ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 635 ฮองเฮาเสด็จแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้เฉินปีก็คงไม่พูดอะไรมากอีก จุดประสงค์ของนาง
คือให้หลินฮองเฮากำจัดหลิงอวี้จื้อ นางรู้ว่าหลินฮองเฮาคิดอย่างไร
กับฝ่าบาท ขอเพียงนางชอบฝ่าบาท ให้ความสำคัญกับตำแหน่งของ
ฝ่าบาท ฮองเฮาย่อมไม่มีทางอยู่เฉยแน่
ความทุกข์ทนหลายปีของนางล้วนมีความเกี่ยวข้องกับหลิงอวี้จื้อ
เมื่อตายไปแล้วก็แล้วไป แต่น่าเสียดายที่ดันกลับมาอีก ทั้งยัง
กลายเป็นหยวนเฟย เมื่อนางพบก็ยังต้องคุกเข่าให้ เรื่องนี้นางไม่มี
ทางยอมรับได้เด็ดขาด
หลังจากที่เฉินปี้ไปแล้ว หลินฮองเฮาก็ยังคงเหม่อลอยเช่นนั้นอยู่
นาน นางไม่อยากเชื่อว่าคนที่ตายไปหลายปีแล้วจะฟื้นคืนมาได้ แต่
เรื่องที่เฉินม่อฉือเอาแต่เฝ้าคิดถึงหลิงอวี้จื้อนั้นนางรู้แก่ใจดี
ยามนี้หยวนเฟยที่เฉินม่อฉือแต่ตั้งคือหลิงอวี้จื้อ ไม่ว่าจะเป็นจริง
หรือเท็จ การมีนางอยู่ในวังหลังย่อมสร้างความแตกตื่นในคนนังไม่
น้อย หากนางเป็นอย่างที่เฉินปี้พูด เช่นนั้นก็ย่อมต้องมีแผนการใน
ใจแน่ หรือจะเป็นคนที่เซียวเหยี่ยนส่งมาสอดแนม
หลินฮองเฮายิ่งคิดก็ยิ่งห่วงเฉินม่อฉือ เรื่องที่สำคัญตอนนี้คือ
เฉินม่อฉือไม่ควรไปลุ่มหลงสตรีไร้หัวนอนปลายเท้า มิเช่นนั้นเขา
อาจมีอันตรายได้ นางเป็นฮองเฮา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องช่วยเฉินม่อ
ฉือ
ก่อนอื่นนางต้องไปพบหยวนเฟยก่อนเพื่อดูว่านางเป็นสตรีเช่น
ไรกันแน่
เมื่อคิดได้เช่นนี้นางจึงกำชับไห่ถังให้ช่วยตนหวีผม เตรียม
ออกไปพบหลิงอวี้จื้อ ไห่ถังก็อยากเห็นเหมือนกันว่าหยวนเฟยเป็น
คนเช่นไรจึงรีบหวีผมให้หลินฮองเฮาทันที
ไม่นานคนทั้งสองก็ออกจากตำหนักเจาหยางมุ่งไปที่ศาลาฟังฝน
เวลานี้หลิงอวี้จื้อกำลังนั่งเท้าคางอยู่ในศาลาฟังฝน กำลังเล่น
ไข่มุกราตรีสีน ้าเงินเข้มด้วยท่าทีเบื่อหน่ายอย่างที่สุด นี่เป็นของที่
เฉินม่อฉือให้มา บอกว่าให้นางเอาไว้ชมเล่น
หลิงอวี้จื้อเบื่อหนายจริงๆ เมื่อเห็นว่าไข่มุกราตรีนี้ก็ไม่เลวนักจึง
รับไว้ ของอย่างอื่นนางให้เอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของหมดแล้ว
“หยวนเฟย ยามเย็นทรงเสวยอะไรเพคะ”
หลิงอวี้จื้อส่ายหน้าอย่างหมดแรง “ไม่หิว”
“ฝ่าบาททรงตรัสว่า หากหยวนเฟยไม่เสวย หม่อมฉันและบ่าว
ไพร่คนอื่นๆ จะต้องคุกเข่าอยู่นอกลานเป็นเวลาสามชั่วยามเพคะ
ขอหยวนเฟยทรงเมตตาหม่อมฉันด้วยเถิด เสวยอะไรสักนิดก็ยังดีเพ
คะ้้”
เสี่ยวเตี๋ยวพลันคุกเข่าลงกับพื้นแล้วโขกศีรษะให้กับหลิงอวี้จื้อ
หลิงอวี้จื้อคิดไม่ถึงว่าเฉินม่อฉือจะใช้แผนนี้ ช่างเป็นเด็กน้อย
จริงๆ ใช้แผนนี้มาข่มขู่เธอ
“ฝ่าบาททำโทษพวกเจ้าข้าคงทำอะไรไม่ได้”
“เสี่ยวเตี๋ย เจ้าไปทูลฝ่าบาทด้วยว่าแค่พระองค์สั่งองครักษ์ที่เฝ้า
อยู่หน้าประตูกลับไป ข้าก็จะกินข้าว ไม่เช่นนั้นข้าก็คงไม่มีแก่ใจจะ
กินข้าวจริงๆ มีคนมากมายมาคอยจับจ้อง ชีวิตข้าต้องอยู่แค่เพียงใน
ศาลาฟังฝน มันช่างน่าเบื่อเหลือเกินจริงๆ”
หลิงอวี้จื้อรู้ว่าเสี่ยวเตี๋ยเป็นคนของเฉินม่อฉือ ทุกความ
เคลื่อนไหวของเธอ เสี่ยวเตี๋ยย่อมรายงานให้เฉินม่อฉือทราบ ตอนนี้
แม้แต่ศาลาฟังฝนนางยังออกไปไม่ได้เลย ต้องออกจากที่นี่ให้ได้
ก่อนค่อยว่าก่อนอีกที มิฉะนั้นเธอคงต้องเป็นโรคซึมเศร้าแน่
“หยวนเฟย เชิญเสวยก่อนเถิดเพคะ หม่อมฉันจะนำเรื่องนี้ไปทูล
ต่อฝ่าบาทเองเพคะ”
“ฝ่าบาททรงตกลงก่อน ข้าค่อยกิน”
ในเมื่อเฉินม่อฉือใช้วิธีนี้มาขู่เธอ เธอก็จะใช้แผนนี้ตอบโต้เขา
เช่นกัน
เสี่ยวเตี๋ยเดินออกไปอย่างเงียบๆ เวลานี้เองด้านนอกกลับมีเสียง
แหลมสูงร้องขึ้น “ฮองเฮาเสด็จแล้ว”
หลิงอวี้จื้อพลันกระตือรือร้นขึ้นมา คิดไม่ถึงว่าจะมาหาเรื่องถึงที่
เธอรู้อยู่แล้วว่าเฉินม่อฉือแต่งตั้งเธอแบบนี้ ต้องทำให้คนในวังหลัง
ไม่พอใจอย่างมากแน่ แต่ไม่นึกว่าผู้ที่มาคนแรกจะเป็นฮองเฮา
อย่างไรเธอก็ว่างอยู่ งั้นก็พบปะพูดคุยกับฮองเฮาที่ผู้คนเล่าลือว่า
มีเมตตายิ่งสักหน่อยแล้วกัน ไม่แน่ว่าอาจจะใช้ประโยชน์จากตรงนี้
ได้
หากฮองเฮาช่วยให้นางออกจากวังไปได้ คงดีไม่น้อยเลยเชียว