง
หลิงอวี้จื้อเห็นดังนั้นก็รีบกระโดดลงจากรถม้าเข้าขวางหน้า
เอาไว้
“พี่ หยุดนะ”
ภาพที่เห็นตรงหน้าช่างน่าแปลกยิ่งนัก เจียงสือผ่อนสีหน้าลง
ขณะที่มองดูหลิงอวี้จื้อวิ่งเข้ามา
“อวี้เอ๋อร์ มาหลบข้างหลังข้า”
หลิงอวี้จื้อแน่ใจว่าเจียงสือต้องคิดว่านางถูกมั่วชิงจับตัวมาเป็น
แน่ เพราะหลายปีมานี้เซียวเหยี่ยนเอาแต่ติดตามหาเจียงสือมาโดย
ตลอด
“พี่ ท่านปล่อยมั่วชิงไปเถอะ”
“เพราะอะไรเจ้าถึงต้องขอร้องแทนมัน? มันคือศิษย์ทรยศของ
สำนักอู๋จี๋ วันนี้ถึงเวลาควรจะสำเร็จโทษคนทรยศมิให้เป็น
เยี่ยงอย่าง”
เจียงสือกล่าวจบก็เตรียมที่จะแทงกระบี่ลงไป หลิงอวี้จื้อเห็น
ดังนั้นจึงรีบเข้าไปจับมือเจียงสือเอาไว้
“พี่ อย่า นางคอยดูแลข้าเป็นอย่างดีมาตลอดทาง นางมิได้มีเจตนา
ร้ายต่อข้า พี่ ปล่อยนางไปเถอะนะ! ขอร้องท่านละ”
หลิงอวี้จื้อกล่าวขอร้องไป พลางหันไปส่ายหน้าให้กับมั่วชิง เป็น
เชิงว่าไม่ต้องพูดอะไรมาก ตอนนี้เจียงสือยังไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของ
นาง จึงไม่มีทางทำร้ายนางเป็นแน่
เพราะหากเจียงสือล่วงรู้ขึ้นมา ถึงตอนนั้นเจียงสือจะทำอะไรกับ
นางก็ยังไม่รู้ เกิดเจียงสือปรุงยาพิษประหลาดขึ้นมาอีกละก็จะทำ
อย่างไร หลิงอวี้จื้อไม่อยากเสี่ยง
ตอนนี้เจียงสือและเซียวเหยี่ยนคือศัตรูคู่แค้นที่มิอาจอยู่ร่วมโลก
กันได้ เจียงสือโกรธแค้นเซียวเหยี่ยนนักหนา ส่วนกับหลิงอวี้จื้อ
เจียงสือก็ต้องการที่จะฆ่านางเพื่อสนองความสะใจของตนเองอยู่
แล้ว
วูบหนึ่งที่ในดวงตาของเจียงสือฉายแววประหลาดใจ เห็นได้ชัด
ว่าเจียงสือไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรหลิงอวี้จื้อจึงต้องขอร้องแทนมั่ว
ชิงด้วย เพราะคนทั้งสองไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน
แม้ว่าเจียงอวี้จะเป็นคนจิตใจดี แต่นางก็ไม่เคยเข้ามายุ่งวุ่นวาย
เรื่องในสำนักอู่จี๋มาก่อน ดังนั้นท่าทีของน้องสาวในครั้งนี้จึงแปลก
ประหลาดยิ่งนัก
“อวี้เอ๋อร์ เพราะอะไรเจ้าถึงขอร้องแทนศัตรู?”
“ข้าไม่อยากให้มั่วชิงต้องตาย พวกเราพี่น้องยากเย็นนักกว่าที่จะ
ได้พบหน้ากันอีกครั้ง หากมือเปื้อนเลือดคงจะไม่เป็นมงคลเท่าไหร่
นัก พี่ นางมิได้ทำร้ายข้าแม้แต่น้อย ขอร้องท่านละ ปล่อยนางไป
เถอะ”
เหตุการณ์เกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วนทำให้หลิงอวี้จื้อคิดหาเหตุผลที่
สมบูรณ์แบบได้ไม่ทัน ทำได้เพียงแค่แสร้งไม่รู้ไม่ชี้เพื่อเอาตัวรอด
จากการสังเกตดูหลายต่อหลายครั้ง หลิงอวี้จื้อพบว่าเจียงสือดีกับ
น้องสาวคนนี้มาก มากเสียจนถึงขนั้นยอมตามใจทุกอย่าง ดังนั้น
การที่นางใช้วิธีการขอร้องเจียงสือเช่นนี้ เป็นไปได้มากทีเดียวที่จะ
สำเร็จ
ซึ่งก็จริงดั่งที่คาดการณ์ไว้ เจียงสือมิอาจต้านทานการขอร้องอ้อน
วอนจากหลิงอวี้จื้อได้ นางตวัดกระบี่ออกจากคอของมั่วชิงแต่ก็ยัง
ถีบไปที่ลำตัวของมั่วชิงอีกหนึ่งครั้ง
“วันนี้ข้าจะเห็นแก่ที่หลิงเอ๋อร์ขอร้องไว้ชีวิตเจ้าสักครั้ง แต่หาก
ว่าข้าเจอเจ้าอีกครั้งละก็ ข้าในฐานะที่เป็นอาจารย์จะไม่ออมมือ
ให้กับเจ้าอีกแล้ว มั่วชิง นึกไม่ถึงเลยว่าในบรรดาผู้คุมกฎทั้งสี่ เจ้าจะ
เป็นผู้ที่มีชีวิตรอดได้นานที่สุด”
มั่วชิงข่มความเจ็บปวดเอาไว้ไม่ให้ตนเองเปล่งเสียงร้องออกมา
เพราะรู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจียงสือ
หลิงอวี้จื้อพยักหน้าน้อยๆ ให้กับมั่วชิง เป็นเชิงว่าไม่ต้องเป็น
ห่วงตน จากนั้นจึงค่อยจากไปพร้อมกับเจียงสือ เวรกรรมแท้ๆ ไปๆ
มาๆ นางก็ต้องกลับมาอยู่กับเจียงสืออีกจนได้
อัตลักษณ์นิสัยของมนุษย์ช่างเป็นสิ่งที่ซับซ้อนยิ่งนัก เจียงสือ
เป็นหญิงโฉดชั่วเลวทราม นางกระทำเรื่องชั่วช้าสารพัด แต่คน
เช่นนี้ก็มักจะเป็นพี่สาวที่แสนดีอยู่ร ่าไป นางรักเอ็นดูเจียงอวี้เข้า
สายเลือดก็ว่าได้ ซึ่งจะกลับกลายเป็นคนละคนเมื่อเทียบกับเจียงสื
อที่อยู่ต่อหน้าผู้อื่น
เจียงสือมองสำรวจหลิงอวี้จื้อตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งยังเอ่ย
ถามท่าทางเป็นห่วงเป็นใย
“อวี้เอ๋อร์ เจ้ามิได้บาดเจ็บใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่เป็นไรค่ะ”
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว อวี้เอ๋อร์ เพราะข้ามิได้ปกป้องเ